Featured
ผมมีโอกาสได้เดินทางไปกับการท่องเที่ยวภาคตะวันออก ไปสำรวจเส้นทางท่องเที่ยว โครงการเที่ยววันธรรมดา ที่ระยองและจันทบุรี การเดินทางครั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้พาผมกับคณะสื่อมวลชนไปยังแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ หลายแห่ง แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจกลายเป็นชุมชนทะเลน้อย อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ที่น่าสนใจก็เพราะได้ไปเห็นการประกอบอาชีพของคนในชุมชน ที่มีชื่อเสียงหลายอย่างมาก เช่น ปลูกกล้วยน้ำว้า 3 น้ำ ที่มีรสชาติหวานมันยังกับไม่ใช่กล้วย นอกจากนี้ก็มีการทำปลาเค็ม กะปิ น้ำปลา และผลิตภัณฑ์งานฝีมือพวกจักสาน แต่ที่น่าสนใจกว่าใครเพื่อนก็เห็นจะเป็นการปลูกผักกระชับ ซึ่งมีแห่งเดียวในประเทศไทย แค่ชื่อของผักว่ากระชับก็น่าสนใจแล้ว หลังจากชมและดูงานอย่างอื่นๆ ครบถ้วน เจ้าภาพได้เลี้ยงอาหารกลางวัน โดยมีผักกระชับเป็นหลัก เช่น แกงส้มผักกระชับ ยำผักกระชับ ผักกระชับผัดน้ำมันหอย และผักกระชับสดจิ้มน้ำพริกกะปิ ทุกคนกินผักกระชับกันอย่างเอร็ดอร่อยโดยเฉพาะผมชอบเป็นพิเศษเพราะรสชาติดีเหลือเกิน ลักษณะของผักกระชับ ถ้าดูเผินๆ จะเหมือนกับผักที่เพาะจากเมล็ดทานตะวัน รสชาติและคุณค่าของผักทั้งสองชนิดนี้อาจใกล้เคียงกัน เช่น ลดความดัน
เห็ดโคน หรือ เห็ดปลวก คนละชนิดกับเห็ดโคนน้อย ความจริงเห็ดโคนน้อยคือเห็ดถั่ว โดยทั่วไปมักพบขึ้นอยู่ตามกองซากถั่วเหลือง หรือถั่วเขียว ส่วนเห็ดโคนหรือเห็ดปลวกนั้น วงจรชีวิตของมันต้องพึ่งพาปลวกเข้ามาช่วย จากข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ระบุว่า ปลวกงานจะนำเอาสปอร์ ซึ่งเป็นหน่วยขยายพันธุ์ที่มีขนาดเล็กมาก ทำหน้าที่เช่นเดียวกับเมล็ดพืชอื่นๆ ไปปลูกในรังให้เป็นอาหารของปลวกวัยอ่อน ส่วนสปอร์ที่หลงเหลือ เมื่อได้รับความชื้นในฤดูฝนก็จะเติบโตโผล่พ้นผิวดินขึ้นมาปรากฏให้เห็น และเป็นอาหารอันโอชะของมนุษย์เรา วิธีเพาะหรือปลูกเห็ดโคน ด้วยภูมิปัญญาชาวบ้าน เริ่มจากนำจาวปลวก ที่อยู่ภายในจอมปลวก มีขนาดใกล้เคียงกับกะลามะพร้าวผ่าซีก จอมปลวกหนึ่งรังจะมีจาวปลวกหลายอัน มีลักษณะเบา โปร่ง ซุย มีรอยทางเดิน ซอกแซก ทะลุถึงกันได้ จาวปลวกน่าจะเป็นสวนปลูกเห็ดอ่อน เพราะมีเส้นใยขาวเต็มไปหมด สามารถพัฒนาเป็นดอกเห็ดต่อไป เกษตรกรจะนำส่วนนี้ออกมาถู หรือขยี้ ให้เป็นฝุ่นโปรยลงบนข้าวเหนียวนึ่งสุก ทิ้งให้เย็น เติมน้ำเล็กน้อยแล้วคลุกให้เข้ากัน คล้ายกับการทำสาโท นำไปหมักในถังพลาสติก ปิดปากถังด้วยผ้าขาวบาง เกษตรกรบางท่านอาจฉีกหมวกเห็ดโคนผสมลงไปด้
