Featured การเงิน และการตลาด

“พรุ่งนี้เรายังอยากได้อยู่ไหม” คำถามง่ายๆ ที่ช่วยให้นักช้อปใช้เงินอย่างมีสติ ในยุคที่คลิกเดียวก็เสียเงินได้

ในยุคที่การใช้จ่ายเพียงปลายนิ้วสามารถเปลี่ยนยอดเงินในบัญชีให้ลดลงได้อย่างรวดเร็ว ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยกำลังเผชิญกับสถานการณ์ “ซื้อก่อน คิดทีหลัง” ซึ่งอาจเป็นผลมาจากความสะดวกสบายของเทคโนโลยีและการตลาดในยุคดิจิทัล 

แม้ผู้บริโภคยุคใหม่จะให้ความสำคัญกับการออมแต่การซื้อสินค้าโดยไม่ไตร่ตรองอย่างละเอียดก็ยังเป็นจุดอ่อนสำคัญที่ทำให้เกิดการใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น

จากการสำรวจของ Deloitte พบว่า กลุ่ม Millennials หรือ Gen Y ไปจนถึง Gen Z มีแนวโน้มใช้จ่ายแบบอิงอารมณ์สูงขึ้น ในขณะที่รายงานจาก McKinsey & Company ระบุว่า พฤติกรรมการซื้อสินค้าออนไลน์ของผู้บริโภคในกลุ่มนี้มีความเปราะบางต่อแรงกระตุ้นจากการจัดโปรโมชันลดราคา การรีวิวจากอินฟลูเอนเซอร์ และการเปรียบเทียบตนเองกับผู้อื่นในโซเชียล ซึ่งมักนำไปสู่การตัดสินใจซื้ออย่างรวดเร็ว 

ลองมาดู 3 คำถามที่ควรหยิบมาใช้ก่อนกดซื้อทุกครั้ง จาก เคทีซี เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจใช้จ่ายได้อย่างมีสติ

1. เราจะใช้สิ่งนี้ภายใน 7 วันหรือไม่

ผู้ประกอบการนิยมใช้เทคนิคเพื่อเพิ่มยอดขาย อาทิ การจัดโปรโมชันลดราคาแบบจำกัดเวลา การวางสินค้าใกล้จุดชำระเงิน หรือการวางสินค้าที่มักจะซื้อคู่กันไว้ใกล้ๆ กัน เพื่อกระตุ้นให้ซื้อทั้ง 2 อย่าง ทำให้ผู้บริโภคเกิดการซื้อโดยแรงกระตุ้น (Impulse Buying) 

การตั้งตัวกรองเวลาก่อนซื้อ จะช่วยแยกความอยากได้ออกจากความจำเป็นอย่างชัดเจน หากสินค้าที่ซื้อไม่ได้ถูกใช้งานภายใน 7 วัน หรือไม่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน ถือเป็นสัญญาณเตือนว่าการซื้อนั้นไม่มีเหตุผลเพียงพอและอาจทำให้เสียเงินไปกับสิ่งที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์จริง

2. พรุ่งนี้เรายังอยากได้อยู่ไหม

ความอยากได้สินค้ามักเกิดขึ้นชั่วคราวและมักจะหายไปอย่างรวดเร็ว การเว้นระยะเวลาก่อนกลับมาตัดสินใจซื้อจะช่วยปรับอารมณ์และทำให้เห็นความจำเป็นของการเลือกซื้อสินค้ามากขึ้น แม้แบรนด์จะใช้กลยุทธ์การตลาดเพื่อเร่งการตัดสินใจ อาทิ ลดราคาวันนี้เท่านั้น หรือเหลือเพียง 3 ชิ้นสุดท้าย 

แต่บ่อยครั้งสินค้าเหล่านั้นอาจจะไม่ได้หมดเร็วอย่างที่โฆษณาไว้ การชะลอจังหวะซื้อจึงไม่เพียงช่วยประหยัดเงิน แต่ยังเป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาดในระยะยาว

3. สิ่งนี้ทำให้เรารู้สึกดีได้นานแค่ไหน

ผู้บริโภครุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับสินค้าที่สะท้อนตัวตนและอัตลักษณ์บนโลกออนไลน์ จึงเกิดปรากฏการณ์การซื้อสินค้าเพื่อความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งมากกว่าการใช้งานจริง การถามตัวเองถึงระยะเวลาของความสุขหรือความพึงพอใจที่ได้รับจากการซื้อ จะช่วยให้ตัดสินใจใช้จ่ายบนพื้นฐานของคุณค่าที่แท้จริง มากกว่าตอบสนองกระแสชั่วคราวหรือความต้องการแบบฉาบฉวย

บนโลกที่เต็มไปด้วยแรงจูงใจทางการตลาดและความสะดวกในการเข้าถึงสินค้า ผู้บริโภคจำเป็นต้องมีทักษะคิดก่อนใช้มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงานตอนต้น หรือคนรุ่นใหม่ที่ต้องให้ความสมดุลระหว่างการใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการพร้อมกับการมีรากฐานทางการเงินที่มั่นคง

การตั้งคำถามกับตัวเองก่อนตัดสินใจจะช่วยให้ทุกการใช้จ่ายมีความหมายมากกว่าที่เคย

Related Posts

“ทฤษฎีโกงความรู้สึก” เทคนิคไลฟ์สด ของ “เชน-ธนา” CEO นักไลฟ์ ทำยอดขายแตะหลักร้อยล้านบาทต่อปี
ล้มเหลวมาแล้วถึงรู้! เจ้าของ “ซิงซิง หม่าล่า” เปิดสูตรปั้นแบรนด์ให้โตหลายสาขา เรียนรู้จากคู่แข่ง - ใช้โซเชียลเรียกลูกค้า
หากระเป๋าที่เข้ากับชุดไม่ได้ เลยเริ่มสร้างแบรนด์ “Freja” ด้วยเงินเก็บ ก่อนสร้างรายได้ ก่อนสร้างรายได้ กว่า 700 ล้าน