Featured
วันที่ 14 พ.ย. สมาชิกพันทิป ชื่อ levis 702 ตั้งกระทู้เรื่อง “บูรณะ Suzuki Crystal ของคุณแม่ ให้เหมือน 25 ปีที่แล้ว” โดยนำเสนอขั้นตอนการนำรถเก่า มาปรับปรุงจนมีสภาพใหม่เอี่ยม โดยเล่ารายละเอียดการโมดิฟายรถในทุกขั้นตอน ส่วนไหนที่ทำความสะอาดได้ก็ล้างทำความสะอาด ส่วนไหนที่ต้องหาซื้ออะไหล่ใหม่ ซึ่งหายากมาก แต่สุดท้ายรถคันดังกล่าวก็กลายสภาพเป็นรถใหม่สมใจ โดยเจ้าของกระทู้ เขียนเล่ารายละเอียดว่า กระทู้นี้เป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นสำหรับรถ 2 จังหวะเก่าๆ ที่เคยโด่งดังในอดีต วันนี้ผมจะมาเล่าขั้นตอนการทำรถ คริสตัลคันนี้ซื้อเป็นรถที่ คุณแม่(แม่ยาย)ซื้อมาเมื่อปี 2535 รูปอาจจะเยอะนิดหนึ่งนะครับ แต่ผมขอออกตัวไว้ก่อนว่าผมไม่ใช่ช่างซ่อมรถมอเตอร์ไซค์แต่ประการใด แต่อาศัยความชอบและเรียนรู้ ผมทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนคนหนึ่ง ที่รักและคลั่งไคล้มอเตอร์ 2 จังหวะมาตั้งแต่เด็กๆ ผมทำรถ คริสตัลคันนี้ช่วงเวลาหลังเลิกงาน และในช่วงวันหยุดเสาร์- อาทิตย์ ขอให้ทุกท่านเชิญรับชมได้ครับผม โดยสภาพรถนั้นผ่านการลุยมาอย่างเต็มที่ เพราะว่าใช้อยู่ในสวนยาง ช่วงเวลา 4-5 ปีหลังนี้ ไม่ได้ขี่จอดตากแดดตากฝน พิงอยู่ริมรั้ว บวกกับว่าพอมี
กลายเป็นภาพสุดประทับใจ ในการวิ่งโครงการก้าวคนละก้าว อีกภาพ เมื่อการวิ่งเซตสุดท้ายของ พี่ตูน เมื่อวานนี้ (14 พ.ย.) ระหว่างที่หนุ่มตูน วิ่งมาถึง โรงพยาบาลสิชล จ.นครศรีธรรมราช หมอ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาล ได้มารวมตัวให้กำลังใจหนุ่มตูน กว่า 100 คน พร้อมกับตะโกนว่า พี่ตูนสู้ๆ ซึ่งหนุ่มตูน ก็ตะโกนกลับไปว่า พี่หมอ พยาบาลสู้ๆ…ซึ่งกลายเป็นภาพความประทับใจระหว่างทางอีกหนึ่งภาพ นอกจากนี้ คณะแพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ ได้ร่วมบริจาคเงิน จำนวน 99,999 บาท โดยระบุว่า เป็นน้ำใจจากเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลสิชล 430 คน คนละเล็กละน้อย ขอบคุณภาพ นพ.อารักษ์ วงศ์วรชาติ ผอ.รพ.สิชล ที่มา ข่าวสดออนไลน์
ไม่ต้องไปไกลถึงบราซิล แต่ที่เมืองไทยก็หาความปลอดภัยในชีวิตได้ลำบาก หลังแฟนเพจเฟซบุ๊ก “YouLike คลิปเด็ด 4” เผยแพร่คลิปวิดีโอที่มีลักษณะชายสวมเสื้อสีเทากำลังมีปากเสียงทะเลาะกับคู่กรณีอย่างดุเดือด ก่อนที่ชายเสื้อสีเทาคนดังกล่าวจะยิงปืนขึ้นฟ้า 1 นัด โดยมีชายเสื้อสีส้มที่มากับชายเสื้อสีเทายิงปืนขึ้นฟ้าตามอีก 1 นัด ส่งให้บรรดาพ่อค้าแม่ค้าในตลาดต่างหวีดร้องด้วยความหวาดกลัว ทั้งนี้ ผู้โพสต์ระบุว่า เหตุการณ์ในคลิปเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อช่วงเวลา 07.00 น. วันที่ 14 พ.ย. ที่ตลาดลาดพร้าว 101 ซึ่งเป็นการทะเลาะกันของพ่อค้าขายของกับเจ้าของแผงตลาด ขอบคุณเฟซบุ๊ก YouLike คลิปเด็ด 4 ที่มา ข่าวสดออนไลน์
