Featured
ที่ริมทางหลวงหมายเลข 304 ปักธงชัย-กบินทร์บุรี ช่วงบ้านวังน้ำเขียว หมู่ 9 ต.อุดมทรัพย์ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ชาวบ้านในพื้นที่ต่างพากันมาตั้งแผงลอยและนำเห็ดป่ามาวางจำหน่ายนับสิบราย หลังจากที่พายุฤดูร้อนที่เข้ามาอย่างต่อเนื่องทำให้เกิดฝนตกติดต่อกัน สภาพอากาศเหมาะสมทำให้เห็ดป่างอกได้ ซึ่งชาวบ้านต่างบอกกันว่าในปีนี้ถือว่างอกเร็วกว่าทุกๆ ปี อีกทั้งในช่วงนี้ยังมีเห็ดอย่างเห็ดระโงกนางหงส์ ซึ่งเป็นเห็ดป่าหายาก ทำให้มีราคาสูง โดยในช่วงนี้มีราคาขายอยู่ที่กิโลกรัมละ 500 บาทเลยทีเดียว นางสาววิภาดา บุตรศรีภูมิ อายุ 43 ปี หนึ่งในชาวบ้านที่นำเห็ดป่ามาวางขาย กล่าวว่า ในปีนี้เห็ดป่างอกเร็วกว่าทุกๆ ปี เพราะทุกปีเห็ดป่าจะเริ่มงอกในช่วงเดือนสิงหาคมเป็นต้นไปจนสิ้นสุดฤดูฝน ซึ่งอาจเป็นผลมาจากสภาพอากาศในช่วงนี้เหมาะสมพายุเข้าต่อเนื่องฝนตกติดต่อกัน ทำให้อากาศร้อนชื้น ประกอบกับป่าไม้ในพื้นที่ไม่ประสบกับไฟป่าเหมือนเช่นทุกๆ ปีที่ผ่านมา จึงทำให้เห็ดป่างอกเร็วกว่าทุกๆ ปี และยังเป็นโชคดีอีกชั้นเมื่อพบว่าช่วงนี้มีเห็ดระโงกนางหงส์ ซึ่งถือเป็นราชินีเห็ดป่างอกขึ้นมาเป็นจำนวนมาก ทำให้เก็บมาชายได้ในราคาสูงถึงกิโลกรัมล
นายโอภาส ซิมฟ้า เจ้าของโรงงาน “หีบศพเทพทอง” เปิดเผยว่า ผลิตโลงศพมานานกว่า 27 ปี ขายปลีกขายส่งทั่วประเทศ ที่ผ่านมาเริ่มจากการผลิตโลงศพธรรมดาตามความต้องการของประชาชนแต่ละพื้นที่ เนื่องจากทรงโลงในภาคกลางและภาคใต้มีความแตกต่างกัน ล่าสุดได้ผลิตโลงบ้าน หลังจากได้ไอเดียจากงานศพคนไทยเชื้อสายจีน มีการเผาเครื่องกงเต๊กทั้งบ้าน รถยนต์ จึงมีแนวคิดนำภาพบ้านจากกงเต๊ก มาใส่ไว้ด้านหน้าโลงศพ เนื่องจากคนไทยมีความเชื่อว่าโลงศพถือเป็นบ้านหลังสุดท้าย จึงนำภาพบ้านหรูมาใส่ด้านหน้าโลงบ้านติดแอร์มีให้เลือก 3 แบบ “ขณะนี้โลงบ้านได้รับความนิยมพอสมควร ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายที่มีบรรพบุรุษหรือผู้สูงอายุป่วยเสียชีวิต บอกว่าเมื่อนำไปประดับตกแต่งในงาน ทำให้สร้างความแปลกใหม่ไม่โศกเศร้า คล้ายกับการส่งบรรพบุรุษหรือคนที่เราเคารพเข้าไปนอนในบ้านตามปกติ และขณะนี้มีลูกค้าบางรายไม่ต้องการภาพบ้านตามภาพที่ผมนำมาจากเว็บกูเกิล แต่ต้องการบ้านของตัวเองไปปรากฏบนโลงศพ ก็จะต้องไปถ่ายภาพบ้านความคมชัดสูงและนำมาผลิตเพื่อวางทาบ สำหรับโลงบ้านมีราคาสูงกว่าโลงปกติเพียง 1,000 บาทเท่านั้น ต่อไปจะมีการผลิตโลงเด็กมีภาพลายการ์ตูนที่พ่อแม่รู้ว่าเด็กชอบ
