แจกสูตรอาหาร และเครื่องดื่ม
ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีร้านอาหารอร่อยๆ เปิดขายอยู่มากมาย โดยเฉพาะร้านรถเข็นเล็กๆ ตามข้างทาง จนมีคนเปรียบเปรยกันเอาไว้ว่า “ถ้าอยากรู้ว่า ร้านอาหารร้านไหนอร่อย ราคาไม่แพง ให้สังเกตดูว่ามีรถแท็กซี่กับพวกแมสเซนเจอร์จอดเยอะๆ” ร้าน “ขาหมูโบราณ ริมคลองประปา” ก็เป็นร้านรถเข็นริมทางเจ้าหนึ่ง ที่มีคนแวะกินกันเยอะมาก จนนอกจากคนขับแท็กซี่-แมสเซนเจอร์แล้ว ก็มีลูกค้าคนอื่นๆ มาเข้าแถวรอซื้อกินเช่นกัน คุณน้อย สรรศนี อายุ 50 ปี และ คุณทวีศักดิ์ ป้านสว่าง อายุ 54 ปี เจ้าของร้านข้าวขาหมูโบราณ เล่าที่มาที่ไปในการมาขายข้าวขาหมูให้เส้นทางเศรษฐี ฟังว่า เมื่อก่อนเธอเป็นลูกจ้างร้านค้าขายของทั่วไป พอสามีออกจากงาน ก็มาถามว่า จะทำมาหากินอะไรดี เธอเลยบอกกับสามีไปว่า ขายข้าวขาหมูก็เลยมาช่วยกันทำ “เริ่มแรกนั้นทำเอง ขายเอง คิดสูตรเอง ไม่ได้เอาสูตรขาหมูของคนอื่นมาทำ ลูกค้าจะเป็นพวกแท็กซี่ แมสเซนเจอร์ เสียส่วนใหญ่ แล้วก็พนักงานบริษัท ลูกค้าทั่วไปและขาจรที่มากิน เราอาศัยคำแนะนำพวกแท็กซี่นี่แหละมาปรับปรุงสูตรขาหมูของตัวเอง เพราะบางคนเขากินเขาก็จะบอกว่ามันเป็นยังไง ลองผิดลองถูกอยู่ 3 เดือน กว่าสูตรจะเข้าที่เข้าทางและขายด
คุณประภาวัลย์ วงษ์แม่น้อย หรือ คุณเม้ง อายุ 50 ปี เป็นอีกคนที่ยึดอาชีพทำข้าวต้มมัดมากว่า 10 ปี โดยเธอใช้บ้านพักชั้นเดียว เลขที่ 33/11 หมู่ที่ 3 ตำบลยายชา อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ซึ่งไม่มีชื่อร้าน เป็นฐานสำหรับผลิตข้าวต้มมัดขาย คุณประภาวัลย์ เล่าว่า แม่ของเธอประกอบอาชีพมัดข้าวต้มมาตั้งแต่ปี 2529 ในตอนนั้นเธอรับหน้าที่เป็นผู้ช่วยแม่ในตำแหน่งมัดข้าวต้ม จนกระทั่งปี 2543 เธอมารับช่วงอาชีพจากแม่ แล้วเริ่มทำอย่างจริงจังด้วยตัวเองเพียงลำพัง พร้อมไปกับการเรียนรู้ทักษะอีกหลายอย่างเพิ่มเติม เสร็จเรียบร้อยรอลูกค้ามาซื้อ คุณเม้ง บอกว่า ข้าวต้มมัดหรือข้าวต้มผัดที่เธอทำขายทุกวันนี้เป็นการใช้ข้าวเหนียวผัดแล้วใส่กะทิ ใส่น้ำตาล ตามแบบวิธีทำโบราณ ไม่เหมือนอย่างช่วงหลังที่ใช้วิธีมูนก่อนแล้วจึงนำมาห่อ เธอยกตัวอย่างการใช้วัตถุดิบและอัตราส่วนผสมในการทำข้าวต้มมัดว่า ถ้าหากใช้ข้าวเหนียวสัก 1 กิโลกรัม ควรใช้น้ำกะทิสด 6 ขีด น้ำตาลทรายครึ่งกิโลกรัม และเกลือ 1 ถุงจิ๋ว และเพื่อให้อัตราส่วนผสมได้มาตรฐาน จึงใช้วิธีชั่งตามน้ำหนักทุกครั้ง ไม่เน้นพันธุ์กล้วยและขนาด ขอให้สุกปานกลาง แม่ค้าขายข้าวต้มมัดรายเดิม แจ
