วันฮาโลวีน เฉลิมฉลอง กันแบบหลอนๆ ส่องบรรยากาศ-สินค้า รับวันปล่อยผี
วันปล่อยผี หรือ ฮาโลวีน (Halloween) เป็นเทศกาลของชาวตะวันตก ปัจจุบันแพร่หลายไปแทบทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทย
สำหรับวันเฉลิมฉลองของบรรดาผีทุกประเภท ตามความเชื่อ นั้น ถูกกำหนดให้ตรงกับวันที่ 31 ตุลาคม ของทุกปี



ส่วน สัญลักษณ์ ที่มาพร้อมกับวันฮาโลวีน คือ ตะเกียงฟักทอง ที่แกะสลักเป็นรูปหน้าคน แทบทุกบ้านนิยมใช้เป็นอุปกรณ์ประดับตกแต่งสถานที่ เพิ่มบรรยากาศให้ชวนขนหัวลุก ยามผู้คนเดินผ่านไปมา
ล่าสุด ปีนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีบรรยากาศหลอนๆ และตัวอย่างสินค้านานาชนิดเกี่ยวกับเทศกาลฮาโลวีน ที่เมืองฟรีมอนต์ รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา มาดูกันเพลินๆ ปนสยองขวัญ เล็กน้อย






เห็นแล้วรู้เลย อเมริกันชน เขาจริงจังกับ เทศกาลผีๆ กันไม่น้อย…ทีเดียว
ขอบคุณภาพจาก : Patt Phan
Latest Posts
ทูน่ากระป๋อง อาจเป็นอาหารที่หลายคนคุ้นเคย เปิดฝากระป๋องก็พร้อมกิน หรือเอาไปทำสลัด แซนด์วิช และอาหารได้อีกหลายเมนู แต่รู้หรือไม่ว่า เบื้องหลังอาหารกระป๋องธรรมดาๆ กลับเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมส่งออกสำคัญของประเทศไทย เพราะประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกทูน่ากระป๋องอันดับ 1 ของโลก ประเด็นนี้ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงภายในงาน The 19th INFOFISH World Tuna Trade Conference & Exhibition หรือ INFOFISH TUNA 2026 งานประชุมและแสดงสินค้าระหว่างประเทศด้านอุตสาหกรรมทูน่า ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14–16 กันยายน 2569 ณ โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ โดยประเทศไทยร่วมเป็นเจ้าภาพ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ ไทยเองก็ไม่ได้พึ่งพาเฉพาะปลาทูน่าที่จับได้ในประเทศ เพราะในปี 2568 ประเทศไทยมีการนำเข้าวัตถุดิบปลาทูน่าประมาณ 737,135 ตัน มูลค่า 43,031 ล้านบาท ก่อนนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์และส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในส่วนของการแปรรูปและส่งออก โดยนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ ก่อนผ่านกระบวนการผลิตในไทยแล้วส่งต่อไปยังตลาดทั่วโลก ในปี 2568 ไทยส่งออกปลาทูน่ากระป๋องและผลิตภัณฑ์แปรรูปประมาณ 542,814 ตัน คิดเป็นมูลค่า 76,666 ล้านบาท โ
อายุเพียง 18 ปี แต่กลับสร้างรายได้เข้ากระเป๋าเดือนละ 10 ล้านบาท ด้วยเครื่องพิมพ์ 3D เพียงเครื่องเดียว เรื่องราวต่อไปนี้ เป็นเรื่องราวของ Young Entrepreneur อย่าง ไมเคิล แซตเทอร์ลี (Michael Satterlee) อายุ 18 ปี ที่ได้สร้าง ธุรกิจ E-commerce จากการขายสินค้า จนได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วบนโลกออนไลน์ เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ไมเคิล แซตเทอร์ลี (Michael Satterlee) ได้โพสต์วิดีโอตอนที่เขากำลังกระดกน้ำอัดลมจาก “ที่ใส่กระป๋องรุ่นแท็กทิคัล” ของเขา ซึ่งคล้ายกับปลอกใส่กันเย็นทั่วไปแต่ให้ความรู้สึกที่สนุกกว่า เพราะเมื่อเขาดื่มกระป๋องแรกหมด เขาจะกระแทกที่ใส่กระป๋องลงบนกระป๋องใหม่ทันที ทำให้กระป๋องเก่ากระเด็นพุ่งออกมาเหมือนกับการคัดปลอกกระสุนปืน แล้วเขาก็เริ่มดื่มกระป๋องที่สองต่อได้เลย วิดีโอนี้กลายเป็นไวรัลถล่มทลายด้วยยอดวิวมากกว่า 50 ล้านครั้งบน Instagram https://www.instagram.com/reel/DOKTNtPDHYm/?igsh=MXZmYzB2NjZ2aXlpag== เมื่อถูกถามว่าทำไมมันถึงกลายเป็นกระแสไวรัลขนาดนี้ ไมเคิลมองว่ามันคือความแปลกใหม่ที่คนไม่เคยเห็นมาก่อน และกระแสนี้เองที่ส่งผลให้ธุรกิจ “Cruise Cup” ของเขาเติบโตอย่างก้าวกระโดด จน
