คุณเคยเจอคนที่พูดจาวกไปวนมา แต่ไม่เข้าเรื่องสักทีไหม? ไม่แน่ คุณอาจกำลังเจอกับมนุษย์ “Waffle”
Waffle คืออะไร
คำว่า Waffle ในที่นี้ไม่ได้แปลว่าขนมรังผึ้ง แต่หมายถึง การพูดจายืดยาว วกวน และเต็มไปด้วยรายละเอียดที่ไม่จำเป็น จนสุดท้ายไม่ได้ให้สาระหรือคำตอบที่ชัดเจนแก่ประเด็นหลัก
ซึ่งมีหลักฐานการใช้ราว ค.ศ. 1610 ในความหมายเกี่ยวกับเสียงเห่าหรือเสียงร้องของสุนัข ก่อนพัฒนาเป็น “Waffle”
และถูกนำมาใช้เปรียบเทียบกับการ “พูดพล่าม” ในราว ค.ศ. 1700 จนกลายมาเป็นคำที่ใช้เรียกการพูดวกวนหรือพูดไม่เข้าประเด็นในภาษาอังกฤษแบบบริติช
ส่วน “Waffle” ที่หมายถึงขนมวาฟเฟิลนั้นมาจากภาษาดัตช์ “wafel” ซึ่งไม่เกี่ยวข้องแต่อย่างใด
ทำไมคนบางคนถึงเลือกที่จะ Waffle?
ในทางจิตวิทยาการพูดวกวนอาจเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ตั้งแต่การควบคุมการพูดข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องได้ยาก ทำให้ในหัวมีความคิดหลายเรื่องจนรู้สึกอยากที่จะนำมาพูดพร้อมกัน ไปจนถึงการตั้งใจพูดอ้อมเพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งหรือผลกระทบทางสังคม
งานวิจัยด้านการสื่อสารใช้คำว่า “off-topic verbosity” เพื่ออธิบายลักษณะการพูดที่ยืดยาวและออกนอกประเด็น โดยพบว่า คนที่ขาดความสามารถในการคัดกรอง ข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้ที่มีปัญหาขาดสมาธิในการจัดการข้อมูลในหัว อาจมีแนวโน้มพูดออกนอกประเด็นมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม การพูดวกวนไม่ได้หมายความว่าผู้พูดมีความผิดปกติทางจิตใจเสมอไป เพราะในบางสถานการณ์ การพูดอ้อมอาจเป็นวิธีที่คนเราใช้เพื่อรักษาความสัมพันธ์หรือหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง
แล้วจะเลิก Waffle ได้อย่างไร?
การลดพฤติกรรมการพูดวกวน สามารถเริ่มจากการฝึกจัดลำดับความคิดก่อนพูด โดยเริ่มจาก ตอบประเด็นสำคัญก่อน แล้วจึงอธิบายเหตุผลหรือรายละเอียดเพิ่มเติม รวมถึงการเว้นจังหวะสั้นๆ ก่อนตอบคำถาม เพื่อให้มีเวลาจัดระเบียบความคิดและลดการพูดสิ่งที่ไม่จำเป็น
นอกจากนี้ การอัดเสียงและฟังการพูดของตัวเองย้อนหลังยังช่วยให้สังเกตได้ว่าเรามีการพูดซ้ำ ใช้คำฟุ่มเฟือย หรือหลุดออกจากประเด็นตรงไหนบ้าง
อย่างไรก็ตาม เป้าหมายของการฝึกไม่ได้หมายความว่าเราต้อง “พูดให้น้อยที่สุด” แต่คือการ “พูดให้ชัดเจนและเลือกข้อมูลให้เหมาะสมกับสถานการณ์” เพราะบางครั้งรายละเอียดก็มีความสำคัญ เพียงแต่ต้องรู้ว่าเมื่อไหร่ควรพูด และเมื่อไหร่ควรเข้าเรื่อง
