รถไฟฟ้าสายสีม่วง
เคทีซี ชวนสมาชิกลดโลกร้อน เดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ ใช้คะแนนแลกโค้ดส่วนลดค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินและสายสีม่วง เคทีซี สนับสนุนสมาชิกเลือกเดินทางด้วยรถสาธารณะ เพื่อช่วยลดปัญหาฝุ่นละอองและความแออัดของการคมนาคมขนส่งระหว่างเมือง จับมือ “BEM” และ “MRTA” มอบโค้ด e-Coupon ส่วนลด 50 บาท เมื่อสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซีเติมเงินบัตรโดยสารรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินและสายสีม่วงทุกประเภท 400 บาทขึ้นไป และใช้คะแนน KTC FOREVER 499 คะแนนแลกรับ ตลอดทั้งปี 2567 “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โดย นางสาววริษฐา พัฒนรัชต์ ผู้บริหารสูงสุด ฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต กล่าวว่า “เคทีซีสนับสนุนให้สมาชิกเล็งเห็นถึงความสำคัญของการใช้รถโดยสารสาธารณะพลังงานไฟฟ้า รวมถึงลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลในบางโอกาส เพื่อลดปัญหาฝุ่นละออง ความแออัดของการคมนาคมขนส่งระหว่างเมือง และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จึงได้จับมือกับ “BEM” (Bangkok Expressway and Metro) หรือ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้ามหานครสายเฉลิมรัชมงคล หรือรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน และ “MRTA” (Mass Rapid Transit Authority of Thailand) หรือ การรถไ
รฟม.ลดค่าครองชีพ รถไฟฟ้าสีม่วงเก็บ 20 บาทตลอดสาย ช่วงออฟพีกเฉพาะสถานีที่ 3 เป็นต้นไป รฟม. ลดค่าครองชีพรถไฟฟ้าสีม่วง เก็บ 20 บาทตลอดสาย ช่วงออฟพีก เฉพาะสถานีที่ 3 เป็นต้นไป – ผุดตั๋วเที่ยว สีม่วงพ่วงน้ำเงินลดราคา 33% ทดลอง 6 เดือน รฟม.ลดค่าครองชีพรถไฟฟ้าสีม่วง – นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ รฟม. ได้สรุปมาตรการลดภาระค่าครองชีพตามนโยบายของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคมแล้ว อยู่ระหว่างรอเสนอให้บอร์ด รฟม. พิจารณาอนุมัติเร็วๆ นี้ เบื้องต้นจะทดลองใช้มาตรการดังกล่าวเป็นเวลา 6 เดือนเพื่อรอดูผลตอบรับของผู้โดยสารก่อน เบื้องต้นแบ่งออกเป็น 2 มาตรการ คือ 1. มาตรการลดค่าโดยสารสำหรับตั๋วเที่ยวหรือตั๋วที่จะมีการกำหนดวันในการใช้งาน ซึ่งจะได้รับสิทธิ์เฉพาะการเดินทางร่วมรถไฟฟ้า 2 สาย คือรถไฟฟ้าสีม่วง ช่วงเตาปูน-บางใหญ่ และสีน้ำเงิน ช่วง เตาปูน-หลัก 2 เท่านั้น โดยจะลดราคาตั๋วโดยสาร เฉลี่ย 33% โดยมีรายละเอียดดังนี้ ตั๋ว 15 เที่ยว ราคา 780 บาท, ตั๋ว 25 เที่ยว ราคา 1,250 บาท, ตั๋ว 40 เที่ยว ราคา 1,920 บาท, ตั๋ว 50 เที่ยว ราคา 2,350 บาท 2. มาตรการล
ปี 61 นับเป็นอีกหนึ่งปีทองในวงการอสังหาริมทรัพย์ วัดจากตัวเลขการเปิดโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่ที่มีมากถึงเกือบ 70,000 ยูนิต ด้วยมูลค่ากว่า 3 แสนล้านบาท บางทำเลมีความโดดเด่น โดนใจ ขายดิบขายดี ยอดจองเต็มตั้งแต่เริ่ม แต่บางทำเลก็กลายเป็นทำเลปราบเซียน อัดแคมเปญกระตุ้นยอดขายแค่ไหน ก็ยังทำตัวเลขไม่ได้ดังหวัง ลองมาดูกันว่า ทำเลไหนรุ่ง ทำเลไหนร่วง ประจำปี 2561 ต่อเนื่องมาถึงปี 2562 ซึ่งทำวิจัยเอาไว้โดยบริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด คุณภัทรชัย