Featured
เปิดตัวเว็บไซต์ชุมชน ของดีต้องมีพื้นที่ขาย สสส.และเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ ได้ร่วมกันเปิดตัวเว็บไซต์ www.hcshopping.org ซึ่งมาจากคำว่า healthy community หมายถึงสังคมชุมชนของคนรักสุขภาพ เพื่อเป็นช่องทางในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชนท้องถิ่น โดยจะทำหน้าที่เป็นตลาดเพื่อใช้ระบายสินค้าของชุมชน ด้วยระบบการตลาดแบบออนไลน์ (digital market) สำหรับสินค้าหลักนำมาจำหน่ายมี 6 หมวด ได้แก่ ผ้าพื้นเมือง ผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญา ซึ่งมีหลากหลายรูปแบบ ประกอบด้วย ผ้าไหม ผ้าคราม ผ้าไทยทรงดำ ผ้าไทยใหญ่ ผ้าปากะญอ ผ้ามัดหมี่ และ ผ้าบาติก/ปาเต๊ะ ข้าว/โรงสี ซึ่งเป็นสินค้าจากการเกษตรยั่งยืน เช่น ข้าวสารหลากสายพันธุ์ ขนมที่แปรรูปจากข้าว 3.สินค้าแปรรูป ซึ่งเป็นการเพิ่มมูลค่าผลผลิตและวัสดุในพื้นที่ เช่น หน่อไม้ดอง แหนมหมู ส้มปลา ถั่วตัด ข้าวเกรียบจากผลไม้ 4.สินค้าสุขภาพ เพื่อการพึ่งตนเองของชุมชน เช่น สมุนไพรรักษาสุขภาพ และของใช้ที่ผลิตจากสมุนไพร 5.สินค้าหัตกรรม จากภูมิปัญญาและแรงงานของชุมชน เช่น กระเป๋าสานจากไม้ไผ่ จากสายป่าน กระเป๋าผ้า กระเป๋าจากวัสดุเหลือใช้ พืชผักผลไม้ ตามฤดูกาล เช่น กล้วยหอม ลองกอง และส้ม
สมัยนี้เราอาจจะเริ่มคุ้นชินกับธุรกิจฌาปนกิจศพสัตว์เลี้ยงที่กำลังเฟื่องฟู หลายบริษัทเเข่งขันเสนอโปรโมชั่นให้บริการเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงทุกชนิด ดูเเลตั้งเเต่เเรกเกิดไปจนถึงวันสิ้นลมหายใจ ด้วยความรักความผูกพัน…พวกเขาเป็นเสมือนสมาชิกในครอบครัวที่เจ้าของอยากให้การดูเเลเอาใจใส่ ไม่น่าเเปลกที่จะมีธุรกิจไอเดียเจ๋งต่างๆ มารองรับเเละเจาะตลาดคนรักสัตว์มากมาย “Pet Master” ผู้บุกเบิกบริการธุรกิจฌาปนกิจศพสัตว์เลี้ยงแบบครบวงจร ก้าวเข้าสู่ปีที่ 7 ประสบความสำเร็จทำเงินล้าน เดินหน้าเปิดสาขาต่อเนื่อง ผุดคิดธุรกิจต่อยอดนวัตกรรมใหม่ ประเดิมลุยเป็นเจ้าเเรกในไทยด้วยการนำ “อัฐิสัตว์เลี้ยง”มาดีไซน์เป็นจิวเวลรี่ ราคาย่อมเยาว์ที่คนทั่วไปเข้าถึงได้ โดยความพิเศษของธุรกิจใหม่นี้ที่ตื่นตาอีกอย่าง คือไม่ได้มีเพียงอัฐิของสัตว์เลี้ยงเท่านั้น เเต่ Pet Master คิดไกล เตรียมวิจัยพัฒนานำ “อัฐิมนุษย์” มาสร้างสรรค์เป็นเครื่องประดับสุดสวยงามอีกด้วย ประชาชาติฯออนไลน์ พูดคุยกับนักธุรกิจสาวรุ่นใหม่ไฟเเรง “พลอยทราย ภัสสรศิริ” ผู้ก่อตั้งเเบรนด์ Pet Master วัย 30 ปี จากความคุ้นเคยในธุรกิจดั้
