Featured ข่าววันนี้

คลินิกความงามซัพพลายล้น เปลี่ยนสูตรธุรกิจดึงกำลังซื้อฟื้นตลาด

คลินิกความงาม 2 หมื่นล้านหืดจับ กำลังซื้อซึมลึก-ซัพพลายแน่นตลาด กลุ่มแมสช้ำหนัก ลูกค้าเมินแบรนด์ลอยัลตี้ เน้นถูกเป็นหลัก ”ธนพร”Ž งัด CRM ตรึงลูกค้าพรีเมี่ยม โปรโมตออนไลน์เจาะนักท่องเที่ยว แพนราชเทวีŽ ส่งคอสเมติกบุกยุโรป-รุกเปิดสาขาเออีซี ”วุฒิศักดิ์ฯ”Ž ปรับโมเดลลงทุนใหม่ ชูระบบแฟรนไชส์ขยายตลาดไทย-เทศ ด้าน ”รมย์รวินท์”Ž ลบภาพไฮโซ เข้าถึงยาก เรียกลูกค้า

ภาพของการแห่เปิดสาขาของคลินิกความงามแบรนด์ต่าง ๆ จนแน่นขนัด กำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ เมื่อสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้กำลังซื้อของผู้บริโภคแผ่วลงมาโดยตลอด การงัดกลยุทธ์ราคา โปรโมชั่น เพื่อดึงลูกค้าอาจได้ผลระยะสั้น แต่ก็ทำให้เจ็บตัวไม่น้อย เมื่อวันที่สายป่านยาวไม่ถึง ก็ทำให้บางคลินิกก็ต้องปิดตัวไป การออกมาปรับตัว เพื่อหาทางออกให้กับธุรกิจให้สามารถเติบโตต่อไปได้ จึงเป็นสิ่งที่ทุกค่ายกำลังพยายามอย่างหนักในขณะนี้

ซัพพลายล้น-ทยอยปิดสาขา

แหล่งข่าวระดับสูงในแวดวงคลินิกความงาม ฉายภาพกับ ประชาชาติธุรกิจŽ ว่า ช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ตลาดคลินิกความงามเติบโตสูงอย่างรวดเร็ว ทำให้มูลค่าตลาดขึ้นไปอยู่ที่กว่า 20,000 ล้านบาท ผู้ประกอบการหลายแบรนด์จึงเร่งขยายสาขา ทำให้ซัพพลายในปัจจุบันค่อนข้างแน่น อีกทั้งการแข่งขันที่รุนแรง ทำให้มาร์จิ้นลดลง ขณะที่รายจ่ายยังคงที่

จึงเห็นภาพของคลินิกทั้งเชนใหญ่และไม่มีเชน ที่จับกลุ่มลูกค้าระดับแมส เน้นเรื่องราคาเป็นหลัก ทยอยปิดสาขาหลายราย จากเดิมที่มี 2-3 สาขาในพื้นที่นั้น ๆ ก็ปรับลดเหลือเพียง 1 สาขา เพื่อคุมรายจ่าย ในขณะที่ยอดขายไม่ได้เฟื่องฟูเหมือนที่ผ่านมา

”ธนพรŽ” ชะลอแผนลงทุน

นายชยุตม์กันต์ พงศ์จิรกร ผู้ช่วยประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายการตลาด บริษัท เอสเธติก คอนซัลแทนท์ จำกัด ผู้บริหารธนพรคลินิก กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ”Ž ว่า ภาพรวมตลาดคลินิกความงามในปีนี้ค่อนข้างซบเซา เนื่องจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงทำให้กำลังซื้อของผู้บริโภคไม่ดีนัก ประกอบกับการเปิดตัวของคลินิกจำนวนมากในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ผู้บริโภคมีตัวเลือกมากขึ้น จึงเกิดการแข่งขันด้านราคา และโปรโมชั่นอย่างดุเดือดเพื่อดึงลูกค้า

