Featured
“ไฉไล เฉาก๊วย” เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่กำลังตีตลาดเฉาก๊วย กับสโลแกน เนื้อหนึบ น้ำอร่อย ด้วยการผลิตแบบโฮมเมด มี คุณจิ๊ก-นันทิยา อัจฉราวรรณ วัย 32 เป็นเจ้าของ เธอเล่าให้ฟังถึงที่มาว่า แต่ก่อนยึดอาชีพเป็นครูสอนชั้นประถม ภายหลังลาออกมาช่วยกิจการค้าขายของที่บ้านแถวพระประแดง ด้วยเป็นร้านของครอบครัวจึงอยากได้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นแบรนด์ของตัวเองวางจำหน่าย ซึ่งเมนูที่คิดได้คือ เฉาก๊วย หลังได้ไอเดีย สิ่งแรกที่คุณจิ๊กเริ่มทำ คือเนื้อเฉาก๊วย เธอเฟ้นหาวัตถุดิบจากหลายแห่ง ทำทิ้งอยู่หลายรอบที่สุดก็พบแหล่งเฉาก๊วยคุณภาพดีจากเวียดนาม ใช้กระบวนการต้ม ตี และคั้น เพื่อเอาน้ำยางจากใบจนได้เนื้อสัมผัสเหนียวหนึบคล้ายกับเนื้อไข่มุกเมนูยอดนิยม เมื่อได้เนื้อเฉาก๊วย สิ่งที่ทำต่อมา คือน้ำชาสำหรับทานคู่กับเฉาก๊วย ด้วยความที่คุณจิ๊กเป็นคนชอบทานชาไทย ชาเขียวอยู่แล้ว จึงลงมือคิดสูตรเอง ฝึกฝีมือชงน้ำอยู่นาน นำใบชาจากหลายๆ ที่มาชงเพื่อหารสชาติที่ดีที่สุด “เพื่อดึงรสชาติของชาให้โดดเด่นและแตกต่าง จิ๊กผสมคาราเมลกับโอวทึ้งลงไปในน้ำชาด้วย กลายเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ไปโดยปริยาย ใช้เวลาคิดอยู่นาน เพราะต้องดูเรื่องอัตราส่วนให้รสชาติโอเคท
“ห่อข้าวหอม” ร้านข้าวกะเพราไก่ของหนุ่มใจดีวัย20 “ขายไม่หวังกำไร ช่วยคนไม่มีเงินให้กินอิ่ม ก็พอแล้ว” “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ได้ไปเจอเข้ากับกระทู้พันทิปกระทู้หนึ่ง โพสต์โดยสมาชิกหมายเลข 5086108 ไว้เมื่อไม่กี่วันก่อน ว่า “เพื่อนๆชาวพันทิป โปรดแชร์เพื่อช่วยน้อง ก่อนที่สังคมจะขาดเด็กดีๆ” จึงกดเข้าไปอ่าน กระทู้เป็นเรื่องราวของเจ้าของโพสต์ที่ไปทำธุระแถวสำโรง ไปเจอเข้ากับร้านขายอาหารราคาถูกมาก แต่ใช้วัตถุดิบอย่างดีในการทำ ชื่อร้านว่า “ห่อข้าวหอม” มีเมนูอยู่ 2 อย่าง คือข้าวกะเพราไก่กับข้าวไข่เจียวเท่านั้น อีกทั้งพ่อค้าเป็นวัยรุ่น อายุเพียง 20 ปีเท่านั้น ไม่รอช้า ติดต่อขอสัมภาษณ์พ่อค้าวัยทีนคนนี้ทันที ทราบชื่อ คือ คุณแก้ว – ธนาเทพ ใจพุก พ่อค้าและพ่อครัววัย 20 ปี ให้สัมภาษณ์ว่า เปิดร้านห่อข้าวหอมมาได้ 1 เดือนกว่า ก่อนจะมาเปิดร้าน เรียนแค่ปวช. และทำงานพาร์ทไทม์เหมือนเด็กคนอื่นๆทั่วไป แต่คิดว่า พาร์ทไทม์ เป็นอาขีพที่ไม่มีความมั่นคง สร้างเส้นทางชีวิตที่แน่นอนในอนาคตไม่ได้ อีกทั้งตนเอง เป็นคนชอบทำและชอบทานข้าวกะเพราไก่ และ ข้าวไข่เจียวเป็นประจำ เ
