Exclusive Featured SMEs

จากโคราชสู่มหานครนิวยอร์ก! คุยกับ ‘คุณจอม’ อดีตหัวหน้าบัตเลอร์ผู้ดูแลคนระดับโลก สู่ร้านอาหารไทยพื้นถิ่น ที่คว้ามิชลินใน 5 เดือน

มนุษย์เราสัมผัสและรับความสุขเข้ามาเติมเต็มในใจได้ 6 ทาง ผ่านตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ แต่ทางที่หยั่งรากลึกและอยู่กับเราได้ยาวนานที่สุดก็คือ “อาหารที่เราทานเข้าไป” 

สำหรับ คุณจอม-ภูมิพันธ์ เอี่ยมปรเมศวร์ ผู้ก่อตั้ง “บ้านนอกเข้ากรุง” ร้านอาหารไทยพื้นถิ่นโคราช ที่ทุกความสุข ความสำเร็จล้วนมีจุดเริ่มต้นมาจาก “รสมือแม่” เป็นอาหารที่ทานเข้าไปแล้วสัมผัสได้ถึงความสุขอย่างบอกไม่ถูก

ทั้งคนในครอบครัว แขกเหรื่อที่มาเยี่ยมเยือนบ้าน หรือแม้กระทั่งชาวต่างชาติที่ได้ลิ้มลอง ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “อาหารของแม่คุณจอม ทานแล้วมีความสุขอย่างบอกไม่ถูกจริงๆ”

วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาทุกคนไปร่วมพูดคุยและเจาะลึกทุกแง่มุมชีวิตของ ‘คุณจอม’ อดีตหัวหน้าบัตเลอร์ที่ดูแลคนระดับโลกมาอย่างมากมาย จนมาสู่การเปิดร้านอาหารพื้นถิ่นโคราชตำรับคุณแม่ ที่สามารถคว้ารางวัลมิชลินได้ภายใน 5 เดือน

จากโคราช…สู่มหานครนิวยอร์ก

ย้อนกลับไปในอดีต คุณแม่และคุณพ่อของคุณจอมเติบโตมาในสองตระกูลใหญ่ แห่งตำบลโคกกรวดและอำเภอขามทะเลสอ จังหวัดนครราชสีมา โดยมีทางรถไฟเป็นเส้นกั้นระหว่างสองตระกูลนี้

นี่คือเหตุผลว่าทำไมหน้าร้าน บ้านนอกเข้ากรุง ถึงมี “เก้าอี้รถไฟ” และทำไมถึงใช้ “ชะลอม” เป็นโลโก้ เพราะชะลอมคือตัวแทนของคนบ้านนอกในสมัยก่อนที่หิ้วติดตัวเข้ากรุง นำเอาของดีที่สุดมาให้คนที่เขารักเป็นของฝากหรือเอามาทานเองให้หายคิดถึงบ้าน

ดังนั้นเรื่องราวชีวิตที่ผ่านมาทั้งหมดของคุณจอม ล้วนเกิดจากอาหารที่คุณแม่ทำด้วยความรัก และกลายเป็นพลังขับเคลื่อนให้คุณจอมประสบความสำเร็จในทุกย่างก้าวของชีวิต พาตัวเองไปไกลถึงมหานครนิวยอร์ก

คุณจอมเริ่มต้นอาชีพจากจุดเล็กๆ ในตำแหน่งจูเนียร์บัตเลอร์ที่ โรงแรมเซนต์รีจิส (The St. Regis New York) โรงแรมระดับท็อปอันดับหนึ่งและเป็นแห่งแรกที่มีระบบบัตเลอร์เซอร์วิสทุกห้องในอเมริกา

“จอมบอกเลยว่าสิ่งนี้เป็นความภาคภูมิใจ เพราะเราได้รับการสอนว่า You don’t have to be rich to be proper. (คุณไม่จำเป็นต้องรวยเพื่อที่จะทำตัวให้ถูกต้องและงดงาม) เพราะเราจะต้องทำงานให้คนระดับโลก ทำงานให้คนที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้ลากมากดีตั้งแต่ในโบราณ พอเขาสอนมาแบบนี้ทำให้เห็นว่าเราไม่จำเป็นต้องเกิดมาในตระกูลผู้ดีที่จะเป็นผู้ดี”

