Featured
ถือเป็นดาราหนุ่มที่ผันตัวมาเป็นเจ้าพ่อแห่งศาสตร์ตัวเลข สำหรับ ‘แมน-การิน ศตายุ’ ล่าสุดรายการ “THE GUEST (เดอะ เกสท์) ตีสนิทคนดัง” ได้เดินทางไปเปิดบ้านของดาราหนุ่มคนนี้ ภายในหมู่บ้านบางกอก บูเลอวาร์ด ราชพฤกษ์ โดยมี ‘เกล เวธกา’ ดาราสาวและภรรยา หนุ่มแมนพาเดินชมบ้าน โดยพิธีกรมาสะดุดกับห้องดูหนังที่หนุ่มแมนทุ่มเงินไปกว่า 5 แสนบาท ถือว่าสวยงามอลังการมากมาย ‘แมน การิน’ เปิดใจว่า “บ้านหลังนี้คือเรือนหอ ซึ่งอยู่แถวพระราม 5 หลายคนถามบ้านเลขที่ 99 เป็นความตั้งใจของเรา แต่จริงๆ แล้วไม่ได้ตั้งใจเลย อยากจะไปซื้อหลังข้างในเล็กๆ แต่หมู่บ้านเขาพาชมและเกลชอบ ราคาอยู่ที่ 10 กว่าล้าน จึงร่วมกันซื้อมา” ติดตามรายการ “THE GUEST (เดอะ เกสท์) ตีสนิทคนดัง” ได้ทางช่อง 8 ออกอากาศวันพฤหัสบดีที่ 16 พ.ย.2560 เวลา 15.00 น. ที่มา ข่าวสดออนไลน์
เป็นที่ชื่นชอบอย่างกว้างขวาง ในหมู่วัยรุ่นน้อย-ใหญ่ ไล่ไปจนถึงหนุ่มสาวชาวออฟฟิศทั้งหลาย สำหรับ Mother Trucker BKK (มาเธอร์ ทรักเกอร์ แบงคอก) ร้านเบอร์เกอร์เคลื่อนที่สไตล์อเมริกัน กับสโลแกน 3 คำ “สะใจ ใหญ่ โหด” คุณอาร์มี่ หิญชีระนันทน์ หนึ่งในสามของหุ้นส่วนกิจการ Mother Trucker BKK หนุ่มอัธยาศัยดี วัยยี่สิบกลางๆ ให้ข้อมูลด้วยน้ำสียงร่าเริ่ง เริ่มต้นให้ฟัง เป็นศิษย์เก่าโรงเรียนเซนต์คาเบรียล จบปริญญาตรีจากคณะ International Business มหาวิทยาลัยมหิดล ก่อนหน้านี้เคยทำงานประจำเป็นผู้ช่วยวิทยากรรับจัดอีเว้นต์ เพราะอยากเรียนรู้การบริหารจัดการเกี่ยวกับผู้คน ทำอยู่หนึ่งปีลาออกมาทำงานกองถ่าย อยู่ฝ่ายสถานที่ ก่อนออกมาทำธุรกิจส่วนตัว โดยชักชวนเพื่อนซี้อีกสองคน คือ บุช – ธนาวุฒิ อภิธนาคุณ และ ม้ง – คณิต ประภา มาลงหุ้นทำ เบอร์เกอร์ขาย โดยได้ไอเดียริเริ่มมาจากของต่างประเทศ ซึ่งมีรถขายอาหารหน้าตา “เท่-เท่”กันหลายแบบ ขณะที่ในบ้านเรามีแต่รถเร่ขายลองกอง ขายทุเรียน หรือผลไม้ทั่วไป เลยคิดลองทำอาหารขายบนรถ ให้ดูแปลกตาออกไป เพราะเมืองไทยยังไม่ค่อยมีใครทำ และเมื่อมีต้นแบบมาจากชาวอเมริกัน
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 9 พ.ย. ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน ว่ามียายวัย 56 ปี ชาวบ้าน ต.บ้านแปะ อ.จอมทอง พักอาศัยอยู่ตามลำพังกับหลานสาววัย 8 ขวบป่วยเป็นโรคโปลิโอช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ตั้งแต่เกิด และบ้านที่อาศัยอยู่กำลังจะถูกธนาคารยึด หลังจากพ่อสามีของยายแบ่งที่ดินให้ แต่ญาตินำไปจำนองธนาคาร โดยไม่มีเงินส่ง ขณะที่แม่ของหลานสาวไปมีครอบครัวใหม่และต้องทำงาน ไม่สะดวกมาอยู่ด้วย โดยเรื่องราวของยายเพ็ญ ทนันชัย อายุ 56 ปี และด.