sme
ผู้เขียน : เด็กหอ (ปางบุญ สุทธิวงษ์) ถ้าพูดถึงเมนูโยเกิร์ตปั่น หนึ่งในแบรนด์ที่หลายคนนึกถึงคงหนีไม่พ้น Yoguruto แบรนด์ไทยที่มีจุดเด่นด้านราคาที่เข้าถึงง่าย พร้อมความอร่อยที่ทำให้หลายคนรู้สึกว่า สามารถอร่อยได้โดยไม่ต้องรู้สึกผิด แต่ในช่วงนี้มีผู้เล่นหน้าใหม่เกิดขึ้นในตลาดอย่างต่อเนื่อง การรักษาฐานลูกค้าเดิมอาจไม่เพียงพออีกต่อไป ผู้ประกอบการจึงต้องมองหาโอกาสใหม่ๆ เพื่อสร้างจุดเด่นและเอกลักษณ์ให้กับแบรนด์ หนึ่งในกลยุทธ์ที่น่าสนใจ คือการต่อยอดจากธุรกิจหลักไปสู่ธุรกิจใหม่ที่มีโอกาสเติบโต และช่วยขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น ล่าสุด Yoguruto จึงได้เปิดตัว Nuts, Yes! (นัทส์เยส) แบรนด์ใหม่ในเครือที่หยิบเอาความมันนัวของถั่วมาเป็นจุดขาย ผสานเข้ากับเครื่องดื่มยอดนิยม การเปิดตัวครั้งนี้จึงน่าสนใจ เพราะ Yoguruto ไม่ได้จำกัดตัวเองอยู่ในตลาดโยเกิร์ตปั่นอีกต่อไป แต่เลือกต่อยอดธุรกิจไปสู่ตลาดเครื่องดื่มประเภทใหม่ที่มีเอกลักษณ์แตกต่างออกไป จุดเด่นของส่วนผสม และลูกเล่นที่น่าสนใจ จุดเด่นของแบรนด์ Nuts, Yes! คือการนำถั่วหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น ถั่วลิสง อัลมอนด์ เฮเซลนัท และพิสตาชิโอ มาผสมผสานกับนมโอ๊ต จนเกิดเ
กระเป๋าหนึ่งใบอาจบอกเล่าภูมิปัญญาที่ส่งต่อกันมาหลายรุ่น น้ำพริกหนึ่งกระปุกอาจเป็นจุดเริ่มต้นของอาชีพ และกล้วยหอมทองหนึ่งลูกอาจเชื่อมผลผลิตจากสวนกับผู้บริโภคทั่วประเทศ เบื้องหลังสินค้าชุมชนแต่ละชิ้น จึงมีทั้งฝีมือ ความตั้งใจ และเรื่องราวของผู้คนที่น่ารู้จัก ปัจจุบัน มีสินค้า SME สินค้าชุมชน และสินค้าเกษตร จำหน่ายผ่านร้านเซเว่น อีเลฟเว่น All Online และเซเว่น เดลิเวอรี่ รวมกว่า 20,000 รายการ ภายใต้แนวคิด “SME โตไกลไปด้วยกันอย่างยั่งยืน” ของ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่ พร้อมชวนเปิดพิกัด 7 สินค้าเด่นจากชุมชนและเกษตรกรไทย ที่มีเสน่ห์มากกว่าความอร่อยหรือประโยชน์ใช้สอย เพราะทุกชิ้นมีเรื่องราวของคนอยู่เบื้องหลัง 1. กระเป๋าจักสานกระจูดทะเลน้อย จ.พัทลุง ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สะพายไปได้ทุกวัน จาก “กระจูด” พืชท้องถิ่นในพื้นที่ชุ่มน้ำทะเลน้อย จังหวัดพัทลุง สู่กระเป๋าจักสานที่นำวัสดุธรรมชาติมาเติมเสน่ห์ให้การแต่งตัวในชีวิตประจำวัน ชาวชุมชนบ้านทะเลน้อย ซึ่งเดิมประกอบอาชีพประมง นำกระจูดมาจักสานเป็นของใช้ ก่อนพัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์หัตถกรรมที่สะท้อนวิถีช