คุณเจี๊ยบ-ธีรวุฒิ มีแสงนิล อดีตช่างภาพหนังสือพิมพ์ข่าวสด ผู้ผันตัวมาขายก๋วยเตี๋ยวเรือ ชื่อร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ เจี๊ยบบ้านแพน เขาเริ่มต้นเล่าที่มาว่า คิดมานานแล้วว่าอยากมีร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ เป็นของตัวเอง เพราะครอบครัวเคยทำขาย เด็กๆ ก็ไปช่วยงาน เลยซึมซับมาตั้งแต่ตอนนั้น “ช่วงหลังมานี้ หนังสือพิมพ์ เราก็รู้กันใช่ไหมว่าเป็นยังไง เลยตัดสินใจง่ายขึ้น เพราะถ้าไม่ทำตอนนี้ แก่ตัวเกษียณไปคงไม่ได้ทำแล้ว” เมื่อคิดแล้วว่าจะขายก๋วยเตี๋ยว คุณเจี๊ยบเริ่มตระเวนชิมก๋วยเตี๋ยวเรือ แล้วช่วยกันให้คะแนนกับแฟนว่าร้านไหนอร่อยบ้าง สรุปว่าร้านที่อร่อยอันดับ 1 เป็นร้านของเพื่อนแถวคลองจั่น บางกะปิ นำสูตรที่ได้จากร้านเพื่อนมาปรับร่วมกับสูตรของครอบครัว จนลงตัว สิ่งที่ทำต่อมาคือ เปิดร้าน คุณเจี๊ยบเช่าร้านขายแบบรับช่วงต่อ รายได้พออยู่ได้ แต่เพราะยังไม่เป็นที่รู้จัก จึงย้ายไปเปิดร้านใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม อยู่แถวสะพานมหาเจษฎาบดินทรานุสรณ์ จังหวัดนนทบุรี รายได้ตอนนั้น คุณเจี๊ยบ บอกว่า ขายดีจนแปลกใจ เพราะเปิดวันแรกคนแห่มากิน ยอดขายแตะหลักหมื่น ส่วนวันธรรมดาอยู่ราวๆ 6-7 พันบาท เจ้าตัวเล่าต่อว่า รายได้มีขึ้นมีลง ยอดขายเคยตกเหลื
เค้ก Black Forest เป็นเค้กชนิดหนึ่งที่ชอบมากมานานแล้ว เมื่อหลายสิบปีก่อน เวลาไปทานข้าวที่โรงแรมแห่งหนึ่ง จะแวะร้านเบเกอรี่ซื้อเค้กชนิดนี้เสมอ เพราะชอบที่ไส้ใส่เชอรี่กวน ทานแล้วจะเจอเชอรี่ แต่หลังๆ ที่โรงแรมเลิกทำเค้กชนิดนี้ไป เลยไม่ค่อยได้ทาน เพราะที่อื่นบางครั้งใช้แยมปาดเป็นไส้ ไม่ใช่แบบที่ชอบค่ะ จนวันเกิดปีนี้ น้องทำเค้ก Black Forest มาให้ทาน แบบนี้ใช่เลย เอาเชอรี่มากวนใส่เหล้ารัมนิดหนึ่ง หอมอร่อย ใช้วิปครีมตีปาดหน้าและข้างๆ ทำให้เบา บางคนชอบครีม จะทำบัตเตอร์ครีมก็ได้ค่ะ บางคนถามว่า หน้าตา Black Forest เป็นอย่างไร สูตรคนอื่นจะหน้าเป็นวิปหรือครีม แต่งด้วยเชอรี่เชื่อมลูกแดงๆ วางทั้งลูก รอบๆ หน้าเค้ก ข้างๆ จะโรยด้วยเกล็ดน้ำตาลช็อกโกแลต แต่สูตรนี้ หน้าแต่งด้วยเชอรี่สด จะได้ไม่หวาน และไม่ค่อยทานเกล็ดช็อกโกแลต เลยเปลี่ยนเป็นโรยผงช็อกโกแลตแทนค่ะ เค้กชนิดนี้ไม่ได้ยุ่งยากอะไร มี 3 ขั้นตอนหลักๆ คือ กวนซอสเชอรี่ซึ่งทำค้างคืนได้ ทำเนื้อเค้กช็อกโกแลต และหน้าวิปครีม ถ้าใครมีทักษะทำเค้กช็อกโกแลตก็ไม่ยากค่ะ จะเขียนสูตรและวิธีทำแบ่งเป็นช่วงๆ เพื่อให้ทำง่าย ไม่งงค่ะ เนื้อเค้ก แป้ง
