Featured ข่าววันนี้

คนไทยไม่เลือกมู! “ออพติมัสไพรม์” จากทรานส์ฟอร์เมอร์ส สู่พลังศรัทธา แลนด์มาร์กใหม่ จุดโอกาสธุรกิจ

คนไทยไม่เลือกมู! “ออพติมัสไพรม์” จากทรานส์ฟอร์เมอร์ส สู่พลังศรัทธา แลนด์มาร์กใหม่ จุดโอกาสธุรกิจ

กลายเป็นไวรัล เมื่อมีคลิปจากติ๊กต็อก hypnotized.bar นำน้ำมันเครื่องไปถวายหุ่น ‘ออพติมัสไพรม์’ ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่กลางสี่แยกตลาดน้อย ถนนเจริญกรุง 

จากนั้นมีคนไปแก้บนด้วยนางรำชุดใหญ่ และล่าสุดร้าน Sunset Coffee Roaster ที่ตั้งอยู่ตรงข้ามหุ่นออพติมัสไพรม์ ได้นำเครื่องดื่ม 99 แก้ว มาแก้บน พร้อมแจกให้กินฟรี หลังจากบนเล่นๆ ในใจ หากมีลูกค้าเข้า และทำยอดได้ จะวิ่งแก้บนรอบรูปปั้น 50 รอบ และจะนำเครื่องดื่มมาแจก 99 แก้ว

เรื่องนี้สร้างความฮือฮาบนโลกโซเชียล เพราะ ออพติมัสไพรม์ เป็นออโต้บอตจากภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ ทรานส์ฟอร์เมอร์ส นั่นเอง แต่มาอยู่เมืองไทย กลายเป็น ‘ออพติมัสพราหมณ์’ ไปเสียอย่างนั้น 

โดยสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อเรื่อง ‘มูเตลู’ ของคนไทย 

หากย้อนดูสถิติ จากข้อมูลของ LINE ประเทศไทย พบว่า ในปี 2565 คนไทยดูดวงเปิดไพ่ทาโรต์มากถึง 42 ล้านครั้ง และเปิดเช็กสีเสื้อมงคล 30,000 ครั้งต่อวัน 

ในปี 2566 พบว่า คนไทยสั่งของไหว้พระและองค์เทพ ใน LINE MAN MART รวททั้งปีกว่า 600,000 ชิ้น 

ส่วนในปี 2567 ข้อมูลจากศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ พบว่า ธุรกิจสายมู ความเชื่อ หมอดู ฮวงจุ้ย มาแรง เพราะคนไทยยังมีความเชื่อเกี่ยวกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ

และผลสำรวจของวิจัยกรุงศรี พบว่า ผู้บริโภค Gen Y และ Gen X ประมาณ 1 ใน 3 ใช้จ่ายเงินสำหรับสินค้าเสริมโชคลาภ มากกว่า 1,000 บาทต่อปี ในขณะที่ผู้บริโภคกลุ่มเบบี้บูมเมอร์เป็นกลุ่มที่ใช้จ่ายมากที่สุด โดย 7% ของกลุ่มนี้ใช้จ่ายมากกว่า 5,000 บาทต่อปี

ในส่วนของภาคธุรกิจ เราได้เห็นผู้ประกอบการมากมาย ผลิตสินค้าสายมูวางจำหน่ายเพื่อตอบโจทย์คนไทยสายมู ไม่ว่าจะเป็น ไก่แก้บนรักษ์โลก ที่จุดไอเดียจากไก่ปูนปั้นกองพะเนินที่คนนำมาถวายไอ้ไข่ วัดเจดีย์ โดยสามารถขายได้ 1,000 ตัว หลังวางจำหน่ายได้เพียง 2-3 เดือน 

เครื่องประดับสายมู ทั้ง สร้อย กำไลข้อมือ ต่างหู ที่ช่วยเสริมเรื่องการงาน การเงิน ความรัก โดยมีแบรนด์ดังขึ้นชื่อ อย่าง RAVIPA ที่ขายดีจนติดตลาดไปแล้ว 

นอกจากนี้ยังมี อา์ตทอยพระพิฆเนศ ขนมบูชาเทพ วอลล์เปเปอร์สายมู เป็นต้น ที่ทำออกมาตอบโจทย์คนไทยสายมูเช่นกัน

ส่วนในภาคการตลาด เราก็ได้เห็นการนำกลยุทธ์ ‘มูเก็ตติ้ง’ มาปรับใช้ 

มูเก็ตติ้ง เป็นกลยุทธ์การตลาดที่เชื่อมโยงกับความเชื่อ วัฒนธรรม รวมไปถึงความสัมพันธ์อันดีกับผู้บริโภค โดยจะเน้นไปในเรื่องของความมงคล โชคลาภ และพลังบวก

ธุรกิจท่องเที่ยว นำเอามูเก็ตติ้งมาผูก เช่น พาไปเที่ยววัดต่างๆ เพื่อกราบไหว้ขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล ไปตามศาลเจ้า 

ส่วนธุรกิจแฟชั่น นำเอาเรื่องการใช้สีมงคล มาเป็นส่วนหนึ่งในการออกแบบ หรือมิกซ์แอนด์แมตช์เสื้อผ้า จากที่ขายแบบธรรมดา เมื่อนำเอาเรื่องมูมาผูก ยิ่งทำให้ลูกค้าอยากซื้อมากขึ้น เพราะมีความเชื่อเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว 

หรือธุรกิจของเล่น จากอาร์ตทอยคาแร็กเตอร์น่ารักๆ ปรับมาทำเป็นอาร์ตทอยองค์เทพ เจาะกลุ่มลูกค้าสายมู สามารถนำไปไว้ที่โต๊ะทำงานได้เสมือนกับอาร์ตทอยตัวอื่นๆ นอกจากสวยงามยังเหมือนได้มูทุกวัน

ซึ่งหากใครอยากก้าวเข้ามาในธุรกิจ หรือนำกลยุทธ์ มูเก็ตติ้ง ไปปรับใช้ ก็สามารถทำได้อีกยาว เพราะเชื่อว่า มูเตลู จะอยู่กับคนไทยไปอีกนาน 

 

อ้างอิงข้อมูลจาก 

https://www.sentangsedtee.com/today-news/article_232893 

https://www.sentangsedtee.com/big-idea/article_265765 

https://www.thaipbs.or.th/news/content/335071 

https://www.sentangsedtee.com/today-news/article_300184 

https://www.sentangsedtee.com/today-news/article_267949 

Related Posts

MK GROUP สยายปีกอาณาจักรสุกี้ครบทุกเซกเมนต์ ตั้งเป้าโต 12%
สบายใจ ไม่รวย แต่พอกิน! คนรุ่นใหม่ทำเกษตร ปลูกผักสลัดบนดอย มีรายได้หลักหมื่น
“โก๋แก่” แตกไลน์เปิดตัว “โก๋นมถั่ว” (Nut Milk Bar) พร้อมเมนูถั่วสุดฟิน ปักหมุดสาขาใหม่ “ซีคอนบางแค” 1 มิ.ย. นี้!