Exclusive Featured SMEs

จากผลงานนักศึกษา สู่ Hole of Babin กระเป๋ารีไซเคิล ที่เล่ารากเหง้าไทยให้เป็นแฟชั่น สร้างรายได้ส่งตัวเองเรียนในวัย 19 

การสร้างธุรกิจไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นด้วยความยิ่งใหญ่ หรือเงินทุนมากมายเสมอไป แต่สามารถเกิดขึ้นได้จากโอกาสเล็กๆ ที่มาพร้อมแพชชันอันแรงกล้า 

เช่นเดียวกับเส้นทางของ คุณเมญ่า-ศุภกฤต พลเสน นักศึกษาแฟชั่นดีไซน์วัยเพียง 19 ปี เด็กต่างจังหวัดที่หลงใหลในงานแฟชั่น วันนี้เธอคือเจ้าของแบรนด์ “Hole of Babin (
โฮลออฟบ้าบิ่น)” กระเป๋ารีไซเคิลจากขวดน้ำพลาสติก ที่ไม่เพียงช่วยลดขยะ แต่ยังสร้างรายได้และความภาคภูมิใจ ส่งตัวเองเรียนได้สำเร็จ

กระเป๋าแบรนด์ Hole of Babin
กระเป๋าแบรนด์ Hole of Babin

โปรเจ็กต์ส่งครูสู่แบรนด์

คุณเมญ่า เล่าให้เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ฟังว่า จุดเริ่มต้นของแบรนด์ Hole of Babin มาจากโปรเจ็กต์ในห้องเรียน สาขาวิชาการออกแบบแฟชั่นและสินค้าไลฟ์สไตล์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

“ตอนนั้นอาจารย์ให้ทำงานออกแบบกระเป๋าที่ต้องมีเรื่องราว เราก็เลยหยิบความเป็นไทยมาเล่าผ่านสิ่งใกล้ตัวที่คุ้นเคย อย่างชีวิตในท้องทุ่งและเพลงลูกทุ่ง พอทำออกมา กลายเป็นว่าคนรอบตัวชอบและให้กำลังใจ เลยลองต่อยอดทำขายจริงๆ จนกลายเป็นแบรนด์ที่เราสร้างขึ้นมา”

ความรักในงานแฟชั่นของคุณเมญ่า เริ่มต้นมาตั้งแต่วัยเด็ก เธอซึมซับวิถีชีวิตจากคุณยายที่ชอบพาไปชมวงดนตรีลูกทุ่งตามงานเลี้ยงในต่างจังหวัด ทำให้หลงใหลในความสวยงามของชุดแดนเซอร์ที่แต่งกันแบบจัดเต็ม เธอจึงเริ่มต้นทำเสื้อผ้าเองในวัย 6 ขวบ ตั้งแต่ชุดตุ๊กตา ไปจนถึงเสื้อผ้าสำหรับคนจริงๆ 

และสิ่งที่หล่อหลอมให้รักในงานแฟชั่นเป็นอย่างมาก คือการได้เรียนรู้จากชุมชนทอผ้าบ้านบ่อกรุ ทำให้เข้าใจว่าผ้าทอไม่ใช่ผืนผ้า แต่เป็นงานที่เต็มไปด้วยจิตวิญญาณและความตั้งใจของผู้ทอ กว่าจะได้ผ้า 1 ผืน ต้องใช้ทั้งเวลา ความประณีต และความมุ่งมั่นเป็นอย่างมาก จึงทำให้เธงมุ่งเรียนแฟชั่นอย่างจริงจังถึงปัจจุบัน 

เป็นไทย แต่ดูไม่เชย

คุณเมญ่า เล่าต่อถึงแนวคิดหลักของแบรนด์ Hole of Babin คือการสะท้อนความเป็นไทย ที่ไม่จำเป็นต้องดั้งเดิมไปเสียทั้งหมด แต่เป็นการนำมาตีความใหม่ให้มีความร่วมสมัยมากขึ้น เช่น การหยิบลวดลายจากของใช้พื้นบ้าน ที่มีสีสันสดใสแบบไทย อย่าง “ถาดสังกะสี” ที่ทุกบ้านเคยใช้ มาเป็นลวดลายบนกระเป๋า ทำให้ความเป็นไทย กลายเป็นแฟชั่นร่วมสมัยขึ้นมาทันที