ยึดทำเลสยามสแควร์มานานกว่า 3 ทศวรรษ ครองใจลูกค้าในละแวกนี้ และผู้ที่ผ่านไปผ่านมา สำหรับขนมครกใบเตย หรือ ขนมครกสิงคโปร์ ที่ชื่อเสียงโด่งดังบอกปากต่อปาก ว่าเป็นขนมครกที่มีรูปร่างเป็นเอกลักษณ์ แป้งหนึบๆ สีเขียว หอมกลิ่นใบเตยชวนให้รับประทาน และไม่ว่าจะมีขนมสัญชาติต่างๆ ถาโถมเข้ามา ร้านขนมไทยแห่งนี้ก็ยังยืนหยัดขายได้มานานกว่า 30 ปี คุณวรรณทนีย์ มีศิลป์ หรือคุณป้าตุ๊กตา อายุ 59 ปี ทายาทรุ่น 2 เจ้าของร้านขนมครกใบเตย สยามสแควร์ เล่าว่า ย้อนกลับไป 30 ปีที่แล้ว คุณแม่มีอาชีพขายขนมครกใบเตย โดยท่านเดินหาบเร่ขายแถวสยาม ต่อมาเมื่ออายุมากขึ้น เปลี่ยนเป็นรถเข็น กระทั่งทางมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์มีการจัดระเบียบร้านค้าในสยามสแควร์ เห็นว่าคุณแม่ขายมานานเป็นคนเก่าแก่ในย่านนี้ เลยช่วยจัดสรรพื้นที่ให้ขายเป็นเรื่องเป็นราว เดิมทีร้านตั้งอยู่ ซอย 2 ต่อมาถูกย้ายไปซอย 4 กระทั่งปัจจุบันมี 2 สาขาอยู่ซอย 5 หน้าศูนย์หนังสือจุฬา และซอย 8 ข้างโรงแรมโนโวเทล คุณป้าตุ๊กตา บอกว่า ในสมัยก่อนคุณแม่จะใช้เตาถ่านย่างขนม แต่หลังจากขยับขึ้นมามีหน้าร้าน ธุรกิจมีการขยับขยายและเติบโตขึ้นเรื่อยๆ เลยเปลี่ยนมาใช้เตาแก๊ส แต่อย่างไรก็ตาม
เมนูอาหารทำง่าย ‘ผักโขมอบชีส’ เค็มนิดๆ ชีสเยิ้ม โรยเบคอน อร่อยลงตัว ในวันหยุด หากคุณมองหาเมนูง่ายๆ ที่ถูกใจสมาชิกในครอบครัว ผักโขมอบชีสจะเป็นหนึ่งในเมนูโปรดของคุณหนูด้วยรสชาติเค็มนิดๆ ชีสเยิ้มๆ โรยด้วยเบคอนกรอบ รับรองถูกใจทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ผักโขมอบชีส เป็นเมนูทำง่าย ของส่วนใหญ่มีอยู่แล้วในตู้ บางคนใช้ผักโขมแช่แข็ง ส่วนตัวจะใช้ผักโขมจากโครงการหลวง ที่รัชกาลที่ 9 ทรงก่อตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้ปลูกผักเมืองหนาวแทนการปลูกฝิ่น ผักสดมาใหม่ๆ ทุกวัน อุดมด้วยวิตามิน ราคาย่อมเยาค่ะ ส่วนผสม ผักโขม 1 ถุง กระเทียม 2 กลีบ หอมใหญ่หั่นเต๋า 1/3 หัว แฮม 1 ขีด เบคอน 1 ขีด เกลือ พริกไทย นม แป้งอเนกประสงค์ เนย มอซซาเรลล่าชีส เชดด้าชีส วิธีทำ การเตรียมผักโขม ล้างผักโขม สะเด็ดน้ำพักไว้ ต้มน้ำให้เดือดใส่เกลือเล็กน้อย นำผักโขมต้มในน้ำเดือด พอสุก นำผักโขมแช่ในน้ำเย็น ให้หยุดร้อน บีบผักโขมให้สะเด็ดน้ำ หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ พักไว้ การผัด ผสมนมกับแป้งอเนกประสงค์ให้ละลายเข้ากัน พักไว้ นำเนยใส่กระทะให้ละลาย ใส่ก
