เคยไหม ตื่นมาเช็กยอดขายก่อนล้างหน้า แปรงฟันในตอนเช้า ก็ยังต้องคอยแชตลูกค้าตอน 5 ทุ่ม วันหยุดก็ยังนั่งคิดว่าเดือนนี้จะมีเงินจ่ายเงินเดือนลูกน้องครบไหม จนวันหนึ่งงานที่เคยทำด้วยใจกลับหนักอึ้ง ทั้งที่ธุรกิจก็ยังเดินได้ แต่เรากลับไม่อยากเปิดร้านอีกแล้ว
หลายคนเรียกสิ่งนี้ว่า “ความเหนื่อยของคนเป็นเจ้าของ” แล้วก็กัดฟันต่อ เพราะเชื่อว่าความอึดคือคุณสมบัติของคนสำเร็จ แต่ถ้าความเหนื่อยนั้นลากยาวไม่จบ มันอาจไม่ใช่แค่ความเหนื่อย มันอาจเป็นสิ่งที่เรียกว่า Burnout หรือภาวะหมดไฟ
Burnout คืออะไร
องค์การอนามัยโลก (WHO) บรรจุ Burnout ไว้ในบัญชีจำแนกโรคระหว่างประเทศ (ICD-11) ตั้งแต่ปี 2019 โดยจัดเป็น “ปรากฏการณ์ที่เกิดจากการทำงาน” ไม่ได้นับเป็นโรค สาเหตุคือความเครียดเรื้อรังจากงานที่จัดการไม่สำเร็จ และมีสัญญาณหลัก 3 อย่าง
หมดพลัง อ่อนล้า เหนื่อยแม้จะได้พักแล้ว
รู้สึกห่างเหินจากงาน มองงานในแง่ลบ หรือเฉยชาต่อสิ่งที่เคยใส่ใจ
ประสิทธิภาพลดลง ทำงานเดิมได้ไม่ดีเท่าเดิม
ปัญหาคือนิยามนี้ผูกอยู่กับ “งาน” แต่สำหรับเจ้าของกิจการ งานกับชีวิตแทบเป็นเรื่องเดียวกัน ร้านคือบ้าน ลูกค้าคือเพื่อน ยอดขายคืออารมณ์ของวันนั้น เส้นแบ่งของคนกลุ่มนี้จึงเลือนรางกว่าใคร
ตัวเลขที่เถ้าแก่ไม่ค่อยเล่าให้ใครฟัง
Sifted สื่อสตาร์ทอัพของยุโรปสำรวจผู้ก่อตั้งกิจการ 138 ราย พบว่ามากกว่าครึ่ง (54%) เคยเจอภาวะหมดไฟในรอบ 12 เดือน และถึง 3 ใน 4 (75%) มีภาวะวิตกกังวล
อีกงานศึกษาหนึ่งนำโดยมหาวิทยาลัย Lehigh ร่วมกับ Nasdaq Entrepreneurial Center และมหาวิทยาลัย TU Dortmund ประเทศเยอรมนี เก็บข้อมูลผู้ประกอบการ 308 รายทั่วโลกทั้งจากแบบสอบถาม สัมภาษณ์ และสนทนากลุ่ม พบว่า
68% ไม่แน่ใจว่าจะมีเงินจ่ายเงินเดือนลูกน้องหรือค่าใช้จ่ายส่วนตัวได้ครบ
74% บอกว่างานแทบไม่เหลือที่ว่างให้ดูแลตัวเอง
ความอึดไม่ใช่ทุกอย่าง
เส้นแบ่งงานกับชีวิต คือคำตอบ
ข้อค้นพบที่น่าสนใจที่สุดจากงานของ Lehigh ไม่ได้อยู่ที่ว่าใครทำงานหนักกว่ากัน แต่อยู่ที่ว่าใคร ขีดเส้นแบ่งงานกับชีวิต ได้
ในกลุ่มที่ขีดเส้นได้ 45% มีภาวะหมดไฟต่ำ ส่วนกลุ่มที่ขีดเส้นไม่ได้มีเพียง 6%
ในกลุ่มที่ขีดเส้นไม่ได้ 67% มีภาวะหมดไฟสูง เทียบกับ 23% ในกลุ่มที่ขีดเส้นได้
อีกเรื่องที่น่าคิดคือ ผู้ประกอบการที่มีพี่เลี้ยง หรือ Mentor หรือมีคนคอยเป็นกำลังใจ มีโอกาสรับมือความเครียดได้ดีกว่าถึง 50%