“ขนมปังรสพระทำ” วัดดังเมืองพิษณุโลก สร้างงาน สร้างอาชีพ สงเคราะห์ชุมชน ที่วัดโพธิ์ญาณ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก มีพระภิกษุสงฆ์ ร่วมกันผลิตขนมปังขึ้นมา เพื่อจำหน่ายให้แก่คนที่มาทำบุญเลี้ยงอาหารปลา บริเวณวังปลาหน้าวัด ติดกับแม่น้ำน่าน ได้เริ่มทำการผลิตตั้งแต่เช้า โดยมีพระภิกษุสงฆ์ ช่วยกันปั่นผสมแป้งและส่วนประกอบ เพื่อทำขนมปังนำมาวางจำหน่ายให้ประชาชนซื้อหาไปรับประทาน หรือนำไปใช้เป็นอาหารปลา โดยตั้งชื่อว่า “ขนมปังรสพระทำ” พระครูสุนทรโรจนคุณ เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ญาณ เปิดเผย “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์”ว่า แนวคิดเกิดจากตัวอาตมาเอง เริ่มจาก แต่เดิมทางวัดสั่งขนมปังจากตลาด มาขายเป็น “ขนมปังปลา”หน้าวัด แต่หลังจากนั้นไม่นานเกิดปัญหา การส่งไม่สม่ำเสมอ บางครั้งนำของหมดอายุมา ขึ้นราบ่อย ไม่มีมาตรฐาน เลยเกิดความคิดจะทำขนมปัง กันเอง แต่ก่อนลงมือ ลงทุน ได้ไปศึกษาข้อปฏิบัติแล้วว่าเข้ากับระบบงานของคณะสงฆ์ ระเบียบของมหาเถรสมาคม หรือไม่ อย่างไร กระทั่งพบระเบียบคณะสงฆ์ ระบุไว้ วัดใดก็ตามที่อบรมประชาชน ต้องสนองงานคณะสงฆ์ ใน 8 หัวข้อ อาทิ ศีลธรรม วัฒนธรรม สุขภาพอนามัย สัมมาชีพ ศึกษาสงเคราะห์ ศาสนสงเคราะห์ เ
อร่อยลืมโลก! “บุ๊นรีลกัว” ขนมจีนปูนา เมนูเด็ดเพื่อนบ้าน ในบรรดากลวิธีในการกินขนมจีนของประเทศเพื่อนบ้านเราแล้ว ฉันขอยกนิ้วให้ชาวเวียด แต่ก่อนแต่ไรมาก็ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าชาวเวียดจะกินขนมจีนกันมากมายและหลากหลายเช่นนี้ เข้าใจเอาเองว่าชาวไทยเราน่าจะเป็นแชมป์กินขนมจีนในอาเซียน เรามีทั้งน้ำพริก น้ำยา และแกงสารพัด แต่แล้วฉันก็ต้องเปลี่ยนใจเมื่อได้ไปใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น ชาวเวียดนามจะกินขนมจีนทั้งแห้งและน้ำ กินกับหม้อไฟ และยังนำมาห่อผักกินกับอาหารต่างๆ ถูกใจคนรักขนมจีนอย่างฉันมาก ขนมจีนชนิดหนึ่งที่เป็นของโปรดของฉันคือ ขนมจีนปูนา ที่ชาวเวียดเรียกว่า “บุ๊นรีลกัว” (Bún riêu cua) ถ้าใส่หอยโข่งด้วยก็เรียกว่า “บุ๊นรีลกัวอ๊ก” (Bún riêu cua ốc) ขนมจีนปูนา เป็นขนมจีนที่ทำมาจากปูนา โดยนำปูนาไปโขลก เอาน้ำปูมาผสมไข่แล้ว นำไปต้มก็จะเป็นก้อนลอยเหมือนฟองน้ำ ความสำคัญของบุ๊นรีลกัวอยู่ที่น้ำซุป โดยเริ่มจากการต้มกระดูกหมูไว้เป็นน้ำสต๊อก ระหว่างนั้นก็นำหม้ออีกใบ ใส่น้ำมันลงไปผัดกับหอมแดงและกระเทียมสับ ตามด้วยมะเขือเทศเยอะๆ ผัดจนหอม ใส่เกลือ และน้ำตาลทรายนิดหน่อย เมื่อมะเขือนุ่มดีก็นำน้ำสต๊อกมาเทใส่ ใส่เต้าหู้ทอด
