Featured
ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย เดินหน้าพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการเอสเอ็มอี จัดงาน “SMEs Coaching” ปั้นยอดขายให้สุดปังจากยุค 1.0-4.0 by เจ้เล้งนำประสบการณ์กว่า 5 ทศวรรษ ที่ใช้ในการทำธุรกิจจนประสบความสำเร็จกลั่นหลักการตลาดกลยุทธ์การขายแนะ “เอสเอ็มอี” ประยุกต์ใช้ 5 กลยุทธ์นำธุรกิจสู่ความมั่งคั่ง ยั่งยืน นายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME Development Bank) กล่าวเปิดเสวนา “SMEs Coaching” ปั้นยอดขายให้สุดปังจากยุค 1.0-4.0 by เจ้เล้ง ซึ่งจัดขึ้นภายในงาน “ สุดยอด SMEs ส่งสุข ส่งท้าย ส่งความประทับใจ ตลาดคลองผดุง 2560 ”ที่ ตลาดคลองผดุงกรุงเกษม ว่าภายใต้นโยบาย ภารกิจ และความมุ่งมั่นของธนาคารในการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย ให้ก้าวไกล ทุกส่วนงานของธนาคาร ได้มีการทำงานเชิงรุกโดยได้ร่วมกับผู้ประกอบการธุรกิจที่ประสบความสำเร็จจากการลงมือทำจริงได้รับการยอมรับในระดับชาติ และระดับนานาชาติ ทำโครงการ “SMEs Coaching” เพื่อให้ผู้ประกอบการมาถ่ายทอดประสบการณ์ และเป็นโค้ช (Coach) ให้หลักคิด ถายทอดกลยุทธ์ธุรกิจเชิงรุก และเทคนิคการ
วันที่ 13 ธ.ค. ที่กองปราบปราม น.ส.ประดับ จันทร์อ่วม อายุ 72 ปี เดินทางเข้าพบ พ.ต.ต.(หญิง) จันทนา สาตะมาน สารวัตร (สอบสวน) กก.5 บก.ป. เพื่อร้องขอความเป็นธรรม กรณีที่ตนถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดวันที่ 1 ธ.ค. 60 หมายเลข 451005 ซึ่งถูกรางวัลที่ 1 ได้รับเงินรางวัล 6 ล้านบาท แต่ได้หายไป ปรากฏว่าภายหลังกลับมีผู้นำสลากดังกล่าวไปขึ้นเงินรางวัลแทน น.ส.ประดับ ให้การว่า ก่อนหน้านี้ตนไปซื้อลอตเตอรี่ฉบับดังกล่าวจากพ่อค้าหวยชื่อ นายเปี๊ยก ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง ที่งานวัดแห่งหนึ่งใน อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี ปรากฏว่าขณะเดินอยู่ในงานกลับทำหาย จึงไปให้โฆษกงานวัดประกาศหา แต่ก็ไม่มีผู้ใดนำมาคืน ตนก็เลยเข้าแจ้งความ สภ.สามชุก กระทั่งทราบว่ามี น.ส.พรทิพย์ ปาลวงษ์ ซึ่งเป็นคนใน อ.สามชุก เป็นคนนำไปขึ้นเงินจากกองสลาก จำนวน 6 ล้านบาทไปแล้ว ทั้งๆ ที่ตนจำได้แม่นว่าสลากดังกล่าวเป็นผู้ซื้อมาจริงๆ ทั้งนี้มีรายงานด้วยว่า คดีดังกล่าว น.ส.ประดับ ได้เข้าแจ้งความไว้แล้วที่ สภ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี โดยมีน.ส.พรทิพย์ ปาลวงษ์ เป็นผู้ไปขอขึ้นเงินรางวัล 6 ล้านบาท เบื้องต้นเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบพยาน โดย น.ส.พรทิพย์ ให้การโดยอ้าง
เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ วีริยาสรร รักษาราชการแทนเลขาธิการ ปปง. กล่าวว่า จากคดีที่นายชิงตวน จาง กับพวกแก๊งชาวจีนฉ้อโกงประชาชน โดยการตั้ง “โครงการจี้หลงกั๋วจี้” หรือ “โครงการทวงสมบัติชาติ” แล้วหลอกลวงให้ประชาชนร่วมลงทุน มีผู้เสียหาย 33,000 คน ความเสียหายมูลค่าประมาณ 1,000 ล้านบาท และต่อมาสำนักงาน ปปง. ประสานงานกับสาธารณรัฐประชาชนจีน จนนำไปสู่การยึดและอายัดทรัพย์สินได้มูลค่าประมาณ 346 ล้านบาท นั้น สำนักงาน ปปง. ดำเนินการสืบสวนขยายผลพบว่า การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดอาญาฐานฟอกเงิน อีกส่วนหนึ่ง โดยมีคนไทยเข้าร่วมการกระทำความผิดด้วย ดังนั้น เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2560 สำนักงาน ปปง. จึงดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน ไปดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหา จำนวน 5 ราย คือ 1.นายชิงตวน จาง 2.นายหวง จิงเคอ 3.นายปู่ เจ๋อ หวิ๋น 4.นางเอมอร จิตจักร์ และ 5.นายฉีตง หรืออาตง ในการกระทำการโอน รับโอน เปลี่ยนสภาพทรัพย์สิน เพื่อซุกซ่อน หรือปกปิดแหล่งที่มาของทรัพย์สิน หรือกระทำด้วยประการใดๆ เพื่อปกปิดหรืออำพรางลักษณะที่แท้จริงการได้มา ซึ่งทรัพย์สินที่เกี
นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า กระทรวงการท่องเที่ยวฯ กำลังคุยกับกระทรวงมหาดไทย เพื่อขอให้ช่วยลดภาษีป้ายให้กับผู้ประกอบการร้านค้า หรือห้องแถวชุมชนตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ทั่วประเทศ ที่เปิดห้องน้ำให้บริการกับนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเยือน เพราะที่ผ่านมาสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งในประเทศ โดยเฉพาะในจังหวัดเล็กๆ ยังคงขาดแคลนห้องน้ำที่ดี มีคุณภาพ ดังนั้นเพื่อไม่ให้ภาครัฐต้องเสียเงินลงทุนไปสร้างห้องน้ำสาธารณะใหม่ ก็อยากจะขอความร่วมมือกับบรรดาร้านค้าต่างๆ มาช่วยกันเปิดให้บริการ แล้วภาครัฐจะมีสิ่งตอบแทนให้ “ภาษีป้ายก็น่าจะเป็นไปได้ โดยขอให้ร้านค้าอาซิ้ม อาซ้อ ในสถานที่ท่องเที่ยวที่ยังขาดแคลนห้องน้ำอยู่ได้เปิดห้องน้ำให้บริการนักท่องเที่ยว จะเก็บเงินหรือไม่เก็บเงินก็ได้ หรือจะเปิดให้บริการเฉพาะผู้หญิงก็ได้ แล้วก็ได้สิทธิพิเศษด้วยการลดภาษีป้าย ซึ่งน่าจะช่วยทำให้เกิดความคุ้มค่ามากขึ้น มากกว่าการไปสร้างห้องน้ำขึ้นมาใหม่ ขณะเดียวกันยังจะร่วมมือกับกรมทางหลวงชนบท ดูเรื่องป้ายบอกทางตามถนนหนทางที่เข้าไปสู่เมืองท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวเห็นได้ง่ายด้วย” ที่มา ข่าวสดออนไ