แม้จะเป็น “น้องใหม่”ของแวดวงงานบริการด้านที่พัก แต่เจ้าของกิจการ อาจไม่ใช่หน้าใหม่ในธุรกิจสัตว์เลี้ยง เพราะเป็นผู้ให้บริการรรถรับ-ส่งสุนัข แบรนด์ PetXi Limo (เพ็ทซี่ ลีโม่) มาได้หลายปีแล้ว คุณเพอรี่(ซ้าย) คุณแอน (ขวา) ต้อนรับคุณแทมมี่ นักเทนนิสคนดัง คุณแอน-ฐิติพร น้อยพานิช และ คุณเพอรี่ –สุทิศา ปาติยเสวี สองสาวเจ้าของกิจการที่เกริ่นไว้ กรุณาสละเวลามาให้ข้อมูลด้วยอัธยาศัยยิ้มแย้ม เริ่มต้นให้ฟัง กิจการเพ็ทซี่ฯ ผลตอบรับดีขึ้นเรื่อยๆ ลูกค้ามีการบอกต่อว่าสะดวกและไว้ใจได้ และใช้บริการเป็นประจำอยู่กลุ่มหนึ่ง แต่นั่นไม่ใช่สาเหตุหลักที่ทำให้มีการ “ต่อยอด”มาทำธุรกิจโรงแรมน้องหมา เพราะความจริง โครงการสร้างโรงแรมนี้มีมาก่อนเพ็ทซี่ฯเสียอีก แต่เพราะยังติดขัดในหลายเรื่องจึงเลือกทำเพ็ทซี่ฯก่อน ซึ่งนับเป็นข้อได้เปรียบ เพราะมีโอกาสเรียนรู้นิสัยของสุนัขแต่ละสายพันธุ์รวมถึงนิสัยของเจ้าของแต่ละคนมากขึ้น ซึ่งข้อมูลเหล่านี้สามารถนำมาปรับใช้กับกิจการล่าสุดนี้ได้เป็นอย่างดี เมื่อถามถึงความแตกต่างระหว่างสองธุรกิจ สองสาวฯช่วยกันเล่า ลูกค้าของเพ็ทซี่ฯ ส่วนใหญ่มีความต้องการด้านความช่วยเหลือ เช่น พาไปหาหมอ พ
คุณชไมพร เจือเจริญ ที่ปรึกษาสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า จากการที่ สสว. ได้คัดเลือกผู้ประกอบการ SME ในกลุ่ม Strong /Regular ที่พัฒนาและเติบโตได้ จำนวน 34 ราย เข้าร่วมงานแสดงสินค้าและเจรจาธุรกิจในงาน “Thai Trade Exhibition Oman 2017” ระหว่างวันที่ 8 -15 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ณ กรุงมัสกัต รัฐสุลต่านโอมาน โดยมี ฯพณฯ โมฮัมเหม็ด บิน ยูเซฟ อัล ซาราฟิ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศของโอมาน เป็นประธานเปิดงาน โดยในปีนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Health and Wellness” ชูจุดเด่นของสินค้าและบริการ 5 กลุ่มหลักได้แก่ โรงพยาบาลและบริการทางการแพทย์ อาหารและเครื่องดื่ม สินค้าแฟชั่นและเครื่องประดับ หัตถกรรมและของใช้ภายในบ้าน และผลิตภัณฑ์สปาและเครื่องสำอาง ในงานนี้ มีเอกชนไทย 100 บริษัท ขนสินค้าและบริการไปจำหน่ายแก่ลูกค้าตะวันออกกลาง กระแสดีเกินคาด เผย 5 วัน มีผู้เข้าชมงานกว่า 22,000 คน ในส่วนของสสว. นำผู้ประกอบการเข้าร่วมงานกว่า 40 คูหา โดยในครั้งนี้ สินค้าไทยที่ได้รับความสนใจสูงสุด คือ เครื่องสำอาง เช่น สบู่สมุนไพร ครีมบำรุงสมุนไพรไทย ยาแก้ฝ้า ครีมกันแดด ครีมกระชับหน้า ยา
นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ได้กำหนดจัดนิทรรศการพิเศษ เรื่อง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระบิดาแห่งการอนุรักษ์มรดกไทย เนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช 2560 เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ที่พระองค์ทรงมีต่อหน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการอนุรักษ์และสืบทอดมรดกศิลปวัฒนธรรมไทย ภาพวาดฝีพระหัตถ์ แบ่งเนื้อหาการจัดแสดงออกเป็น 6 หัวเรื่อง ได้แก่ 1. พระราชประวัติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร 2. ธ ทรงดำริให้โบราณคดีพิพิธภัณฑสถานรังสรรค์จรรโลงชีวิต 3. ทรง ประสิทธิ์ประสาทประณีตศิลป์สถาปัตยกรรมตามขนบบรรจบสมัยใหม่ 4. รักษ์ ธำรงภาษาหนังสือไทยตามนัยพระราชดำรัสไว้ให้ภูมิใจชาติ 5. มรดก ราษฎร์รัฐจารีตประเพณีที่ทรงพระกรุณาเกื้อกูล 6. ชาติ ประชามิสิ้นสูญนาฏศิลป์ดนตรีมีพระองค์ทรงนำทาง ภายในนิทรรศการจะนำเสนอข้อมูลและพระราชดำรัสเกี่ยวกับมรดกทางวัฒนธรรมด้านต่างๆ ใน5 ประเด็นหลัก ประกอบด้วย งานด้านโบราณคดีและพิพิธภัณฑ์ งานด้านสถาปัตยกรรมและช่างสิบหมู่ งานด้านภาษาและหนังสือ งานด้านจารีตประเพณี และงานด้านนาฏ
“…เราว่าสวย ใช้งานง่ายหลายโอกาส ราคาไม่แพง…” “อารมณ์ประมาณว่าไปเกาหลี แล้วต้องเข้าร้านเครื่องสำอาง หรือเปล่าคะ เราว่ากระเป๋าน่ารักดีค่ะ ราคาไม่แพงด้วย…” “ญี่ปุ่นก็ชอบค่ะ เพราะที่โน่นราคาแบบว่าแพงกว่าบ้านเรามาก” “นักท่องเที่ยวไต้หวันก็ชื่นชมค่ะ เดี๋ยวนี้มีร้านค้ามาเปิดที่นี่ด้วย ” “ข้อดีของกระเป๋ายี่ห้อนี้คือ ราคาไม่แพง ใช้งาน ใช้ทน แบบสวยนักท่องเที่ยวจีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน ซื้อกันเหมือนแจกฟรีเลยค่ะ” “เพื่อนเราซื้อไปฝากเพื่อนญี่ปุ่นนางกรี๊ดมาก เราเองก็ชอบนะ เรียบๆ ทน ราคารับได้…” เหล่านี้ คือ ตัวอย่างข้อความตอบกระทู้หนึ่งในเว็บไซต์ดัง ซึ่งตั้งไว้เมื่อหลายปีก่อน เกี่ยวกับข้อสงสัย เหตุไฉน นักท่องเที่ยวกลุ่มหลักๆ โดยเฉพาะคนจีน ถึงชอบซื้อ NaRaYa กลับบ้านกันนักกันหนา! ……. “We never negociate our quality -เราไม่เคยขอต่อรองเรื่องคุณภาพ สิ่งนี้คือคติประจำใจในการทำธุรกิจตั้งแต่แรกเริ่มจนถึงทุกวันนี้” คุณวาสนา รุ่งแสงทอง ลาทูรัส ประธานกรรมการบริหาร บริษัท นารายณ์ อินเตอร์เทรด จำกัด วัยหกสิบกว่า เจ้าของสินค้า แบรนด์ Naraya-นารายา ผลิตภัณฑ์งานฝีมือทำจากผ้ากว่าหนึ
