Featured
ในอดีตลำไยอาจจะนำมาแปรรูปได้ไม่กี่อย่าง เช่นนำมาอบแห้งทำน้ำลำไย หรือเป็นส่วนผสมในขนมหวาน แต่ปัจจุบันได้มีการนำลำไยทั้งสดและแห้งมาใช้เป็นวัตถุดิบในการทำอาหารคาวหวานสารพัด เช่น เค้กลำไย กาแฟลำไย ลำไยเนื้อสีทองเคลือบช็อกโกแลต วัตถุประสงค์อย่างหนึ่งคือ เพื่อดึงดูดให้ชาวต่างชาติและเด็กรุ่นใหม่ได้หันมาบริโภคกัน ซึ่งปรากฎว่าได้รับความนิยมอย่างดี โดยในส่วนของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านริมร่อง ต.มะเขือแจ้ อ.เมือง จ.ลำพูน เป็นกลุ่มที่ผลิตลำไยเนื้อสีทองเคลือบช็อกโกแลต ขายอย่างเป็นล่ำเป็นสัน ภายใต้แบรนด์สวัสดี( Sawasdee) มีวางขายที่คิงส์ พาวเวอร์ ในท็อป ซุปเปอร์มาร์เก็ต และห้างอีกหลายแห่งที่เชียงใหม่ ขายในคิงพาวเวอร์ คุณเกษร ชัยพนัส ที่ปรึกษาของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านริมร่อง ย้อนความเป็นมาของกลุ่มให้ฟังว่า ตั้งมาเมื่อปี 2549 โดยการรวมตัวกันของสมาชิกกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรที่ทำลำไยอบแห้งเนื้อสีทองในตำบล จำนวน 10 คน และเมื่อลูกสาวคือ“ปิยะภรณ์ สมพงษ์” ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่เรียนจบด้านบริหารธุรกิจ ระดับปริญญาตรี ก็มาช่วยงาน โดยรับหน้าที่ประธานกลุ่ม พร้อมได้พัฒนากระบวนการผลิต ตั้งแต่การคัดเลือกลำไย การกว๊
เนื่องด้วย การประปานครหลวง (กปน.) จะดำเนินการซ่อมท่อประธานที่แตกรั่วขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 800 มิลลิเมตร บริเวณซอยจรัญสนิทวงศ์ 7/1 ถนนจรัญสนิทวงศ์ ในคืนวันนี้ (วันศุกร์ที่ 7 ตุลาคม 2559 ตั้งแต่เวลา 23.00-05.00 น. ของวันรุ่งขึ้น โดยระหว่างดำเนินการ ส่งผลให้ น้ำประปาไหลอ่อน ในพื้นที่ดังต่อไปนี้ ถนนจรัญสนิทวงศ์ ทั้งสองฝั่ง ตั้งแต่แยกไฟฉาย ถึงคลองบางกอกใหญ่ ถนนอิสรภาพ ถนนอรุณอัมรินทร์ ทั้งสองฝั่ง ถนนเพชรเกษม ตั้งแต่แยกท่าพระ ถึงคลองบางกอกใหญ่ ถนนเพชรเกษม ตั้งแต่แยกท่าพระ ถึงสะพานเนาวจำเนียร นอกจากนี้ ในคืนวันจันทร์ที่ 10 ตุลาคม 2559 ตั้งแต่เวลา 22.00-04.00 น. ของวันรุ่งขึ้น กปน. จะดำเนินการซ่อมท่อประธานที่แตกรั่วขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1,200 มิลลิเมตร บริเวณหน้าหมู่บ้านธารทอง 2 ถนนบ้านบางไผ่-บ้านหนองเพรางาย โดยระหว่างดำเนินการ ส่งผลให้ น้ำประปาไหลอ่อนถึงไม่ไหล ในพื้นที่ดังต่อไปนี้ ถนนบ้านบางไผ่-บ้านหนองเพรางาย ทั้งสองฝั่ง ตั้งแต่ถนนกาญจนาภิเษก ถึงสามแยกถนนไทรน้อย-วัดต้นเชือก จึงประกาศมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน หากประสบข้อขัดข้องกรุณาแจ้ง “ศูนย์บริการประชาชน” โทร. 1125 ตลอด 24 ชั่วโมง การประปานค
“กาแฟ” เป็นพืชชนิดหนึ่งที่ทางราชการเข้าไปส่งเสริมให้ชาวบ้านดอยมูเซอปลูกทดแทนฝิ่น ตั้งแต่ ปี 2514 แต่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จในช่วงแรก เนื่องจากขาดความรู้ ความเข้าใจในเรื่องกระบวนการปลูก การเก็บผลผลิต จนทำให้เกิดปัญหาด้านการตลาด และราคาตกต่ำ การปลูกกาแฟบนดอยมูเซอไม่เพียงส่งเสริมให้ชาวบ้านมีรายได้จากพืชอื่นแทนการปลูกฝิ่น แต่ต้องการให้พวกเขาช่วยกันปลูกพืชเพื่อรักษาและอนุรักษ์ผืนป่าต้นน้ำด้วย ดังนั้น หากชาวบ้านหมดหวังในเรื่องรายได้แล้วเลิกปลูกกาแฟหันไปปลูกพืชอายุสั้นแทน อาจส่งผลกระทบต่อผืนป่าต้นน้ำในระยะยาวด้วย คุณจักรพงษ์ มงคลคีรี หรือ คุณพงษ์ เป็นหนึ่งในชาวบ้านที่ตระหนักในเรื่องดังกล่าวอย่างดี จนทำให้เขาพยายามผลักดันให้ชาวบ้านจำนวนมากยังคงปลูกกาแฟต่อไป ด้วยการรับซื้อกาแฟสด พร้อมทั้งเร่งฟื้นฟูความรู้เกี่ยวกับการปลูกกาแฟให้มีคุณภาพ รวมถึงต่อยอดไปถึงการแปรรูปจนนำมาสู่การพัฒนาเป็นกาแฟออร์แกนิก ในชื่อ “กาแฟสดมูเซอ” เดิมคุณพงษ์มีโรงคั่วกาแฟอยู่ในพื้นที่ ซึ่งตั้งมานานกว่า 10 ปี ตลอดเวลาเขาพบว่าชาวบ้านปลูกกาแฟแบบขาดรูปแบบที่แน่นอน และขาดคุณภาพ จนมีอยู่ช่วงหนึ่งที่ไม่มีคนมารับซื้อกาแฟ เพราะในช่วงน
“เมืองไพลิน” ในอดีตเคยเป็นค่ายอพยพของเขมรแดง เรียกว่า “ฐานภูลำเจียก” และเคยเป็นเหมืองพลอยสีน้ำเงิน (บลู แซฟไฟร์) หรือ “พลอยไพลิน” ที่มีชื่อเสียงติดอันดับโลก แต่ทุกวันนี้เมืองไพลินไม่เหลือพลอยให้ขุดอีกแล้ว เมืองไพลินได้เปรียบในด้านทำเลที่ตั้งอยู่ใจกลางหุบภูเขาสูง มีแหล่งน้ำอุดมสมบรูณ์ มีสภาพภูมิอากาศที่ดี เอื้อต่อการเติบโตของไม้ผล ทำให้เมืองไพลินกลายเป็นแหล่งปลูกลำไยที่สำคัญของประเทศกัมพูชา หลังเก็บเกี่ยวผลผลิต ลำไยสดจะถูกส่งออกผ่านชายแดน ที่ด่านช่องพรม บ้านโอร์สะกรอม เพื่อนำมาขายล้งจีนที่ฝั่งไทย ผ่านทางด่านถาวรบ้านผักกาด อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี โดยใช้ระยะทางขนส่งสินค้า ประมาณ 17 กิโลเมตร หากใครมีโอกาสผ่านไปแถวด่านถาวรบ้านผักกาด คงจะเคยสังเกตเห็นรถบรรทุกจากฝั่งเขมรที่บรรจุสินค้าลำไยสด รวมทั้ง มันสำปะหลัง และข้าวโพด มาส่งขายพ่อค้าในฝั่งไทยแทบทุกวัน ลุงแยม หรือ “ซา จำเจริญ” เกษตรกรชาวกัมพูชา เจ้าของสวนลำไยสองพี่น้อง ในพื้นที่ฝั่งไทยที่อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี และเป็นผู้ปลูกลำไยมากที่สุดในเมืองไพลิน เนื้อที่ปลูกลำไยมากกว่า 125 ไร่ ปัจจุบัน สวนลำไยในเมืองไพลินแห่งนี้ มีต้นทุนก