เรื่องราวของเปิ้ล หรือ นวลปรางค์ คำชื่นวงศ์ วัย 33 ปี ที่ลาออกจากงานเมื่อราว 5 ปีที่ผ่านมา ใช้เงินก้อนสุดท้ายที่ได้จากการออกจากงาน (กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ) ราว 200,000 บาท บวกกับเงินของสามี ไปลุยธุรกิจฟู้ดทรัก ล้มลุกคลุกคลาน แต่สู้ไม่ถอย ถอยไม่ได้ เพราะยึดเป็นอาชีพสุดท้าย อีกทั้งมีลูกน้อยที่ต้องดูแล กระทั่งปัจจุบันสามารถโลดแล่นอยู่ในวงการ ฟู้ดทรัก อย่างมีความสุข มีงาน มีเงิน เข้าตลอด หลักแสนบาทต่อเดือน หักโน่นนี่ รายจ่ายต่างๆ เหลือเก็บอีกวันละ 2,000 บาท สบายๆ ทั้งหมดนี้ ใช้เวลาปั้นอยู่กับมัน 3 ปีเต็ม คำถามแรกคือ ทำไมต้องเป็นฟู้ดทรัก “3 ปีก่อน กระแสฟู้ดทรัก กำลังมา ก็ปรึกษากับสามีเอาเงินที่มีอยู่มาลงทุนดีมั้ย ก็สรุปว่าไปดาวน์รถมือสองมา 130,000 บาท ตกแต่ง ซื้ออุปกรณ์เข้ารถ รวมๆ แล้ว 200,000 บาท จากนั้นก็เลือกว่าจะขายอะไร เอาเป็นว่าเราเลือกขายอะไรที่เราชอบกินก่อน มีอยู่ช่วงหนึ่งชอบกินข้าวแกงกะหรี่มาก ก็เลยคิดว่าขายอันนี้ดีกว่า” ทำอาหารญี่ปุ่นเป็นมาก่อนเหรอคะ หรือเริ่มต้นยังไง “ไม่เป็นเลย พอคิดจะทำ ก็คิดว่าจะทำยังไงให้มันอร่อยเหมือนที่ร้าน เริ่มต้นจากเปิดเว็บดูการทำอาหารญี่ปุ่นแกงกะหรี่ แล้ว
เจนไน หรือ เชนไนที่คนไทยชอบเรียก เป็นแหล่งอารยธรรมเก่าแก่ เขาบอกว่าเป็นต้นกำเนิดของวัฒนธรรมกัมพูชาและเมืองไทยด้วย ที่ชัดๆ คือ ปราสาทหินนครวัดและปราสาทหินแถวภาคอีสานของเรา มหาพลีปุรัม คือชื่อเมืองที่ตั้งกลุ่มปราสาทหินเก่าแก่ อยู่ริมทะเล กว้างใหญ่มากครับ ตั้งอยู่ทางใต้ของอินเดีย ไปจากตัวเมืองเจนไน นั่งรถใช้เวลาหลายตื่นอยู่ ประมาณ 60 กิโลเมตร แต่ด้วยความที่เราไม่ชินทาง รถติดบ้าง เลยนานหน่อย แต่ก่อนเป็นเมืองท่าที่เจริญมาก มีอายุนานนับพันปี ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 7 มาเที่ยวที่นี่ เที่ยวให้ทั่วต้องใช้เวลาทั้งวัน แต่ต้องเป็นคนชอบของเก่าแก่ ศรัทธาองค์พระศิวะ พระนารายณ์ พระแม่อุมา พระพิฆเนศวร์จะเดินดูอย่างสนุกสนาน ถ่ายรูปสวย ควบคู่กับความร้อนระเบิด แดดเปรี้ยง น่าทึ่งมากคือประติมากรรมแต่ละแห่ง คนโบราณแกะลงไปในภูเขาหินทรายก้อนใหญ่ๆ ทั้งก้อน ไม่ว่าจะเป็นปราสาท วัด ภาพแกะสลักหน้าผา ทุกอย่างประณีตบรรจงสวยงามจริงๆ ยากแก่การบรรยาย เสียดายผมไม่มีเนื้อที่ลงรูปสวยๆ ได้มากนัก สถาปัตยกรรมแบบนี้เขาเรียกว่าแบบดราวิเดียน ลักษณะสำคัญคือการแกะสลักแบบนูนสูง ให้ตัวภาพลอยขึ้นมาจากหิน ความเป็นมาของโบราณสถานแต่ละแห่