วันที่ 17 ก.ย. เวลาประมาณ 18.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ประชาชนกำลังรับประทานอาหารเย็นอยู่ที่ร้านข้าวผัดปูชื่อดัง ซอยแจ้งวัฒนะ 14 จู่ๆมีงูตัวใหญ่ความยาวประมาณ 2 เมตร เลื้อยลงมาจากหลังคาร้าน จนลูกค้าที่กำลังรับประทานอาหารแตกกระเจิง บางส่วนถึงกับกรี๊ดออกมาด้วยความตกใจก่อนจากวิ่งหนีออกจากร้านไป จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ ระบุว่างูตัวดังกล่าวเลื้อยลงมาจากหลังคาหลังฝนเพิ่งหยุดตก ท่ามกลางความตกใจของลูกค้าในร้าน โดยพนักงานในร้านใช้ไม้ดันงูเอาไว้ไม่ให้เลื้อยลงมาข้างล่าง ระหว่างรอหน่วยกู้ภัยมานำงูออกไป จนเวลาต่อมาหน่วยกู้ภัยจึงมาถึงร้านและนำงูออกไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติต่อไป https://www.youtube.com/watch?v=JAPm81KlQhU ที่มา ข่าวสดออนไลน์
หลายคนคงเคยเห็นรีวิวสินค้าต่างๆ ที่วางคู่กับรถยี่ห้อหรู เงิน ทอง ซึ่งถือเป็นจิตวิทยารูปแบบหนึ่งของการขายของออนไลน์ยุคปัจจุบันที่จะทำให้ ผู้ใช้สินค้า เกิดความอยากซื้อ หรือ ผู้ที่เป็นตัวแทนจำหน่ายอยากเข้ามาร่วมธุรกิจเป็นลูกข่ายด้วยกัน โดยเฉพาะสินค้าประเภทขายตรง ซึ่งพบว่า มีธุรกิจรูปแบบใหม่ ซึ่งระบุว่า “บริการถ่ายภาพสินค้าคู่เงิน ทอง รถหรู กองพัสดุ สำหรับเจ้าของแบรนด์เพื่อนำไป promote กับทั้งตัวแทนและลูกค้า สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับตัวสินค้า-กระตุ้นยอดขาย” ขอบคุณ Black Hat ที่มา ข่าวสดออนไลน์
ปัญหาระดับชาติของสาวกปิ้งย่างได้ยุติลงแล้ว! จากช่องน้ำซุปที่แคบเกินกว่าขนาดช้อนจะตักได้ บางคนถึงกับตัดพ้อ…เอาหลอดดูดยังง่ายซะกว่า หรือตัวกระทะทรงโค้งที่ทำเอาเนื้อหมูไหลสไลเดอร์ลงไปแช่น้ำอยู่บ่อยๆ ล่าสุด! “บาร์บีคิว พลาซ่า” สนองนี๊ดแฟนคลับตามคำเรียกร้อง เปิดตัวกระทะใหม่ไฉไลกว่าเดิมในชื่อ “Black Pan” ทั้งรูปลักษณ์ที่สวยงาม สีดำเรียบหรูทันสมัย ดูพรีเมี่ยมและแพงขึ้น หน้ากระทะทรงแบนราบช่วยให้ง่ายต่อการปิ้งย่าง หมดปัญหาเนื้อลงไปแช่น้ำให้หงุดหงิดใจ รวมถึงสเป็กที่ทันสมัย ร้อนเร็วทันใจสายปิ้งย่าง ตัววัสดุใช้เหล็กหล่อ ทำให้กระทะร้อนเร็วขึ้นใน 3 นาที จากระบบขดลวด 2 ขดที่เพิ่มเข้ามา ทำให้โซนปิ้งและต้มมีความร้อนบาลานซ์เท่าๆ กัน บริเวณหน้ากระทะเส้นผ่าศูนย์กลางกว้าง ทำให้ปิ้งเนื้อได้เยอะมากขึ้น และไฮไลท์สำคัญคือ ช่องน้ำซุปที่กว้างแบบจุใจ สามารถใช้ช้อนตักซดได้สบายๆ สนองความต้องการแฟนๆ หลังมีดราม่าล่ารายชื่อให้ทาง บาร์บีคิว พลาซ่า ช่วยขยายช่องน้ำซุปให้ใหญ่ขึ้นเมื่อปีที่แล้ว โดยหลังจากการเปิดตัวผ่านโซเชียล เน็ตเวิร์กออกไป มีผลตอบรับจากแฟนๆ ค่อนข้างดี และตื่นเต้นกับโฉ
