Featured
จากกรณีที่นายอาทิวราห์ คงมาลัย หรือตูน บอดี้สแลม ออกมาวิ่งในโครงการก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ เป็นระยะทาง 2,191 กิโลเมตร จากอ.เบตง จ.ยะลา สู่อ.แม่สาย จ.เชียงราย ซึ่งขณะนี้ตูนได้วิ่งเข้าสู่จ.ราชบุรีแล้ว โดยมีเพื่อนศิลปิน ดารา จำนวนมากมาร่วมวิ่งในโครงการดังกล่าว รวมถึงประชาชนที่รอให้ส่งกำลังใจให้กับตูนตลอดเส้นทางที่ตูนวิ่งผ่าน พร้อมทั้งร่วมบริจาคเงินอีกด้วย ตามที่ได้มีการเสนอข่าวไปแล้วนั้น ล่าสุดสงกรานต์ เตชะณรงค์ นักธุรกิจใหญ่ในอ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา สามีของนางเอกสาว แอฟ-ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความผ่านอินตาแกรมส่วนตัวชื่อ songkarn_tae โดยระบุว่า “กับพี่ชาย @somjit2001 และชาวปากช่องโครงการก้าวคนละก้าว วันนี้พี่น้องชาวปากช่องร่วมด้วยช่วยกันจนได้เกือบ 1,300,000 เราเมืองไม่ใหญ่แต่ใจสามัคคี สุดยอดมากครับ” ซึ่งงานนี้ชาวเน็ตแห่เข้าไปชื่นชมและสาธุกันเป็นจำนวนมาก บางคนก็แอบแซวว่า “วันนี้ยิ้มได้แล้วหรอคะบอส มีความสุขกับการให้ และอย่าลืมให้ตัวเองด้วย” ที่มา ข่าวสดออนไลน์
เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 1 ธ.ค.ที่ผ่านมา นางวรรณี ทองเหลืองพล อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 61 หมู่ 1 ต.นาด้วง อ.นาด้วง จ.เลย แม่ค้าขายก๋วยจั๊บ ตลาดโตรุ่ง อ.เอราวัณ พร้อมครอบครัวเข้าแจ้งความขอลงบันทึกประจำวันกับ ร.ต.อ.ธงชัย ภูทองจันทร์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เอราวัณ ไว้เป็นหลักฐานว่าตนเองถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 จำนวน 3 ใบ เลข 451005 เป็นเงิน 18 ล้านบาท เจ้าตัวเปิดเผยว่า อยู่ อ.นาด้วง จ.เลย เพิ่งมาขายก๋วยจับที่ตลาดโต้รุ่ง อ.เอราวัณ ไม่นาน มีแม่ค้ามาขายลอตเตอรี่จึงได้ซื้อเลขดังกล่าวไว้ 3 ใบ จนมารู้ว่าตัวเองถูกรางวัลที่ 1 เป็นเงิน 18 ล้าน ตื่นเต้นจนพูดไม่ออก ขณะลงบันทึกประจำวันอยู่ได้มีนางสุวรรณี วาดวารี อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 53/1 หมู่ 7 ต.ผาอินแปลง อ.เอราวัณ จ.เลย เจ้าของร้านดอกไม้ในตลาดเอราวัณ เดินขึ้นมาบนโรงพักขอลงบันทึกประจำวันว่าถูกรางวัลที่ 1 จำนวน 1 ใบ เป็นเงิน 6 ล้านบาท ดีใจที่ถูกรางวัลที่ 1 จากนั้นทั้ง 2 ราย หลังลงบันทึกประจำวันเสร็จเรียบร้อย ได้เดินลงจากโรงพัก ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มกลับบ้านพร้อมด้วยญาติ ที่มา ข่าวสดออนไลน์ &nbs
