Featured
บรรยากาศย้อนยุคอยุธยาตอนปลายที่ “ตลาดบ้านระจัน” ซึ่งตั้งอยู่ในวัดโพธิ์เก้าต้น อำเภอค่ายบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี ยามนี้กำลังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งไทยเทศ จำนวนไม่น้อย ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ว่ากันว่าที่จอดรถแทบไม่พอรองรับ ทั้งที่ช่วงเปิดใหม่ๆ มีผู้ประกอบการไม่เกิน 30 ร้าน แต่ใช้เวลาไม่นาน ด้วยแรงบอกต่อปากต่อปาก ทำให้ปัจจุบันตลาดย้อนยุคแห่งนี้ มีพ่อค้าแม่ขายมาพร้อมใจกันจำหน่ายสินค้ากันไม่ต่ำกว่า 200 ร้านเลยทีเดียว สำหรับจุดเด่นที่เป็นจุดขายของตลาดแห่งนี้ นอกจากจะตั้งอยู่บนพื้นที่จริงทางประวัติศาสตร์แล้ว ทางผู้ดูแลตลาด ซึ่งเป็นคนในชุมชน ยังพร้อมใจกำหนดกฎกติกา-มารยาท ให้สอดคล้องกับยุคสมัยนั้น เช่น เวลาลูกค้าเดินผ่าน ให้เอ่ยทักทายด้วยคำพูดแปลกหู อย่าง แม่หญิงมาจากบ้านใดกันเจ้าคะ หรือ จะรับกระไรดีเจ้าคะ หากลูกค้าอุดหนุนแล้ว ก็ให้พูดว่า ขอบน้ำใจนะเจ้าคะ เป็นต้น นอกจากนี้ การแต่งกายของผู้ประกอบการ ก็ยังสอดคล้องกับสมัยอยุธยาตอนปลาย เหมือนที่หลายคนเคยเห็นในละครแนวพีเรียดกันมาบ้างแล้ว และเพื่อให้บรรยากาศโดยภาพรวมดูสมจริงยิ่งขึ้น พ่อค้าแม่ค้าหลายราย ต่างพยายามหาสินค้า
ชีพจรยังอยู่ที่เท้าครับ สองสามเดือนนี้ ไปหลายแห่ง ทั้งหลีเป๊ะ เมืองจันท์ กาฬสินธุ์ ทริปหนึ่งไปเกาะช้าง เมืองตราด หน้ามรสุม ฝนฟ้าลงทุกวัน คลื่นซัดเรือขนรถยนต์ข้ามฝั่งชนิดรถยนต์เปียก เล่นเอาวูบๆ เหมือนกัน นี่ตัวเราจะไปถึงจุดหมายหรือเปล่าหนอ งานของผมช่วงนี้มีหน้าที่ดู คิด แล้วพูด คือ เป็นที่ปรึกษาโรงแรม ร้านอาหาร SMEs ที่เกาะช้าง เมืองตราด เมืองจันท์ ไปให้คำปรึกษาถึง 5 แห่ง ส่วนใหญ่เป็นโรงแรม รีสอร์ต ขนาดเล็กถึงกลาง มีปัญหาคล้ายๆ กันคือ ต้นทุนสูง กำไรต่ำ ขายดีก็เหนื่อย ขายไม่ดีก็เหนื่อย หน้าที่ของเรา คือ ช่วยผู้บริหารเขาดูว่าไอ้ที่ต้นทุนสูง หรือขาดทุนน่ะมาจากจุดไหน จุดใหญ่ๆ คือ ค่าแรงพนักงาน ต้นทุนของอาหารและเครื่องดื่ม ต้นทุนค่าใช้จ่ายส่วนห้องพัก และต้นทุนพลังงาน ค่าไฟ รายได้หลักของโรงแรม รีสอร์ต ทั่วไป คือรายได้จากห้องพัก และหลายแห่งมีรายได้จากค่าอาหารและเครื่องดื่มเพิ่มขึ้นมาเป็นหลักด้วย อาจจะมากถึง 40% ของรายได้รวม เวลาวิเคราะห์เรื่องต้นทุนเราจึงมักดูใน 2 ส่วนนี้ โรงแรมเก่าๆ จะมีเรื่องปัญหาค่าพลังงานสูง โดยเฉพาะค่าแอร์ เป็นแอร์เก่า หรือแอร์รวม กินไฟมาก ตู้เย็นในครัวก็เก่า อะไรๆ ก็เก่า
