เรื่องราวของ “เจคอบ แอนสัน” วัย 31 ปี เจ้าของร้านเบเกิล Brazen Bagels ที่เปิดขายในโชว์รูมรถ เมืองเดียร์บอร์น รัฐมิชิแกน จนสามารถสร้างรายได้ปีละ 200,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 6.4 ล้านบาท
เจคอปเคยทำงานขายยางรถมือสองในบริษัทแห่งหนึ่ง เขารู้สึกหมดไฟในการทำงานจึงตัดสินใจลาออกในปี 2021 พร้อมกับมองหาอะไรใหม่ๆ ทำ จนได้เห็นวิดีโอร้านเบเกิลแห่งหนึ่งในนิวยอร์กที่มีคนต่อคิวยาว เขาจึงเริ่มทำเบเกิลสไตล์นิวยอร์กในครัวที่บ้าน ซึ่งใช้เวลาฝึกฝนและทดลองสูตรนานถึง 4 เดือน ขณะเดียวกันก็ทำงานเป็นไรเดอร์ส่งอาหารเพื่อหารายได้ประคองตัวไปด้วย
“เป็นเวลาหลายเดือนที่ผมไม่ได้นั่งพักเลย ไม่ได้หยุดอบขนม ถ้าผมเหนื่อยหรือรู้สึกไม่ค่อยอยากทำ ผมก็จะโยนทุกอย่างลงในเครื่องผสมแล้วคิดว่า ผมจะไม่ทิ้งมันไปเปล่าๆ ลองทำซ้ำอีกครั้งดีกว่า” เจคอปเล่าเสริม

หลังจากได้สูตรที่ลงตัว เจคอปเลือกเปิดร้าน Brazen Bagels ในโซเชียลมีเดียอย่างอินสตาแกรมและเฟซบุ๊กในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2022 พร้อมกับใช้บัตรเครดิตเต็มวงเงินมาเป็นเงินทุนในการซื้อเตาอบกับเครื่องผสมแป้ง
เขาตัดสินใจนำเบเกิลที่เหลือไปแจกตามร้านค้าในละแวกนั้น หนึ่งในนั้นคือร้านเบอร์เกอร์ฝั่งตรงข้าม ซึ่งเจ้าของไม่เคยกินเบเกิลมาก่อนเลย แต่เมื่อได้ลองกินแล้วกลับชอบมากจนชวนเขาเข้ามาขายเบเกิลในร้านทุกวันตั้งแต่ 6 โมงเช้าถึง 10 โมงเช้า
ตลอด 7 เดือนที่ขายอยู่ในร้านเบอร์เกอร์ เขาสามารถขายเบเกิลได้ประมาณ 10,000 ชิ้น มีกำไรวันละประมาณ 300 ดอลลาร์ หรือประมาณ 9 พันกว่าบาท ซึ่งมากพอจะพิสูจน์ให้เห็นว่าธุรกิจนี้สามารถไปต่อได้ และช่วยให้เขาปลดหนี้บัตรเครดิตได้สำเร็จ แต่หลังจากแบ่งรายได้กับเจ้าของร้านเบอร์เกอร์แล้ว เงินจำนวนดังกล่าวก็ยังไม่เพียงพอสำหรับการใช้ชีวิต
เพื่อประคองสถานะการเงินของตัวเอง เขาตัดสินใจขายรถยนต์ของตัวเองพร้อมกับเปลี่ยนมาเดินไปทำงานทุกวัน และบางครั้งก็ยืมรถยนต์ของภรรยามาใช้
จนกระทั่งภรรยาของเขาลาออกจากงานมาช่วยทำธุรกิจ ทั้งคู่ก็ต้องใช้ชีวิตแบบประหยัดด้วยการยกเลิกบริการสมัครสมาชิกทั้งหมด ทำอาหารกินเองทุกมื้อ และหาทุกวิถีทางในการประหยัดเงินสดให้ได้มากที่สุด
กระทั่งปี 2023 โชว์รูมรถยนต์ Ford ซึ่งเป็นลูกค้าที่สั่งเบเกิลอยู่เป็นประจำได้ชวนให้เขาย้ายมาเปิดร้านในพื้นที่คาเฟ่ขนาดเล็กภายในโชว์รูม
โดยในช่วง 12 เดือนถัดมา ร้านของเขาทำรายได้ราว 130,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 4.1 ล้านบาท และเพิ่มขึ้นเป็น 200,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 6.4 ล้านบาทในช่วงเดือนมิถุนายน 2024 ถึงมิถุนายน 2025 และคาดว่าจะเติบโตถึง 250,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 8 ล้านบาทในอีก 12 เดือนข้างหน้า
ปัจจุบันเขามีพาร์ตเนอร์ขายส่งให้ร้านกาแฟหนึ่งแห่ง ซึ่งรับเบเกิลไปราว 28 โหลต่อสัปดาห์ คิดเป็นประมาณ 12% ของรายได้ทั้งหมด ส่วนรายได้ที่เหลือมาจากหน้าร้าน ซึ่งมีลูกค้าประจำแวะเวียนเข้ามาทั้งก่อนเข้างาน ช่วงพักกลางวัน หรือแม้แต่ช่วงดึก
อ้างอิงข้อมูลจาก https://www.cnbc.com/2025/09/05/brazen-bagels-owner-how-i-built-profitable-bagel-shop-after-quitting-job.html