ญ.ธัญสุดา ใจบุตร หรือน้องพลอย อายุ 8 ขวบ ได้รับการเปิดเผยจากนายพันธ์ศักดิ์ แก้วสุดใจ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านแปะ โดยทั้งสองอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 103 บ้านโฮ่งมะค่า ต.บ้านแปะ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ซึ่งสองยายหลานอาศัยอยู่กันตามลำพังในบ้านหลังเล็กๆ ในสวนลำไยที่พ่อของสามียายเพ็ญแบ่งให้อยู่หลังจากสามีของยายเพ็ญได้เสียชีวิตลง แต่มาทราบภายหลังว่าญาติของสามีได้นำที่แปลงดังกล่าว ไปจำนองกับธนาคารและกำลังจะถูกยึด เนื่องจากไม่ได้ส่งค่างวดนานแล้ว ส่วนน้องพลอยป่วยเป็นโรคโปลิโอตั้งแต่เกิด แขนขาอ่อนแรง ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ และยังมีพัฒนาการช้ากว่าเด็กทั่วไป ซึ่งพ่อของน้
นายจิรศักดิ์ เยาว์วัชสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) กล่าวว่า วันที่ 9 พ.ย. บขส. เปิดเดินรถเที่ยวปฐมฤกษ์ เส้นทางเดินรถระหว่างประเทศ สายที่ 15 เส้นทาง น่าน-ไชยะบุรี-หลวงพระบาง ระยะทาง 373 กิโลเมตร โดยเส้นทางน่าน-ไชยะบุรี-หลวงพระบาง เกิดจากความร่วมมือระหว่างบริษัท ขนส่ง จำกัด กับบริษัท นาหลวงขนส่งโดยสารผ่านแดนและท่องเที่ยว แห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ในการเปิดเดินรถเส้นทางระหว่างประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางแก่ประชาชน และส่งเสริมการท่องเที่ยว เศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ ตลอดจนเป็นการดำเนินงานตามแนวประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) โดยส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ตามที่รัฐบาลมุ่งเน้นการพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงของโครงข่ายการคมนาคมขนส่งและเป็นประตูสู่ความร่วมมือทางเศรษฐกิจแห่งภูมิภาคเอเชีย สำหรับเส้นทางเดินรถระหว่างประเทศ สายที่ 15 เส้นทาง น่าน-ไชยะบุรี-หลวงพระบาง ใช้เวลาเดินทาง 8.30 ชั่วโมง โดยรถโดยสารมาตรฐาน 2 (ค) มินิบัส ไม่เกิน 21 ที่นั่ง ออกจากสถานีต้นทางและปลายทาง เวลา 08.00 น. อัตราค่าโดยสาร 660 บาท กรร
วันที่ 9 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณริมชายหาดทะเลอ่าวประจวบฯ ตั้งแต่เขาช่องกระจก ถึงสะพานสราญ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร มีชาวบ้านหลายสิบคนแห่นำอุปกรณ์ในการจับปลา อาทิ แห อวน ตาข่าย มาดักจับปลาขนาดใหญ่ที่ว่ายเข้ามาเล่นน้ำชายฝั่ง ในขณะที่มีฝนกำลังตกลงมาตลอดเวลา โดยปลาที่ได้ส่วนใหญ่เป็นปลาจำพวก ปลาช่อนไส ขนาดน้ำหนักตัวละประมาณ 1-2 กิโลกรัม และปลาอื่นๆที่ชอบเล่นน้ำชายฝั่ง โดยชาวบ้านที่มาดักจับปลาต่างบอกว่าจะนำปลาที่ได้ไปประกอบอาหารที่ชื่นชอบรับประทาน ประเภท ต้ม หรือทอดจิ้มน้ำปลา เนื่องจากในช่วงที่ฝนตกหาซื้ออาหารรับประทานยากมาก เพราะร้านต่างๆ ส่วนใหญ่ปิดหนีฝน ที่มา ข่าวสดออนไลน์