ทีมวิจัยเองยอมรับว่านี่เป็นผลเบื้องต้น แต่ทิศทางก็ชัดพอจะบอกได้ว่า การไม่ยอมหยุดไม่ได้ทำให้เราไปได้ไกลกว่า บางครั้งมันแค่ทำให้เราหมดแรงก่อนถึงเส้นชัย
แล้ว SME ไทยล่ะ
ไทยยังไม่มีตัวเลขเฉพาะของเจ้าของกิจการ แต่ภาพรวมของคนทำงานก็น่าคิดไม่น้อย เมื่อ สภาพัฒน์รายงานข้อมูลจากระบบ Mental Health Check-in ของกรมสุขภาพจิตในไตรมาส 3 ปี 2568 ว่า จากผู้เข้ารับการประเมินราว 230,000 คน มี 5% ที่มีภาวะหมดไฟ และ 6.9% มีความเครียดสูง
อีกผลสำรวจจากสถาบันเพื่อความยั่งยืนด้านสุขภาพจิต (TIMS) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบว่าคนทำงานราว 28% เคยฝืนไปทำงานทั้งที่สภาพจิตใจไม่ไหว และเหตุผลอันดับหนึ่งคือ “ไม่มีใครทำแทนได้”
ประโยคนี้คนเป็นผู้ประกอบการ น่าจะคุ้นที่สุด ยิ่งในปีนี้ ที่ต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งพุ่งจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง จนดัชนีความเชื่อมั่น SME ของ สสว. หล่นลงไปอยู่ที่ 46.0 ในเดือนเมษายน 2569 ความกดดันบนบ่าเจ้าของกิจการก็ยิ่งหนักขึ้น
ขีดเส้นแบบไหนที่ SME ทำได้จริง
ตั้ง “เวลาการทำงาน” ให้ตัวเอง ต่อให้ร้านออนไลน์เปิด 24 ชั่วโมง ตัวเราไม่จำเป็นต้องเปิดตาม ตั้งข้อความตอบกลับอัตโนมัติไว้ก็พอ
แยกกระเป๋าเงินธุรกิจกับเงินส่วนตัว เพราะความกังวลเรื่องเงินคือหนึ่งในความกังวลหลักของอาการหมดไฟ
สร้างคนที่ทำแทนได้ เริ่มจากเรื่องเล็ก เช่น ให้ลูกน้องตอบแชตรอบเย็น หรือดูแลการสั่งของ
หาเพื่อนร่วมทางที่เป็นเจ้าของกิจการด้วยกัน จะเป็นพี่เลี้ยง กลุ่มผู้ประกอบการ หรือคนที่ไว้ใจก็ได้ แค่มีที่ให้ระบายก็ช่วยได้มาก
จัดตารางชีวิตตัวเอง ทั้งการนอน การออกกำลังกาย และเวลากับครอบครัว ใส่ลงปฏิทินให้ชัด
และ อย่าตัดสินใจเรื่องใหญ่ตอนไฟหมด ให้พักก่อนแล้วค่อยคิด ถ้าอาการลากยาวหลายสัปดาห์ ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ การขอความช่วยเหลือไม่ใช่ความอ่อนแอ
การวางโทรศัพท์และกองงานสักหนึ่งวัน หรือการยอมรับว่า วันนี้ฉันทำได้เท่านี้แหละ ไม่ได้แปลว่าเราแพ้ แต่คือการบริหารทรัพยากรที่สำคัญที่สุดของกิจการ นั่นก็คือตัวเราเอง
หากรู้สึกเครียดหรือหมดไฟจนกระทบชีวิตประจำวัน ลองปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง
แหล่งข้อมูล
Fortune – We studied entrepreneurs (Lehigh/TU Dortmund, 12 Sep 2025)
Sifted – Founders’ mental health 2025
กรุงเทพธุรกิจ – ข้อมูล MHCI / TIMS