ในวันที่ธุรกิจอาหารไม่ได้แข่งขันกันเพียงเรื่องรสชาติ แต่ยังต้องสร้างความแตกต่างและประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้บริโภค “แม่หยกปากหม้อ” จึงเกิดขึ้นในฐานะร้านอาหารน้องใหม่ที่พัฒนาขึ้นจากทีมงานของ “หยกสด” แบรนด์ขนมไทยใบเตย โดยครั้งนี้เลือกต่อยอดจากความเชี่ยวชาญด้านอาหารไทย สู่เมนูของคาวที่มีเอกลักษณ์และหาทานได้ยากขึ้นในปัจจุบันอย่าง “ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ” “แม่หยกปากหม้อ” เป็นร้านที่ทีมงานหยกสดร่วมกันพัฒนา โดยตั้งใจนำเสนออาหารในรูปแบบที่เรียบง่าย เข้าถึงได้ และสามารถรับประทานได้เป็นประจำในชีวิตประจำวัน ภายใต้แนวคิด “อร่อย เรียบง่าย คุ้มค่า และได้กินผักหลายชนิด” โดยก๋วยเตี๋ยวปากหม้อของแม่หยก เสิร์ฟในราคาชามละ 60 บาท (ที่บูธ 85 บาท) พร้อมเครื่องและผักหลากหลายชนิด เพื่อให้เป็นมื้ออาหารที่ทั้งอิ่ม อร่อย และทานได้เรื่อยๆ อีกหนึ่งความตั้งใจสำคัญ คือการนำเมนูอาหารไทยที่กำลังหาทานได้ยากกลับมาอยู่ในชีวิตประจำวันอีกครั้ง เพราะ “ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ” ถือเป็นหนึ่งในอาหารไทยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งวิธีการทำสดและการรับประทานที่แตกต่างจากก๋วยเตี๋ยวทั่วไป ขณะที่ปัจจุบันร้านที่นำเสนอเมนูดังกล่าวมีจำนวนไม่มากนัก การเ
กระตุกต่อมคิด ติดอาวุธความรู้การเงิน-การลงทุน ให้เยาวชนชายแดนใต้ ศูนย์การเรียนรู้เมืองยะลา/กองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน (CMDF) ร่วมกับ สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ OKMD จัดทำ โครงการคาราวานความรู้ตลาดทุนรุกสู่ภูมิภาคและบ่มเพาะต้นแบบคนรุ่นใหม่เข้าสู่ตลาดทุน หรือ Fin Lab โดยมีกิจกรรมตลาดนัดความรู้ เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ด้านการเงินการลงทุนให้แก่เด็กและเยาวชนอายุระหว่าง 13-18 ปี ให้สามารถเข้าถึงและสร้างการตระหนักรู้ด้านการเงินการลงทุนและสามารถต่อยอดได้ในอนาคต ในพื้นที่ 8 จังหวัด ใน 4 ภูมิภาค โดยได้ดำเนินการไปแล้ว 4 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ลำปาง แม่ฮ่องสอน จันทบุรี มีเด็กและเยาวชนให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 1,800 คน ทั้งนี้ ในระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคม – 2 สิงหาคมนี้ มีการจัดกิจกรรมในพื้นที่ จ.ยะลา ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการ OKMD กล่าวว่า โครงการนี้มุ่งสร้างคนรุ่นใหม่ให้เป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีสมรรถนะและทักษะด้านการเงินการลงทุน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ในภูมิภาคต่างๆ ที่มีความสนใจ โดยเน้นกลุ่มวัย 13–18 ปี เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ เพิ่มองค์ความรู้ด้านทักษะทางการเงิน กา
