Featured ข่าววันนี้

หุ่นยนต์ดมกลิ่น ผลงานสร้างสรรค์ จากงานวิจัยคุณภาพ ต่อยอดสู่ธุรกิจสตาร์ตอัพ

หุ่นยนต์ดมกลิ่น ผลงานสร้างสรรค์ จากงานวิจัยคุณภาพ ต่อยอดสู่ธุรกิจสตาร์ตอัพ

บนเส้นทางสู่การเป็นประเทศนวัตกรรม จำเป็นต้องมีตัวชี้วัดเพื่อแสดงทิศทางและเป้าหมายที่ชัดเจน และคงต้องฝากอนาคตของประเทศไทยไว้ที่เยาวชนคนรุ่นใหม่ ซึ่งจะเป็นเหมือนนักวิ่งถือคบเพลิงนำสู่เส้นชัยต่อไป แต่กว่าจะไปถึงจุดนั้นได้ จำเป็นต้องผ่านการบ่มเพาะเคี่ยวกรำให้พร้อมตั้งแต่จุดสตาร์ตจนถึงเส้นชัย เช่นเดียวกับเส้นทางสู่การเป็น “สตาร์ตอัพ” หรือการเริ่มต้นธุรกิจที่มีการออกแบบโดยใช้เทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อน จำเป็นต้องมีการบ่มเพาะตั้งแต่เริ่มต้น ไปจนสามารถออกสู่ตลาดได้จริง

ศ.ดร.นพ.ภัทรชัย กีรติสิน ผู้อำนวยการสถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (iNT) มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า การวางโครงสร้างพื้นฐานเรื่องงานวิจัยที่เข้มแข็ง เหมือนการตอกเสาเข็มไว้อย่างแน่นหนา หลังจากนั้นจึงเริ่มสร้างหลังคาขึ้นมาได้ ซึ่งจะสร้างไม่ได้เลยถ้ารากฐานไม่เข้มแข็ง ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยมหิดล มีความเข้มแข็งเรื่องงานวิจัยแล้ว ก้าวต่อไป คือ ทำอย่างไรให้งานวิจัยเป็นที่ปรากฏในสายตาของประชาชน โดยอาศัยกลไกการบ่มเพาะความรู้ที่เราได้รับมาไปพัฒนาตามตลาดที่เราต้องการ

และเพื่อให้การบ่มเพาะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ในปี 2564 มหาวิทยาลัยมหิดล โดย สถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (iNT) จึงได้ริเริ่มโครงการ “Mahidol Incubation Program 2021” (MIP 2021) เพื่อบ่มเพาะนักคิดสร้างสรรค์สู่เส้นทางสตาร์ตอัพ ทางออนไลน์ครั้งแรก โดยได้รับการสนับสนุนจาก DCU (Digital Convergence University) ที่มุ่งผลักดันมหาวิทยาลัยมหิดลสู่การเป็น “Smart University”

โดย MIP 2021 ถือเป็นการบ่มเพาะบนพื้นฐานของการมีงานวิจัยรองรับอยู่แล้ว เพื่อเข้าสู่กระบวนการเตรียมความพร้อมวางแผนออกแบบธุรกิจอย่างมีทิศทาง โดยมีพี่เลี้ยง (Coach) ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญและมากด้วยประสบการณ์ เป็นผู้ช่วยนำทาง กับโครงการเร่งสปีด (Accelerator) ที่จะเป็นกิจกรรมในภาคต่อที่คาดว่าจะเริ่มในปีหน้า สู่การทำให้ความฝันที่จะต่อยอดสู่ตลาดนั้นเป็นจริง

“ความท้าทายอยู่ที่การเปิดโอกาสให้ทีมนักคิดสร้างสรรค์ที่เข้าร่วมแข่งขันได้เสนอไอเดียว่า หากได้รับคัดเลือกให้ได้รับทุนเริ่มต้นธุรกิจสตาร์ตอัพจากโครงการแล้วจะทำอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ได้ทั้งผลตอบแทนธุรกิจ และตอบโจทย์ความต้องการของคนส่วนใหญ่ บนพื้นฐานแห่งความเป็นไปได้ และการวางแผนที่รองรับความเสี่ยงไว้โดยรอบด้านด้วย โดยจุดหมายปลายทางอยู่ที่การมีนวัตกรรมที่ทำได้สำเร็จ และสามารถออกสู่ตลาดจริง” ศ.ดร.นพ.ภัทรชัย กล่าว