เมื่อวันที่ 14 พ.ย. ตูน บอดี้สแลม หรือนายอาทิวราห์ คงมาลัย นักร้องดัง ออกวิ่งตามโครงการก้าวคนละก้าว ครั้งที่ 2 จาก อ.เบตง จ.ยะลา ไปถึง อ.แม่สาย จ.เชียงราย ระยะทาง 2,191 กิโลเมตร จัดหาเงินบริจาคช่วยเหลือโรงพยาบาลศูนย์ 11 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งตั้งเป้าได้ยอดบริจาค 700 ล้านบาท เป็นวันที่ 14 และนับเป็นวันที่ 4 ในพื้นที่จ.นครศรีธรรมราช โดยตูนวิ่งออกจากที่พักที่วัดกลางนิคมพัฒนาราม บ้านเขาฝ้าย ต.ทุ่งใหญ่ อ.สิชล ตั้งแต่เวลา 07.15 น. วันนี้ ไปตามถนนสาย 408 ผ่าน อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช และจะเข้าจุดพักเซตแรกที่บ้านครอบครัวนาวารัตน์ วีเจที พาราเอ็นเตอร์ไพรส์ เขต อ.ดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี ระยะทางประมาณ 11.7 กม. โดยตลอดเส้นทางที่ตูนและคณะวิ่งนั้นมีประชาชนมาให้กำลังใจและร่วมบริจาคเงินอย่างต่อเนื่อง และส่งเสียงเชียร์ “พี่ตูน สู้สู้” ตลอดเวลา และมีขบวนรถแพทย์ พยาบาล มูลนิธิ และเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงาน คอยอำนวยความสะดวก ทั้งนี้ โดยปกติตูนจะเริ่มวิ่งเวลา 04.30 น. ทุกวัน แต่ที่ช้าเนื่องจากต้องปรับแผนการวิ่ง เพราะได้รับบาดเจ็บที่เอ็นร้อยหวายเท้าขวา ซึ่งสังเกตได้ว่าขณะวิ่งตูนจะมีอาการกะโผลกกะเผลกและจะวิ่งช้ากว่
คุณปรีชา เจี๊ยบหยู อยู่บ้านเลขที่ 62/1 หมู่ที่ 8 ตำบลบ้านปรก อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม เผยว่า เดิมทีการทำน้ำตาลมะพร้าวในจังหวัดสมุทรสงครามมีทำกันเป็นจำนวนมาก ต่อมาเมื่อสังคมเมืองมีการขยายตัว ทุกคนมีทางเลือกมากขึ้น จึงได้ตัดสินใจไปทำอาชีพอื่นแทน จึงส่งผลให้การทำน้ำตาลมะพร้าวค่อยๆ สูญหายไป เขาจึงได้ทำการฟื้นฟูขึ้นมาอีกครั้ง โดยนำชาวบ้านที่มีองค์ความรู้มารวมกลุ่ม จนทำให้ทุกวันนี้การทำน้ำตาลมะพร้าวของกลุ่มสามารถทำรายได้เลี้ยงสมาชิกได้ถึง 12 ครัวเรือนกันเลยทีเดียว คุณปรีชา เล่าให้ฟังว่า เมื่อสมัยปี 2500 พื้นที่บริเวณนี้มีชาวบ้านที่ทำน้ำตาลมะพร้าวถึง 52 บ้าน ทำแบบเชิงเป็นธุรกิจของครอบครัวที่ไม่ได้รวมกลุ่ม ต่อมาจังหวัดสมุทรสงครามเริ่มมีถนนพระราม 2 ตัดผ่านและมีการเปิดใช้งานจึงทำให้ชาวบ้านในชุมชนมีทางเลือกในการประกอบอาชีพมากขึ้น จึงทำให้การทำน้ำตาลมะพร้าวเริ่มมีจำนวนที่ลดลงไปด้วย คือเหลือประมาณ 2 เตาในปี 2534 ซึ่งผู้ที่ขึ้นปาดน้ำตาลในขณะนั้นก็เป็นผู้สูงอายุแทบทั้งสิ้น เพราะเด็กรุ่นใหม่ๆ ไม่ได้สนใจในอาชีพนี้มากนัก ต่อมาเมื่อมองเห็นถึงความสำคัญของการทำน้ำตาลมะพร้าวให้คงอยู่ คุณป