นายลักษณ์ วจนานวัช รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติงบประมาณจากงบกลางเงินสำรองจ่าย วงเงิน 1,687.1557 ล้านบาทเพื่อเป็นแรงจูงใจให้ชาวนาลดพื้นที่ปลูกข้าว 2,000 บาท/ไร่ ไม่เกินรายละ 15 ไร่ หรือไม่เกิน 30,000 บาท/ราย เพื่อเข้าร่วมโครงการปรับพื้นที่ปลูกพืชทดแทน การปลูกข้าวรอบที่ 2 ภายใต้แผนการ ผลิตและการตลาดข้าวครบวงจร ปี 2560/61 (ด้านการผลิต) เพื่อดำเนิน 3 โครงการ ได้แก่ 1. โครงการขยายการส่งเสริมการปลูกพืชหลากหลาย ฤดูนาปรังปี 2561 วงเงิน 647.4755 ล้านบาท โดยกรมส่งเสริมการเกษตร 2. โครงการขยายการปลูกพืชปุ๋ยสด ฤดูนาปรัง ปี 2561 วงเงิน 240 ล้านบาท ดำเนินการโดยกรมพัฒนาที่ดิน และ 3. โครงการส่งเสริม การปลูกพืชอาหารสัตว์ ฤดูนาปรัง ปี 2561 วงเงิน 860 ล้านบาท ดำเนินการโดยกรมปศุสัตว์ ดังนั้น เพื่อเป็นการรักษาอุปทานข้าวให้สมดุลกับอุปสงค์ตามแผนการผลิตและการตลาดข้าว ปี 2560/61 จึงจำเป็นต้องจัดทำโครงการรองรับให้เกษตรกรปลูกพืชอื่นทดแทนข้าวในพื้นที่อีก 1 ล้านไร่ ในปี 2560/61 กระทรวงเกษตรฯ พิจารณาแล้วสามารถจัดทำโครงการทดแทน การปลูกข้าว โดยมีพื้นที่เป้าหมาย 900,000 ไร่ เนื่องจากในฤดูกาล
นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรฯ รายงานเบื้องต้นแพ็คเกจแก้ไขราคายางตกต่ำ และลดปริมาณยางจากระบบ ต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ก่อนที่จะนำรายละเอียดแพ็กเกจแก้ปัญหาราคายางตกต่ำ เสนอที่ประชุมคณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทย (บอร์ดการยาง) และเสนอที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) และกลับมาเสนอให้ ครม. พิจารณาในวันที่ 19 ธ.ค. 2560 ต่อไป เบื้องต้นคาดใช้เงินประมาณ 12,680 ล้านบาท สำหรับรายละเอียดแพ็กเกจแก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำ ที่จะเข้าครม. สัปดาห์หน้ามีรายละเอียดดังนี้คือ 1. สนับสนุนให้ภาครัฐใช้ยางในประเทศเพิ่มเป็น 2 แสนตัน ในปี 2561 จากเดิมมีความต้องการใช้ประมาณ 7-8 หมื่นตัน โดยได้หารือกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อขอรู้ปริมาณความต้องการใช้ยาง คาดว่าจะใช้งบประมาณในการซื้อยางประมาณ 12,000 ล้านบาท 2. มาตรการประกาศหยุดกรีดยางทั่วประเทศ จนกว่าราคายางพาราจะดีขึ้นจนน่าพอใจ ทั้งในส่วนของพื้นที่สวนของภาครัฐ และสวนยางเกษตรกร โดยให้เงินจูงใจสำหรับชาวสวนที่เข้าร่