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์เร่งดำเนินการยกระดับผู้มีรายได้น้อยที่ได้ลงทะเบียนกับภาครัฐ จำนวน 11.4 ล้านคน ในโครงการบัตรสวัสดิการของรัฐ ให้สามารถดำรงชีพได้อย่างมั่นคงถาวร ผ่านโครงการสร้างงานสร้างอาชีพของกระทรวงพาณิชย์ ตนจึงสั่งการให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าบูรณาการความร่วมมือกับผู้ประกอบธุรกิจแฟรนไชส์ที่อยู่ในการส่งเสริมของกรมร่วมกันจัดทำโครงการ “แฟรนไชส์สร้างอาชีพเพื่อผู้มีรายได้น้อย” เนื่องจากธุรกิจแฟรนไชส์เป็นธุรกิจที่ง่ายต่อการเริ่มต้นธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการรายใหม่ มีความเสี่ยงน้อยกว่าการลงทุนด้วยตนเอง และที่สำคัญ คือ มีแฟรนไชซอร์ช่วยคิดวางแผนธุรกิจและการเงินให้ โดยไม่จำเป็นต้องลองผิดลองถูกเอง ทำให้ธุรกิจแฟรนไชส์มีอัตราความเสี่ยงทางธุรกิจต่ำ โดยกลุ่มเป้าหมายในครั้งนี้ คือ ผู้มีรายได้น้อยที่ได้ลงทะเบียนกับภาครัฐ จำนวน 11.4 ล้านคน “แฟรนไชส์ที่เข้าร่วมโครงการ จะเป็นแฟรนไชส์ที่มีขนาดไม่ใหญ่ ผ่านการพัฒนาจากกรม และเป็นธุรกิจง่ายๆ ที่ผู้มีรายได้น้อยสามารถใช้ประกอบเป็นอาชีพได้ทันที เช่น ข้าวขาหมู ก๋ว
เวลานี้ นอกจากความยิ่งใหญ่สมพระเกียรติของพระเมรุมาศพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ บริเวณท้องสนามหลวง แล้ว นิทรรศการ ที่ดำเนินการโดยคณะอนุกรรมการฝ่ายบริหารจัดการนิทรรศการงานพระราชพิธีฯ ก็ได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมาก โดยนิทรรศการนี้ แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก คือ นิทรรศการ “พระผู้ทรงเป็นนิรันดร์” บริเวณพระที่นั่งทรงธรรม มีเนื้อหาเกี่ยวกับพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร นิทรรศการการจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ และการบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร จัดแสดงภายในศาลาลูกขุน และ นิทรรศการสัมผัสสำหรับผู้พิการทางสายตา จัดแสดงบริเวณอาคารทับเกษตร “เจ๊กตู้” คือ ส่วนหนึ่งที่ถูกจัดแสดงไว้ในนิทรรศการ “พระผู้ทรงเป็นนิรันดร์” บริเวณพระที่นั่งทรงธรรม โดยมีป้ายแสดงข้อความประกอบไว้ ดังนี้ “สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า เรียกชาวจีนหาบสินค้าเข้ามาขายในวังสระปทุม เพื่อให้สมเด็จพระราชนัดดาทั้งสา