วันที่ 2 เม.ย. ที่จังหวัดชัยนาท ผู้สื่อข่าว รายงานว่า มีชาวชัยนาท ถูกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 1 จำนวน 3 ราย เข้าแจ้งความเพื่อบันทึกประจำวันที่ สภ.เมืองชัยนาท เป็นสลากจำนวน 5 คู่ รวมมูลค่า 30 ล้านบาท ประกอบด้วย นายสมพร (สงวนนามสกุล) อายุ 58 ปี อยู่ตำบลในเมือง อ.เมือง ถูก 3 คู่ 18 ล้านบาท นางบุญชู (สงวนนามสกุล) อายุ 48 ปี อยู่ตำบลกะบกเตี้ย อ.เนินขาม ถูก 1 คู่ 6 ล้านบาท และ นางมัณฑนา (สงวนนามสกุล) อายุ 59 ปี อยู่ตำบลชัยนาท อ.เมือง ถูก 1 คู่ 6 ล้านบาท นางบุญชู เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ประกอบอาชีพรับจ้างอยู่ในโรงงานแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ตำบลท่าชัย อำเภอเมืองชัยนาท โดยปกติมีคนขี่จักรยานเข้าไปขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นประจำ ซึ่งขายเงินเชื่อ ครั้งนี้คนขายสลากฯ ได้เดินทางเข้าไปขายที่โรงงานในช่วงสายของวันที่ 1 เมษายน เด็กขายสลากขอให้ช่วยซื้อกลัวขายไม่หมด จึงช่วยซื้อไว้แล้วแบ่งกับป้ามัณฑนา คนละใบ ซึ่งเป็นเลขเหมือนกัน พอตกเย็นผลสลากฯ ออกมาปรากฏว่าถูกรางวัลที่ 1 จึงชวนกันไปแจ้งความบันทึกประจำวันที่ สภ.เมืองชัยนาท ได้คุยกับครอบครัวแล้วจะเดินทางไปขึ้นเงินที่กองสลากฯ ในวันพรุ่งนี้ (3 เม.ย.) ทั้งน
จากกรณีที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ เพชร พลอย โพสต์ข้อความขอแชร์ประสบการณ์ หลังจากที่เปิดบัญชีกับธนาคารแห่งหนึ่ง จากนั้นพนักงานธนาคารได้ชวนให้ทำประกันในคราวแรก 2 ฉบับ จากนั้นพนักงานธนาคารขอให้ซื้ออีก จึงซื้อไปทั้งสิ้น 5 ฉบับ ซึ่งเป็นการทำประกันอุบัติเหตุให้กับสามีจากนั้นพนักงานได้ขอให้ซื้ออีก แต่เจ้าตัวปฏิเสธ เนื่องจากซื้อไปหลายฉบับแล้ว ต่อมาประมาณ 4 เดือนหลังจากทำประกัน สามีได้ประสบอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์แหกโค้ง เสียชีวิตคาที่ จากนั้นจึงได้ติดต่อไปยังบริษัทประกันภัย แต่ถูกบริษัทให้เรารอด้วยเหตุผลที่ว่าไม่เชื่อว่าสามีเราเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุทั้งที่มีการสอบสวนหาข้อเท็จจริงจาก สถานีตำรวจภูธรในพื้นที่เกิดเหตุ และตำรวจปราบปรามภาค 4 โดยได้สรุปว่าเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ จักรยานยนต์แหกโค้ง คอหัก เสียชีวิตคาที่ จากนั้นบริษัทได้ให้ชุดสืบสวนชุดใหม่มาทำการสอบสวน จากการสอบสวนของกองบังคับการ กองปราบปราม 3 สรุปว่า ไม่พบว่าการเสียชีวิตของผู้ตายเกิดมาจากอุบัติเหตุแต่อย่างใด บริษัทจึงจำเป็นต้องยึดถือผลการสอบสวนคดีดังกล่าว ประกอบการพิจารณาจ่ายสินไหม เนื่องจากกรมธรรม์ฉบับนี้เป็นประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล ทา