คุณธันย์ชนก สนองอุทัย หรือ เนย วัย 22 ปี ที่เพิ่งจบการศึกษามาจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เมื่อไม่นานมานี้ ผู้เป็นเจ้าของกิจการร้าน “เรื่องของมัน” เล่าให้ฟังถึงจุดเริ่มต้นร้านเล็กๆ ของเธอว่า “มันเริ่มมาจากพอเรียนจบ ก็ไม่ได้อยากเข้าทำงานประจำ ช่วงนั้นก็ต้องคิดหลายอย่างมาก ว่าจะเอาอย่างไรดี จะไปทำงานเป็นพนักงานออฟฟิศเหมือนเพื่อน หรือว่าจะทำยังไงกับชีวิตดี” เธอได้คำตอบ หลังจากวันที่เธอบังเอิญไปเจอร้านขายขนมไข่เต่า แถวตลาดสำเพ็ง เป็นร้านเล็กๆ ริมถนน แต่กลับมีคนต่อแถวยาวเพื่อรอซื้อขนมไข่เต่าที่ร้านนี้ เธอจึงคิดว่า เธออยากเปิดร้านขายขนมไข่เต่า เป็นกิจการเล็กๆ ที่เธอทำเองตั้งแต่แรกเริ่มได้ จึงตัดสินใจที่จะทำขนมไข่เต่าขาย เพราะช่วงที่เริ่มทำก็ประจวบกับกระแสไข่เต่า และมันม่วงกำลังมาแรงมาก เธอจึงตัดสินใจที่จะทำร้านขึ้นมาทันที “ตอนคิดง่ายมากที่จะทำ แต่พอทำจริง มันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดเลย เพราะวันแรกๆ ที่ทำขาย เราไปขายที่ตลาดนัดรถไฟ บางวันขายไม่ได้เลยก็มี ขายเหมือนแจก บางวันได้เงินแค่ 60 บาท เราก็คิดได้อย่างหนึ่งว่า ขนมไข่เต่ามีขายทั่วไป เขาไปซื้อที่ไหนก็ได้ จะมาซื้อขนมไข่เต่าที่เราทำไม จึงคิดว่าถ้าอยากข
ฟังแล้วชวนเคลิ้มหลังจากแฟนเพจเฟซบุ๊กชื่อ “ทำขวัญนาค” ได้โพสต์คลิปวิดีโอของเด็กสาวมัธยมชื่อ “น้ำตาล วริศรา” ซึ่งเป็นการโชว์ลีลาแหล่สีกาสั่งนาคสไตล์วัยรุ่นเสียงหวานไพเราะจับใจ จนโลกโซเชียลให้ความสนใจกันอย่างมากมายในความน่ารักและเสียงใสของ “น้องน้ำตาล” จนมีการแชร์คลิปกันมากกว่า 1,600 ครั้ง ขอบคุณเฟซบุ๊ก ทำขวัญนาค ที่มา ข่าวสดออนไลน์
สละโสดแบบเงียบๆ อีกคู่ สำหรับดาราหนุ่ม “อาร์ตี้ ธนฉัตร” โดยควงแฟนสาว “น้องส้มปี๊ด” เข้าพิธีวิวาห์ในวันดีที่ 11 เดือน 11 ที่บ้านเกิด จ.ขอนแก่น จากนั้นจัดงานฉลองที่สวนหลังบ้านปั๊มน้ำมัน อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นกิจการของครอบครัวของหนุ่มอาร์ตี้ บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยความชื่นมื่น แขกส่วนใหญ่เป็นเพื่อนพ้องคนสนิท โดยจัดงานในธีมหนุ่มสาวชาวไร่แบบง่ายๆ ตามคอนเซ็ปต์ #สุมหัวสวนหลังบ้าน งานนี้เลยขอพามาส่องโปรไฟล์ของหนุ่มอาร์ตี้ ซึ่งดูแล้วรวยไม่ธรรมดา โดยครอบครัวมีกิจการปั๊มน้ำมัน แล้วปลูกบ้านหลังงามแนวชิลๆ ขอบคุณที่มา arty_tanachat ที่มา ข่าวสดออนไลน์