แม้จะมีแนวคิดหลักและไอเดียสุดบรรเจิด แต่ในกระบวนการทำ ย่อมมีความท้าทาย คือทำยังไงให้มีความเป็นไทย แต่ดูไม่เชย 

“การบาลานซ์ระหว่างดีไซน์แฟชั่นกับความดั้งเดิมนี่แหละยากที่สุด ต้องหาจุดตรงกลางทำให้คนรุ่นใหม่เห็นแล้วอยากใช้ แต่ก็ยังไม่ทิ้งรากเหง้าไทยๆ ของเรา” คุณเมญ่า เล่าให้ฟัง

กระเป๋าแบรนด์ Hole of Babin
กระเป๋าแบรนด์ Hole of Babin

รีไซเคิลด้วยมือ

หัวใจสำคัญของแบรนด์ Hole of Babin คือกระบวนการ “รีไซเคิลด้วยมือ” ซึ่งเต็มไปด้วยความประณีต กระเป๋า 1 ใบจึงใช้เวลาทำยาวนาน 12 ชั่วโมง 

โดยเริ่มตั้งแต่การหาวัสดุ จากการรับซื้อของเก่า และหาขวดโค้กพลาสติก หรือขวดน้ำอัดลมด้วยเอง จากนั้นนำมาสู่กระบวนการแปรรูป นำพลาสติกมาล้างทำความสะอาด ตัดขึ้นรูปเป็นทรงกลม แล้วเพิ่มความแกร่ง ด้วยการเจาะรู ลนไฟ เพื่อหลอมให้พลาสติกมีความแข็งแรงและคงทนมากขึ้น

สุดท้ายคือ ขั้นตอนการประกอบ ให้ตัดผ้าและเย็บประกอบทรงตามแพตเทิร์น แล้วนำแผ่นพลาสติกที่เตรียมไว้มาประกอบเข้าด้วยกัน ซึ่งต้องใช้เทคนิคงานฝีมือ

“วัสดุที่เราใช้มีความแข็งแรงและยืดหยุ่น ความคงทนถือว่าดีมาก เพราะวัสดุจริงแข็งแรงอยู่แล้ว เราแค่เปลี่ยนรูปแบบให้ใช้งานได้ใหม่”

ปัจจุบันคุณเมญ่าสามารถผลิตกระเป๋าได้ประมาณ 30–50 ใบต่อเดือน ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของแบบ “เพราะทำเองทุกขั้นตอน” ราคาเริ่มต้นใบละ 690 บาท แต่มีแผนในอนาคต หาคนมาช่วยผลิต หรือหาวิธีเพิ่มกำลังการผลิต เพื่อรองรับออร์เดอร์ที่เพิ่มขึ้น

กระเป๋าแบรนด์ Hole of Babin
กระเป๋าแบรนด์ Hole of Babin

จุดกระแสจากโซเชียล

ย้อนกลับไปถึงการสร้างแบรนด์ คุณเมญ่า บอกว่า ในตอนแรกไม่ได้วางแผนขายจริงจัง แค่ทำเป็นโปรเจ็กต์ในห้องเรียน แต่ทันทีที่โพสต์รูปลงโซเชียล ก็มีคนให้ความสนใจและอยากสั่งซื้อเข้ามา ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่เห็นจาก TikTok และ Instagram ของเธอเอง กลายเป็นว่าแบรนด์โตขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว

“ขายได้ออร์เดอร์แรก รู้สึกดีใจมาก น้ำตาจะไหลเลย เพราะมันไม่ใช่แค่ขายได้ แต่มันคือการยืนยันว่าสิ่งที่เราทำมีคนเห็นค่า หลังจากนั้นก็มีออร์เดอร์เข้ามาเรื่อยๆ จนบางช่วงผลิตแทบไม่ทัน”