หลังจากที่ “ไฮโซเพชร”อิทธิ ชวลิตธำรง อดีตสามีนักธุรกิจของนางเอกสาวหน้าคม “พิ้งกี้”สาวิกา ไชยเดช ออกมาให้สัมภาษณ์ทำนองว่าเป็นฝ่ายที่ต้องทนอยู่กินกับนางเอกดังร่วม 3 ปี ต้องเอาเงินทองไปเซ่นครอบครับของนางเอกดังจนสุดท้ายต้องยุติชีวิตแต่งงานกัน ล่าสุด ข่าวสดบันเทิง ต่อสายตรงหาสาว ‘พิ้งกี้’ เพื่อสอบถามถึงสิ่งที่อดีตสามีพูด เนื่องจากมีหลายประโยคที่กระทบไปถึงครอบครัวของนางเอกสาวโดยตรง ‘พิ้งกี้’ ตอบว่า “กี้ยังไม่ได้เห็นข่าวที่พี่เพชรออกมาให้สัมภาษณ์ ถ้าตามที่ถามว่าก่อนหน้าแต่งงานกันกี้ และครอบครัวบอกว่าไม่อยากทำงานในวงการบันเทิงแล้ว ทำมาเยอะแล้ว เหนื่อยแล้ว และอยากมีชีวิตครอบครัว แต่พอถึงวันนึงก็กลับคำว่าอยากกลับมาทำงาน เลยเหมือนว่าไม่รักษาสัญญาที่เคยพูดไว้” “สิ่งที่กี้พูดได้คือมันเป็นเรื่องเดิมๆ ที่เขาเคยพูดมาตลอดอยู่แล้ว ซึ่งไม่เป็นไร กี้ตอบได้คำเดียวว่าเรื่องละเอียดอ่อนแบบนี้ ก็เอาตามความเห็นของพี่เพชรเลย เห็นว่ากี้เป็นคนยังไงก็ตามที่พี่เพชรคิดแล้วกัน เพราะกี้คงไม่สามารถให้รายละเอียดเรื่องอะไรที่มันซับซ้อนในชีวิตกับทุกคนฟังได้ แต่ถ้าพี่เพชรจะพูดอะไร ก็ปล่อยให้พี่เพชรพูดไปแล้วกัน คือ ณ ตอนนี้ก
เมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 2 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอาทิวราห์ คงมาลัย หรือตูน บอดี้สแลม และทีมงานโครงการก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ ได้เริ่มออกสตาร์ทการวิ่งที่ปั๊มน้ำมันบางจาก เอ็นเคเอ็น ต.บางเค็ม อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี เพื่อเข้าสู่จุดเช็คพอยต์ที่ 2 ที่วัดสุขวราราม ต.บ่อกระดาน อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี รวมระยะทาง 17 กิโลเมตร โดยเข้าสู่จุดลอยต่ออ.ปากท่อ ที่แยกวังมะนาว เมื่อเวลา 05.30 น. มีประชาชนชาวอ.ปากท่อ และชาวจ.ราชบุรี รวมไปถึงจ.สมุทรสงครามต่างมายืนรอให้กำลังใจและร่วมกันมอบเงินบริจาคให้กับตูน บอดี้สแลม กันอย่างหนาแน่นตลอดเส้นทาง โดยมีนายประทีป นทีทวีวัฒน์ นายอำเภอปากท่อ ได้นำข้าราชการ แพทย์ และพยาบาล ร่วมกับประชาชนชาวอ.