เพจ China Xinhua News รายงานว่า เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว พญ. หวัง เสี่ยว หยาง วัย 52 ปี ซึ่งควบตำแหน่งผู้อำนวยการแผนกอายุรกรรมของโรงพยาบาลกลางลั่วหยาง ในมณฑลเหอหนาน ทางตอนกลางของจีน ได้เข้ารับการตรวจสุขภาพของพนักงาน และถูกวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็ง ในช่วงเวลานั้น หวัง เสี่ยว หยาง ผู้มีประสบการณ์การเป็นแพทย์มากว่า 20 ปีแล้ว ก็รู้ดีว่าตัวเองกำลังเผชิญกับอะไร หลังจากเข้ารับการการรักษาเป็นเวลาสั้นๆ พญ. หวัง เสี่ยว หยางก็กลับไปทำงานที่โรงพยาบาลตามปกติ เธอยังคงวินิจฉัยโรค และตรวจดูแลผู้ป่วยทั่วไปเหมือนเช่นเคย แม้แต่คนไข้ของเธอหลายคนก็ยังไม่ทราบด้วยซ้ำว่าเธอมีอาการป่วยหนัก เพียงแต่เห็นว่าร่างกายของเธอผ่ายผอมลงอย่างมาก แต่ช่วงหลังๆ มานี้ สภาพร่างกายของเธอยิ่งเลวร้ายลงเรื่อยๆ ทำให้เธอรู้ว่าตนเองคงเหลือเวลาไม่มากแล้ว จึงขอให้เพื่อนช่วยติดต่อศูนย์กระจกตา เพื่อทำการส่งต่ออวัยวะมีค่าชิ้นสุดท้ายให้แก่ผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ พญ. หวัง เสี่ยว หยาง จึงลงนามในหนังสือบริจาค พร้อมระบุข้อความว่า “ขอโทษด้วยจริงๆ เมื่อฉันป่วยเป็นโรคมะเร็งแล้ว อวัยวะอื่นๆ จึงไม่สามารถใช้ได้แล้ว เหลือก็แต่กระจกตาที่ยังพอใช้ได้ จึงขอบ
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ศาลพม่ามีคำตัดสินเมื่อวันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา ให้นักท่องเที่ยวชาวเนเธอร์แลนด์มีความผิดฐานหมิ่นศาสนา หลังนักท่องเที่ยวคนดังกล่าวถอดปลั๊กลำโพงที่พระใช้เทศนาในช่วงดึกออก และต้องรับโทษจำคุก 3 เดือน รายงานระบุว่า ชายคนดังกล่าวชื่อว่านาย คลาสส์ เฮย์เทมา วัย 30 ปี ผู้ที่ถูกจับกุมเมื่อสองสัปดาห์ก่อนหลังก่อเหตุถอดปลั๊กเครื่องขยายเสียงในงานพิธีทางพุทธศาสนาที่จัดขึ้นใกล้ๆกับโรงแรมในเมืองมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า เพื่อร้องเรียนเรื่องเสียงรบกวน โดยศาลพม่าที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวพุทธและมีความเคร่งครัดเกี่ยวกับศาสนา มีคำตัดสินในวันเดียวกันนี้ระบุว่า นายเฮย์เทมา นั้นมีความผิดอย่างชัดเจนจากการหมิ่นศาสนา และต้องรับโทษจำคุกเป็นเวลา 3 เดือนพร้อมการใช้แรงงาน นอกจากนี้นายเฮย์เทมา ผู้ที่ถึงกับร้องไห้ขณะที่ศาลตัดสินความผิดนั้น สามารถเลือกที่จะจ่ายค่าปรับจำนวน 80 ดอลลาร์สหรัฐหรือราว 2,800 บาทแทนที่จะต้องรับโทษในข้อหาละเมิดข้อกำหนดวีซ่าที่ระบุให้นักท่องเที่ยวต้องเคารพขนบธรรมเนียมของพม่าเพื่อหลีกเลี่ยงโทษจำคุกเพิ่มขึ้นอีก 3 เดือนได้ รายงานอ้างถึงสื่อพม่าที่รายงานก่อนหน้านี้ว่า นายเฮย์เทม
เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ที่โรงแรมริชมอนด์ น.ส.ปรกชล อู๋ทรัพย์ ผู้ประสานงานเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (Thai PAN) เปิดเผยว่า จากการเก็บตัวอย่างผัก10 ชนิด ได้แก่ พริกแดง กะเพรา ถั่วฝักยาว คะน้า ผักบุ้ง ผักกาดขาวปลี กะหล่ำปลี แตงกวา มะเขือเปราะ และมะเขือเทศ ผลไม้ 6 ชนิด คือ ส้มสายน้ำผึ้ง มะละกอ แตงโม แคนตาลูป ฝรั่ง และแก้วมังกร รวมทั้งผักผลไม้ทั้งหมด 158 ตัวอย่าง ซึ่งมีทั้งที่มีฉลากรับรองมาตรฐาน อาทิ มาตรฐานปลอดภัยเกษตรอินทรีย์ ฉลากออร์แกนิกส์ ฉลากมาตรฐานคิว จีเอพี (Q GAP) คิวจีเอ็มพี (Q GMP) และที่ไม่มีฉลากรับรองมาตรฐาน โดยเก็บตัวอย่างระหว่างวันที่ 23-29 สิงหาคมที่ผ่านมา จากห้างโมเดิร์นเทรด 3 ห้างหลัก และเก็บจากตลาดค้าส่งขนาดใหญ่ 3 แห่ง ที่รังสิต จ.ปทุมธานี จ.นครปฐม และ จ.ราชบุรี จากนั้นก็นำไปตรวจที่ห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ ประเทศอังกฤษ ผลการตรวจพบผักผลไม้มีสารพิษตกค้างเกินค่ามาตรฐานถึงร้อยละ 56 โดยส่วนที่จำหน่ายในห้างโมเดิร์นเทรดมีสารเคมีตกค้างเกินค่ามาตรฐานร้อยละ 70.2 ส่วนตลาดค้าส่งมีสารเคมีตกค้างเกินมาตรฐานร้อยละ 54.2 น.ส.ปรกชล กล่าวว่า ทั้งนี้ ผลการตรวจทั้งที่มีฉลากรับ
เมื่อวันที่ 6 ต.ค. ที่สภ.บางแก้ว จ.สมุทรปราการ น.ส.รัชนี บูราณ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 334/154 หมู่ 4 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ ร.ต.ท.จารุพันธ์ เอี่ยมโหมด รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.บางแก้ว ว่าถูกเบี้ยวเงินค่าสมัครทำงานฝีมือออนไลน์ จากผู้ใช้เฟซบุ๊ก ที่เปิดรับสมัครทำอาชีพเสริม งานฝีมือ ภายหลังรับแจ้งจึงรายงานให้ พ.ต.อ.วิชิต บุญชินวุฒิกุล ผกก.สภ.บางแก้ว พ.ต.ท.วิภพ วราโพธิ์ พ.ต.ท.เฉลิมพล รุ่งมณี รอง ผกก.สอบสวน ทราบและร่วมสอบปากคำผู้เสียหาย น.ส.รัชนี ให้การว่ามีเพื่อนที่รู้จักแนะนำหน้าเพจเฟซบุ๊ก รับสมัครทำอาชีพเสริมแบบงานฝีมือ ว่าสามารถรับงานเป็นการแพ๊คสินค้พวก เครื่องประดับใส่ถุงพลาสติก มาทำที่บ้านได้ และเพื่อนก็รับมาทำเช่นกัน ตนจึงสอบถามรายละเอียดไปยังเจ้าของเพจโดยตรง ได้ข้อสรุปว่าจะต้องเสียค่าสมัครในการรับทำงานแพ๊คสินค้าชุดละ 800 บาท ซึ่งเป็นค่าสมัครตลอดชีพ แล้วจะได้รับค่าแรงกลับคืนชุดละ 100 บาท พอตนรับงานครั้งที่ 2 ก็ไม่จำเป็นต้องสมัครแล้ว จึงตัดสินโอนเงินสมัครและลองรับมาทำก่อนครั้งแรก 10 ชุด โดยเดินทางไปรับของที่บ้านเจ้าของเพจและก็ได้ค่าแรงตามจริ
