Featured
จากกรณี ด.ญ.รวัญญา มายวน หรือ น้องบริ้งค์ อายุ 11 เดือน ป่วยด้วยโรคหายากซึ่งแพทย์ระบุพบแค่ 1 ในล้าน ส่งผลให้พิการตั้งแต่กำเนิดด้วยโรคกระดูกผิดรูปร่วมกับกระดูกล็อค ต้องใส่เฝือกตลอดเวลาแม้ว่าจะอายุ 11 เดือนแล้ว โดยมีน.ส.วรรณศิริ น้อยทรัพย์ อายุ 21 ปี ผู้เป็นแม่คอยดูแลอย่างใกล้ชิดทั้งช่วยพลิกตัวและทำความสะอาด โดยเฉพาะเฝือกที่ห้ามเปียกน้ำเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นจะเน่าเปื่อย รวมทั้งต้องคอยฝึกนั่ง ฝึกเดิน และอุ้มตลอดเวลานอกจากเวลานอน ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 9 ก.พ. นายประยุทธ เต่าแก้ว หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลบ้านเกาะ ร่วมเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 24/1 ม.6 ต.บ้านเกาะ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจ น.ส.วรรณศิริ และ น้องบริ้งค์ โดยพบว่าผู้เป็นแม่กำลังไกวเปลให้กับน้องบริ้งค์ที่นอนยิ้มอารมณ์ดีร่าเริงอยู่บริเวณใต้ถุนบ้าน น.ส.วรรณศิริ กล่าวว่า ขอขอบคุณสื่อมวลชนที่นำเสนอเรื่องของน้องบริ้งค์ และขอบคุณผู้ใจบุญบริจาคเงินผ่านบัญชีเข้ามา รวมทั้งเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ได้มอบเงินสงเคราะห์ นมผง เบี้ยคนพิการ และเบี้ยเด็กแรกเกิดอีก ขณะนี้มีผู้ใจบุญบ
นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยถึงกรณีมีผู้ขับรถแท็กซี่ก่อเหตุฉกมือถือของนักท่องเที่ยวชาวจีนโดยขู่เรียกเงินก่อนไล่ลงจากรถ ว่า กรมการขนส่งทางบก ตรวจสอบรถแท็กซี่คันก่อเหตุทะเบียน ทษ – 2780 กรุงเทพมหานคร มีผู้ถือกรรมสิทธิ์และผู้ครอบครองคือ สหกรณ์แท็กซี่อาสาสมัคร จำกัด โดยมีนายนิวัฒน์ กันทา ซึ่งไม่มีใบอนุญาตขับรถสาธารณะเป็นผู้ขับรถคันก่อเหตุ ทั้งนี้ จากการประสานพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจ นครบาลพลับพลาชัย ได้ส่งตัวคนขับรถแท็กซี่คันดังกล่าวฟ้องต่อศาลในข้อหาลักทรัพย์เรียบร้อยแล้ว ในส่วนกรมการขนส่งทางบก ได้ประสานพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งข้อหาเพิ่มเติมฐานขับรถโดยไม่มีใบอนุญาตขับรถสาธารณะ และประสานพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีถึงที่สุดทุกกรณีความผิด ในขณะเดียวกันได้เรียกผู้ประกอบการ คือ สหกรณ์แท็กซี่อาสาสมัคร จำกัด มาให้ปากคำ ซึ่งให้การยอมรับว่าได้ยินยอมให้นายนิวัฒน์ฯ เช่าขับรถโดยไม่มีใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะจริง และไม่ได้จัดส่งประวัติผู้ขับรถมายังกรมการขนส่งทางบก จึงดำเนินการเปรียบเทียบปรับสหกรณ์แท็กซี่อาสาสมัคร จำกัด ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ มาตรา 56 ประกอบมาตรา 60 ฐานยินยอมให้ผู้ขับรถซึ่ง
นายธีรพล ขุนเมือง อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) เปิดเผยหลังเข้าตรวจเยี่ยมสถานประกอบกิจการที่เข้าร่วมโครงการเพิ่มผลิตภาพแรงงาน ณ บริษัท เอ็กซา ซีแลม จำกัด เพื่อส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานในภาคอุตสาหกรรม และเตรียมความพร้อมให้แก่แรงงานในการก้าวสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 ว่า บริษัท เอ็กซา ซีแลม จำกัด เป็นบริษัทประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการผลิตฟันปลอมและงานทันตกรรมจัดฟัน