ในอดีต วัฒนธรรมการนอนพักกลางวัน เป็นวิถีชีวิตที่คุ้นเคยของชาวสเปน แม้ระยะหลังๆ เรื่องนี้เริ่มเป็นที่ถกเถียงมากขึ้น เพราะทำให้เลิกงานค่ำและไม่สอดคล้องกับการใช้ชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน นอกจากนี้ การหาสถานที่พักงีบก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ทั้งๆ ที่ยังมีลูกค้าจำนวนหนึ่งที่ต้องการพักเอาแรง โดยเฉพาะในยามที่สภาพอากาศร้อนจัดมาเยือน แต่ไม่อยากเดินทางกลับบ้าน ซึ่งอาจใช้เวลามาก กว่าจะได้พักผ่อนจริงๆ “เซียสต้า แอนด์ โก” มองเห็นโอกาสทางธุรกิจที่ยังมีอยู่ และเปิดตัวในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อให้บริการสถานที่พักงีบแก่ลูกค้าที่ต้องการความเงียบ และอากาศเย็นสบาย โดยเปิดให้บริการระหว่างเวลา 11 นาฬิกา จนถึง 19 นาฬิกา ผู้ที่มาใช้บริการสามารถเลือกได้ว่าอยากจะนอนบนเตียง 2 ชั้น หรือห้องส่วนตัว หรือต้องการแค่โซฟาสำหรับเอนหลัง เซียสต้า แอนด์ โก มีเตียงนอนพักไว้ให้บริการ 19 หลัง แถมเลือกได้ว่าจะพักกี่นาที หรือกี่ชั่วโมง ซึ่งค่าบริการก็จะหลากหลาย โดยค่าบริการสำหรับเตียงแบบ 2 ชั้น อยู่ที่ 8 ยูโร ต่อชั่วโมง ถ้าเป็นห้องพักส่วนตัวจะอยู่ที่ 14 ยูโร ต่อชั่วโมง นอกจากนี้ ยังมีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างไอแพด รวมถึงนิตยสารและห
คุณอำนวย คุ้มชนะ อยู่บ้านเลขที่ 6 หมู่ที่ 8 ตำบลหาดท่าเสา อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท เป็นเกษตรกรที่ปลูกส้มโอพันธุ์ขาวแตงกวามาหลายทศวรรษ หรือเรียกง่ายๆ ว่า เป็นผู้คร่ำหวอดในการปลูกส้มโอสายพันธุ์นี้ก็ว่าได้ ซึ่งที่สวนของเขาขายทั้งผลผลิตและกิ่งพันธุ์ที่สามารถสร้างรายได้ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี (ขวาไปซ้าย) คุณอำนวย คุ้มชนะ ภรรยา และลูกสาว ปลูกส้มโอขวาแตงกวา มากว่า 30 ปี คุณอำนวย เล่าให้ฟังว่า เริ่มปลูกสมโอ้มาตั้งแต่ปี 2529 โดยสมัยก่อนที่จะเริ่มมาทำสวนส้มโอได้ทำนามาก่อน ซึ่งเห็นจากราคาข้าวที่ขายได้ในแต่ละปียังไม่ได้ราคาดีเท่าที่ควร ได้เกิดแนวคิดที่อยากจะปรับเปลี่ยนทำเกษตรอย่างอื่น จึงได้เริ่มมาทำสวนในเวลาต่อมา โดยค่อยๆ ปรับจากพื้นที่นาบางส่วนมาแบ่งเป็นพื้นที่ทำสวนสลับกับปลูกพืชแซมอื่นๆ ตามไปด้วย “ตอนมาเริ่มทำสวนใหม่ๆ เริ่มแบ่งพื้นที่มาทำสวน ประมาณ 5 ไร่ ซึ่งช่วงที่เรารอให้ส้มโอเจริญเติบโตให้ผลผลิตได้ เราก็ปลูกพืชอื่นแซมไปด้วย เช่น พริก มะเขือ ดอกไม้ เพื่อสร้างรายได้ระยะสั้น พอส้มโอออกผลผลิตให้เก็บขายได้ เราก็มองว่าการทำสวนสามารถสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวได้ จากนั้นก็ค่อยๆ ขยายพื้นที่ทำเร