วันที่ 6 ต.ค. พล.ต.ต.ชวลิต แสวงพืชน์ รองผบช.ก. พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง ผบก.ปอศ. นำเจ้าหน้าที่บุกเข้าจับกุมแก๊งผลิตกาแฟปลอม โดยนำกาแฟผสมเองมาบรรจุในหีบห่อของกาแฟยี่ห้อดัง พร้อมจับกุมผู้ต้องหา 7 คน และของกลางจำนวนมาก ที่โกดังสินค้าเลขที่ 37/7 หมู่ 2 ต.คลองพระอุดม อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี จากการตรวจค้นพบซองบรรจุกาแฟสำเร็จรูปยี่ห้อชื่อดังพร้อมจำหน่าย 439,200 ซอง เครื่องบดผสมกาแฟ 4 เครื่อง ถุงบรรจุกาแฟ น้ำตาล ครีมเทียมและซองกาแฟ และกล่องเปล่าที่ยังไม่บรรจุอีกจำนวนมาก จึงควบคุมตัวแรงงานต่างด้าว 7 คน ประกอบด้วย ชาวพม่า 3 คนและชาวลาว 4 คน ด้านพล.ต.ต.ชวลิต กล่าวว่า เนื่องจากมีการแพร่ระบาดของกาแฟปลอมในหลายจังหวัด เจ้าหน้าที่จึงติดตามสืบสวนจนพบว่ามาจากโรงงานย่าน จ.ปทุมธานี เมื่อผลิตแล้วจะไปขายตามตลาดนัด จึงขอหมายศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง เพื่อเข้าตรวจค้น จนได้ผู้ต้องหาและของกลางจำนวนมาก มูลค่าความเสียหายกว่า 2,000,000 บาท ขณะตรวจค้นไม่พบเจ้าของอยู่ในโกดังโรงงาน โดยเจ้าหน้าที่จะติดตามมา เพื่อดำเนินคดีข้อหาปลอมเครื่องหมายการค้า และให้ที่พักพิงบุคคลต่างด้าว เนื่องจากมีแรงงานต่
เป็นงานสัมมนาใหญ่อีกงานที่เพิ่งเสร็จสิ้นไป และประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี นั่นคือ งานสัมมนาครั้งใหญ่ “WHY 100 ล้านความสำเร็จ” ที่ไบเทคบางนา โดยคุณนพกฤษฏิ์ นิธิเลิศวิจิตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด และ Life Coach พันล้าน นักเปลี่ยนชีวิตผู้คน (ซ้าย) เล่าว่า งานสัมมนาดังกล่าวเพื่อให้ทุกคนที่ต้องการพัฒนาตนเองได้เห็นถึงการดึงศักยภาพภายในออกมาใช้ในชีวิตให้มากขึ้นกว่าเดิม หรือที่เรียกว่า การสร้าง Inner Power การสัมมนาจะเน้นเนื้อหาในการแบ่งปันในสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่อยู่ภายในตัวของมนุษย์ ซึ่งเป็นตัวกำหนดความสำเร็จของคนแต่ละคน อาทิ เรื่องความเชื่อที่มีอยู่ดั้งเดิม การเปลี่ยนความเชื่อเพื่อส่งเสริมชีวิต การเข้าใจความหมายและคุณค่าของตัวเอง การเรียนรู้เรื่องพลังผลักดันให้มนุษย์แต่ละคนลงมือทำ การก้าวข้ามความกลัว การเพิ่มพลังความกระตือรือร้น เป็นต้น ภายใต้แนวคิดหลัก NLP ประยุกต์ (Neuro Linguistic Programing) ซึ่งเป็นศาสตร์พัฒนาศักยภาพมนุษย์ที่ดีที่สุดในปัจจุบัน NLP เป็นศาสตร์ในการพัฒนาศักยภาพมนุษย์จากภายในสู่ภายนอก หากมีคนเข้าใจศาสตร์นี้ในระดับที่สามา
