ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น การมีทักษะด้านไอทีจึงเป็นแต้มสำคัญที่ช่วยให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีอิทธิพลต่อทุกวงการ การพัฒนาความสามารถด้านนี้ตั้งแต่วัยเยาว์จึงเป็นเหมือนการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับอนาคต
และนี่คือเรื่องราวของ น้องจิณณ์ ยศสุนทร เด็กชายวัย 11 ปี ผู้มีพรสวรรค์และความมุ่งมั่นในการเขียนโค้ดจนสามารถสร้างรายได้และคว้าแชมป์มาแล้วหลายครั้ง เรื่องราวความสำเร็จนี้เริ่มต้นจากแรงสนับสนุนของ คุณพ่อจั๋ง-อนุตร ยศสุนทร เจ้าของช่อง Jinn Kode Code ที่เห็นแววในตัวลูกตั้งแต่ยังเล็ก

เส้นทางของโปรแกรมเมอร์ตัวจิ๋ว
จากคุณพ่อที่เรียนจบและทำงานด้านคอมพิวเตอร์โดยตรง ‘พ่อจั๋ง’ จึงมีโอกาสถ่ายทอดความรู้และทักษะการเขียนโปรแกรมให้กับลูกชายตั้งแต่ยังเด็ก โดยเขาได้มีการปูพื้นฐานด้านคอมพิวเตอร์ให้กับน้องจิณณ์ได้เรียนรู้
เขาเล่าว่า ตั้งแต่น้องจิณณ์อายุ 3-4 ขวบ ก็เริ่มให้เล่นเกม Puzzle หรือเกมที่ต้องใช้ความคิดแบบ Logic เพื่อฝึกความคิดเชิงตรรกะให้กับลูก ก่อนจะขยับสู่การทำ Block Coding ในวัย 4-5 ขวบ และเห็นว่าเมื่อได้ลองทำแล้วลูกชายสามารถทำได้ มีฝีมือเกินวัยเรียน จึงตัดสินใจส่งเข้าแข่งขันเพื่อวัดความสามารถ
“ครั้งแรกเลยคือไปแข่ง Scratch ที่เป็น Block Coding ระดับประถม ปีแรกที่ไปแข่งเขาอยู่ ป.2 ก็ติด Top 10 ครับ ปีต่อมาก็เริ่มเอาจริง มีให้เรียนพิเศษเพิ่ม พอ ป.3 ไปแข่งก็ได้รางวัลที่ 1 มาครับ เป็นอะไรที่พลิกความคิดเลยว่าต้องเอาจริงแล้ว”
หลังจากนั้นพ่อจั๋งก็ได้มีการหาคุณครูชาวอินเดียมาติวเข้มให้น้องจิณณ์ ซึ่งช่วงแรกๆ ที่เรียนก็มีความเครียดจนบางครั้งมีน้ำตา แต่พอเริ่มชินแล้วก็สามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว
และได้มีการต่อยอดไปเขียนเป็น Text Coding ที่เป็นการเขียนโค้ดแบบ Advance ขึ้น ซึ่งจะต่างจากการทำ Block Coding เนื่องจากการทำบล็อกโค้ดดิ้งนั้นจะเป็นการต่อบล็อกโดยใช้วิธีจำสี รูปร่างบล็อก ซึ่งจะมีความง่ายกว่าการเขียน Text Coding
“ช่วงแรกๆ ก็ยากครับ เหมือนจะพิมพ์ตามครูอย่างเดียวเลย แต่พอเริ่มจับทางได้ หรือที่ต่อยอดจากการทำ Block Coding ก็สามารถนำมา Apply ได้หมดเลยครับ”
น้องจิณณ์ใช้เวลากว่าครึ่งปีในการเขียนโค้ดแบบ Text Coding และมีบางครั้งที่ต้องนั่งแก้บั๊ก (Bug) อยู่นานนับชั่วโมง แต่ด้วยกำลังใจจากพ่อที่พยายามให้ลูกคิดแก้ปัญหาด้วยตัวเอง ทำให้เขามีความอดทนและพัฒนาไปได้อย่างรวดเร็ว
“อย่างที่บอกคือถ้าเราไปเฉลยให้เขาปุ๊บ มันก็เหมือนขั้นตอนมันผิดไปหมด เพราะเราอยากให้เขาลองคิดเองดูก่อน ใช้เวลานานๆ ได้ แต่ก็จะพยายามให้กำลังใจ ไม่ช่วยเยอะมาก”
เมื่อถามน้องจิณณ์ว่าตอน 5 ขวบพ่อให้ทำกิจกรรมอะไรบ้าง?
น้องเล่าว่า คุณพ่อได้ลองให้ทำอะไรหลายๆ อย่าง เพื่อหาว่าชอบอะไร อย่างเมื่อก่อนก็เคยเรียนดนตรี เล่นกีฬา เล่นฟุตบอล แล้วคุณพ่อก็ให้ผมมาลองเขียนโค้ด
“ตอนแรกๆ ผมก็คิดว่าเรียนไปทำไม ไม่อยากเรียน แต่พอลองไปเรื่อยๆ ก็รู้สึกว่ามันสนุกดีครับ”
หลังจากนั้นตอนอายุประมาณ 8 ขวบ ได้เริ่มเขียนโค้ดแบบ Text Coding ใน Roblox ที่เป็นเหมือนแพลตฟอร์มให้คนเข้ามาสร้างเกมได้ ซึ่งเกมแรกที่ทำจะเป็นการนำบล็อกมาวางต่อกันเพื่อสร้างด่านให้กับผู้เล่น โดยใช้ระบบฟิสิกส์ที่ Roblox มีให้