หมูทอดธรรมดาๆ ก็กลายเป็นอาชีพที่มั่นคงได้ ตัวอย่างมีให้เห็นไม่มาก ร้านหมูทอดเฮียวงศ์ ชื่อร้านง่ายๆ ตั้งตามชื่อคนขาย ถูกขนานนามว่าเป็นหมูทอดแมสเซนเจอร์ เพราะลูกค้าส่วนใหญ่เป็นหนุ่มแมสเซนเจอร์แทบจะทั้งหมด เปิดขายมาร่วม 10 ปี เฮียวงศ์ อายุ 40 ปี หนุ่มต่างจังหวัดเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ ตั้งแต่ยังหนุ่ม จนวันนี้กลายเป็นเจ้าของร้านหมูทอดสูตรเด็ดมื้อเที่ยงขวัญใจแมสเซนเจอร์ เฮียวงศ์ เล่าว่า ก่อนหน้านี้ทำอาชีพเซลส์ เป็นอาชีพที่ดีแต่ใช่ว่าเป็นเซลส์จะขายของได้ตลอดเวลา เงินเดือนน้อยต่างจากค่าครองชีพที่สูงลิ่ว อดถึงขนาดที่ต้องเดินวนชิมของตามห้างอิ่มท้องแล้วไปต่อ หรือไม่ก็ซื้ออาหารลดราคาในห้างราคา 10 บาท ซื้อข้าวสวยจากข้างทางประทังชีวิต “คิดว่าออกมาหาอะไรทำดีกว่า ที่พอจะเป็นอาชีพให้กับเราได้ ตอนนั้นคิดแค่นี้ ลองทำดูจะยังไงก็ช่าง เลือกขายอาหารเพราะยังไงขายอาหารไม่มีทางอดตายอยู่แล้ว” เฮียวงศ์ เล่าต่อ เมื่อคิดได้ หยิบยืมเงินจากเพื่อนมาเปิดร้านขายหมูเล็กๆ เป็นห้องสังกะสีให้เช่า 2 ห้อง จ่ายค่าเช่าเป็นรายเดือน เดือนละประมาณ 5,000 บาท ห้องแรกเอาไว้ทอดหมู รับออร์เดอร์ ส่วนอีกห้อง มีเก้าอี้ 1 ตัวให้นั่งกินกันแบ
คนกรุงเทพฯ ที่เป็นสาวกอาหารเหนือมาทางนี้ เพราะคนเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย นำสารพัดเมนูและวัตถุดิบที่ใช้ปรุงอาหารเหนือรสชาติเหนือออริจินอลแท้ๆ มาเสิร์ฟคนกรุงในราคาประหยัด ที่ร้าน “ม่วนใจ๋ ”ร้านอาหารเหนือบรรยากาศสบาย เจ้าของร้านต้อนรับด้วยตัวเอง ตั้งอยู่ถนนนครชัยศรี เขตดุสิต เมนูที่ต้องห้ามพลาด ไส้อั่ว ยำยอดใบชา แกงฮังเล น้ำพริกหนุ่ม ลาบคั่ว ตำขนุน ขนมจีนน้ำเงี๊ยว คุณวิภาพร นดูก้า หรือคุณต่าย สาวเชียงรายวัย 40 ปี เท้าความว่า ก่อนจะเปิดร้านอาหารทำธุรกิจส่งออกรองเท้า เฉลี่ยเดือนละ 60,000 คู่ กระทั่งปี 2557 ยอดขายรองเท้าลดลงเหลือเพียง 10,000 คู่/เดือน เลยอยากหารายได้เสริม ประกอบกับโดยส่วนตัวชอบทำอาหารมาตั้งแต่เด็กๆ เลยใช้โอกาสนี้เดินตามฝัน เปิดร้านอาหารเหนือที่คุ้นเคยเป็นรายได้เสริม ถามว่าทำไมต้องเป็นอาหารหนือ หญิงสาว บอกว่า เป็นคนเชียงราย ที่บ้านมีสูตรการทำอาหารเหนือ อีกทั้งทำทานกันในครอบครัวอยู่บ่อยๆ เลยใช้ต้นทุนทางความรู้และ ความชอบที่มีอยู่เปิดร้านใช้ชื่อว่า “ม่วนใจ๋” ตั้งใจให้เป็นรสชาติดั้งเดิม “ดิฉันใช้เวลาตัดสินใจกว่าจะเปิดร้าน 1 ปี ลงทุนประมาณ 5 แสนบาท เลือกทำเลในเมืองชั้นใน แถวเ