ตลาดสิงคโปร์ โดดเด่นมากเรื่องศูนย์อาหารหาบเร่ และไม่ได้มีแต่ข้าวมันไก่ สิงคโปร์ มีประชากร 5 ล้านกว่า เป็นประชากรดั้งเดิมของตัวเองจริงๆ แค่ครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งเป็นคนต่างชาติที่เข้าไปทำงานและได้รับสัญชาติ หรือได้รับสิทธิพำนักถาวร สิงคโปร์ เป็นเกาะ เป็นเมืองหลวง และเป็นประเทศในคราวเดียวกัน มีพื้นที่ 722.5 ตารางกิโลเมตร คนไทยชอบทึกทักว่าสิงคโปร์เล็กกว่าภูเก็ต อันนี้ไม่ถูกนะ ภูเก็ตมีพื้นที่แค่ 576 ตารางกิโลเมตร ถ้าเอาให้ใกล้เคียง คือ สิงคโปร์มีขนาดประมาณครึ่งหนึ่งของกรุงเทพฯ ใหญ่กว่าเมืองนนท์หน่อยหนึ่ง หรือราว 3 ใน 4 ของจังหวัดสมุทรสาคร แต่ประเทศเล็กๆ ทั้งที่ดินและประชากรนี้ มีรายได้สูงสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นประเทศโลกที่หนึ่งสมบูรณ์แบบ คือคนมีรายได้สูง ประเทศพัฒนาเต็มที่ การศึกษามีคุณภาพ และเห็นเล็กๆ อย่างนี้ สิงคโปร์มีคนไปเยี่ยมเยียนปีละเกือบ 20 ล้านคน เกือบเท่าที่มาประเทศไทย เป็นประเทศที่มีผู้เยี่ยมเยียนสูงอันดับ 4 ของโลก ที่จริงสิงคโปร์ไม่ใช่ประเทศเดียวที่เป็นแบบนี้ ฮ่องกง ซึ่งมีประชากร 7 ล้านคน และเป็นเกาะขนาด 1,104 ตารางกิโลเมตร ใหญ่กว่าอยุธยาหน่อยหนึ่ง ก็มีคนเยี่ยมเยียนปีละเกื
พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์สืบทอดนับพันปี ล้างพระพักตร์ “พระมหามัยมุนี-พระพุทธรูปมีชีวิต” หากใครมีโอกาสไปท่องเที่ยวที่เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา เชื่อว่าต้องไม่พลาดที่จะเข้าร่วมพิธีล้างพระพักตร์ “พระมหามัยมุนี” 1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุดของชาวเมียนมา จากบันทึกประวัติศาสตร์ที่ปรากฏ ระบุไว้ “พระมหามัยมุนี” เป็นพระพุทธรูปหล่อทองสำริด ปางมารวิชัยทรงเครื่อง หน้าตักกว้าง 9 ฟุต สูง 12 ฟุต สร้างขึ้นในราว พ.ศ. 688 โดยพระเจ้าจันทสุริยะ กษัตริย์แห่งเมืองธรรมวดี แคว้นยะไข่ ซึ่งทรงศรัทธาในองค์พระพุทธเจ้าอย่างมาก จึงได้สร้างพระพุทธรูปเพื่อเป็นตัวแทนของพระองค์ขึ้น เมื่อกาลเวลาล่วงมาถึง พ.ศ. 2327 พระเจ้าปดุง ซึ่งเป็นกษัตริย์พม่าได้ไปตีเมืองยะไข่ และอัญเชิญพระพุทธมหามัยมุนี ข้ามแม่น้ำอิรวดีมาประทับที่มัณฑะเลย์ได้สำเร็จ ปัจจุบันองค์พระประดิษฐานอยู่ที่ “วัดมหามัยมุนี” ในเมืองมัณฑะเลย์ กล่าวสำหรับความเชื่อของชาวเมียนมานั้น เชื่อกันว่าพระมหามัยมุนี เป็นพระพุทธรูปมีชีวิต เพราะพระพุทธเจ้าได้ประทาน “ลมหายใจศักดิ์สิทธิ์”เข้าไปในพระวรกายของพระพุทธรูปองค์นี้ ซึ่งความเชื่อนี้เอง ที่เป็นต้นกำเนิดของ “พิธีล้างพระพั