ยอมรับว่าธนพรคลินิกก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยยอดขายครึ่งปีที่ผ่านมาลดลงจากปีที่แล้ว 5% ในช่วงครึ่งปีหลังจึงเน้นกลยุทธ์ซีอาร์เอ็ม โฟกัสฐานลูกค้าเก่าและสมาชิกระดับบน เช่น โปรโมชั่นพิเศษ อย่างการสะสมยอดซื้อเพื่อแลกรับตั๋วเครื่องบินและแพ็กเกจทัวร์ หรือโวเชอร์ในเดือนเกิดฟรี 3,000 บาท เป็นต้น และหันมาสร้างแบรนด์ผ่านโซเชียลมีเดียเพื่อเจาะคนรุ่นใหม่

และวางแผนที่จะโปรโมตธนพรคลินิกผ่านช่องทางออนไลน์เพื่อเจาะตลาดนักท่องเที่ยวสิงคโปร์ มาเลเซีย และจีน หลังจากช่วงที่ผ่านมา สาขาในโซนสีลมมีชาวต่างชาติวอล์กอินมาใช้บริการเพิ่มมากขึ้น โดยใช้วิธีค้นหาทางอินเทอร์เน็ต ก่อนที่จะเข้าไปขยายสาขาในอาเซียน ภายใต้แบรนด์ใหม่ ซึ่งอยู่ระหว่างพูดคุยกับพาร์ตเนอร์ท้องถิ่นในเมียนมา คาดว่าจะมีความชัดเจนในปีหน้า

ส่วนการขยายสาขาในปีนี้ ได้ชะลอแผนออกไปก่อน จากเดิมตั้งเป้าเปิดเพิ่มในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดอีก 2-3 สาขา เนื่องจากยังไม่มีโลเกชั่นที่เหมาะสม และการจับจ่ายโดยรวมยังไม่เอื้ออำนวย อย่างไรก็ตาม ใน 5 ปีมีแผนเปิดให้ครบ 40 สาขา จากปัจจุบันที่มีอยู่ทั้งสิ้น 16 สาขา แบ่งเป็นในกรุงเทพฯ 13 สาขา ต่างจังหวัด 3 สาขา

”แพนฯ”Ž ร่วมทุนบุก ตปท.

นายพรชาย พิริยบรรเจิด กรรมการผู้จัดการ บริษัท แพน ราชเทวี กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารราชเทวีคลินิก และแพนคลินิก ระบุว่า เศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงและผู้เล่นที่มากขึ้น ทำให้การเติบโตของบริษัทจากเดิมที่เคยสูงปีละ 20-30% ลดลงเหลือ 2-3% ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เพื่อรับมือกับการแข่งขันและสภาพตลาดที่เปลี่ยนไป ได้ปรับกลยุทธ์ใหม่ โดยเพิ่มสินค้าและบริการใหม่ ๆ มากขึ้น อาทิ โปรแกรมดูแลผิว รักษาสิวหลักร้อย ดึงลูกค้ากลุ่มที่ไม่เคยใช้บริการให้เข้ามาทดลอง การดูแลลูกค้ารายบุคคลเพื่อสร้างลอยัลตี้ การสื่อสารในช่องทางดิจิทัลเพื่อสร้างแบรนด์กับกลุ่มคนรุ่นใหม่ ผ่านสาขาทั้งหมดของทั้ง 2 แบรนด์จำนวน 130 สาขา

ตลอดจนการขยายตลาดต่างประเทศ โดยธุรกิจคลินิกที่มีสาขาในเวียดนาม 2 สาขา และกัมพูชา 1 สาขา จะเพิ่มเปิดในเมียนมาและลาว และอยู่ระหว่างการพิจารณาปรับโมเดลจากรูปแบบร่วมทุนเป็นแฟรนไชส์ในอนาคต ส่วนธุรกิจเวชสำอาง ภายใต้แบรนด์แพน คอสเมติก จะขยายไปในยุโรปผ่านแบรนด์แพนเดอร์มาแคร์ ภายในสิ้นปีนี้ นำร่องโดยกลุ่มดูแลสิว สกินแคร์ กันแดด และริ้วรอย

