เตาอบเปิดอีกครั้ง…แค่ได้ยินเสียงเก็บเยลลี่ “ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง!” พร้อมปุ่ม Jump และ Slide ที่คุ้นเคย ก็ทำให้หลายคนรีบหยิบมือถือขึ้นมาโหลด Cookie Run Classic ทันที
Cookie Run เกมที่เคยสร้างความทรงจำให้ใครหลายคนในปี 2014 วันนี้กลับมาเปิดให้เล่นอีกครั้งในชื่อ Cookie Run Classic ซึ่งเปิดตัววันแรกเมื่อวันที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมา พร้อมพาผู้เล่นย้อนเวลากลับไปในวันที่การแข่งขันทำคะแนนและการส่ง “หัวใจ” ให้เพื่อน
เบื้องหลังเกมที่คนไทยคิดถึง ไม่ได้มีแค่เรื่องของความสนุก หากยังเป็นเรื่องราวของสตาร์ทอัพเล็กๆ ที่เกือบล้ม ก่อนจะพลิกตัวเองจนกลายเป็นเจ้าของเกมระดับโลก
บริษัท DevSisters ผู้พัฒนาเกมสัญชาติเกาหลีใต้ ก่อตั้งบริษัทขึ้นในปี 2009 ในตอนนั้นคนเกาหลีใต้ยังไม่สามารถหาซื้อ iPhone มาใช้ได้ด้วยซ้ำ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องการดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเลย แต่แน่นอนว่ากาลเวลาเปลี่ยนไป
ในปี 2011 App Store ของเกาหลีใต้ก็มีหมวดหมู่เกมเป็นของตัวเอง นั่นหมายความว่า ในช่วงเริ่มต้น เป้าหมายหลักของบริษัทต้องมุ่งเน้นไปที่ตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา
และพวกเขาก็ทำสำเร็จเมื่อเกม OvenBreak มียอดดาวน์โหลดถล่มทลายกว่า 20 ล้านครั้ง ทำให้ต่อมาพวกเขาพัฒนาเกมภาคต่อในชื่อ Cookie Run: OvenBreak
จุดเปลี่ยนสำคัญไม่ได้อยู่แค่ตัวเกม แต่อยู่ที่ “กลยุทธ์การเข้าถึงผู้เล่น” ในยุคที่บริษัทเกมทั่วโลกต่างพากันเร่งพัฒนาเกมเพื่อหวังจะสร้างแอปที่ฮิตติดลมบนให้ได้เร็วที่สุด แต่ DevSisters กลับเลือกทางที่ต่างออกไป พวกเขามุ่งเน้นและทุ่มเทความพยายามทั้งหมดไปที่ “คุณภาพของเกม” และ “ประสบการณ์ของผู้ใช้งาน”
ซึ่งความพิถีพิถันนี้ สะท้อนออกมาให้เห็นได้อย่างชัดเจนผ่านเกมยอดนิยมของพวกเขา อย่าง OvenBreak และ Alice’s Adventures ที่ครองใจผู้เล่นทั่วโลกมาจนถึงปัจจุบัน
ซีรีส์เกมที่สร้างชื่อและประสบความสำเร็จมากที่สุดของ DevSisters คงหนีไม่พ้น Cookie Run: OvenBreak ด้วยคาแรคเตอร์ที่น่ารักและระบบเกมที่เรียบง่าย ทำให้ผู้เล่นติดใจได้ง่ายและควบคุมไม่ยาก ตัวเกมจะให้เราสวมบทบาทเป็น “มนุษย์ขนมปังขิง” ที่ต้องวิ่งหนีเอาชีวิตรอดจากเตาอบอันร้อนระอุ ระหว่างทางผู้เล่นจะต้องคอยเก็บเยลลี่บีนและกระโดดหลบสิ่งกีดขวาง
ซึ่งความท้าทายจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามระดับเลเวลที่สูงขึ้น นอกจากนี้ งานภาพกราฟิกยังทำออกมาได้อย่างสวยงาม สบายตา มีการเปลี่ยนฉากหลังและวัตถุต่าง ๆ ไปตามแต่ละด่าน ทำให้ไม่รู้สึกเบื่อ
ต่อมา Devsisters ได้จับมือกับ Kakao ส่วนในประเทศอื่นๆ เลือกที่จะจับมือกับ LINE แอปแชตที่แทบทุกคนใช้อยู่แล้วในชีวิตประจำวัน ถือเป็นการตัดสินใจที่เฉียบคม เพราะไม่ต้องใช้งบโฆษณามหาศาล เพียงเปิดแอป LINE ผู้ใช้ก็สามารถเห็นและเข้าเล่นเกมได้ทันที
ผลลัพธ์คือสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ มีคนไทยดาวน์โหลด Line Cookie Run มากกว่า 10 ล้านครั้ง ที่น่าสนใจกว่านั้น คือจากยอดดาวน์โหลดทั่วโลกในช่วงเวลานั้นราว 18 ล้านครั้ง ประเทศไทยเพียงประเทศเดียวมีสัดส่วนมากกว่าครึ่งของผู้เล่นทั้งหมด ทำให้ไทยกลายเป็นฐานผู้เล่นที่ใหญ่ที่สุดของ Cookie Run ในโลก และเกมยังครองอันดับ 1 แอปฟรีบนทั้ง App Store และ Google Play ต่อเนื่องนานถึง 40 วัน
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในยุคที่ยังไม่มี TikTok ไม่มีอัลกอริทึมช่วยดันคอนเทนต์ และการตลาดแบบไวรัลยังไม่ได้พัฒนาเหมือนทุกวันนี้ ความสำเร็จจึงเกิดจากการบอกต่อระหว่างผู้เล่น การแข่งขันทำคะแนน และการส่งหัวใจให้กันแบบปากต่อปากล้วนๆ
แม้ในปี 2018 ความร่วมมือระหว่าง Devsisters และ LINE จะสิ้นสุดลง ส่งผลให้ Line Cookie Run ปิดให้บริการในประเทศไทย แต่ชื่อของเกมกลับไม่เคยหายไปจากความทรงจำของผู้เล่น
วันนี้ Devsisters ไม่ใช่สตาร์ทอัพเล็กๆ อีกต่อไป บริษัทประกาศชัดเจนว่าต้องการผลักดัน Cookie Run ให้เป็น Global IP ผ่านการขยายจักรวาลเกม คาแรกเตอร์ สินค้า และคอนเทนต์บนหลายแพลตฟอร์ม จนกลายเป็นแบรนด์ที่มีมูลค่าทางธุรกิจมหาศาล
การกลับมาของ Cookie Run Classic จึงไม่ใช่แค่การนำเกมเก่ามาปัดฝุ่น แต่มันคือการปลุก “ความทรงจำ” ของผู้เล่นหลายล้านคน
คนที่เคยเล่นเกมนี้เมื่อสิบกว่าปีก่อน วันนี้หลายคนเติบโตเป็นวัยทำงาน มีรายได้ และยังจดจำเสียงเก็บเยลลี่กับคุกกี้ตัวโปรดได้เหมือนเดิม นี่คือพลังของ “ความผูกพันกับแบรนด์” ที่ธุรกิจจำนวนมากพยายามสร้าง แต่มีไม่กี่แบรนด์ที่ทำได้สำเร็จ
อ้างอิง