ผลิตงานทันตกรรมครบวงจรมากว่า 19 ปี มีพนักงานรวมทั่วประเทศกว่า 600 คน ให้บริการทั้งภายในประเทศและส่งออกต่างประเทศ มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในฐานะ “เจ้าพ่อโคลนนิ่งฟันปลอม” สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ตำบลสันพระเนตร อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ บริษัทได้เข้าร่วมโครงการเพิ่มผลิตภาพแรงงานไทยประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2560 กับสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานเทคโนโลยีชั้นสูง ภาคเหนือตอนบน 1 เชียงใหม่ เพื่อพัฒนาทักษะและยกระดับความรู้ของพนักงาน ให้มีความรู้ความสามารถในการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และต้องการลดการสูญเสียในวงจรการผลิต นายธีรพลกล่าวว่า โครงการเพิ่มผลิตภาพแรงงานที่ กพร.ดำเนินการนั้น เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล และพลเอกศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระท
เมื่อวันที่ 9 ก.พ. พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ประธานกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศสิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ และบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และคณะกรรมฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศฯ เดินทางมาตรวจการก่อสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศและบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ โดยมีนายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร รายงานความคืบหน้า ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อประธานกรรมการและคณะกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศฯ มายังบริเวณท้องสนามหลวงด้านทิศใต้ เพื่อไปยังอาคารผลิตงานศิลปกรรมและประณีตศิลป์ ประกอบด้วยอาคารจัดสร้างพระโกศจันทน์ อาคารปั้นหล่อประติมากรรม และอาคารเขียนสีและตกแต่งองค์ประกอบ จากนั้น ตรวจพื้นโดยรอบบริเวณการก่อสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ ซึ่งภายหลังที่ได้ปรับพื้นที่ได้เริ่มก่อสร้างเป็นระยะ จากนั้นพล.อ.ธนะศักดิ์ และคณะไปยังวิธานสถาปกศาลา (โรงขยายแบบ) ซึ่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี พระราชทานชื่ออาคาร โดยมีคำอ่านว่า วิ-ทา-นะ-สะ-ถา-ปะ-กะ-สา-ลา วิธาน แปลว่ากา
Rain Forest Resort & farm” ให้ความสำคัญกับธรรมชาติ โดยด้วยความตั้งใจที่ต้องการอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างเป็นมิตร ที่นี่จึงไม่เคยหยุดที่จะสร้างสรรค์สิ่งดีๆ เพื่อดูแลธรรมชาติ โดยคำนึงถึงความจำเป็นของการออกแบบบ้านพักให้ผสมผสานกลมกลืนกับสรรพสิ่งในธรรมชาติที่มีอยู่แต่เดิมด้วยความรักและเอาใจใส่ คุณณัฐวัฒน์ วัฒนาประสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการ Rain Forest Resort เกริ่นให้ฟัง ก่อนจะเล่าเพิ่มเติมว่า “ที่นี่เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และเป็นตัวอย่างการนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ให้กับชุมชน เยาวชน และนักท่องเที่ยว ทั้งยังเป็นตัวอย่างให้กับชุมชน เรื่องของปศุสัตว์ การทำปุ๋ยหมักชีวภาพ การใช้พลังงานทดแทน การคัดแยกขยะ การทำเกษตรอินทรีย์ และการปลูกป่าแบบผสมผสานเพื่อปรับเปลี่ยนแนวทางใช้ทรัพยากรธรรมชาติ” เพราะประสบอุบัติเหตุ ได้ฤกษ์มาอยู่ จ.พิษณุโลก คุณณัฐวัฒน์ ย้อนความหลังให้ฟังว่า “ผมเป็นคนจังหวัดราชบุรี ก่อนหน้าที่จะได้มาอยู่ที่นี่ ผมประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่เชียงราย และได้เดินทางมาพักฟื้นร่างกายที่จังหวัดพิษณุโลก เป็นเวลากว่า 25 ปีแล้ว จุดเปลี่ยนของชีวิตก็อยู่ตรงที่ได้มาพักฟื้นร่างกายที่นี่ จึงต