ร้าน Cake Pound หนึ่งร้านเบเกอรี่ที่ใช้ช่องทางออนไลน์ เป็นสื่อในการขาย โดยคุณแม่คนเก่ง คุณปอน-อำพร จันทร์ปาน อายุ 38 ปี ก่อนหน้านี้แม่ปอนทำงานเป็นพนักงานของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดนครศรีธรรมราช หลังมีลูกคนที่สาม จึงลาออกมาเลี้ยงลูกแบบเต็มตัว แม้จะเป็นคุณแม่เลี้ยงลูกอยู่บ้าน แต่แม่ปอนไม่ได้นิ่งนอนใจ ยังคงนำความชอบมายึดเป็นอาชีพสร้างรายได้ ด้วยการทำเบเกอรี่ขาย ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวรวมทั้งทำส่งร้านกาแฟในจังหวัดมาร่วม 1 ปีแล้ว “ทำแรกๆ ยังไม่มีเตาอบ เลยทำแบบนึ่งกับเตาแก๊ส ช่วงหลังมีอุปกรณ์ครบ ก็เริ่มทำเต็มตัว ลงเรียนคอร์สออนไลน์ เข้ากลุ่มทำเค้ก เพื่อไว้อัพเดตสูตร และรูปแบบเค้กต่างๆ เป็นประจำ” มีเบเกอรี่เด่นๆ หลายอย่าง ตอนนี้คือคุกกี้ไส้สับปะรด ดีไซน์การ์ตูนน่ารัก เช่น ซุปเปอร์ฮีโร่ เจ้าหญิงดิสนีย์ ตามด้วยเค้กส้มที่เป็นลูกส้ม พร้อมด้วยบราวนี่นูเทลล่า ก็ขายดีไม่แพ้กัน ราคาขาย คุกกี้สับปะรด กล่องละ 169 บาท 12 ชิ้น เค้ก เฉลี่ยปอนด์ละ 250-300 บาท แล้วแต่รูปแบบและความยาก บราวนี่ ขายเป็นถาด ตัดได้ 25 ชิ้น ถาดละ 550 บาท หลายคนสงสัยว่าแบ่งเวลาอย่างไร เพราะเห็นเบเกอรี่มีหลายรายการ แม่ปอน
ถ้ามีใครถามว่า ตัวผมเองมีสูตรสำรับอะไรที่คิดขึ้นมาใหม่ๆ แปลกๆ แตกต่างจากที่เคยมีในตำรากับข้าวไทยสูตรมาตรฐานบ้างไหม ก็เห็นทีจะต้องตอบว่า คือ “ผัดส้มกุ้ง” นี่เองแหละครับ เอาง่ายๆ ก็คือมันเป็นแกงส้ม ที่ผมลองทำด้วยขั้นตอนของผัดเผ็ดเท่านั้นเอง คงพอนึกออกนะครับ คือเราแค่เอาพริกแกงส้มแบบภาคกลางลงผัดในน้ำมันร้อนๆ แล้วใส่เนื้อ ปลา กุ้ง ผัก อะไรที่อยากใส่ ปรุงรสเปรี้ยว เค็ม หวาน แบบเราปรุงแกงส้มนั่นแหละ ชั่วแต่ว่านี่มันเป็นแกงส้มที่ผัดในน้ำมันข้นๆ รสชาติจัดจ้านกว่าที่แกงในหม้อน้ำมากๆ เท่านั้น ไม่รู้ว่ามีใครเคยทำแบบนี้ไหม แต่ผมพบว่ามันอร่อยดีทีเดียว และเช่นเดียวกับเวลาเราแกงส้มนะครับ คือ “ส้ม” ที่จะใช้ ก็แล้วแต่เราหามาได้ มีตั้งแต่น้ำมะขามเปียก ตะลิงปลิง มะดัน มะยม มะนาว ใบมะขามอ่อน ใบชะมวง ฯลฯ พริกแกงส้มแบบภาคกลางมีแค่พริกแห้งเม็ดใหญ่ หอมแดง เกลือ กะปิ เราตำให้เข้ากันจนละเอียด ถ้าแกงกับปลา ก็อาจเพิ่มรากกระชายได้อีกหน่อย ที่จริงเราใช้ตามชอบได้เลยครับ จะเป็นพริกแกงแบบภาคกลางสีแดงๆ อย่างที่บอกมานี้ หรือจะผสมพริกแกงภาคใต้ ที่เรียกว่า “แกงเหลือง” บ้างสักหน่อยก็ได้ ส้มแขก วันนี้ ส้มที่ผมหาได้คือ “ส้มแ