“วุฒิศักดิ์ฯ”Ž เปิดแฟรนไชส์ลุย

ด้านนายอรรถวุฒิ จริงไธสง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วุฒิศักดิ์ คลินิก อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด ระบุว่า ได้ปรับกลยุทธ์สร้างการเติบโตให้กับธุรกิจจากเดิมที่ลงทุนเอง มาเป็นระบบแฟรนไชส์เพื่อให้คลินิกเปิดสาขาได้เร็วขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยตั้งเป้า 300 สาขาภายใน 3 ปี จากปัจจุบันที่มีอยู่ 120 สาขาในไทย และ 12 สาขาในซีแอลเอ็มวี เพื่อรับกับการเติบโตในธุรกิจความงามและสุขภาพที่มีมูลค่ากว่า 2.5 แสนล้านบาท ขยายตัวกว่าปีละ 10%

โดยแบ่งเป็นโมเดล 1.วุฒิ-ศักดิ์ คลินิก ใช้เงินลงทุน 6-8 ล้านบาท 2.วุฒิ-ศักดิ์ บิวตี้ แอนด์ เวลล์เนส ศูนย์การดูแลความงามครบวงจร ใช้เงินลงทุน 5-7 ล้านบาท และ 3.วุฒิ-ศักดิ์ คอสเมติกช็อป ร้านค้าปลีกเครื่องสำอางภายใต้แบรนด์วุฒิ-ศักดิ์ และแบรนด์พันธมิตร ใช้เงินลงทุน 1.5-2.5 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีการจัดตั้งสถาบันเทรนนิ่งพนักงาน W Academy เพื่อฝึกอบรม องค์ความรู้การแพทย์ การบริการ การขาย การตลาด ป้อนธุรกิจ โดยปีนี้บริษัทจะมีรายได้เติบโต 10% หรือ 2,000 ล้านบาท

”รมย์รวินท์”Ž ลบภาพคลินิกไฮโซ

นางขวัญฤทัย ดำรงค์วัฒนโภคิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท รมย์รวินท์คลินิก จำกัด ระบุว่า เพื่อรับมือกับการแข่งขันของตลาดคลินิกความงาม และคลินิกศัลยกรรมที่มาแรงขึ้น ได้นำเข้าเทคโนโลยีการรักษาแบบใหม่เพื่อรองรับกับความต้องการของลูกค้าและปรับภาพลักษณ์ของรมย์รวินท์ให้เป็นแบรนด์ที่เข้าถึงง่ายขึ้น เพื่อขยายฐานคนรุ่นใหม่ วัยเพิ่งเริ่มทำงาน ผ่านโปรแกรมดูแลผิว เช่น Ac Clear ราคา 690 บาทต่อครั้ง เป็นต้น

 

ที่มา ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

Related Posts

คุยกับ ‘NYŪ’ แบรนด์ไทยคิดต่าง
เริ่มธุรกิจเสริมจาก Pain Point ใกล้ตัว เมื่อหา “ม็อกเทล” ที่ถูกใจไม่ได้ สองแม่ลูกเลยทำขายเอง สร้างรายได้ 16 ล้านในเวลาไม่ถึงปี
NUTS, YES! อ่านว่า “นัทส์ เยส” แบรนด์นมถั่วน้องใหม่ ชื่อปั่น รู้ไหมทำไมต้องตั้งชื่อกำกวม
Tinder เผย 85% คนโสดไทยรู้สึกเหงา แต่ยังเปิดใจสร้างความสัมพันธ์ใหม่ๆ และเชื่อว่าจะได้เจอ “คนที่ใช่”