Featured

สามารถ เดาถูก! ลดราคาสายสีม่วงไม่ช่วย อึ้งขาดทุน 3.48 ล้าน/วัน จี้ ม.ดังแจง หลังวิจัยพลาด

วันนี้ (9 กันยายน) นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และอดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ กรณีสถานการณ์รถไฟฟ้าสายสีม่วง ระบุว่า รถไฟฟ้าสีม่วงอาการหนัก ผู้โดยสารเมิน-ขาดทุนเพิ่ม

ก่อนที่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) จะปรับลดค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีม่วงลงมาจาก 14-42 บาท เป็น 14-29 บาท ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 1 กันยายน 2559 เป็นต้นมา ผมได้คาดการณ์ว่าจะทำให้มีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นประมาณ 10% เท่านั้น จะไม่เพิ่มขึ้นถึง 30% ตามที่ประธานกรรมการ รฟม.คาดการณ์ไว้ ดังที่ผมได้โพสต์ไว้เมื่อวันอังคารที่ 30 สิงหาคม 2559 เรื่อง “ลดราคารถไฟฟ้าสายสีม่วง ผู้โดยสารเพิ่ม 30% ได้จริงหรือ?”

แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่ามีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเพียงแค่ 8% หรือ 1,600 คนต่อวันเท่านั้น จากประมาณ 20,000 คนต่อวัน ทำให้ รฟม.ขาดทุนเพิ่มขึ้น กล่าวคือ เดิมก่อนปรับลดค่าโดยสาร รฟม.มีรายได้จากค่าโดยสารวันละประมาณ 600,000 บาท ในขณะที่ รฟม.ต้องจ่ายค่าจ้างให้บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีอีเอ็ม เดินรถและบำรุงรักษาวันละประมาณ 3.6 ล้านบาทสำหรับปีแรกที่เปิดให้บริการ ทำให้ รฟม.ขาดทุนวันละ 3 ล้านบาท

หลังจากมีการปรับลดค่าโดยสารลงมาแล้ว รฟม.มีรายได้ลดลงเหลือเฉลี่ยวันละประมาณ 520,000 บาท หรือลดลงจากเดิม 13% ทำให้ รฟม.ขาดทุนเพิ่มขึ้นเป็นวันละประมาณ 3.08 ล้านบาท หากรวมค่าจ้างที่ รฟม.ต้องจ้างองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ให้บริการขนผู้โดยสารระหว่างสถานีเตาปูนกับสถานีบางซื่อ และต้องจ้างการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ขนผู้โดยสารระหว่างสถานีบางซ่อนกับสถานีบางซื่ออีกวันละประมาณ 400,000 บาทด้วยแล้ว จะทำให้ รฟม.ขาดทุนเพิ่มขึ้นเป็นวันละประมาณ 3.48 ล้านบาท

ถึงเวลานี้ รฟม.จึงจำเป็นจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะลดการขาดทุนลงให้ได้ ซึ่งผมมั่นใจว่า รฟม.จะสามารถทำได้ ผมเห็นใจ รฟม.มาก เพราะ รฟม.ไม่ได้เป็นผู้กำหนดเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีม่วงขึ้นมาเอง แต่เส้นทางรถไฟฟ้าในแผนแม่บททั้งหมดรวมทั้งเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีม่วงเป็นการศึกษาและบูรณาการโดยสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.)

ในกรณีของรถไฟฟ้าสายสีม่วงนั้น เดิมมีการศึกษาความเป็นไปได้พบว่าจะมีผู้โดยสารวันละประมาณ 220,000 คน ในปี พ.ศ.2559 และจะเพิ่มเป็นวันละประมาณ 239,000 คน และ 369,000 คน ในปี พ.ศ.2562 และ พ.ศ.2572 ตามลำดับ ส่งผลให้มีการตัดสินใจก่อสร้างรถไฟฟ้าสายนี้ เพราะมีผู้โดยสารมากพอ

แต่ก่อนเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายนี้ได้ไม่นาน รฟม.ได้ว่าจ้างมหาวิทยาลัยนเรศวรทำการศึกษาทบทวนอีกครั้งภายใต้โครงการ “จ้างที่ปรึกษาเพื่อจัดทำอัตราค่าโดยสารโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางใหญ่-บางซื่อ” ด้วยค่าจ้าง 4,272,000 บาท ให้เวลาศึกษา 90 วัน เนื่องจาก รฟม.กังวลเรื่องจำนวนผู้โดยสาร เพราะยังไม่มีการเชื่อมต่อการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าจากสถานีเตาปูนไปสถานีบางซื่อ ผลการศึกษาโดยมหาวิทยาลัยนเรศวรพบว่า จะมีผู้โดยสารวันละประมาณ 73,000 คน ในปี พ.ศ.2559 และจะเพิ่มขึ้นเป็นวันละประมาณ 80,000 คน และ 153,000 คน ในปี พ.ศ.2560 และ พ.ศ.2561 ตามลำดับ

เมื่อความเป็นจริงออกมาว่ามีผู้โดยสารรถไฟฟ้าสายสีม่วงต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก ผู้บริหารของสนข. และของมหาวิทยาลัยนเรศวรจะนิ่งเฉยอยู่ได้อย่างไร ออกมาชี้แจงหน่อยเถอะ

counter

Related Posts

พื้นที่นอนเปื่อย นั่งชิล กับโมเดลธุรกิจฮีลใจ “Quiet Room” ชวนทุกคนมาวางสิ่งที่แบกอยู่ ในวันที่เหนื่อยล้าและวุ่นวาย
Iberry Group
คุยกับ ‘NYŪ’ แบรนด์ไทยคิดต่าง
เริ่มธุรกิจเสริมจาก Pain Point ใกล้ตัว เมื่อหา “ม็อกเทล” ที่ถูกใจไม่ได้ สองแม่ลูกเลยทำขายเอง สร้างรายได้ 16 ล้านในเวลาไม่ถึงปี
NUTS, YES! อ่านว่า “นัทส์ เยส” แบรนด์นมถั่วน้องใหม่ ชื่อปั่น รู้ไหมทำไมต้องตั้งชื่อกำกวม