“มูซังคิง” ทุเรียนแห่งอนาคต โดยมีราคาขายเฉลี่ย 450-750 บาทต่อกิโลกรัม เป็นที่ชื่นชอบของลูกค้าชาวจีนกระเป๋าหนัก เนื่องจากรสชาติหวาน เม็ดลีบ นิยมกินเมื่อแก่จัด สุกมาก ก้นผลทุเรียนเป็นแฉกคล้ายปลาดาว คุณอนวัช สะเดาทอง รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลด์เด้น คิงส์แพล้นท์ จำกัด เชี่ยวชาญการทำสวนทุเรียนสมัยใหม่ เผยว่า ปัจจุบันมีช็อปขาย มูซังคิงโดยเฉพาะมากมาย ที่เมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ราคาขายคิดเป็นเงินไทย 2000-4000 บาท/ กก. ทั้งนี้ คุณสัญชัย ปุรณะชัยคีรี อดีตนายกสมาคมผู้ค้าและผู้ส่งออกผลไม้ไทย ได้เคยเปิดเผยถึง ทุเรียนมูซังคิง มากับ ผู้สื่อข่าวของนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน ว่า ของมาเลเซียว่าเป็นทุเรียนพื้นบ้านของมาเลเซีย จัดอยู่ในทุเรียนพันธุ์เบา ปัจจุบันทุเรียนพันธุ์นี้ได้รับความนิยมอย่างมากในมาเลเซียเอง รวมถึงประเทศจีน ซึ่งเป็นตลาดใหญ่สำหรับส่งออกทุเรียน แม้ว่าทุเรียนมูซังคิงจะเป็นทุเรียนที่ได้รับความนิยมของมาเลเซีย แต่ปัจจุบันมีปลูกในประเทศไทย โดยเฉพาะในอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ซึ่งผลผลิตที่ได้ส่งออกไปยังประเทศจีนเกือบทั้งหมด โดยจีนเป็นประเทศที่บริโภคทุเรียนที่นำเข้าจากประเทศไทย
ใครๆ ก็อยากปลูกผักกินเอง แต่หลายคนไม่สามารถปลูกได้ ด้วยเหตุผลที่ว่า บ้านไม่มีพื้นที่มากพอสำหรับปลูกผัก ปัญหานี้จะหมดไป เพราะเจียไต๋ผู้นำตลาดเมล็ดพันธุ์รายใหญ่ของเมืองไทย ได้พัฒนานวัตกรรมใหม่สำหรับคนรักผัก ผลิตชุดปลูกผักใส่กระป๋อง เพียงแค่เปิดฝา แม้แต่เด็กอนุบาลยังปลูกผักได้เลย แถมนวัตกรรมนี้ยังช่วยให้การปลูกผักเป็นเรื่องง่ายๆ แค่รดน้ำ ไม่ต้องเติมปุ๋ย พืชผักก็เติบโตงอกงาม มีผลผลิตให้ชื่นชอบได้ตลอดทั้งปี ชุดปลูก Little garden DIY KID เนื่องจาก เจียไต๋ อยากให้ทุกคนสนุกกับการปลูกผัก จึงพัฒนาชุดพร้อมปลูก Little garden DIY KID ประกอบด้วย เมล็ดพันธุ์ผักดีมีคุณภาพ และวัสดุปลูก พร้อมคู่มือแนะนำการเพาะปลูกให้กับทุกคน เพียงแค่เปิดกระป๋อง ทุกคนก็สามารถปลูกผักได้เลย ซึ่งสินค้าชุดนี้มีเมล็ดพันธุ์ผักให้เลือกปลูกตามใจชอบ จำนวน 4 ชนิด ได้แก่ กะเพรา หอมแบ่ง โหระพา ขึ้นฉ่าย ซึ่งเป็นพืชผักสวนครัวที่ปลูกดูแลง่าย เป็นผักสวนครัวที่นิยมบริโภคในครัวเรือนทั่วไป ของเล่นใหม่สำหรับคนรักผักชุดนี้ เป็นผลงานของ คุณชลธร ภู่ทอง ผู้จัดการแผนกออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ บริษัท เจียไต๋ โปรดิ๊วซ์ จำกัด คุณชลธร ภู่ทอง “