เมื่อวันที่ 1 เมษายน สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ได้ลงนามในคำสั่งประธานาธิบดี 2 ฉบับ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อยุติการขาดดุลการค้าในปริมาณมหาศาลถึง 50,000 ล้านดอลลาร์ต่อเดือนหรือราว 500,000 ล้านดอลลาร์ต่อปีลง โดยพุ่งเป้าไปที่การตรวจสอบข้อเท็จจริงและการแสวงหามาตรการเพื่อดำเนินการต่อประเทศต่างๆ ที่สหรัฐอเมริกากำลังเสียดุลการค้าอยู่ในเวลานี้รวม 16 ประเทศรวมทั้งประเทศไทย ซึ่งนายทรัมป์กล่าวรวมๆโดยไม่ระบุชื่อประเทศออกมาว่าเป็นบรรดาประเทศที่ “ฉ้อโกง” ในการส่งสินค้าเข้ามาขายในสหรัฐอเมริกามานาน กำหนดให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน โดยมอบหมายให้การตรวจสอบดังกล่าวอยู่ภายใต้อำนาจของนาย วิลเบอร์ รอสส์ รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐอเมริกา ทรัมป์กล่าวว่า เป้าหมายของคำสั่งทั้ 2 ฉบับคือบรรดาประเทศที่ฉ้อโกงในการนำสินค้าเข้ามายังสหรัฐอเมริกาและอ้างว่าจะทำให้สัดส่วนการขาดดุลการค้าลดลง ซึ่งทรัมป์อ้างว่าสหรัฐอเมริกาขาดดุลการค้ามากที่ผ่านมานั้นสืบเนื่องจากพฤติกรรมขี้โกงของต่างชาติและ “ความตกลงการค้าที่แย่ๆ” โดยนายวิลเบอร์ รอสส์ รัฐมนตรีพาณิชย์จะเป็นผู้นำในการค้นหาปัจจัยและการละเ
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 2 เม.ย. ที่สนามกีฬาไก่ชนเทิดไท ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายภานุมาส คิดการ ผู้ดูแล จักริน ฟาร์ม สู่ซุ้มหนุ่มโรงงานหมี่-ภานุเจริญฟาร์ม พร้อม นายอนันต์ เพชรคีร์สกุล หรืออนันต์ เรืองโรจ เจ้าของไก่ชน เจ้าแดงปืนกล แห่งอนันต์เรืองโรจน์ฟาร์ม ซึ่งมีราคากว่า 4,400,000 บาท และเป็นค่าตัวที่แพงที่สุดในโลก เข้าทำการซื้อขายกันอย่างเป็นทางการ โดยมีนายสมศักดิ์ เทพสุทิน เป็นสักขีพยานในการส่งมอบไก่ในครั้งนี้ด้วย ด้านนายภานุมาส กล่าวว่า ตนได้ติดตามเจ้าแดงปืนกลมานาน และประทับใจในการชนของเจ้าแดงเป็นอย่างมาก จึงตัดสินใจเข้าติดต่อขอซื้อ กับ นายอนันต์ เพชรคีร์สกุล หรือ อนันต์ เรืองโรจ เพื่อที่จะนำไป เพาะพันธุ์ และนำมาขายไม่เกินคู่ล่ะ 10,000 บาท ด้านนายอนันต์ กล่าวว่า ตนเลี้ยงไก่มาตั้งแต่เด็ก นำไก่ไปตีแถวสนามหลวงโดยมีความชอบมานานพอโตขึ้นมามาพัฒนาสายพันธุ์จนเริ่มมีไก่ดีๆ มากมาย และเริ่มมีสนามฝึกซ้อม หลังจากนั้นก็ได้ร่วมกับเพื่อนเปิดสนามกันที่ สิงห์บุรี กระทั่งพบเข้ากับเจ้าแดงและคิดว่าน่าจะพัฒนาฝีมือได้ จึงจับเข้ามาฝึกซ้อม ก็ได้เห็นชั้นเชิงการชน จึงนำไปแข่งและชนะมาอย่างต่อเนื่อง พ่อของเจ้าแด