ในยุคที่การแข่งขันทางธุรกิจเข้มข้นจนเกิดภาวะสงครามราคา หรือ Price War รูปแบบการทำธุรกิจแบบเดิมอย่างการสั่งผลิต OEM จากจีนแล้วนำกลับมาขายในไทย กำลังกลายเป็นโมเดลที่ตีบตัน Margins ถดถอย และสร้างความได้เปรียบเชิงการแข่งขันได้ยากขึ้นเรื่อยๆ ภาพสะท้อนจากงานเสวนา “China’s Next Chapter: Unlock the Opportunities through the City of Future” ที่จัดโดย H.O.W. (House of Wisdom) ก่อตั้งโดย คุณธนา เธียรอัจฉริยะ และ คุณเรืองโรจน์ พูนผล ร่วมกับผู้นำด้านเทคโนโลยีและผู้แทนรัฐบาลจากนครฉงชิ่ง ได้ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า “ระลอกใหม่ของโอกาสทางธุรกิจไทยในจีน ไม่ใช่การไปซื้อของมาขาย แต่คือการใช้ศักยภาพไทยร่วมทุนด้านเทคโนโลยี Technology Co-existence” ฉงชิ่ง เมืองแห่งอนาคตและโอกาสของธุรกิจไทย : ไทยทาวน์ คุณหวัง กั๋วชิ่ง ผู้แทนสภาประชาชนเขตหยูจง นครฉงชิ่ง กล่าวว่า ฉงชิ่งเป็นเขตปกครองตรง ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของจีน มีนักท่องเที่ยวปีละ 500 ล้านคน เป็นต่างชาติเพียง 5 ล้านคน จากนโยบายฟรีวีซ่าปี 2024 ทำให้นักท่องเที่ยวไทยเดินทางไปฉงชิ่งเพิ่มขึ้นถึง 72% แสดงให้เห็นว่าฉงชิ่งเป็น ‘จุดหมายการท่องเที่ยว’ ที่คนไทยสนใจ นอ
เคยไหม ตื่นมาเช็กยอดขายก่อนล้างหน้า แปรงฟันในตอนเช้า ก็ยังต้องคอยแชตลูกค้าตอน 5 ทุ่ม วันหยุดก็ยังนั่งคิดว่าเดือนนี้จะมีเงินจ่ายเงินเดือนลูกน้องครบไหม จนวันหนึ่งงานที่เคยทำด้วยใจกลับหนักอึ้ง ทั้งที่ธุรกิจก็ยังเดินได้ แต่เรากลับไม่อยากเปิดร้านอีกแล้ว หลายคนเรียกสิ่งนี้ว่า “ความเหนื่อยของคนเป็นเจ้าของ” แล้วก็กัดฟันต่อ เพราะเชื่อว่าความอึดคือคุณสมบัติของคนสำเร็จ แต่ถ้าความเหนื่อยนั้นลากยาวไม่จบ มันอาจไม่ใช่แค่ความเหนื่อย มันอาจเป็นสิ่งที่เรียกว่า Burnout หรือภาวะหมดไฟ Burnout คืออะไร องค์การอนามัยโลก (WHO) บรรจุ Burnout ไว้ในบัญชีจำแนกโรคระหว่างประเทศ (ICD-11) ตั้งแต่ปี 2019 โดยจัดเป็น “ปรากฏการณ์ที่เกิดจากการทำงาน” ไม่ได้นับเป็นโรค สาเหตุคือความเครียดเรื้อรังจากงานที่จัดการไม่สำเร็จ และมีสัญญาณหลัก 3 อย่าง หมดพลัง อ่อนล้า เหนื่อยแม้จะได้พักแล้ว รู้สึกห่างเหินจากงาน มองงานในแง่ลบ หรือเฉยชาต่อสิ่งที่เคยใส่ใจ ประสิทธิภาพลดลง ทำงานเดิมได้ไม่ดีเท่าเดิม ปัญหาคือนิยามนี้ผูกอยู่กับ “งาน” แต่สำหรับเจ้าของกิจการ งานกับชีวิตแทบเป็นเรื่องเดียวกัน ร้านคือบ้าน ลูกค้า
