Exclusive Featured SMEs

เกือบหลับ แต่กลับมาปัง! เมนูลับ ย่านท่าพระ กระแส “โรลสุขภาพ” ที่ลูกค้าตั้งชื่อให้ พร้อมเทใจขายหมดภายใน 2 ชั่วโมง

หากเดินผ่านบ้านเล็กๆ หลังหนึ่งในท่าพระ อาจจะได้กลิ่นหอมกรุ่นของขนมปังลอยออกมาตามลม เป็นร้านเบเกอรี่โฮมเมดที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของความ “Old School” 

ในคอลัมน์ #Entreprenuer “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ได้มีโอกาสคุยกับ คุณเบ็ญจี้-ศุภมาส ศรีศุภผล เจ้าของ SAKI CLUB (ซากี คลับ) ร้านเบเกอรี่สุดไวรัล ที่เกือบจะปิดกิจการ แต่กลับมาได้ด้วยพลังรีวิว ขายหมดภายใน 2 ชั่วโมง

จุดเริ่มต้น…รสชาติความทรงจำ

เธอเริ่มบทสนทนาด้วยเรื่องราววัยเด็ก ที่สมัยเรียนคุณแม่จะเป็นคนคอยไปรับ-ส่ง ซึ่งเธอเล่าว่า ก่อนกลับบ้านทุกครั้งจะต้องแวะไปซื้อเอแคลร์ที่อยู่แถวโรงเรียน เมื่อนึกถึงรสชาติตอนนั้นก็ทำให้เกิดความคิดถึงขนมรสชาติแบบนี้

จึงเริ่มคุยกับที่บ้านว่าอยากทำขนมสไตล์ Old School โดยเริ่มจากขายผ่านออนไลน์ ช่องทางดีลิเวอรี จนปัจจุบันเข้าสู่ปีที่ 10 แล้ว

เดิมเธอทำงานประจำเป็น Marketing Manager อยู่ที่ Centara แต่เนื่องจากเริ่มหมดแพชชันกับงานที่ทำ จึงมองหาอาชีพที่ 2 

ก่อนจะเล่าต่อว่า “เรามีเพื่อนสนิทขายเสื้อผ้าที่ประตูน้ำ ซึ่งขายดีมาก แล้วตอนนั้นรู้สึกไม่มีแพชชันในการทำงานโรงแรม เลยคิดว่าทำอะไรดี ซึ่งเราชอบกินเอแคลร์เป็นชีวิตจิตใจ เรามีน้องสาวเป็นคนทำขนม เลยถามน้องว่าทำขนมให้หน่อยได้ไหม จะทำร้านเป็นออนไลน์ ตอนแรกที่ทำไม่ได้คิดว่าจะทำจริงจัง เริ่มแรกกะจะทำเป็นงานเสริม”

ซึ่งจากประสบการณ์การทำงานโรงแรมที่ได้เจอผู้คนมากมาย ทั้งดาราคนดัง ก็มีโอกาสให้เขาได้ลองชิม ปรากฏว่าพวกเขาชอบ เลยโพสต์ขนมของเธอลงโซเชียลให้แบบฟรีๆ ทำให้ได้ลูกค้าเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ และเริ่มนำคนที่บ้านมาช่วยทำขนม 

เธอเล่าต่อว่า รสชาติ Old School 100% เดี๋ยวนี้หาทานยาก จึงลองเอาสิ่งเหล่านี้มาปรับเป็นสูตรของเราเอง โดยที่ไม่ใช้มาร์การีน ทำให้นุ่มขึ้น และเอาความรู้จากขนมฝรั่งมาใส่เป็นขนม Old School ที่จะมีความนุ่ม หอมเนยกว่าปกติ 

โดยที่มาของชื่อร้านที่หลายคนอาจจะสงสัยว่ามีความหมายว่าอะไร เธอเล่าว่า SAKI CLUB ชื่อนี้อ่านว่า ซากี คลับ ซึ่งคำว่า ซากี มาจากชื่อมุสลิมของเธอเอง และคำว่า คลับ มาจากคลับญาติพี่น้อง ที่มาทำจนเป็นธุรกิจครอบครัว 