น้องแบม ไม่เคยเห็นหน้าพ่อ เพราะเสียไปตั้งแต่เล็ก และแม่เสียชีวิตเมื่ออายุ 8 ปี หลังจากพ่อกับแม่เสียชีวิต ยายต้องขายที่ดินใช้หนี้ และพาแบมไปขอสร้างบ้านใหม่บนที่ดินของญาติ ตอนนั้นแบมอายุ 8 ขวบ เป็นช่วงเวลาที่แย่ที่สุด เพราะเพิ่งสูญเสียแม่ แล้วต้องหาที่อยู่ใหม่ ยายรื้อไม้บ้านเดิมมาสร้างใหม่ ไม้บางแผ่นมีรูปที่แบมเคยวาดไว้ตอนแม่ยังมีชีวิตอยู่ เป็นความทรงจำที่ทำให้แบมทั้งเศร้าและสุข เพราะคิดถึงแม่และบ้านที่เคยอยู่ แบมแอบสร้างความหวังในใจว่าถ้าเรียนจบและทำงานแล้ว จะเก็บเงินไปซื้อที่ดินคืน แบมเติบโตมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของยาย และต้องตามยายไปทำงานตั้งแต่ ป.4 ทั้งปลูกมัน ขุดมัน เกี่ยวข้าว สองปีที่แล้ว แบมเรียนอยู่ชั้น ม.3 ยายบอกว่าไม่มีหนทางที่จะส่งเสียแบมเรียนต่อได้อีก แต่แบมบอกยายว่า จะขอสู้ต่ออีกสักพัก ถ้าไม่ไหวจริงๆก็จะไม่เรียนแล้ว ช่วงปิดเทอม ม.3 แบมดิ้นรนหางานอื่นๆทำเพิ่ม และเก็บเงินได้มากที่สุดในชีวิตคือ 1,300 บาท พอเปิดเทอมก็นำไปซื้อชุดนักเรียน ม.ปลาย และใช้จ่ายเรื่องเรียนไปจนหมด ปีนี้ยายอายุ 74 ปีแล้ว ยังต้องทำงานรับจ้างเพราะไม่มีเงินและไม่มีใครเลี้ยงดู แบมก็พยายามทำงานรับจ้างในวันเสาร์อาท
เห็นกันในท้องตลาดมาระยะหนึ่งแล้ว สำหรับ มะพร้าวไร้เปลือก คว้านออกมาให้ทานได้ทั้งลูก หากเปรียบเปรยก็เหมือนจับมะพร้าวมาเปลื้องผ้าโชว์ความขาวเนียนของผิว พร้อมลิ้มรสความหวานหอมของน้ำกับเนื้อมะพร้าว ช่วยคลายร้อนได้เป็นอย่างดี คุณไผ่-พัชนีญา พรหมมงคล เจ้าของผลงาน “มะพร้าวเปลื้องผ้า Coco Sexy” ภายใต้แบรนด์ Coco Smile เปิดบทสนทนาด้วยการเล่าย้อนกลับไปว่า อาชีพเริ่มต้นของเธอคือขายส่งมะพร้าวน้ำหอม ในลักษณะสั่งมะพร้าวจากสวนมาขายต่อในราคาส่งให้ลูกค้าตามออร์เดอร์ ซึ่งมะพร้าวน้ำหอมที่ว่านั้นรับตรงมาจากสวนในพื้นที่ อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี เพราะมะพร้าวดำเนินนั้น ขึ้นชื่อเรื่องรสชาติเป็นทุนอยู่แล้ว ส่วนที่มาของ “มะพร้าวเปลื้องผ้า” นั้น คุณไผ่ อธิบายว่า มะพร้าวน้ำหอมที่รับมาขายส่ง จะเป็นมะพร้าวเนื้อชั้นครึ่ง หรือมะพร้าวเนื้ออ่อน หลังจากคัดมะพร้าวเนื้อชั้นครึ่งลูกสวยๆ ให้ลูกค้าตามต้องการครบแล้ว จะเหลือมะพร้าวที่นอกเหนือจากความต้องการของลูกค้าอยู่ คือ มะพร้าวเนื้อสองชั้น คือ เนื้อค่อนข้างหนา แต่ไม่ใช่มะพร้าวเนื้อแก่ซะทีเดียว เมื่อเหลือมะพร้าวเนื้อสองชั้นเยอะ เลยคิดหาวิธีแปรรูปมะพร้าวที่เหลือ บังเอิญไปเจอกา