โรตี ขนมหวานยอดนิยม ตีแป้งทอดให้กรอบ ราดนม น้ำตาล หอม หวาน อร่อย โดยปกติแล้วเราจะเห็น “อาบัง” เข็นรถขายโรตีกันแถบจะทุกที่ แต่ใครจะรู้ว่า วันหนึ่งเจ้าโรตีธรรมดาๆ จะกลายเป็นโรตีกรอบเงินล้านขึ้นมา กระทั่งได้ฉายา “โรตีแหลมเกต โรตีเงินล้าน” ที่ลูกค้าติดใจรสชาติ ผลิตแถบไม่ทัน คุณโค้ก-อภิชาต บวรบัญชารักข์ เจ้าของร้าน Laemgate (แหลมเกต) บุฟเฟต์ทะเลซีฟู้ดชื่อดังย่านลาดพร้าว เล่าให้ฟังว่า โรตีแหลมเกต เกิดขึ้นเมื่อ 3 ปีก่อน เหตุเพราะอยากหาขนมหวานให้ลูกค้าทานหลังจากทานบุฟเฟต์ทะเล แต่คิดอยู่นานว่าควรนำขนมหวานชนิดไหนมานำเสนอดี จนวันหนึ่งเดินไปเจอ บังขายโรตีแถวซอยอารีย์ พอได้ลองชิมแล้ว เฮ้ย! มันอร่อย รสชาติถูกใจ จึงตัดสินใจชวนบังขายโรตี ที่ชื่อว่า “บังบอล” มาขายที่ร้านแหลมเกตซะเลย หลังจากได้รับคำชวน “บังบอล” ตัดสินใจยก “รถเข็น”มาขายที่แหลมเกต คุณโค้ก เล่าอีกว่าจากวันแรกที่บังบอล เปิดขายได้แค่ 20-30 แผ่น ปัจจุบันลูกค้าที่มาแหลมเกต ทานโรตีกันไม่ต่ำกว่า 500 แผ่นต่อวัน โดยมีให้เลือกสองแบบ คือ แบบกรอบ และแบบนิ่ม หรือทำสดราดนม และตลอด 3 ปีที่ทำร้านมา ถ้าได้อ่านในรีวิว ลูกค้าพูดเป็นเสียงเดียวกันว่
กลายเป็นประเด็นดราม่าบนโลกออนไลน์ เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กว่า Thanakorn Jaisuksakuldee ซึ่งเป็นไกด์ไทยในประเทศญี่ปุ่น ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับเรื่องทุเรียนไทย ที่นำไปขายที่ประเทศญี่ปุ่น แต่กลับปรากฏว่า เป็นทุเรียนที่กินไม่ได้ เพราะเป็นทุเรียนที่อ่อนมาก แม้ผู้ที่ซื้อไปจะทำการบ่มตามข้อแนะนำแล้วก็ตาม โดยระบุว่า ตอนนี้ห้างอิออนทั่วญี่ปุ่นกำลังปวดหัวกับการถูกลูกค้าเคลมขอเงินคืน เนื่องจากซื้อทุเรียนจากทางห้างซึ่งเป็นทุเรียนจากประเทศไทย แต่ปรากฏว่ามีทุเรียนจำนวนมากที่ยังไม่แก่ได้ที่พอที่จะสมควรตัดมาขายผสมมามากมาย ผลก็คือ ถูกลูกค้าด่ายับและขอเงินคืน หรือพูดง่ายๆคือ เอาทุเรียนอ่อนมาขาย บ่มยังไงก็ไม่สุก เพราะดิบมาก ผู้เขียนระบุด้วยว่า ตนไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผลไม้ และไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับการคัดเลือกผลไม้เพื่อส่งออกไปจำหน่ายในต่างประเทศของไทย และไม่ได้เป็นการมาใส่ร้ายประเทศของตัวเอง แต่อยากจะเตือนด้วยความหวังดี และอย่าคิดว่าจะย้อมแมวขายได้เรื่อยๆ นอกจากนี้ ยังได้มีการแชร์ประสบการณ์ของแม่บ้านคนไทยในกรุงโตเกียว เกี่ยวกับทุเรียนที่ซื้อมาว่า คาดหวังว่าจะได้กินทุเรียนอร่อยๆ แต่กลายเป็นทุเรียนอ่อน บ่ม