จุดเปลี่ยนสำคัญ

“ตอนโควิดเราแต่งงานกับชาวต่างชาติ แต่ว่ายังไม่ได้บินมาอยู่ที่ต่างประเทศ เพราะต้องอยู่จัดการว่าจะทำยังไงให้เราสามารถบริหารร้านจากที่อเมริกาได้”

ซึ่งพอมาอยู่ที่ต่างประเทศ อุปสรรคอย่างแรกที่ต้องเจอคือเรื่องของเวลา เพราะเวลาห่างกันถึง 12 ชั่วโมง อุปสรรคหลักๆ คือเรื่องการนอน เรื่องสุขภาพจิต แต่โชคดีตรงที่มีพนักงานที่อยู่หน้าร้าน 

“ถ้าคนทำขนมจะรู้ว่าไม่ได้ทำง่าย ทำแล้วทิ้งเยอะมาก เพราะว่าถ้าแป้งไม่ได้ก็คือไม่ได้เลย ถ้าสมมติว่าขายไม่ได้เอามาขายต่อไม่ได้เราก็ต้องทิ้ง”

ขายหมดภายใน 2 ชั่วโมง

ขนมที่ร้านจะมีบอกตลอดว่ามีตัวไหนบ้าง อย่างรอบเช้าจะเริ่มทำตั้งแต่ตอนตี 4 ขายผ่านทางออนไลน์ และรอบบ่ายเป็นการจัดส่งและขายหน้าร้าน

เธอเล่าว่า ขนมปังเนยสด เคยทำวันละ 200 ชิ้น ขายหมดภายในชั่วโมงเดียว หรือเอแคลร์ครีมทำประมาณ 1,500 ลูกก็หมดแล้ว รอบแรกเริ่มขายตอน 7 โมง ขนมจะทำออกน้อยมาก เพราะจำนวนคนทำไม่ได้มีเยอะ

อย่างเค้กกล้วยหอมเรา 2 ชั่วโมงขายหมด หรือเมนูไวรัลตอนนี้ คือ “โรลสุขภาพ” ซึ่งที่มาของชื่อนี้ลูกค้าตั้งให้ เพราะว่าไม่ใส่น้ำตาล ได้ความหวานจากมะพร้าว 

กลับมาได้เพราะพลังรีวิว

“ตอนแรกตั้งใจจะปิดร้านในปีนี้แล้วด้วยซ้ำ เพราะรู้สึกว่าคนก็ไม่ได้สนใจเรา พอโควิดร้านขนมก็เยอะขึ้น ขนมเราไม่ใช่สิ่งที่ลูกค้าต้องการหรือเปล่า ก็คุยกับแม่ว่าจะปิดดีไหม เพราะเราขายออนไลน์ แล้วปัญหามันเยอะ ณ ตอนนั้นเราก็ท้องด้วย มันคงถึงเวลาแล้วแหละที่ต้องปิด”

แต่ก็สามารถกลับมาได้ด้วย “พลังรีวิว” จากช่อง เด็กชายภีมไม่กินผัก ที่มารีวิวขนม จนกลายเป็นไวรัล และทำให้ร้านกลับมาแมสอีกครั้งหนึ่งเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา

ฝากข้อคิดถึงผู้ประกอบการ

“อยากจะบอกว่า ไม่ว่าจะยุคไหน นายกฯ ท่านไหน ก็จะได้ยินคำว่า เศรษฐกิจไม่ดี จึงอยากฝากถึงเรื่องแพชชัน เพราะถ้ามีแพชชันกับสิ่งที่ทำ สักวันจะมีคนเห็นเอง”

Related Posts

คุยกับ ‘NYŪ’ แบรนด์ไทยคิดต่าง
เริ่มธุรกิจเสริมจาก Pain Point ใกล้ตัว เมื่อหา “ม็อกเทล” ที่ถูกใจไม่ได้ สองแม่ลูกเลยทำขายเอง สร้างรายได้ 16 ล้านในเวลาไม่ถึงปี
NUTS, YES! อ่านว่า “นัทส์ เยส” แบรนด์นมถั่วน้องใหม่ ชื่อปั่น รู้ไหมทำไมต้องตั้งชื่อกำกวม
Tinder เผย 85% คนโสดไทยรู้สึกเหงา แต่ยังเปิดใจสร้างความสัมพันธ์ใหม่ๆ และเชื่อว่าจะได้เจอ “คนที่ใช่”