“ทุกขั้นตอนการผลิตสามารถทำให้เกิดประโยชน์ได้ ไม่มีการสูญเปล่า ถ้าขายไม่หมดก็นำมาแปรรูป หรือนำไปใช้ประโยชน์หมุนเวียนในครัวเรือนหรือภายในสวน” หิ้ว…ผลิตสินค้าเพียงพอกับผู้ซื้อ เริ่มทำงานน้อยไปหามาก ผลิตแล้วต้องขายได้ ขายหมด หาบ…เมื่อขายได้ ขายหมดในชุมชนแล้วค่อยขยายตลาดไปยังแหล่งใกล้เคียงอื่นๆ หาม…เมื่อมีลูกค้าที่มีอยู่ในมือมากขึ้น จึงขยายการผลิตและการตลาดเพิ่มขึ้น คณิตฟาร์ม เป็นฟาร์มของ คุณคณิต กันทะตั๋น เกษตรกรสาววัย 48 ปี บ้านเลขที่ 1/3 หมู่ที่ 1 ตำบลทุ่งฝาย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง ผู้มุ่งมั่นปฏิบัติงานตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ผ่านการอบรมการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์แบบแปลงใหญ่ไก่พื้นเมือง จากสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดลำปาง กรมปศุสัตว์ เจ้าของฟาร์ม แสดงผลผลิตจากฟาร์ม ได้รับการคัดเลือกให้เป็นเกษตรกรดีเด่น สาขาไร่นาสวนผสม สำนักงานเกษตรจังหวัดลำปาง กรมส่งเสริมการเกษตร มีความคิดริเริ่มและความพยายามในการนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับพื้นที่ ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม เช่น ลดต้นทุนการผลิต ประกอบอาชีพเชิงผสมผสาน นำเอาตู้เย็นเก่ามาทำเป็นตู้ฟักไข่ นำหญ้าสดมาอัดเป็นหญ้าอัดฟ่อน นำฟางข้าวมาอัดฟ่อนเพื่อลดการเผา ฯลฯ
คุณถาวร งานยางหวาย อยู่บ้านเลขที่ 105 หมู่ที่ 4 ตำบลกุดสระ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนทำงานรับราชการเมื่อครบกำหนดวัยเกษียณปี 2550 จึงได้เริ่มใช้เวลาว่างมาทำสวนปลูกไม้ผลแบบผสมสานอย่างจริงจังเมื่อปี 2551 “ก่อนที่จะตัดสินใจทำเกษตร จะปลูกต้นไม้ หรือเลี้ยงปลา จะดูก่อนว่าเราจะทำอะไรได้มากที่สุด ก็เลยตกลงใจเลี้ยงปลา ส่วนพื้นที่ที่เหลือบนขอบบ่อ ก็จะปลูกพืชผัก ไม้ผลไว้ ก็จะมีมะขาม มะนาว ที่สามารถเก็บผลผลิตขายได้ ซึ่งจะมีการไปหาความรู้ การทำเกษตรทฤษฎีใหม่ ก็จะเข้าอบรมกับหน่วยงานที่เขาเปิดสอน และก็นำความรู้ที่ได้มาปรับใช้กับพื้นที่ที่เรามีอยู่” คุณถาวร กล่าว ต้นมะนาวที่ปลูกไว้เก็บผลขาย ปลาที่เลี้ยงภายในบ่อส่วนใหญ่จะเป็นปลานิล ปลาสลิด และปลาตะเพียน โดยนำปลาเหล่านี้มาปล่อยแบบเลี้ยงเชิงธรรมชาติ ปลาก็ขยายพันธุ์ออกลูกมากมาย สามารถจับขายทำเงินได้เป็นที่น่าพอใจ ต่อมาอยากเลี้ยงแบบจริงจังมากขึ้นจึงได้ไปติดต่อขอซื้อลูกพันธุ์จากแหล่งเพาะเพื่อนำมาปล่อยเลี้ยงเป็นเชิงการค้า ก่อนที่จะนำลูกปลาแต่ละชนิดมาลงเลี้ยงจะทำการเตรียมบ่อ คือ วิดน้ำออกจากบ่อให้หมด จากนั้นโรยด้วยปูนขาวให้ทั่วตากบ่อทิ้ง