“ลูกค้าที่มาทานสเต๊ก มักจะถ่ายรูปแล้วแชร์ไปอวดความแปลกในโลกโซเชียล หลังจากแชร์ต่อๆ กันไป กลายเป็นจุดเด่นของร้านไปแล้ว เด็กสมัยใหม่บางคนไม่เคยนอนมุ้ง จึงกลายเป็นเรื่องแปลก ร้านเติบโตไวมาก ยอดขายดี แทบตั้งรับไม่ทัน” “เข้ามุ้งก่อนไหมคะ” คำเชื้อเชิญเสียงหวานของแม่ค้าสเต๊กไอเดียปัง ที่นำมุ้งมากางให้ลูกค้าเวลานั่งพื้นรับประทานสเต๊ก วัตถุประสงค์เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกยุงกัด นับเป็นการนำของใช้ใกล้ตัวมาสร้างจุดขาย ล่าสุดถูกแชร์กันกระหน่ำในโลกโซเชียล จนร้าน “สต๊งสเต็ก สเต็กกางมุ้ง” ติดทำเนียบร้านดังที่วัยรุ่นต้องมาเช็คอิน คุณสุนันทา บุญเนตร หรือคุณปู เผยกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า อดีตเคยเป็นเซลล์ขายบัตรเครดิต ธนาคารกสิกรไทย สาขาสีลม นาน 10 ปี จนกระทั่งปี 58 ตัดสินใจลาออกทิ้งเงินเดือน 3 หมื่นบาท สาเหตุเพราะอยากมีเวลาให้กับครอบครัว และลูก 2 คน สำหรับอาชีพแรกหลังพ้นสภาพมนุษย์เงินเดือน คือ เปิดร้านกาแฟสด โดยหุ้นกับเพื่อนสาว 2 คน คุณนัท – ณัฏฐ์กานดา พรธนพงศ์เกษม และคุณกบ – กนิษฐา โก้สกุล ร้านกาแฟสดของคุณปู ใช้เงินลงทุนหลายแสน เธอเล่าว่า ทุ่มเทและตั้งใจกับธุรกิจนี้มาก ทำร้านอย่างดี ติดแอร์ แ
การเลือกเห็ดมาปรุงอาหารแม้จะใช้ความละเอียดถี่ถ้วนและเลือกจากแหล่งที่เชื่อถือได้ แต่บางแห่งก็มิได้หมายความว่าจะปลอดภัยอย่างแท้จริง ในยุคผู้บริโภค 4 G โดยเฉพาะคนเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพมหานคร จึงเปลี่ยนพฤติกรรมจากการซื้อดอกเห็ดแล้วหันมาเพาะเลี้ยงดอกไว้เพื่อบริโภคเองเพราะมองว่าปลอดภัยกว่า อีกทั้งวิธีการเพาะ-เลี้ยงก็ง่าย สะดวก เปิดดูได้จากสมาร์ทโฟน แล้วยังเป็นงานอดิเรกไปในตัว หรือบางรายประสบความสำเร็จดีมากเลยถือโอกาสเลี้ยงสร้างรายได้เพิ่มอีกทาง ปกติแหล่งผลิตก้อนเห็ดจะอยู่ตามจังหวัดต่างๆ จึงอาจเป็นปัญหา/อุปสรรคหากต้องออกตระเวนซื้อ แต่แทบไม่น่าเชื่อว่าในเมืองหลวงใหญ่แห่งนี้จะมีแหล่งผลิตก้อนเห็ดจำนวนนับหมื่นก้อนต่อเดือน สามารถรองรับความต้องการคนกรุงที่รักสุขภาพได้อย่างเต็มที่ บนเนื้อที่กว่า 80 ตารางวา ซึ่งเป็นที่ตั้งของบ้านเลขที่ 100/163 หมู่บ้านอมรพันธ์ 9 ซอยเสนานิคม 42 แยก 14 แขวง/เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ และเป็นสถานที่ตั้งของฟาร์มเห็ดขนาดมินิ ที่ชื่อ “ฟาร์มเห็ดกลางกรุง ครูจัน” แม้จะดูไม่ใหญ่แต่ฟาร์มเห็ดแห่งนี้สามารถผลิตก้อนเห็ดได้เดือนกว่าหลายหมื่นก้อน มีลูกค้าทั้งในเขตกรุงเทพฯ/ปริมณฑล จำนวนมากมา