เมื่อมองถึงเรื่องของการตลาดแล้ว นับได้ว่าอนาคตของปลาช่อนยังไปได้อีกไกล เพราะวิธีการเลี้ยงก็ไม่ยุ่งยากและที่สำคัญตลาดยังเป็นที่นิยมของผู้บริโภค คุณขจร เชื้อขำ บ้านเลขที่ 51/3 หมู่ที่ 5 ตำบลห้วยคันแหลน อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง เป็นเกษตรกรที่เลี้ยงปลาช่อนในชนิดที่ว่าตัวยงเลยก็ว่าได้ มีทั้งการเพาะพันธุ์ลูกปลาช่อน การเลี้ยงปลาช่อนส่งเนื้อขาย และที่สำคัญมีการแปรรูปสินค้าจากเนื้อปลาช่อนอีกด้วย (กลาง) คุณขจร เชื้อขำ เห็นปลาช่อน เป็นสัตว์น้ำที่น่าสนใจ คุณขจร เล่าให้ฟังว่า สมัยเริ่มแรกของช่วงอายุวัยทำงาน ตนได้เลือกอาชีพเกษตรกรรม คือการเลี้ยงปลา เมื่อคิดว่าเหมาะสมกับทางสายงานด้านนี้แล้ว จึงจับเป็นอาชีพหลักเพื่อสร้างรายได้ให้กับครอบครัว ซึ่งปลาที่เขาเลี้ยงในช่วงแรกเป็นปลาทับทิม ต่อมาเขาได้ไปศึกษาวิธีการเพาะพันธุ์ปลาช่อนจากสถาบันวิจัยการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงได้สนใจอยากเลี้ยงปลาช่อนแบบจริงจังในเวลาต่อมา “ช่วงที่เราเลี้ยงปลาทับทิมอยู่ คนในย่านนี้เขาก็เลี้ยงปลาช่อนกันอยู่ เน้นไปหาช้อนลูกปลาจากธรรมชาติ มาเลี้ยงใส่บ่อกันส่วนมาก ซึ่งช่วงนั้นที่ฟาร์มเราก็ทำแต่ยังไม่มา
นายธนพิศาล คูหาเปรมกิจ ประธานที่ปรึกษาเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เกรทเทสท์ เพ็ทแคร์ จำกัด ผู้จำหน่ายอาหารสุนัขและแมว ยี่ห้อเกรทไททัน ลินคอร์นและโอเล่ เปิดเผยว่า ปี2559ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงไทยมีมูลค่าประมาณ 13,000 ล้านบาท เติบโตประมาณ 16% เพราะปัจจุบันขนาดครอบครัวเล็กลง ใช้ชีวิตลำพังมากขึ้น และมักมีสัตว์เลี้ยงเป็นเพื่อนหรือสมาชิกในบ้าน โดยคนไทยนิยมเลี้ยงสุนัขและแมวมากสุด ประกอบกับตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงพรีเมี่ยมแบรนด์คนไทย มีเพียง 5 แบรนด์ และส่วนใหญ่กว่า 95% เป็นแบรนด์นำเข้าจากต่างประเทศ บริษัทจึงเห็นโอกาสแนวโน้มการเติบโตของตลาดอาหารสัตว์เลี้ยง นายธนพิศาล กล่าวว่า บริษัททำธุรกิจมาแล้ว 2 ปี โดยปีนี้จะเป็นปีแรกเริ่มทำการตลาด ซึ่งมีสินค้า 5 กลุ่ม ได้แก่ 1.อาหารเม็ดแบรนด์เกรทไททันและลินคอร์น เจาะกลุ่มตลาดพรีเมี่ยม 2.อาหารสแตนดาร์ด แบรนด์โอเล่ เจาะกลุ่มตลาดระดับกลาง 3.กลุ่มทรีทและสแน็ค 4.อาหารเปียก และ 5.อาหารปลาและอาหารกบ นอกจากนี้ บริษัทยังรับจ้างผลิตอาหารสุนัขและอาหารแมวให้อีก 5 ราย โดยมีแผนใช้งบลงทุนประมาณ 1,000 ล้านบาท ด้านการวิจัยและพัฒนา การผลิต และการพัฒนาบุคลากร ปัจจุบันมีกำลังการผลิตอยู