บทความโดย เด็กหอ (ปางบุญ สุทธิวงษ์) ในประเทศไทยมีร้านอาหารและคาเฟ่กระจายอยู่ทุกที่ แต่ละร้านก็จะมีสไตล์หรือจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไปตามเรื่องราว และที่มาของวัตถุดิบที่อยากจะนำเสนอ แต่จะมีร้านไหนบ้างที่นำ “วัตถุดิบท้องถิ่น” มาเป็นพระเอก ดึงศักยาภาพของผลผลิตท้องถิ่น ทั้งพืชผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ หรือสมุนไพรจากท้องถิ่นต่างๆ มานำเสนอผ่านจานอาหาร ของหวาน และเครื่องดื่ม วันนี้เราจะมาแชร์ 5 พิกัด ร้านอาหาร-คาเฟ่ ที่ไม่ได้มีดีแค่รสชาติ แต่ทุกคำที่ตักเข้าปาก กลับเต็มไปด้วยเรื่องราว ที่ต้องหาโอกาสไปลิ้มลองสักครั้ง ศรณ์ ร้านอาหารใต้สไตล์ Fine Dining ของ เชฟไอซ์-ศุภักษร จงศิริ ที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่ร้านอาหาร แต่ที่นี่คือแหล่งรวมวัตถุดิบจากภาคใต้อย่างแท้จริง จากการลงพื้นที่หาวัตถุดิบ เชฟไอซ์ยังได้เรียนรู้การทำอาหารกับชาวนา ชาวไร่ ชาวสวน ชาวประมง รวมถึงร้านอาหารเก่าแก่ จนได้เทคนิคและวิชาเก่าแก่ที่สูญหายไป ก่อนนำมารังสรรค์เป็นเมนูจัดจ้าน ครบรสแบบปักษ์ใต้ด้วยความพิถีพิถัน โดยยังโขลกพริกแกงด้วยครก และคั้นน้ำกะทิด้วยน้ำมะพร้าวอ่อน แบบสดใหม่ทุกวัน โดยเชฟไอซ์ยึดคำสอนของคุณย่าว่า “ใช้ของดีทำให้ดีที่สุด
จากงานสายงานธนาคารสู่การตัดสินใจเปิดร้านอาหารแบบ All Day Brunch ของตัวเองในโรงงานเก่าของครอบครัวที่ถูกทิ้งร้างนาน 30 ปี จุดเริ่มต้นของ “Sourcing Table” ไม่ได้มาจากการเป็นคนในวงการอาหาร แต่เกิดจากแพชชันและประสบการณ์ของ คุณมิงค์-ณิชกานต์ คัณธามานนท์ เธอตั้งใจสร้างมูลค่าเพิ่มให้วัตถุดิบท้องถิ่นทั่วไทยผ่านเมนูหลากหลาย พร้อมสนับสนุนผู้ผลิตรายเล็กให้เติบโตไปด้วยกัน ขณะเดียวกันยังต่อยอดพื้นที่ร้านให้กลายเป็น “Community” รวมผู้ผลิต คนทำอาหาร และคนที่มีความสนใจคล้ายกันเข้ามาเจอกัน “จุดเปลี่ยน” จากงานสายแบงก์สู่ร้านอาหาร หลังเรียนจบปริญญาตรี คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน ภาคภาษาอังกฤษ (BJM) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และปริญญาโท MSCs Marketing Strategy & Innovation จาก Bayes Business School, City, University of London คุณมิงค์เลือกทำงานในสายงานธนาคาร ที่สร้างประสบการณ์ให้กับชีวิตในอีกรูปแบบหนึ่ง ทว่า “จุดเปลี่ยนสำคัญ” ของการ “ทำร้านอาหาร” คือการมองอนาคตระยะยาว เธออยากทำอะไรสักอย่างที่รู้สึกเป็นของตัวเอง และมีแพชชันกับสิ่งนั้นจริงๆ รวมทั้งอยากนำประสบการณ์การท่องเที่ยวทั้งในและต