Booking.com เปิด 10 จุดหมายยอดนิยมปี 61 ที่นักท่องเที่ยวไทยชอบไปมากที่สุด เมื่อเร็วๆ นี้ Booking.com ได้เปิดเผยถึงแรงจูงใจในการเดินทางอันดับต้นๆ ของคนแต่ละชาติ เห็นได้ชัดว่าผู้เดินทางจากแต่ละมุมโลกก็มีสไตล์แตกต่างกันไป โดยชาวไทยเป็นกลุ่มที่ถูกกระตุ้นได้ง่ายด้วยความรู้สึกโหยหาอดีต ผู้เดินทางชาวไทย 77% กล่าวว่าออกเดินทางเพื่อ “กลับไปสัมผัสวันวานที่แสนหวานอีกครั้ง” ส่วนชาวจีนและชาวไต้หวันนั้นให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับ “การสัมผัสไลฟ์สไตล์ที่เรียบง่ายขึ้น” (คิดเป็น 83% และ 76% ตามลำดับ) ในขณะเดียวกันคนญี่ปุ่น เยอรมัน และฮ่องกงมีแนวโน้มสูงที่จะเดินทางเพื่อ “หลบหนีจากความกดดันที่บ้าน” (66% 72% และ 80% ตามลำดับ) แต่สำหรับผู้เดินทางบางกลุ่มนั้น การเดินทางเป็นสิ่งที่สะท้อนถึงสถานะทางสังคม โดยเฉพาะชาวอินโดนีเซีย (75%) ชาวอินเดีย (75%) ชาวไทย(78%) และชาวฟิลิปปินส์ (80%) ซึ่งกล่าวว่าแรงจูงใจในการเดินทางนั้นคือ “ไปสถานที่ที่คนรู้จักยังไม่เคยไปมาก่อน” แรงจูงใจที่ผู้เดินทางทั่วโลกส่วนใหญ่เห็นต่างกันคือการท่องเที่ยวเชิงผจญภัย โดยผู้เดินทางชาวรัสเซียกล่าวว่าชอบใช้เวลาช่วงพักผ่อน “เสาะหาความเร้าใจและตื่นเต
พาชิมอาหารที่ภัตตาคาร ‘ฮั่ว เซ่ง ฮง’ สุดยอดความอร่อยแบบจีนแท้ๆ พูดถึงร้านอาหารจีนรสเลิศในเมืองไทย ต้องยกนิ้วให้ ‘ภัตตาคาร ฮั่ว เซ่ง ฮง’ สร้างชื่อเสียงเรื่องความอร่อยในอาหารจีนมายาวนานกว่าครึ่งศตวรรษ เป็นที่รู้จักของบรรดานักชิมหลายวัยเป็นอย่างดี มีมากกว่า 200 เมนู ที่ขึ้นชื่อ อาทิ ติ่มซำ หูฉลาม กระเพาะปลา เป๋าฮื้อ ขาห่าน หม้อไฟต้มยำ ปัจจุบันภัตตาคารมี 19 สาขา อาทิ เยาวราช เจริญกรุง สุขุมวิท 101 ศาลายา เดอะมอลล์ บางแค วันนี้ “เส้นทางเศรษฐี” อาสาพาไปชิมอาหารจีนขึ้นชื่อที่ภัตตาคาร ฮั่ว เซ่ง ฮง สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ ต้องบอกว่าแต่ละเมนูที่นำมาเสิร์ฟนั้นอัดแน่นด้วยคุณภาพ เริ่มต้นด้วยเมนูแรก กระเพาะปลาน้ำแดง ใช้กระเพาะปลาไร้มัน ใส่เนื้อปูก้อนใหญ่ ปรุงด้วยสูตรเฉพาะของฮั่ว เซ่ง ฮง อร่อยไม่เหมือนใคร เมนูที่สอง ผัดหมี่ฮ่องกง จัดเต็มด้วยกุ้ง หมึกชิ้นใหญ่ และหมี่ซั่ว เป็นเมนูมงคลยอดนิยมที่ผู้จัดการร้านแจ้งว่าลูกค้ามาทีไรเป็นต้องสั่งทานทุกครั้ง โดยเฉพาะในวันสำคัญ เช่น วันเกิด เมนูที่สาม กุ้งคั่วพริกเกลือ ใช้กุ้งแชบ๊วยตัวใหญ่ๆ จัดแต่งด้วยผักดอง ทานคู่กันอร่อยมาก เมนูที่สี่ เนื้อปูผัดผงกะหรี