เมื่อเวลา 13.00 น. วันนี้ 12 ธ.ค. นายวิทยา ธนทรัพย์สิน อายุ 44 ปี ชาว อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด ผู้ที่เอาฉลากกินแบ่งรัฐบาลไปขึ้นเงิน พร้อมครอบครัว และนายพันธ์ศักดิ์ เสือชุมแสง อายุ 31 ปี ผู้เคยแจ้งหายล็อตเตอรี่ 12 ล้าน ได้เดินทางมาพบ พ.ต.อ.สมภาพ สังข์กรทอง ผกก. สภ.นางรอง บุรีรัมย์ เพื่อมาฟังผลการตรวจดีเอ็นเอ หลังจากมีข้อพิพาทกันมานานว่าสลากกินแบ่งรัฐบาล หมายเลข 715431 จำนวน 2 ใบ ประจำงวดวันที่ 16 สิงหาคม 2560 ซึ่งถูกรางวัลที่ 1 เป็นของใคร โดยผู้กำกับได้เชิญทั้งสองฝ่ายมาการเจรจากันก่อนในห้องลับ เกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น ว่าจะยอมความกันอย่างไร จากข้อมูลเบื้องต้น นายพันธ์ศักดิ์ยอมรับผลของ DNA ส่วนนายวิทยา ไม่ยอมรับคำขอโทษ เพราะทำให้ชื่อเสียงเสียหาย ถูกสังคมตราหน้าว่าเป็นคนขี้โกง การเจรจาใช้เวลาประมาณ 1 ชม. ก่อนจะออกมาไปห้องแถลงข่าว โดยผกก.สภ.นางรอง ได้ระบุว่าผล DNA บนสลากกินแบ่งรัฐบาล กับบุคคลที่เกี่ยวข้องในคดี ไม่มีของนายพันธ์ศักดิ์ มีเพียงของนายวิทยา ซึ่งตำรวจสรุปได้ว่า รางวัลดังกล่าวเป็นของนายวิทยา อย่างถูกต้องคือ 18 ล้านบาท นายวิทยา ผู้ขึ้นเงินรางวัล ได้มีการสอบถามนายพันธ์ศักดิ์ ต่อ
นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงเกณฑ์การวัดและการสำรวจกลุ่มธุรกิจดาวรุ่ง ดาวร่วง โดยใช้พิจารณาจากข้อมูลทุติยภูมิ ได้แก่ ข้อมูลด้านการนำเข้าและส่งออกสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมและอัตราการใช้กำลังการผลิต ดัชนีราคาผู้บริโภค และดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม และดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจ ตารางปัจจัยการผลิต I-O Table ภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทย และประเทศคู่ค้าสำคัญ ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ ประกอบการกับข้อมูลปฐมภูมิจากการสำรวจของหอการค้าโพลล์ เช่น ผลการสำรวจผู้ประกอบการรายสาขา ผลสำรวจสถานภาพธุรกิจไทย ผลสำรวจปัจจัยเสี่ยงทางเศรษฐกิจ นำมาประกอบการพิจารณาและให้คะแนน และสำหรับเกณฑ์ให้คะแนน หอการไทย จะให้คะแนน ดังนี้ ยอดขาย ต้นทุน ส่วนต่างของยอดขายต่อต้นทุน (กำไรสุทธิ) ผลกระทบจากปัจจัยเสี่ยงและภาวะการแข่งขัน และความต้องการ ความสอดคล้องกับกระแสนิยม รวม 100 คะแนน โดยผลสำรวจ 10 อันดับธุรกิจเด่น ปี 2561 ว่า ลำดับที่ 1 ธุรกิจให้บริการด้านเทคโนโลยีการสื่อสารและอุปกรณ์( ผู้ให้บริหารโครงข่าย) คะแนนรวม 94.5 ลำดับ 2 ธุรกิจบริการ