ดร.ประพันธ์ศักดิ์ ศีรษะภูมิ อาจารย์ภาควิชาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน เผยถึง ข้อข้องใจของหลายคนที่ว่า กุ้งก้ามแดงเป็นสัตว์เลี้ยงตามกระแส หรือ เป็นสัตว์เลี้ยงปั่นราคา หรือไม่นั้น ??? ดร.ประพันธ์ศักดิ์ ได้เปิดเผย “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์”มาดังนี้ กุ้งก้ามแดง ไม่ใช่เป็นกุ้งพื้นเมืองของไทย แต่ได้นำเข้ามาจากประเทศออสเตรเลีย เมื่อราว 10กว่าปีเศษที่ผ่านมา โดยจุดประสงค์เพื่อการค้า อันดับแรก ต้องพูดให้ตรงกันก่อนว่า เรากำลังจะพูดถึงกุ้งก้ามแดง ที่มีสีแดงตรงปลายก้าม มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cherax quadricarinatus และที่มีวัตถุประสงค์เป็นการเลี้ยงเพื่อบริโภคเนื้อ (เพราะกุ้งตัวนี้ และบรรดาเครือญาติที่มีสายพันธุ์ใกล้เคียงกัน ก็มีสีสัน คุณสมบัติ จุดประสงค์การเลี้ยงต่างกัน) ส่วนที่เรียกกันว่า กุ้งเครย์ฟิชนั้น คือการเรียกกุ้งในกลุ่มนี้ ทั้งหมด บางชนิดมีสีสันสวยงาม สีฟ้า สีขาว เป็นต้น (บางสายพันธุ์นำเข้าจากออสเตรเลีย บางสายพันธุ์นำเข้าจากอเมริกาเหนือ) รวมถึงกุ้งก้ามแดง ก็เป็นเครย์ฟิช ชนิดหนึ่ง (ง่ายๆคือ ภาษาสากลของชาวต่างชาติ เรียกกุ้งทั้งหมดเหล่
มีคำถามว่า การซื้อ-ขาย กุ้งสวยงามเครย์ฟิช ราคานับล้านบาท เป็นราคาแท้จริงหรือไม่ และการตลาดของกุ้งประเภท นี้เป็นอย่างไร? ดร.ประพันธ์ศักดิ์ ศีรษะภูมิ อาจารย์ภาควิชาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ได้เปิดเผย กับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ดังนี้ การเลี้ยงกุ้งเครย์ฟิช เพื่อความสวยงามนั้น อาจารย์มองว่ายังไปได้ เนื่องจาก มูลค่าต่อตัวมีราคาแพง ซึ่งขึ้นกับสีสัน ลวดลาย และสายพันธุ์ ว่าใครจะทำออกมาได้ดีกว่ากัน นอกจากนี้ ยังเลี้ยงง่าย 1-2 คู่ ก็สามารถขยายพันธุ์จำหน่ายได้แล้ว อีกทั้งเป็นเรื่องของความพอใจ ใครต้องการซื้อที่ราคาเท่าไหร่จะ 1 ล้าน หรือกี่ล้าน เป็นไปได้ทั้งนั้น แต่อาจารย์ตั้งข้อสังเกต ว่า กุ้งสวยงามเหล่านี้ ถ้ามีคนเพาะมากๆ อีก 1-2 ปี ผลผลิตจะล้นตลาดออกมา ถึงเวลานั้น หาก คนยังนิยมชมชอบอย่างล้นหลาม ราคาก็ยังพุ่งไปได้เรื่อยๆ แต่ถ้าความนิยมของคนลดลง ก็จบกัน พร้อมกันนี้ ยังได้อธิบาย ถึงความแตกต่าง ของคำว่า กุ้งเครย์ฟิช และกุ้งก้ามแดง มาดังนี้ กุ้งเครย์ฟิชนั้น คือกุ้งสวยงามสีฟ้า สีขาว มีลวดลายต่างๆ (บางสายพันธุ์นำเข้าจากออสเตรเลีย บางสายพันธุ์นำเข้าจากอ
มีไอเดียจากกว่างโจวมาฝากครับ แต่จะกู๊ดไอเดียหรือแบดไอเดีย ลองดู คนไทยเรียก กว่างโจว ว่า กวางเจา มานานนม พอไปที่โน่น เขาเรียกกันกว่างโจว เลยกว่างโจวตามไปกับเขาด้วย เมื่อ 10 กว่าปีก่อน อาจจะเกือบ 20 ปี ผมเคยไปกว่างโจวมาหนหนึ่ง ตอนนั้นผู้คนยังใส่แต่เสื้อสีเทาๆ คอตั้ง รถราขี่จักรยานเต็มเมือง เที่ยวตลาดสดมีแมว หมา งู แขวนขาย ไปคราวนี้ ผิดเป็นหน้ามือหลังมือ อาหมวยนุ่งสั้น อาตี๋ผมตั้ง เหมือนเดินอยู่ในฮ่องกง แถมมาจูจุ๊บกันในรถไฟใต้ดินด้วย ซึ่งวิ่งเพ่นพ่านไปได้ทุกที่ทั่วเมือง กว่างโจว ถนนลอยฟ้าก็เยอะแยะ ห้างใต้ดินบนดินมีเป็นดอกเห็ด ของก๊อบ ของแบรนด์เนมซื้อได้ทุกอย่าง แม่ค้าเมืองไทยชอบไปหอบของขายส่งที่กว่างโจวมาขายทุกชนิด ยิ่งหน้าที่เขามีงานแสดงสินค้าปีละ 2 หน คนไทยเดินชนกันตามตรอกเลย กว่างโจว เป็นเมืองเอกของมณฑลกวางตุ้ง อยู่ใกล้ๆ กับเสิ่นเจิ้น ฮ่องกง ต้นตำรับอาหารกวางตุ้ง ติ่มซำ ขนมจีบ ซาลาเปา ก็อยู่ ณ ที่แห่งนี้ ใครไปกว่างโจวแล้วไม่ได้กินติ่มซำก็เหมือนไม่ได้มากว่างโจว เมืองใหญ่ๆ ในจีน อย่างกว่างโจว เซี่ยงไฮ้ เสิ่นเจิ้น วุ่นวายพอๆ กัน คนเยอะมาก เบียดเสียดกันในรถไฟ เดินถนน ดีที่ห้างช็อปปิ้งมีห