คุณเอกนรินทร์ คงแท่น อยู่บ้านเลขที่ 143 หมู่ที่ 6 ตำบลแม่รำพึง อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนทำงานอยู่ที่บริษัทเอกชนเกี่ยวกับอาชีพช่าง ต่อมามีเหตุให้ต้องกลับมาอยู่บ้านเกิดที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยในช่วงนั้นก็ได้มีสวนยางพาราเป็นสิ่งที่ครอบครัวทำเป็นอาชีพกันมาอย่างยาวนาน เมื่อประสบปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของราคา เขาถึงได้คิดหาพืชชนิดใหม่มาปลูกเสริม เพื่อเพิ่มรายได้ให้มีใช้ในพืชระยะสั้น “พอเริ่มที่จะปลูกพืชชนิดอื่น ก็เลยมีความคิดที่อยากจะปลูกพืชล้มลุก เพราะสมัยที่เด็กๆ ก็เคยเห็นแม่ปลูกไว้กินในครัวเรือน ไม่ได้ทำจริงจังอะไร เราก็คิดว่าพืชชนิดนี้น่าจะใช้เวลาสั้นกว่าทำอย่างอื่น ก็เลยเริ่มที่จะมาปลูกแบบนี้ให้มากขึ้น ก็จะมีแตงโม ฟักทอง แตงร้าน พอปลูกมาได้สักระยะ แตงร้านตลาดมีความต้องการ ก็เลยปลูกแตงร้านตั้งแต่นั้นมา” คุณเอกนรินทร์ กล่าว ในขั้นตอนของการเตรียมแปลงนั้น คุณเอกนรินทร์ บอกว่า จะใช้รถไถพรวนหน้าดินก่อน โดยยกหน้าดินให้เป็นสันแปลงสูงขึ้นจากหน้าดินเล็กน้อย เพื่อที่เวลาฝนตกมากๆ น้ำก็จะไม่ท่วมบริเวณแปลงที่ปลูก จากนั้นนำต้นกล้าของแตงร้านที่เพาะลงในถาดไว้ มาปลูกลง
โครงการก้าวคนละก้าว ยังคงเดินทางต่อมาถึงวันที่ 9 แล้ว โดย ตูน อาทิวราห์ คงมาลัย ยังคงออกวิ่งตั้งแต่เช้ามืด โดยมีประชาชนออกมารอบริจาคเงินด้วยเช่นเดียวกัน โดยพบว่าแต่ละวันเงินที่ประชาชนส่งให้แบงก์ยี่สิบ แบงก์ร้อย ห้าร้อย หรือ แบงก์พัน จะถูกนำมารวมกันและนับเพื่อนำเงินเข้าบัญชีทันที ซึ่งทีมงานเปิดเผยว่า เงินสดที่ได้รับบริจาคมีมากถึงวันละ 1.3 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามที่ ตูน เคยพูดไว้ว่า เราต้องเชื่อในพลังของการรวมกัน โดยพบว่า มีคลิปเบื้องหลังการนับเงิน ที่ดูแล้วน่าขนลุกเพราะเงินคนละเล็กละน้อยของทุกคนเมื่อมารวมกัน แทบล้นห้องทั้งถุง ทั้งกล่องวางเต็มห้องไปหมดเลยทีเดียว ที่มา ข่าวสดออนไลน์
นอกจากการกระทำที่ว่าหล่อแล้ว แต่ใจของเขายิ่งหล่อมาก สำหรับ “ตูน บอดี้สแลม” ที่ออกมาวิ่งไปบนถนนตั้งแต่เบตง เพื่อให้ถึงแม่สาย ในโครงการก้าวคนละก้าว เพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ โดย “ก้อย รัชวิน” แฟนสาว ได้โพสต์คลิปผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว ขณะที่ตูน บอดี้สแลม พูดขอบคุณบนเวทีของโรงเรียนบ้านบ่อแดง สทิงพระสงขลา ซึ่งเป็นข้อความที่กินใจ โดยไม่อยากให้ทุกคนลืมเป้าหมายของการวิ่ง อีกสิ่งที่สำคัญที่ตูน บอดี้สแลม พูดบนเวทีคือ ไม่กล้ารับคำว่า “ฮีโร่” หรือ “วีรบุรุษ” ขอบคุณอินสตาแกรม rachwinwong ที่มา ข่าวสดออนไลน์