ได้รับการจัดอันดับจากเว็บไซต์ดัง ระบุให้เป็น 1 ใน 10 ร้านบาร์เบอร์…มาแรงแห่งยุค สำหรับ Snapback Barbershop (สแนปแบ็ก บาร์เบอร์ช็อป) แห่งตลาดนัดสุดฮิป เจเจ กรีน จตุจักร กิจการเจ้าของเรื่องราวนี้ ใช้เวลาไม่กี่ปี ด้วยทุนตั้งต้นสามพันบาท และ หัวใจ “สู้-สู้” ของหนุ่มสาวคู่หนึ่ง ทำให้ร้านบาร์เบอร์สไตล์ “ลมโชย” กลางตลาดนัดกลางคืน ที่มีราคารับตัดเฉพาะลูกค้าผู้ชายหัวละ 60 บาท สามารถเติบโตกลายเป็น ร้านหรูหราถาวร แถมยังมีลูกค้าไม่ขาดสาย ขนิดที่วันธรรมดาควรโทร.จองคิวล่วงหน้า ส่วนวันศุกร์- เสาร์-อาทิตย์ ไม่มีรับจองคิว ต้อง วอล์ก อิน อย่างเดียวเท่านั้น! คุณบอย -คุณมีมี่ เจ้าของกิจการ สแนปแบ็ก บาร์เบอร์ช็อป คุณมีมี่-ณัฎฐนิช ฐิติรัตนศาสน์ วัยสามสิบต้น หนึ่งในหุ้นส่วนคนสำคัญ สละเวลามาให้ข้อมูลด้วยอัธยาศัยร่าเริงกันเอง เล่าให้ฟัง จบปริญญาตรีนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต เคยผ่านงานด้านอีเวนต์ในบริษัทเอกชนชื่อดังอยู่หลายปี ก่อนมาเป็นพนักงานประจำบริษัทรถไฟฟ้าใต้ดิน ทำงานที่ใหม่ได้ปีเศษ เริ่มอยากมีกิจการของตัวเอง เลยปรึกษากับ คุณบอย – นที อ้อมณฑา แฟนหนุ่ม ก่อนชวนกันลาออกมาเปิ
นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินเตรียมเสนอกระทรวงการคลัง พิจารณาเห็นชอบสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยตามโครงการลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งจะเป็นการช่วยเหลือในระยะที่ 2 โดยธนาคารได้รับมอบหมายนโยบายจากนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง และนายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สำหรับสินเชื่อดังกล่าวจะไม่จำกัดวงเงิน จะเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ของธนาคารซึ่งจะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ให้กับผู้มีรายได้น้อย และกระตุ้นให้เกิดอาชีพใหม่ๆ โดยจะคิดอัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษ และจะขอให้กระทรวงการคลังและรัฐบาล แยกสินเชื่อประเภทนี้ออกเป็นโครงการนโยบายภาครัฐ หรือพีเอสเอ และขอรับการชดเชยกรณีที่ผู้กู้ที่มีรายได้น้อย ค้างชำระจนเป็นเอ็นพีแอล “รูปแบบของสินเชื่อจะเป็นอัตราดอกเบี้ยแบบผ่อนปรน รายได้อาจผ่อนปรนให้ระดับหนึ่ง ขึ้นอยู่กับรัฐบาลจะพิจารณาการขอแยกเป็นพีเอสเอ และชดเชยกรณีเป็นเอ็นพีแอลได้หรือไม่ เพราะผู้มีรายได้น้อยความสามารถชำระหนี้ต่ำ ทำให้ธนาคารมีความเสี่ยงสูง อาจกระทบกับธนา
