ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของเมือง แต่เสน่ห์ของ “นางเลิ้ง” หนึ่งในตลาดเก่าแก่ที่อยู่คู่กรุงเทพฯ มานานนับกว่าร้อยปี ยังคงดึงดูดผู้คนและผู้ประกอบการรุ่นใหม่ให้เข้ามาสร้างสรรค์ธุรกิจบนพื้นที่แห่งนี้
หนึ่งในนั้นคือ “Ssoundnamm” หรือ ซาวน์น้ำ คาเฟ่เล็กๆ ในตึกเก่า ที่นำความคลาสิกของแผ่นเสียงมาหลอมรวมกับวัฒนธรรมไทย ผ่านสินค้าท้องถิ่น เครื่องดื่มและเมนูภายในร้านได้อย่างลงตัว
ในคอลัมน์ Entrepreneur เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ พาไปพูดคุยกับ คุณเงิน-ณพวุฒิ จุลไสย Co-founder ผู้ปั้นร้านซาวน์น้ำ ถึงจุดเริ่มต้นและการชูความเป็นไทยให้เป็นพื้นที่ของทุกเจเนอเรชัน
จุดรวมความชอบของคู่รักสู่ธุรกิจ
ซาวน์น้ำ เกิดขึ้นจากความชอบของ “คุณเงิน” และ “คุณอาย” รวิสรา ตั้งจิตรัตน์
คู่รักที่มีเส้นทางอาชีพหลักแตกต่างกัน คุณเงินทำงานด้านการเมืองและเป็นอาจารย์พิเศษประจำคณะสถาปัตยกรรมและการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ส่วนคุณอายทำงานเป็นแอร์โฮสเตส
คนหนึ่งหลงใหลในแผ่นเสียงเก่าและเสน่ห์ของวัฒนธรรมไทย ส่วนอีกคนมีความสุขกับโลกของกาแฟ ทำให้ทั้งคู่ร่วมกันสร้างพื้นที่แห่งนี้ขึ้นมาในตึกเก่าย่านนางเลิ้ง
“เราคิดตั้งแต่ชื่อและคอนเซ็ปต์ของร้าน คือ ความเป็นท้องถิ่นไทย ในแง่มุมที่เข้าใจทั้งฝรั่งและคนไทย สามารถมีจุดร่วมในคาเฟ่นี้ได้ไม่ว่าจะรุ่นใหญ่หรือรุ่นใหม่” คุณเงินเล่าเสริม
สัมผัสประสบการณ์ผ่านแผ่นเสียงและงานท้องถิ่น
ซาวน์น้ำออกแบบ Customer Journey ให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์ผ่านซาวน์จากแผ่นเสียงเก่ายุค 70-80 ทั้งเพลงลูกทุ่ง ลูกกรุง เพลงอีสาน เพลงใต้ ที่ยังอบอวลไม่ด้วยมนต์เสน่ห์ และหาฟังได้ยาก
“หลายๆ ร้านมีกาแฟที่ดี มีอาหารที่ดี แต่สิ่งที่จะออกไปจากร้านเราคือก๊อบปี้จากแผ่นเสียงเก่า ที่เปิดให้ทุกคนได้ฟัง”
นอกจากความสุนทรีย์จากแผ่นเสียง ซาวน์น้ำ ยังอุดหนุนสินค้าไทยจากหลายท้องถิ่นตามคอนเซ็ปต์ที่อยากชูความเป็นไทย
“DNA ของร้านส่งผ่านมาอย่างเข้มข้นจากวัฒนธรรมไทย เราเอารูปแบบมาทำให้ดูอินเตอร์ขึ้น เข้าถึงง่ายขึ้น ทำให้รู้มูลค่าในตัวเพลง หรือการผสมผสานเมนูอาหารมีของดียังไง” คุณเงินเล่าเสริม
เขายกตัวอย่างเฟอร์นิเจอร์ในร้าน เก้าอี้จากชาวดอยที่อุดหนุนมาตัวละ 300 บาท โต๊ะจากวัดสวนแก้วนำมาดีไซน์ใหม่คลุมด้านบนด้วยเสื่อพระจากท่าน้ำนนท์
หรือสินค้าที่ระลึก อย่าง พัด จากชุมชนนางเลิ้ง ผ้าขาวม้าจากอีสานและราชบุรี ส่งตรงจากโรงทอที่คัดเลือกผ่านสายตาของอาร์ตติส ทำให้ได้คู่สีอันโดดเด่ดคล้ายงานผ้าจากต่างประเทศ แม้จะเป็นผ้าค้างสต๊อกก็ตาม
รวมถึงขนมและเครื่องดื่มจากอาหารขึ้นชื่อในท้องถิ่น อย่าง ขนมไข่เมืองนนท์ ซาวร์โดวน์ เสิร์ฟกับเนยและข้าวคั่วสไตล์อีสาน
“สิ่งเหล่านี้คือของใช้ในชีวิตประจำวันของคนบางกลุ่ม เราเอามาไว้ในที่ๆ มีความเป็นเมืองมากขึ้น มีความศิวิไลซ์มากขึ้น ความโดดเด่นจะถูกส่งออกมา ภาษาที่พยายามสื่อสารก็ชัดขึ้น
เราไม่ได้มองว่าสินค้าไทยเป็นเรื่องของความเสี่ยงในการเอามาขาย แต่เอามาอยู่ให้ถูกที่ ย่านนางเลิ้งอยู่ติดสนามมวย เพราะฉะนั้นมีลูกค้าต่างชาติค่อนข้างเยอะ เข้ามาเข้าใจและหยิบสินค้าที่ระลึกของเรากลับไป” คุณเงินเล่าให้ฟัง
นางเลิ้ง ชุมชนแห่งความช่วยเหลือเกื้อกูล
นางเลิ้ง หรือ อีเลิ้ง เป็นหนึ่งในตลาดเก่าแก่อยู่คู่กรุงเทพฯ มานานนับร้อยปี เจ้าของร้านซาวน์น้ำฉายภาพให้เห็นว่า เอสเอ็มอีที่เปิดกิจการอยู่บริเวณโดยรอบมีอายุไม่ต่ำกว่า 50 ปี
การเข้ามาเริ่มกิจการของคนรุ่นใหม่ ทำให้มีปฏิสัมพันธ์กับความออริจินัล เช่นที่ตั้งของร้านซาวน์น้ำ เดิมทีเป็นร้านรับซื้อกระเพาะปลาและสังคโลก ที่ปรับรูปแบบไปขายผ่านออนไลน์ กลายเป็นโอกาสให้ซาวน์น้ำเข้ามาปั้นธุรกิจ โดยยังผสานเสน่ห์ดั้งเดิมเข้ากับดีไซน์ร่วมสมัย
และเขายังเสริมให้เห็นภาพความเกื้อกูลของชุมชนนี้ในเรื่องของการพรีเซนต์ ร้านเก่าแก่ยังช่วยแนะนำร้านเปิดใหม่ให้ลูกค้าได้แวะเวียนมาลองชิม
“เสน่ห์ของย่านนี้คือความอบอุ่นในการอยู่ร่วมกันของวัด ราชการ ชุมชนคนดั้งเดิม เป็นความผสมผสานที่ลงตัว” คุณเงินกล่าวทิ้งท้าย