หลายคนมีร้านโปรดเป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น ร้านก๋วยเตี๋ยวริมทางร้านโปรด ร้านของหวานเจ้าประจำในห้าง ร้านอาหารที่มักไปผูกปิ่นโตด้วย หรือ ร้านขายเครื่องดื่ม ที่เป็นร้านขวัญใจในรั้วมหาวิทยาลัย “ร้านมุมอร่อย” ร้านคีออสเล็กๆ ตั้งอยู่บริเวณตึก 8 ภายในมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ จำหน่ายน้ำ ขนม และอาหารราคาถูกให้บรรดานักศึกษา อาจารย์และบุคคลทั่วไป โดยมีเหล่าคุณลุง คุณป้า ท่าทางคุยเก่ง เป็นมิตรกับลูกค้า และ ลูกมืออีกหนึ่งคน อยู่ประจำร้าน ลุงจี๊ด – กิตติพัฒน์ แสงอุทัย วัย 60 ปี กับ ลุงเล็ก – นันทพงศ์ สิงหราไช วัย 59 ปี มือชงเครื่องดื่มประจำร้าน ป้าเล็ก – สุรัมภา ปิยวชิรานนท์ วัย 59 ปี กับ พี่นิ่ม – มณี สุวรรณวงศ์ วัย 53 ปี รับผิดชอบในการจำหน่ายอาหารและขนมต่างๆ และ ป้าจ๋อม – ภารดี ทองสง่า วัย 58 ปี ทำหน้าที่รับออร์เดอร์และคิดเงิน ป้าจ๋อม ให้สัมภาษณ์สั้นๆกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ว่า ก่อนที่จะมารวมตัวกันทำร้านคีออสเล็กๆ ภายในมหาวทิยาลัยแห่งนี้ แต่ละคนทำอืชีพอื่นกันมาก่อน ส่วนตนเอง เคยทำธุรกิจเกี่ยวกับตกแต่งภายใน ขายผ้าม่าน พอมีคนรู้จักเขาประมูลพื้นที่ขายของในมหาวิทยาลัยได้ ก็มาไถ่ถาม ตนเลยชักชวนคนอื
ไลน์แมน เอาใจคนอินเลิฟ! เผยสถิติคนส่งดอกไม้ในวันวาเลนไทน์ผ่านไลน์แมน พุ่ง 71 เท่า ตอบโจทย์พฤติกรรมคนยุคดิจิตอลช่วยให้ชีวิตง่ายและสะดวกขึ้น ไลน์แมน (LINE MAN) ตอกย้ำความเป็นผู้นำอันดับหนึ่งที่ครองใจผู้ใช้บริการ ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคดิจิตอล ช่วยให้ชีวิตง่ายและสะดวกขึ้น ล่าสุดเผยสถิติมีคนใช้บริการส่งดอกไม้ผ่านไลน์แมนในวันวาเลนไทน์สูงขึ้นถึง 71 เท่าของปริมาณการส่งดอกไม้เฉลี่ยในวันปกติ อีกทั้งมีการใช้บริการไลน์แมนแท็กซี่ไปฉลองวันแห่งความรักในร้านอาหาร ผับชื่อดัง เพิ่มกว่า 200% จากวันปกติ “ไลน์แมน” บริการในรูปแบบ O2O หรือ ออนไลน์สู่ออฟไลน์และออฟไลน์สู่ออนไลน์ ของไลน์ประเทศไทย ที่มีการคิดค้นและพัฒนาโดยทีมคนไทย เพื่อคนไทยโดยเฉพาะ กลายเป็นแอพผู้ช่วยชั้นเลิศ ตอบโจทย์ทุกความต้องการในชีวิตในแอพเดียวให้กับคนรุ่นใหม่ในยุคดิจิตอล พร้อมเติมเต็มความสุขของคนไทยในทุกเทศกาล ล่าสุด ในช่วงเทศกาลแห่งความรัก หรือวันวาเลนไทน์ที่เพิ่งผ่านมา ไลน์แมนได้เผยตัวสถิติยอดใช้บริการแมสเซนเจอร์ (Messenger) หรือบริการจัดส่งของ เริ่มคึกคักสั่งส่งดอกไม้ที่ส่วนใหญ่เป็นดอกกุหลาบกันตั้งแต่ช่วงก่อนเที่ยงคืนวันที่ 13 กุมภ