ทวีวงศ์ ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายวิจัย บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า ทำเลทองที่มีความโดดเด่นที่สุดในปีที่ผ่านมา และมีแนวโน้มจะยังคงเป็นทำเลดาวรุ่งต่อเนื่องถึงปีนี้ มีอยู่ 5 ทำเล คือ 1. สุขุมวิท 55 หรือทองหล่อ 2. พญาไท-ราชเทวี 3. รามคำแหง 4. เอกมัย และ 5. พระราม 9-รัชดาภิเษก โดยเฉพาะซอยทองหล่อ มีการเปิดตัวโครงการใหม่ในปี 2561 ถึง 7 โครงการ รวม 2,358 ยูนิต มูลค่ากว่า 22,900 ล้านบาท แต่ละโครงการขายให้นักลงทุนชาวไทยและชาวต่างชาติได้เป็นอย่างดี และบางโครงการมีการปรับราคาขายขึ้นไปสูงกว่า 350,000 บาท ต่อตารางเม
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ครม.ยังรับทราบของขวัญปีใหม่ 2560 ตามที่กระทรวงคมนาคมได้นำเสนอให้กับประชาชน รวมทั้งหมด 56 โครงการ ซึ่งจะมีทั้งโครงการที่จะเปิดให้บริการและแผนปฏิบัติในปี 2560 แบ่งเป็นการขนส่งทางบก 25 โครงการ เช่น โครงการอำนวยความสะดวกประชาชนเพื่อรองรับการเดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ กิจกรรมไหว้พระ 9 วัด โดยรถโดยสารขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) วันที่ 31 ธันวาคม 2559-3 มกราคม 2560 การยกเว้นจัดเก็บค่าผ่านทางบูรพาวิถี (ทางพิเศษสายบางนา-ชลบุรี) และมอเตอร์เวย์สาย 7 (กรุงเทพฯ-ชลบุรี) สาย 9 (บางปะอิน-บางพลี) ตั้งแต่เวลา 00.01 น. วันที่ 29 ธันวาคม 2559-24.00 น. วันที่ 4 มกราคม 2560 นายอาคมกล่าวว่า ด้านการขนส่งทางราง มี 9 โครงการ เป็นของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ซึ่งเป็นการเพิ่มจำนวนและความถี่ของขบวนรถ การอำนวยความสะดวกคนพิการเข้าถึงระบบรางได้ ขณะเดียวกันทางผู้ให้บริการรถไฟฟ้า 3 สาย 4 เส้นทาง คือ รถไฟฟ้าใต้ดินเอ็มอาร์ที รถไฟฟ้าสายสีม่วง รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ และรถไฟฟ้าบีทีเอส
วันนี้ (9 กันยายน) นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และอดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ กรณีสถานการณ์รถไฟฟ้าสายสีม่วง ระบุว่า รถไฟฟ้าสีม่วงอาการหนัก ผู้โดยสารเมิน-ขาดทุนเพิ่ม ก่อนที่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) จะปรับลดค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีม่วงลงมาจาก 14-42 บาท เป็น 14-29 บาท ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 1 กันยายน 2559 เป็นต้นมา ผมได้คาดการณ์ว่าจะทำให้มีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นประมาณ 10% เท่านั้น จะไม่เพิ่มขึ้นถึง 30% ตามที่ประธานกรรมการ รฟม.คาดการณ์ไว้ ดังที่ผมได้โพสต์ไว้เมื่อวันอังคารที่ 30 สิงหาคม 2559 เรื่อง “ลดราคารถไฟฟ้าสายสีม่วง ผู้โดยสารเพิ่ม 30% ได้จริงหรือ?” แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่ามีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเพียงแค่ 8% หรือ 1,600 คนต่อวันเท่านั้น จากประมาณ 20,000 คนต่อวัน ทำให้ รฟม.ขาดทุนเพิ่มขึ้น กล่าวคือ เดิมก่อนปรับลดค่าโดยสาร รฟม.มีรายได้จากค่าโดยสารวันละประมาณ 600,000 บาท ในขณะที่ รฟม.ต้องจ่ายค่าจ้างให้บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีอีเอ็ม เดินรถและบำรุงรักษาวันละประมาณ 3.6 ล้านบาทสำหร