มานะ-มานี-ปิติ-ชูใจ คือ ชื่อของตัวละครที่โลดแล่นอยู่ในแบบเรียนภาษาไทย ของนักเรียนชั้นประถมฯ1-6 ช่วงระหว่าง พ.ศ.2521-2537 และด้วยความ “คลาสสิค” ที่ถูกส่งต่อมาถึงปัจจุบัน ทำให้มีใครหลายคนหวนรำลึกถึงอดีตกันในหลายแบบ ทั้งในรูปของบทเพลง ละครเวที ปกนิตยสาร หรือแม้กระทั่งสินค้าและบริการต่างๆ “มานี มี กาแฟ” ร้านอาหาร-เครื่องดื่ม ขนาดสิบโต๊ะ บรรยากาศภายล้วนอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของวันวาน นับเป็นอีกหนึ่งผู้ประกอบการที่เริ่มต้นธุรกิจ จากความชื่นชมหลงใหลในประสบการณ์วัยเยาว์ ซึ่งมีสาวน้อยผูกแกละสองข้าง ชื่อว่า “มานี”เติบโตมาด้วยกัน ราวกับเพื่อนสนิท “เรียนทันยุคมานี มานะ ปิติ ชูใจ และเคยเป็นครูมาก่อน สมัยสอนที่โรงเรียน ผมเอาหนังสือพวกนี้ไปสอนเด็กบางครั้ง และทุกวันนี้ในร้านผม มีหนังสือ มานี มานะ ตั้งแต่ป.1 ถึง ป.6 ให้ยืมอ่านด้วย”คุณออส – กิจพัฒน์ กล่ำโพธิ์ อายุ 35 ปี เจ้าของกิจการ “มานี มี กาแฟ” ร้านอาหารบรรยากาศย้อนยุค ที่กำลังถูกกล่าวถึงอย่างมากในจังหวัดพิษณุโลก เริ่มต้นบทสนทนากับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์”ถึงที่มาของชื่อร้าน ก่อนบอกต่อ กิจการของเขา ไม่มีความเกี่ยวข้องกับร้านชาบูชื่อดังที่นำชื่อ ข
การเริ่มต้นอาชีพอิสระของแต่ละท่าน ย่อมมีที่มาและเหตุผลแตกต่างกันออกไป บ้างเริ่มจากความชอบ บางคนอยากออกจากงานประจำ ขณะหลายท่านอยากมีกิจกรรมแก้เหงา แต่สำหรับกิจการเจ้าของเรื่องราวนับจากนี้ เกริ่นให้ฟังมาว่า เป็นคนนอนไม่ค่อยหลับ ตกดึกไม่รู้จะทำอะไร เลยชวนกันออกทำมาหารายได้ ดีกว่านอนกลิ้งไปกลิ้งมา ปรากฏว่าลูกค้าให้การตอบรับดีเกินคาด…จนอยากบอกต่อ …………. คุณอางค์-ไตรทศ นามวงศ์ กับ คุณเจี๊ยบ-ณิธิกานต์ เลือดแดง คือ คู่ชีวิตและเป็นเจ้าของกิจการรถเข็นขายลูกชิ้นย่าง-นึ่ง ยึดทำเลขายที่หน้าร้านสะดวกซื้อ ตำบลปากน้ำปราณ อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ฟังดูแค่นี้ อาจไม่เห็นว่ามีความน่าสนใจตรงไหน แต่ถ้าใครที่อายุ 18 บวก ลองได้เห็นป้ายชื่อร้าน “จิ้มตอนดึก” แล้ว รับรองต้องอมยิ้มกรุ้มกริ่มกันแทบทุกคน “เป็นคนนอนไม่ค่อยหลับ คิดกันกับแฟนว่าจะทำอะไรกันดี ไม่อยากอยู่บ้านเฉยๆ เลยบอกไปขายลูกชิ้นหน้าเซเว่นฯกันดีกว่า”คุณเจี๊ยบ เกริ่นที่มาของกิจการ “จิ้มตอนดึก” พร้อมแนะนำให้รู้จัก คุณอางค์ แฟนหนุ่ม ทำงานเป็นช่างไฟฟ้าประจำโรงแรมแห่งหนึ่งในปากน้ำปราณ ส่วนตัวเธอนั้นมีอาชีพขายไก่ทอดต
สร้างเสียงหัวเราะจากรุ่นสู่รุ่นมา 30 กว่าปีแล้ว สำหรับกลุ่มคณะตลก “ชวนชื่น” กลุ่มคณะตลกที่เป็นลักษณะครอบครัว ก่อตั้งโดย “พ่อดม” หรือ อุดม ทรงแสง โดยมีพื้นฐานจากการเป็นคณะลิเกมาก่อน ปัจจุบันนอกจากรับงานแสดงตลกตามสถานที่ต่างๆ ยังจัดตั้งบริษัทรับจัดงานแสดง โชว์ตัวผลิตรายการโทรทัศน์ อีกด้วย “จิ้ม ชวนชื่น” พี่ชายคนโต หนึ่งในสมาชิกตลกคณะชวนชื่น