ด้วยทัศนคติที่ได้รับการหล่อหลอมจากหัวหน้าบัตเลอร์แห่งพระราชวังเคนซิงตัน (Kensington Palace) ทำให้ภายในเวลาเพียง 3 ปี คุณจอมก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง “หัวหน้าแผนกบัตเลอร์” ซึ่งมีบัตเลอร์ทั้งหมด 50 คน และได้รับเลือกให้ดูแลบุคคลระดับโลก ทั้งมหากษัตริย์ ราชวงศ์ และมหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของโลก

ก่อนจะเล่าต่อว่า ระหว่างทำงานที่โรงแรมเซนต์รีจิส เขามีโอกาสได้ไปทำงานกับเจ้าของทีวีที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกา ซึ่งเป็นครอบครัวที่รวยติดท็อป 50 ของอเมริกา 

“จอมเป็นบัตเลอร์คนไทยที่รู้เรื่องการนวดไทย รู้เรื่องอาหารไทยอย่างเต็มเปี่ยม ดังนั้นในวันหยุดของเชฟประจำบ้าน เราก็เอาอาหารไทยไปทำ ซึ่งเป็นสิ่งที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากตอนเด็ก”

หากย้อนกลับไปในช่วงที่คุณจอมยังเด็ก เขามีโอกาสได้ไปวิ่งเล่นในฐานทัพอเมริกันที่โคราช เนื่องจากคุณพ่อเป็นทหารอากาศ โดยในช่วงที่เขาอายุ 4-5 ขวบ เป็นยุคของสงครามเวียดนาม ทำให้ได้เห็นที่พัก เห็นอาหารอเมริกันแบบโคราช

การเติบโตสู่ “บ้านนอกเข้ากรุง City Edition”

หลังจากกลับมาเมืองไทยและทำงานเป็นที่ปรึกษาให้กับองค์กรและโรงแรมชั้นนำเกือบ 15 ปี คุณจอมตั้งใจจะเกษียณตัวเองเพื่อมาอยู่กับคุณแม่ จึงคิดว่าจะยกสูตรอาหารที่ทานมาทั้งชีวิตให้กับ คุณสิริโสภา จุลเสวก และคุณยูกิ-นราวดี ศรีกาญจนา แห่ง Nara Group (นารากรุ๊ป) 

“ดังนั้นสุภาพสตรีทั้งสองท่านก็ตกลงปลงใจว่าจะไปเรียนรู้สูตรอาหารของคุณแม่ แต่ปรากฏว่าพอไปถึงบ้าน ได้สัมผัสเรื่องราวความขลังของทุกอย่างที่บ้านที่โคราช คุณยูกิก็พูดเองเลยว่า “เราเอามาไม่ได้ค่ะ จอมมาทำให้คุณแม่ แล้วนารากรุ๊ปจะเป็นแบ็กอัพให้กับแบรนด์” ซึ่งก็ตั้งใจเลยว่าจะเป็นบ้านนอกเข้ากรุง”

ซึ่งสร้างความสำเร็จเป็นอย่างมาก การันตีด้วยการได้รับเลือกให้อยู่ใน มิชลิน ไกด์ (Michelin Guide) หลังจากเปิดร้านได้เพียง 5 เดือน และได้รับต่อเนื่องมาจนถึงปีที่ 3

“คราวนี้พอเราจะเปิดร้านใหม่ เรื่องราวมันยังมีการเดินทางต่อ เพราะฉะนั้นจอมคิดว่าจะเป็นแค่อาหารโคราชไม่ได้ ชีวิตจอมก็มีการเดินทาง มีอะไรใหม่ๆ ในชีวิตทุกวันเพราะฉะนั้นก็ควรจะเป็นเรื่องราวต่อเนื่อง

ดังนั้นจอมก็เลยคิดว่าการเดินทางของเรื่องราว มันควรจะเป็นโคราชซิตี้เมนู บางกอกซิตี้เมนู และนิวยอร์กซิตี้เมนู ดังนั้นสามเมืองในชีวิตจอมมันมีความเป็นซิตี้ ก็เลยเรียกว่า บ้านนอกเข้ากรุง City Edition”

ปรัชญาการบริการสุดพรีเมียม

ความสำเร็จของบ้านนอกเข้ากรุงไม่ได้หยุดอยู่แค่รสชาติอาหาร แต่รวมถึง “มาตรฐานการบริการ” ที่ทำให้หลายคนยอมรับ

“จอมเติบโตมาในยุคสมัยที่บ้านเรามีโรงแรม 5-6 ดาว เต็มไปหมด ถ้าอยากได้บริการดีๆ บรรยากาศที่ดีๆ กว่าร้านอาหารทั่วไปจะเข้าไปในโรงแรม 