คุณเมญ่า เชื่อว่า เอกลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุด ทำให้ยอดซื้อถล่มทลายในชั่วข้ามคืนคือ ลายไทยที่ถูกตีความใหม่ ซึ่งมันไม่เหมือนใครและไม่เคยมีในท้องตลาดมาก่อน ทำให้เกิดการแชร์ต่อจนกลายเป็นกระแส

ปัจจุบันช่องทางการสั่งซื้อหลักๆ คือ Instagram, TikTok และ Facebook ของแบรนด์ แต่ในอนาคต มีแผนขยายไปยังแพลตฟอร์ม อย่าง Shopee, Lazada และหาช่องทางวางจำหน่ายในร้านมัลติแบรนด์ เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าวัยรุ่น นักศึกษา และวัยทำงานที่ชอบของมีเสน่ห์ไม่ซ้ำใคร

ความภูมิใจที่เหนือกว่ายอดขาย

เมื่อถามถึงเรื่องรายได้ คุณเมญ่า บอกอย่างตรงไปตรงมาว่า “รายได้ขึ้นอยู่กับช่วง ช่วงไวรัลอาจแตะ 5-6 หลักต่อเดือน แต่บางเดือนก็ลดลง เพราะทำเองทุกขั้นตอน แต่โดยรวมถือว่าพอส่งเสียตัวเองเรียนได้ และยังเก็บเป็นทุนต่อยอดแบรนด์”

ประกอบกับผลตอบรับจากคอลเล็กชันใหม่ๆ ยิ่งทำให้มั่นใจ 

“ลูกค้าสนุกไปกับการเห็นเราตีความเป็นไทยในรูปแบบใหม่ แต่ละคอลเล็กชันจะมีแฟนคลับเฉพาะกลุ่มรอเก็บสะสม ทำให้ขายดีขึ้นเยอะมาก และทำให้เราอยากออกคอลเล็กชันใหม่มาเรื่อยๆ ความฝันสูงสุดของเราคือการพาแบรนด์ Hole of Babin ไปเฉิดฉายระดับโลก ไปยืนอยู่ในห้างใหญ่ๆ หรือเวทีแฟชั่นโชว์ระดับสากลได้”

และสุดท้าย สิ่งที่ภูมิใจที่สุดในฐานะเจ้าของธุรกิจที่หาเงินส่งตัวเองเรียนได้ตั้งแต่อายุ 19 ปี

“ความภูมิใจที่สุดของเรา ไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขยอดขายหรือรายได้เพียงอย่างเดียว แต่คือการได้พิสูจน์ให้ตัวเองเห็นว่า เด็กอายุ 19 คนหนึ่งที่เริ่มต้นจากห้องเรียนเล็กๆ สามารถเปลี่ยนความฝันให้เป็นรูปธรรม และใช้มันเลี้ยงดูชีวิตตัวเองได้ 

ที่สำคัญคือ ทุกใบที่ตัดเย็บ ทุกลวดลายที่ถ่ายทอด ล้วนเป็นบทบันทึกเล็กๆ ที่บอกเล่าความเป็นไทย และเราได้เป็นส่วนหนึ่งในการทำให้มันยังคงมีชีวิตอยู่บนแฟชั่นร่วมสมัย นั่นคือความภาคภูมิใจสูงสุด ของ Hole of Babin และของตัวเราเอง”

ผู้เขียน พรนับพัน ภู่ขันเงิน

เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ 20 ตุลาคม 2568

Related Posts

สบายใจ ไม่รวย แต่พอกิน! คนรุ่นใหม่ทำเกษตร ปลูกผักสลัดบนดอย มีรายได้หลักหมื่น
“โก๋แก่” แตกไลน์เปิดตัว “โก๋นมถั่ว” (Nut Milk Bar) พร้อมเมนูถั่วสุดฟิน ปักหมุดสาขาใหม่ “ซีคอนบางแค” 1 มิ.ย. นี้!
นางไปรยา ไทยชาติ ผู้อำนวยการฝ่ายพาณิชย์ บริษัท เพ็ญภาค เบฟเวอเรจ จำกัด
FULLFISH เปิดจักรวาล “Fulltopia” ครั้งแรกบนเวที THAIFEX 2026 ปิดดีลผู้นำเข้าจาก 6 ประเทศ