ระยะหลังนอกจากผลงานทางจอแก้วและจอเงิน ล่าสุดยังผันตัวมาร่วมทำธุรกิจร้านอาหารด้วยการรีแบรนด์ร้าน “กระท้อน ไก่ลอยฟ้า” ให้กลายเป็น “กระท้อนไก่ลอยฟ้า บาย ชวนชื่น” รับหน้าที่คอยสร้างความบันเทิง และเสียงหัวเราะในรูปแบบใหม่ที่ไม่เหมือนใคร มิติใหม่วงการร้านอาหาร ร่วมหุ้นนักธุรกิจ & ตลก จิ้ม ชวนชื่น เผยว่า ร้านกระท้อน ไก่ลอยฟ้า ซึ่งตั้งอยู่ที่ ถนน บางนา-ตราด กม 1 ตรงข้ามไบเทค บางนา เปิดมาตั้งแต่ปี 2529 เป็นร้านที่มีอาหารอร่อยหลากหลายมากกว่า 200 เมนู อาทิ ไก่ย่างลอยฟ้า หนังไก่กรอบ เนื้อข้างในเหนียวนุ่มกำลังดี กินคู่กับแตงกวา แครอต หัวไชเท้าดอง มีน้ำจิ้มสูตรเฉพาะของทางร้านทำเอง เมนูต่อมาที่อร่อยไม่แพ้กัน คือ เป
หลังจากที่สร้างความฮือฮาด้วยการรับซื้อเหรียญ 1 บาทปี 2505 พิมพ์หายากมูลค่านับแสนบาทไปแล้ว 2 เหรียญ ล่าสุดเพจ ร้านปาหนัน จิวเวลรี่ เจ้าเดิมประกาศรับซื้อเหรียญสลึงปี 2500 มูลค่าเหรียญละ 8 หมื่นบาท โดยระบุว่า “รับซื้อ 80000 บาทสภาพสวย เหรียญ 25 สต.ปี2500 บล๊อคอักษรบางหายาก ย้ำบล๊อคอักษรบาง สภาพสวยๆระดับนี้ตอนนี้ราคาอยู่ที่ 80,000บาทแล้ว….ในแฟนเพจมีคลิปให้ศึกษา….วิธีสังเกตุง่ายๆ เฉพาะเหรียญ 25 สต.ปี 2500 เท่านั้น ดูที่ พ’พาน คำว่า พ.ศ. จะมีขีดยื่นลงมาตรงกลาง พ’พาน ไม่ได้ลงที่ท้าย หากยื่นลงท้ายทำให้ดูเหมือน ฟ’ฟัน แบบนั้นบล๊อคธรรมดาหาง่ายๆราคา 3 บาท” ที่มา ข่าวสดออนไลน์
วันที่ 18 กันยายน นายเฉลิมชัย รัฐศาสตร์วาริน อายุ 35 ปี หรือจิมมี่ ชาว อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร เกษตรกรหนุ่มดีกรีจบวิศวกรจาก ม.ขอนแก่น กำลังง่วนอยู่กับการสั่งงานให้คนงานดูแลต้นอ้อยของตนเอง ที่ลงทุนปลูกในพื้นที่เช่าและของตนเองในเนื้อที่ 600 ไร่ รอขนาดลำต้นและความหวานได้ที่เตรียมตัดและขนส่งโรงงาน นายเฉลิมชัยกล่าวถึงเส้นทางก่อนจะมาถึงการปลูกอ้อยอย่างเต็มตัวเล่าว่า เมื่อ 7 ปี ก่อน หลังจากเรียนจบวิศวกร ได้เดินทางในเส้นทางอาชีพรับเหมา และงานทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับสายงานที่ตนเองเรียนมา รายได้ไม่ต้องห่วงดีพอสมควรสามารถดูแลตนเองและครอบครัวได้สบาย แต่ปรากฏว่าทำไปทำมารู้สึกว่าไม่ใช่งานที่ตนเองรักเพราะทำไปไม่มีความสุขรู้สึกเบื่อๆ แต่เดิมมีความคิดอยู่แล้วว่าอยากทำเกษตร จึงลองศึกษาว่า อยากจะปลูก ไร่ชา องุ่น แต่ศึกษาแล้ว อ้อย น่าจะเป็นพืชเศรษฐกิจที่ดีกว่า นอกจากอ้อยจะผลิตเป็นน้ำตาลแล้วยังเป็นพืชพลังงาน เพราะราคาไม่ผันผวนมากหรือตกมาก เช่นกับ ยางพารา มันสำปะหลัง ส่วนการดูแลรักษาอ้อยไม่ยากนัก เพราะมีศัตรูพืชและโรคน้อย น่าจะทำเงินดี ช่วงแรกก็ลำบากไม่เคยทำ เพราะไม่มีประสบการณ์ ต่อมาก็ทำมาเรื่อยๆ ศึกษาจากคน