หุ่นยนต์ดมกลิ่น “MUI Robotics” หรือ Mahidol University Intelligent Robotics เป็น 1 ใน 8 ทีมที่เข้ารอบและรับทุนเริ่มต้นแล้วก้อนแรก ซึ่งเป็นการคิดต่อยอดสู่ธุรกิจสตาร์ตอัพ จากงานวิจัยคุณภาพที่ริเริ่มโดย ผศ.ดร.ธีรเกียรติ์ เกิดเจริญ อาจารย์ประจำภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้สร้างสรรค์และพัฒนานวัตกรรม “จมูกอิเล็กทรอนิกส์” เจ้าของรางวัลนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ ของ มูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์ ประจำปี พ.ศ. 2544

โดย นางสาววันดี อ้วนสอาด นักศึกษาปริญญาเอก ศิษย์ของ ผศ.ดร.ธีรเกียรติ์ ได้รับหน้าที่หัวหน้าทีมสตาร์ตอัพ “MUI Robotics” ได้ใช้จุดขายจากความโดดเด่นด้านการใช้เทคโนโลยีซึ่งสามารถต่อยอดออกดอกออกผลให้เกิดประโยชน์นานัปการในแวดวงอุตสาหกรรมต่างๆ ด้วยความสามารถของหุ่นยนต์ในการดมกลิ่นและรับรสที่เลียนแบบระบบประสาทสัมผัสจริงของมนุษย์ได้ แต่ที่พิเศษยิ่งกว่า คือ การสามารถวัดได้ออกมาเป็นตัวเลข ซึ่งทำให้เกิดความเที่ยงตรงและแม่นยำได้มากกว่าการใช้เพียงสัญชาตญาณ หรือการคาดเดา

นางสาววันดี เล่าถึงที่มาของการนำเทคโนโลยีซึ่งสร้างสรรค์และพัฒนาโดย ผศ.ดร.ธีรเกียรติ์ มาต่อยอดสู่ธุรกิจสตาร์ตอัพว่าเกิดจากความสนใจในผลงานของอาจารย์ธีรเกียรติ์ และเชื่อมั่นว่าจะสามารถทำให้ความฝันที่จะเห็นงานวิจัยดังกล่าวสามารถต่อยอดในเชิงพาณิชย์ได้กลายเป็นจริง เนื่องจากทีมมีความพร้อมทั้งในด้าน Hardware และ Software

ซึ่งนอกจากสามารถออกแบบการใช้เทคโนโลยีได้ตามความประสงค์ของลูกค้าแล้ว ยังสามารถสร้าง “แผนที่กลิ่น” เพื่อการตรวจสอบ และทำให้สินค้าได้มีมาตรฐานเดียวกัน และลดการ claim สินค้าได้ โดยทีมได้มีการเตรียมพร้อมด้านการวางแผนธุรกิจ ซึ่งมีฐานลูกค้ารองรับไว้แล้ว และก้าวต่อไปจะยื่นจดอนุสิทธิบัตรกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา ผ่าน สถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (iNT) มหาวิทยาลัยมหิดล ก่อนทดลองตลาดในไทย แล้วขยายไปยังระดับเอเชีย

แม้ Mahidol Incubation Program 2021 จะเป็นเพียงแค่ช่วงเวลาของการบ่มเพาะเพื่อรอก้าวสู่การเติบโตสู่โลกจริงทางธุรกิจ แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่สำคัญ ที่รอการพิสูจน์ถึงศักยภาพของนักคิดสร้างสรรค์รุ่นใหม่ว่าจะออกวิ่งนำพาคบเพลิงสู่การเป็นประเทศนวัตกรรมให้กับประเทศไทยได้เร็ว และไกลเพียงใด เพียงความเชื่อมั่น และมุ่งมั่นตั้งใจ เชื่อว่าไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้

Related Posts

คุยกับ ‘NYŪ’ แบรนด์ไทยคิดต่าง
เริ่มธุรกิจเสริมจาก Pain Point ใกล้ตัว เมื่อหา “ม็อกเทล” ที่ถูกใจไม่ได้ สองแม่ลูกเลยทำขายเอง สร้างรายได้ 16 ล้านในเวลาไม่ถึงปี
NUTS, YES! อ่านว่า “นัทส์ เยส” แบรนด์นมถั่วน้องใหม่ ชื่อปั่น รู้ไหมทำไมต้องตั้งชื่อกำกวม
Tinder เผย 85% คนโสดไทยรู้สึกเหงา แต่ยังเปิดใจสร้างความสัมพันธ์ใหม่ๆ และเชื่อว่าจะได้เจอ “คนที่ใช่”