ผู้เขียน ธนดล มีชัยมาตร์ สำหรับคุณ “ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ” เป้าหมายขนาดไหน ถึงจะเรียกว่าประสบความสำเร็จ 10 ล้าน 100 ล้าน หรือว่า 1,000 ล้าน? แต่ถ้าผมบอกว่า มีร้านพิซซ่าแห่งหนึ่งที่เจ้าของมองว่าตัวเองประสบความสำเร็จตั้งแต่วันแรกที่เปิดร้าน คุณจะเชื่อไหม? เพราะความสำเร็จของร้านนี้ไม่ได้วัดจากจำนวนเงินที่หาได้ แต่เป็นการได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ และนำสิ่งที่หลงใหล ทั้งอาหาร ศิลปะ และดนตรี มาสร้างเป็นร้านอาหารแห่งหนึ่ง แล้วอะไรคือความสำเร็จในแบบของเขา? “90 Grams” (ไนน์ตี้ แกรมส์ หรือ 90 กรัม) ร้านพิซซ่าในย่านสีลม โดดเด่นด้วยพิซซ่าขนาดพอดีสำหรับ 1 คน พร้อมบรรยากาศสบายๆ ที่ผสมผสานทั้งอาหาร ศิลปะ และดนตรีเข้าด้วยกัน วันนี้ “เส้นทางเศรษฐี” จะพาไปรู้จักกับเรื่องราวของ “คุณยัวส์ – ภาณุ คูหาทัสนะดีกุล” เจ้าของร้าน 90 Grams ผู้เชื่อว่าความสำเร็จของธุรกิจอาจไม่ได้วัดกันที่ว่าทำเงินได้มากแค่ไหน แต่อยู่ที่การได้ทำในสิ่งที่รัก และทำให้สิ่งนั้นอยู่ต่อไปได้ เรื่องราวของเด็กที่ “ทำทุกอย่าง” เมื่อเปิดประตูเข้าไปในร้าน สิ่งแรกที่สะดุดตาคือป้ายนีออนคำว่า “90 Grams” ก่อนสายตาจะค่อยๆ ไล่ไปตามของตกแต่งท
จากความชอบซื้อของที่ระลึกเวลาเดินทาง สู่ไอเดียอยากทำของฝากที่พาคนกลับไปรู้จักเสน่ห์ของแต่ละย่านในประเทศไทยมากขึ้น สองผู้ก่อตั้งจึงหยิบ “โปสการ์ด” ของที่ระลึกสุดคลาสสิก มาปรับให้สนุกและเข้าถึงคนรุ่นใหม่ ด้วยการเปลี่ยนจากการหยิบซื้อธรรมดาๆ เป็น “ตู้สุ่มมินิโปสการ์ด” วางตามย่านต่างๆ ให้นักท่องเที่ยวได้ลุ้นและสะสมโปสการ์ดที่วาดด้วยศิลปินไทยในลวดลายไม่ซ้ำกันในแต่ละย่าน ด้วยความตั้งใจอยากให้ย่านในประเทศไทยได้รับความนิยมมากขึ้น ให้นักท่องเที่ยวได้ของที่ระลึกกลับไปนอกจากแค่รูปภาพในโทรศัพท์ เรื่องราว AROUNDTOWN บอกเล่าโดยสองผู้ก่อตั้ง หม่อน-พจนินท์ อร่ามวัฒนกุล และ จีน-บัณฑิตา เงาศุภธน วัย 23 ปี จุดเริ่ม “ตู้สุ่มมินิโปสการ์ด” ทุกครั้งที่ออกไปเที่ยวจีนและหม่อนจะชอบซื้อของที่ระลึก เช่น แม่เหล็กติดตู้เย็น หรือโปสการ์ดกลับมาทุกครั้ง ทั้งสองจึงนำความชอบมาเป็นไอเดียธุรกิจ เพราะอยากให้ประเทศไทยมีของที่ระลึกน่ารักๆ ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติได้ซื้อกลับบ้าน พร้อมทั้งอยากนำเสนอมุมอื่นๆ ของไทยให้นักท่องเที่ยวรับรู้ว่าไม่ได้มีเพียงแค่แหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง แต่หากมองลึกลงไปตามย่านล้วนมีความพิเศษแล