ปากท่อ ให้การต้อนรับและมอบเงินจำนวนหนึ่ง นอกจากนี้ ยังมีตัวแทนจากบริษัทเอกชนได้นำเช็คเงินสด 10,000 บาท มามอบให้ด้วย เพื่อร่วมโครงการดังกล่าว สำหรับบรรยากาศตามเส้นทางที่ตูน บอดี้สแลม วิ่งผ่าน มีประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ เด็ก และผู้พิการออกมาร่วมต้อนรับด้วย อย่างเช่นนางสุนทรี พลลาภ อายุ 50 ปี อดีตข้าราชการกรมที่ดิน ชาวจ.สมุทรสาคร ซึ่งเป็นผู้ป่วยเส้นเลือดใน
“แองเจลีนา โจลี”ดาราฮอลลีวูด ได้พาลูกๆทั้ง 5 ไปทำบุญไหว้พระที่วัดไทยในลองบีช แคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ เนื่องในวันคล้ายวันเกิดของ Pax Thien ในบุตรบุญธรรมชาวเวียดนาม ซึ่ง ไอจี @my.angelina.jolie ได้โพสต์ภาพชุดที่โจลี่พาลูกๆทั้ง 5 คนไปทำบุญ กราบไหว้พระเพื่อขอพรวันเกิดให้ลูกชายบุญธรรม ที่มา ข่าวสดออนไลน์
ชาวอินโดนีเซียนั้น ใช้ซีอิ๊วเป็นเครื่องปรุงรสหลักในอาหารเลยทีเดียว โดยมีทั้งซีอิ๊วขาว และซีอิ๊วดำรสหวานเรียกว่า “เกอจั๊บ มานิส” (Kecap Manis) ทั้งใช้จิ้ม ใช้ปรุงรส ใช้หมักกับอาหารต่างๆ เช่น หมักปลาแล้วนำไปย่างที่เรียกว่า “อิกัน บาการ์” (Ikan bakar) ซึ่งเคยเขียนถึงไปแล้ว เวลาใส่ซีอิ๊วหวานในอาหาร ใส่ทีก็ไม่ใช่ใส่น้อยๆ แต่จะใส่จนอาหารนั้นมีสีน้ำตาลเข้ม วันนี้ลองมาทำเมนูซีอิ๊วหวานแบบง่ายๆ และถูกปากชาวเรากันดีกว่าค่ะ นั่นคือ ไก่ผัดซีอิ๊วหวาน ที่มีชื่อเรียกว่า “อะยัม เกอจั๊บ” (Ayam Kecap) หรือ อะยัม มาสัก กิจั๊บ (Ayam masak kicap) ก่อนอื่นนำไก่ส่วนที่ชอบ จะเป็นปีก น่อง หรือส่วนอื่นๆ ก็ได้ ถ้าเป็นส่วนที่ชิ้นใหญ่ก็สับเสียหน่อย นำไปหมักกับขิงสับ กระเทียมสับ เกลือ และพริกไทย ทิ้งไว้ในตู้เย็น ระหว่างนี้จะไปทำอะไร เล่นเฟซ เล่นไลน์เพลินๆ ไปก่อนก็ตามสะดวก เมื่อกะว่าเครื่องหมักเข้าเนื้อดีแล้วก็ตั้งกระทะใส่น้ำมันมากหน่อย รอจนร้อนก็ใส่ไก่ลงไปทอดให้ผิวนอกสุกเหลืองสวยงามก็ตักขึ้นมาพักไว้ เทน้ำมันออกให้เหลือติดกระทะนิดหน่อย ใส่เนยลงไปผสม ตามด้วยกระเทียมสับ หอมแดงสับ และหอมใหญ่ซอย ผัดจนสุกใสจะได้กลิ่นหอมโช
ฉันอยากชวนฉลองครบรอบร้อยปีปฏิวัติรัสเซียมากเลย แต่ก็รู้สึกคนรัสเซียไม่ได้อยากฉลองเท่าไหร่ หนึ่งเพราะเขารู้สึกว่าการปฏิวัติมันไม่ได้นำความเจริญความกินดีอยู่ดีอะไรมาให้พวกเขาอย่างที่หวัง ร้อยปีที่ผ่านมานี่ก็วุ่นวายหลั่งเลือดอดอยากกันมามากกว่าจะมีชีวีที่รื่นรมย์ และที่สำคัญ ยิ่งรัสเซียที่เคยยิ่งใหญ่นั้นก็ได้หดเล็กลงเหลือประเทศเดียวมาได้เกือบจะ 30 ปีแล้ว อดีตยิ่งใหญ่โอฬารของสหภาพโซเวียตเหลือแต่อดีตมาตั้งแต่ปี 2534 โน่น อันนี้คนรัสเซียเขาบอกว่าคนที่บอกว่าอาณาจักรเขาล่มสลายไปนั่นน่ะ ก็พูดแบบโปรอเมริกาเกินไป คือเห็นรัสเซียล้มเป็นเหยียบซ้ำ เขาบอกว่าเขาไม่ได้พังทลายล่มสลาย แค่มีการแยกตัวเป็นประเทศต่างๆ ไม่มากนัก ไม่มากนักนั่นน่ะ 15 ประเทศทีเดียวเชียว นับเป็นการแยกตัวที่ใหญ่ที่สุดในโลกแล้ว โดยส่วนที่เป็นรัสเซียอันมีมอสโกเป็นเมืองหลวงนั้นก็เป็นประเทศที่มีชื่อว่าสหพันธรัฐรัสเซีย ปีนี้รัสเซียผ่านการปฏิวัติเปลี่ยนผ่านจากระบบกษัตริย์ มาเป็นระบบสังคมนิยม และเปลี่ยนมาสู่ระบบทุนนิยมอย่างในปัจจุบัน ครบร้อยปีพอดิบพอดี นั่นนับตั้งแต่การปฏิวัติของพรรคบอลเชวิกเมื่อปี 2460 หลังเกิดจลาจลแย่งชิงอาหารในเมืองเซนต
วันที่ 2 ธ.ค. นักท่องเที่ยวชมทะเลหมอกยามเช้าที่ลำปาง ในจุดชมวิว กฟผ.แม่เมาะ มีทะเลหมอกให้เห็นอย่างสวยงาม พร้อมถ่ายรูปกับดอกไม้นานาชนิด โดยในช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ ในพื้นที่จ.ลำปาง สถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อหลายแห่งต่างเต็มไปด้วย ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่พากันมาพักผ่อนหย่อนใจกันจำนวนมาก เช่น ทุ่งดอกบัวตอง ที่อยู่ภายในสวนเฉลิมพระเกียรติ เหมืองแม่เมาะ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยแม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง ทีมีมากว่า 500 ไร่ ที่ตั้งอยู่บนภูเขาเทียม ภูเขาที่เกิดจากการนำดินในบ่อเหมืองลิกไนต์มาเททิ้งทับถมกันทำเป็นภูเขาสูง โดยสูงจากระดับพื้นดินปกติ 200 เมตร และอยู่สูงเหนือระดับน้ำทะเลถึง 495 เมตร และมีศาลาจุดชมวิวที่มีทิวทัศน์สวยงามมีระเบียงจุดชมวิวให้ชมบรรยากาศธรรมชาติและทำเหมืองแม่เมาะ นอกจากนี้ ยังมีหอคอยชมวิว สูงเท่าตึก 6 ชั้น ภายในสวนเฉลิมพระเกียรติ เหมืองแม่เมาะฯที่สามารถชมวิวทิวทัศน์ได้ 380 องศา เป็นที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยวชมอย่างต่อเนื่องในขณะนี้ แม้ว่าดอกบัวตองจะเริ่มล่วงโรยไปบ้างแล้ว แต่สถานที่ท่องเทียวภายในยังมีให้เที่ยวชมศึกษาค้นหาอีกหลากหลาย และบางวันหากมีอากาศสภาพหน
ทุกคนสามารถดำรงตนตามรอยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กันได้ทุกคน ไม่เว้นแม้แต่ “เจ้าของร้านขายก๋วยเตี๋ยว” เพราะตลอดชีวิตผ่านมาของเขา นับตั้งแต่เรียนวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีตาก อำเภอเมือง จังหวัดตาก ก่อนที่จะกลับบ้านเกิด เพื่อมาบวชเรียนที่วัดโตนดหลวง อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เขาดำรงตนในเพศสมณะที่น่าเคารพ ศึกษาธรรมะอย่างเข้าใจ กระทั่งไปอ่านหนังสือ “ตัวกูของกู” ของท่านพุทธทาสภิกขุ จึงทำให้เขาคิดอยากจะไปสวนโมกขพลาราม ที่อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อสนทนาธรรมกับท่านพุทธทาสภิกขุสักครั้ง ก่อนที่จะลาสิกขามาช่วยเหลือครอบครัวในการทำธุรกิจรับซื้ออาหารทะเลที่บ้าน เขายอมรับว่าการสนทนาธรรมครั้งนั้น ทำให้เขาเข้าใจตัวเองมากขึ้น โดยเฉพาะหลักธรรมที่ว่ามนุษย์ย่อมมีด้านดี และด้านเลว มีด้านมืด และด้านสว่าง มีประสบความสำเร็จ และล้มเหลว เราจะเลือกอย่างไหน อยู่ที่ตัวเราเองทั้งสิ้น เพราะทุกข์ก็อยู่ที่ตัวเรา สุขก็อยู่ที่ตัวเรา ดังนั้น เมื่อเขานำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาประยุกต์ใช้กับชีวิตด้วย จึงยิ่งทำให้ทุกอย่างง่ายลง จนเกิดความสงบขึ้นมาภายในจิตใ
หลังประกาศกลางไอจี โละขายกระเป๋าหรูแบรนด์เนม โดยดาราสาว ‘โบวี่ อัฐมา’ โพสต์ภาพ พร้อมข้อความว่า “โละของ brandname แล้วค่า ขายมือ2 คนสนใจเข้าไปดูในเฟซบุ๊กของผู้ช่วยโบ >> ชื่อเฟซบุ๊ก Boom Nakhon << สำหรับชิ้นที่ได้มาเป็นของขวัญ ขออนุญาตผู้ให้ด้วยนะคะ เพราะเก็บไว้ก็ไม่ได้ใช้แล้ว (ของทุกชิ้นแทบไม่ได้ใช้เลยคะ สภาพใหม่มาก)” ทำเอาเกิดกระแสลือไปต่างๆ นานา ว่า ดาราสาวถังแตกถึงขั้นประกาศขายกระเป๋าหรูแบรนด์เนม” ก่อน ‘โอม’ แฟนหนุ่ม ออกมายอมรับแทนแฟนสาวว่า โบวี่ได้โพสต์ขายกระเป๋าจริงๆ เพราะไม่ค่อยได้ใช้ และไม่มีความจำเป็นเท่าไหร ตอนนี้ก็ใช้แบรนด์ไทยซะส่วนใหญ่ด้วย ส่วนที่มีการลือกันถึงขั้นว่า สาวโบวี่มีปัญหาการเงินนั้น ก็มีบ้าง แต่ไม่ถึงขนาดนั้น แต่ยอมรับว่าตอนนี้ต้องใช้เงินจำนวนมาก เรื่องนี้รอให้สาวโบวี่มาตอบเองดีกว่า ทั้งนี้มีรายงานว่า สาวโบวี่ต้องใช้เงินมากกับบ้านที่กำลังสร้าง ซึ่งตอนนี้กำลังบานปลายจาก 10 ล้าน เป็น 40 ล้าน แถมบ้านก็ยังไม่เสร็จอีก ล่าสุดดาราสาวโบวี่โพสต์ไอจีชี้แจงเรื่องนี้ว่า “แก้ข่าวนะคะ ที่ขายกระเป๋า #เงินทุกบาททุกสตางค์ทำบุญทั้งหมดจ้า!!!! เพื่อสร้างหอปฏิบัติธรรมที่พี