คุณสรินพร จิวานันต์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็นไวโรเซล ประเทศไทย จำกัด บริษัทในเครือของบริษัทอินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) ผู้นำแห่งความคิดสร้างสรรค์ในภูมิภาคอาเซียน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การปิดตัวของร้านค้าปลีกจำนวนมากในสหรัฐอเมริกา มหานครนิวยอร์ก ที่มีเศรษฐกิจเทียบได้ในอันดับที่ 20 ของโลก มีพนักงานกว่า 900,000 คน ทำงานในธุรกิจค้าปลีกกว่า 77,000 แห่ง เป็นศูนย์รวมของสำนักงานใหญ่ (Head Quarter) ของบริษัทยักษ์ใหญ่กว่า 80 เจ้า และเป็นเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั่วโลกกว่า 60 ล้านคนต่อปี นับเป็นสัญญาณสั่นคลอนต่อวงการค้าปลีกของโลกไม่ช้าก็เร็ว การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคในการจับจ่ายซื้อของ และใช้บริการที่ข้ามข้อจำกัดในเรื่องของเวลา สถานที่ รูปแบบ และวิธีการซื้อ โดยเฉพาะกลุ่มมิลเลเนียมที่มีการเติบโต และมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นทั่วโลก มีบทบาทในสังคม ทั้งด้านการงาน และมีศักยภาพในการใช้จ่ายที่สูงขึ้นต่อเนื่อง ในขณะที่กลุ่ม เบบี้บูมเบอร์มีสัดส่วนที่ลดลง คุณสรินพร กล่าวต่อว่า ด้านเทรนด์พฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างน่าสนใจ สามารถแบ่งเป็น
ไหมอีรี่ (Samia ricini : Eri silk) เป็นพันธุ์ไหมกินใบมันสำปะหลัง โดยนำมาเลี้ยงเพื่อเอาเส้นใยไว้ทำประโยชน์ด้านการแปรรูปเป็นเสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่ม เช่นเดียวกับไหมหม่อน วงจรชีวิตของไหมอีรี่ ไหมอีรี่ เป็นไหมป่าที่มีวงจรชีวิต 45-60 วัน เลี้ยงได้ 4-5 รุ่น ต่อปี ส่วนไข่ไหมฟักเองได้ ไม่ต้องอาศัยการฟักเทียม กินใบละหุ่งและใบมันสำปะหลังเป็นอาหาร ความนิยมในการเลี้ยงไหมอีรี่ ในประเทศไทย เกษตรกรยังนิยมเลี้ยงไหมอีรี่ไม่มากนัก ขณะที่จำนวนเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังเป็นอาชีพในไทยนั้น มีจำนวนถึง 570,000 ครัวเรือน มีพื้นที่เก็บเกี่ยวมันสำปะหลังกว่า 8.64 ล้านไร่ ซึ่งอาหารของไหมอีรี่ในไทยมีจำนวนมากก็จริง แต่สัดส่วนของเกษตรกรผู้เลี้ยงไหมอีรี่ยังน้อยมาก ทาง สกว. จึงร่วมกับศูนย์หม่อนไหม ในการให้ความรู้ และขยายพื้นที่การเลี้ยงไหมอีรี่ให้มากขึ้น ทั้งการให้สายพันธุ์หนอน และความรู้ในการเลี้ยง เพื่อนำไปสู่ผลผลิต ความยาก-ง่าย การเลี้ยงไหมอีรี่ สำหรับเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังอยู่แล้ว จะสามารถมีรายได้เพิ่มเติมจากการเลี้ยง “ไหมอีรี่” ได้ เพราะไหมอีรี่กินใบมันสำปะหลังเป็นอาหาร และใบละหุ่ง ซึ่งสามารถปลูกต้นละหุ่งเสริมใ