“ศุภจี” ชู 64 SMEs ต้นแบบจาก Boost Up SMEs สู่ตลาด FTA สร้างมูลค่าเจรจา 571 ล้านบาท ย้ำไม่หยุดแค่เปิดตลาด ต้องโตต่อในตลาดโลก วันที่ 17 กันยายน 2569 ณ ห้องบุรฉัตรไชยากร ชั้น 4 สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีมอบเกียรติบัตรแก่ผู้ประกอบการที่ผ่านการนำเสนอแผนธุรกิจ จำนวน 64 ราย ภายใต้โครงการ “Boost up SMEs สู่ตลาด FTA” พร้อมปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “FTA Fast Track เปิดมุมมอง สร้างโอกาส ต่อยอดธุรกิจไทยสู่ตลาดโลก” โดยมี นางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายวรวุฒิ โปษกานนท์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายเอกฉัตร ศีตวรรัตน์ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ดร.ปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการ รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์เข้าร่วม นางศุภจี กล่าวว่า SMEs เป็นกำลังสำคัญของเศรษฐกิจไทย เนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่ของประเทศเป็นธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง โดยในจำนวนบริษัทที่จดทะเบียนเป็นนิติบุค
ธุรกิจที่น่ากังวลอาจไม่ใช่ธุรกิจที่กำลังขายไม่ได้ แต่อาจเป็นธุรกิจที่ยังขายได้ ยังมีลูกค้า ยังมีรายได้ เพียงแต่ต้องใช้เงิน ใช้เวลา และใช้แรงมากขึ้น เพื่อให้ได้ผลลัพธ์เท่าเดิม ยอดขายจึงอาจเป็นตัวเลขที่ทำให้เจ้าของธุรกิจสบายใจ ทั้งที่ข้างใต้กำลังเกิดอีกเรื่องหนึ่งขึ้นเงียบๆ กำไรบางลง เงินสดเหลือน้อยลง ต้องซื้อยอดแพงขึ้น เจ้าของเหนื่อยขึ้น และธุรกิจมีทางเลือกน้อยลง นี่อาจเป็นภาวะ “ตกชั้น” โดยที่ยอดขายยังไม่ตกเลยก็ได้ ข้อมูลของ Krungthai COMPASS ที่ศึกษาธุรกิจ SMEs กว่า 160,000 รายใน 6 อุตสาหกรรมย้อนหลัง 15 ปี สะท้อนภาพที่น่าคิดว่า ความสามารถในการทำกำไรของ SMEs ไทยถดถอยลงในเกือบทุกกลุ่มธุรกิจ และบริษัทกว่าครึ่งมีสถานะทางธุรกิจแย่ลงจากเมื่อ 15 ปีก่อน คำถามสำหรับ SME วันนี้จึงอาจไม่ใช่เพียง “ขายได้เท่าไร” แต่ต้องถามต่อว่า “ยอดขายนั้นทำให้ธุรกิจแข็งแรงขึ้นจริงหรือไม่” ลองเช็กจาก 5 สัญญาณนี้ 1. ยอดขายโต แต่พอคิด “ต้นทุนจริง” แล้ว กำไรแทบไม่โต ยอดขาย 1 ล้านบาทไม่เท่ากันทุกธุรกิจ ถ้าต้องแลกมาด้วยส่วนลด ค่าโฆษณา ค่าขนส่ง ค่าแพลตฟอร์ม ค่าคอมมิชชั่น หรือโปรโมชั่นที่แรงขึ้นต่อเนื่อง รายได้ที่เพิ่มขึ