แต่ทุกวันนี้สังคมเปลี่ยน ในห้างกลายเป็นที่ที่คุณจะพาแขกผู้ใหญ่มาสร้างความประทับใจ จอมเลยคิดว่าสิ่งที่เราได้เรียนรู้ตั้งแต่อายุน้อยๆ เคยไปโชว์ให้ฝรั่งเห็นที่เมืองนอก แล้วทำไมเราไม่เอาสิ่งนั้นกลับเข้ามาใส่ในห้าง ทำให้เป็นได้ทั้งโรงแรม คนเดินในห้าง ก็เข้ามาทานได้”

ก่อนจะเล่าต่อว่า เมืองใหญ่ทุกเมืองจะมีความเป็นสากล ดังนั้นเลยเอาความเป็นโรงแรม ความเป็นเมืองหลวง ความเป็น all day dining ที่รู้สึกถึงเอเนอร์จี้ของความเป็นเมืองกรุงมาใส่ไว้ที่นี่ทั้งหมด 

คุณจอมได้นำศาสตร์แห่งบัตเลอร์ระดับโลกมาส่งต่อให้กับพนักงานในร้านเสมือนเป็นโรงเรียนการโรงแรมขนาดย่อม

“มีหลายคนมาถามจอมว่า ช่วยสอนเทคนิคในการดูแลคนระดับโลกให้หน่อย จอมตอบเลยว่า เทคนิคคือคุณบริการทุกคนชีวิตให้เขาเป็นคนระดับโลก

เพราะฉะนั้นคุณจะได้ไม่ต้องแยกว่า คนนี้เป็นใคร คนนี้เป็น VIP ฉะนั้นเราบอกเลยว่าคนที่เดินเข้ามาในชีวิต เราดูแลเขาเหมือนเป็นคนที่สำคัญที่สุดในโลก”

คุณจอมมองว่า “การบริการคือการแก้ปัญหา” หน้าที่ของเราคือการมอบความสะดวก รวดเร็ว และความพึงพอใจสูงสุด ซึ่งเวลาลูกค้าเข้ามาที่ร้านคำว่าปัญหามันได้กลายเป็นความท้าทายที่จะทำให้เขามีความสุข

“คนจะเป็นบัตเลอร์ที่ดีได้ ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้เก่ง แปลว่าเราต้องรู้นิสัยมนุษย์”

ด้วยการผสมผสานระหว่าง “ความเป็นต้นตำรับรสมือแม่” และ “มาตรฐานการจัดการระดับโลก” ความท้าทายเดียวในวันนี้คือการรักษามาตรฐานความอร่อยให้คงที่ ราวกับคุณแม่ประจวบไปยืนเคี่ยวพะโล้ด้วยตัวเองในต่างแดน…เพื่อให้คนทั้งโลกได้สัมผัสความสุขจากเรื่องราวประสบการณ์ชีวิตนี้ไปพร้อมกัน

หากใครที่สนใจอยากจะไปลิ้มลองความอร่อย ร้านอาหาร บ้านนอกเข้ากรุง มีทั้งหมด 2 แห่งในกรุงเทพฯ ได้แก่

  • บ้านนอกเข้ากรุง สาขาถนนหลังสวน (สาขาต้นตำรับ) ตั้งอยู่ชั้น 2 อาคาร VIVRE ซอยหลังสวน แขวงลุมพินี
  • บ้านนอกเข้ากรุง City Edition ตั้งอยู่ที่โซน Groove ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

สามารถจองโต๊ะหรือดูเมนูเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ก บ้านนอกเข้ากรุง – Baannok Bangkok หรือ เว็บไซต์บ้านนอกเข้ากรุง : https://baannokbkk.com/th/ 

Related Posts

เมื่อคนรุ่นใหม่ขอโตในย่านร้อยปี! “ซาวน์น้ำ” คาเฟ่แผ่นเสียง ชุบชีวิตตึกเก่าย่านนางเลิ้ง ดึงดีเอ็นเอความเป็นไทยมาสร้างรายได้
LINE MAN ขึ้นอันดับ 1 ลงทะเบียนร้านค้าไทยช่วยไทย พลัส (60/40) กวาดทะลุกว่า 46,000 ร้านทั่วไทย
ลูกร้านโจ๊กชวนเพื่อนขายกะหรี่ปั๊บ เริ่มจากแผงเล็กในศูนย์อาหาร สร้างรายได้ 12 ล้านในปีเดียว