สองผัวเมียเกษตรกรสงขลา ยึดเกษตรแบบผสมผสานตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง และเกษตรอินทรีย์ 100 เปอร์เซ็นต์ 1 ไร่ รายได้เดือนละ 5-6 หมื่นบาท ใช้เวลาถึง 14 ปี คุ้มค่ากับการรอคอย ผลผลิตมีราคาสูงกว่าที่จำหน่ายตามท้องตลาดกว่า 1 เท่าตัว นายคำนึง สร้อยสีมาก อายุ 48 ปี และนางยุพิน สร้อยสีมาก อายุ 48 ปี สามีภรรยาชาวบ้านในพื้นที่ หมู่ 2 บ้านดีหลวง ต.ดีหลวง อ.สทิงพระ จ.สงขลา หันมาประกอบอาชีพทำเกษตรแบบผสมผสานตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และเป็นเกษตรอินทรีย์ 100 เปอร์เซ็นต์ โดย “ใช้เนื้อที่เพียงแค่ 1 ไร่ แต่สามารถมีรายได้ถึงเดือนละ 5-6 หมื่นบาท” โดยภายในแปลงเกษตรอินทรีย์ซึ่งมีเนื้อที่ 1 ไร่ ได้ถูกเนรมิตให้เป็นสวนผักที่มีพืชผักเกือบครบทุกชนิดที่นิยมบริโภคและตลาดต้องการ ทั้งผักกินใบและผักสวนครัว พืชสมุนไพร เช่น ผักคะน้า กวางตุ้ง ผักบุ้ง มะเขือ ถั่วฝักยาว แตงกวา ผักขมแดง ผักขมเขียว โหระพา แมงลัก กะเพรา ขิง ข่า พริก มะนาว ดอกชมจันทร์ เรียกว่ามีครบจบภายในสวนเดียวและทุกอย่างเป็นผักปลอดสารพิษ ผ่านการรับรองจากกระทรวงเกษตรฯ ที่ส่งเจ้าหน้าที่ลงมาตรวจสอบทั้งดิน น้ำ
การทำ กระท้อนลอยแก้ว ในครั้งนี้ เป็นการแนะนำการทำและสอนวิธีการแก้เพื่อให้อร่อยยิ่งขึ้นค่ะ สมัยเด็กๆ คุณแม่ทำบ่อย พอคุณแม่เสีย (นานแล้ว) ไม่ได้ทำอีกเลย ดีที่พี่สะใภ้ทำอาหารเก่ง เลยให้สอนทำค่ะ เริ่มจากการซื้อกระท้อน คิดว่าลูกใหญ่เนื้อจะปุย พี่สะใภ้บอก ลูกใหญ่เขาเอาไว้ทำกระท้อนทรงเครื่องแบบที่เป็นน้ำตาลเคี่ยวใส่กุ้งแห้ง ใส่มะพร้าวคั่ว แต่ถ้าจะลอยแก้วใช้ลูกเล็กดีกว่า เนื้อจะปุยกว่า อ้าว! เริ่มต้นซื้อก็ผิดแล้ว ทำอย่างไรล่ะ ทำได้ค่ะ ปอกเปลือกแช่น้ำมะนาว แล้วมาฝาน หั่นเป็นชิ้นๆ แช่น้ำเกลือ บีบเบาๆ นะคะ ไม่ใช่บีบจนแบน บีบเอาน้ำเกลือออกหลายน้ำ จะลดรสฝาด สีจะขาวขึ้น เคี่ยวน้ำเชื่อมใส่ใบเตย เอากระท้อนแช่ไว้ 1 คืน วันรุ่งขึ้นเอาเฉพาะน้ำเชื่อมมาเคี่ยวอีกครั้ง เติมน้ำตาลทรายอีก 1 กระบวย ทิ้งไว้ให้เย็นแล้วค่อยเอาเนื้อกระท้อนมาแช่น้ำเชื่อม เอาเข้าตู้เย็นไว้อีก 1 คืน ไม่น่าเชื่อค่ะ เนื้อกระท้อนเป็นเงามัน หวานเข้าเนื้อไม่ฝาดเลยค่ะ ส่วนผสม กระท้อน 4 ลูก มะนาว เกลือ น้ำตาลทราย น้ำ ใบเตย วิธีทำ ปอกเปลือกกระท้อน เอาผลกระท้อนแช่น้ำที่บีบน้ำมะนาวพักไว้ เอาน้ำใส่เกลือ หั่นกระท้อนเป็นเสี้ยวๆ เอาเม็ดออก หั่นเน