หารายได้เสริมตั้งแต่เด็ก
เมื่อมีฝีมือก็มีโอกาสในการสร้างรายได้ น้องจิณณ์มีการรับจ้างสอนเขียนโค้ด Roblox ให้เพื่อนๆ อยู่ที่ชั่วโมงละ 350 บาท ซึ่งเป็นรายได้ก้อนแรกๆ ที่ทำให้เขาได้เรียนรู้การใช้เงิน
และยิ่งไปกว่านั้นน้องจิณณ์ยังเคยรับงานใหญ่จาก DEPA (สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล) ในการทำเวิร์กช็อปวิดีโอความยาว 25 ชั่วโมงร่วมกับคุณพ่อ ซึ่งสามารถสร้างรายได้ถึงหลักแสนเลยทีเดียว
นอกจากนี้ยังมีการทำคลิปสอนผ่านช่องทางออนไลน์ เพราะพ่อจั๋งมองว่าการที่ให้น้องได้สอนคนอื่นเป็นเหมือนการทวนตัวเอง
“เราต้องเข้าใจสิ่งที่เราทำจริงๆ ถึงจะอธิบายให้คนอื่นเข้าใจได้ และในแง่ของการเป็นอินฟลูฯ การสอนหรือการทำคลิป เป็นเหมือนการยืนยันว่าที่เราทำไม่ได้เฟกนะ เป็นอีกเหตุผลที่มีคนชื่นชมน้องค่อนข้างเยอะครับ เพราะเขาสามารถอธิบายสิ่งที่ทำได้อย่างชัดเจน”
ปัจจุบันน้องจิณณ์ยังคงมีการฝึกฝนและพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคุณพ่อก็มีการเตรียมความพร้อมด้วยการให้เริ่มเรียนคณิตศาสตร์ เพื่อเป้าหมายใหญ่อีกหนึ่งสิ่งในอนาคตนั่นคือการเข้าค่ายโอลิมปิกคอมพ์
โดยน้องจิณณ์ บอกว่า เป้าหมายในอนาคตอยากเป็น Game Developer มืออาชีพ เพราะได้แรงบันดาลใจมาจาก Toby Fox ผู้สร้างเกม Undertale ที่สามารถสร้างเกมและเพลงประกอบด้วยตัวเองได้อย่างน่าทึ่ง

คำแนะนำจากพ่อจั๋ง
“การที่จะเขียนโค้ดหรือฝึกทำโปรแกรมนั้น จะต้องมีเรื่องของ Logic และที่สำคัญ ต้องมีความอดทนมากๆ เพราะบางครั้งการแก้โจทย์ปัญหาจะต้องใช้เวลานาน”
ก่อนจะกล่าวเสริมอีกว่า
“ผมคิดว่าเราต้องทำอะไรที่เขาชอบที่เขาอิน อย่าง Roblox ก็สามารถแทรกโจทย์ปัญหาเข้าไปในเกมได้ เป็นการเรียนรู้พื้นฐานการเขียนโปรแกรมได้ส่วนหนึ่ง ซึ่งพอทำสิ่งที่เด็กชอบแล้วมันก็จะง่ายขึ้นสำหรับเรา”
แล้วก็ได้มีการผลักดันให้ลูกได้ออกไปเจอกับประสบการณ์ใหม่ๆ อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการให้ไปแข่งขันข้ามระดับชั้น เพราะอยากให้เห็นว่ายังมีคนที่เก่งกว่าเราอีกมากมาย
นอกจากนี้ ทางโรงเรียนก็เข้าใจและสนับสนุนเป็นอย่างดี ด้วยการอนุญาตให้ลาเรียนเพื่อที่จะไปแข่งขันและทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อเปิดโอกาสให้ได้หาประสบการณ์นอกห้องเรียน
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ 4 กันยายน 2568
