แจกสูตรอาหาร และเครื่องดื่ม
เมนูไก่ฝรั่งแซ่บหลายเด้อ นี้เป็นเมนูอร่อยแบบง่ายๆ รับประทานเป็นอาหารว่างอร่อยดีค่ะ ใช้เวลาปรุงไม่นาน ความอร่อยของเมนูนี้ อยู่ที่ความกรอบนิดๆ ของไก่ที่เราแตะๆ กับแป้งกรอบ ไม่ได้ชุบกับแป้งกรอบผสมน้ำที่อาจจะทำให้ซอสไม่เข้าเนื้อเท่าที่ควร หอมกลิ่นควันไม้จากซอสบาร์บีคิวกลิ่นรมควัน มีรสเผ็ดเล็กน้อยจากซอสพริก หอมและกรุบนิดๆ จากข้าวคั่ว ปรุงด้วยหอมแดงซอย ใบสะระแหน่ และผักใบเลื่อยคล้ายๆ เครื่องปรุงลาบ ตอนแรกคิดอยู่ว่า จะทำอย่างไรไม่ให้เลี่ยน จะใส่รสเผ็ดจากอะไรดี จะใช้ซอสพริกของฝรั่ง ก็จะไม่ค่อยคุ้นลิ้นและอาจไม่ค่อยเข้ากับข้าวคั่ว จะใส่พริกป่นก็กลัวจะเผ็ดแหลมไปไม่เข้ากับซอสบาร์บีคิว คิดว่าลองดูซอสศรีราชา น่าจะกลางที่สุดและเข้ากันที่สุด คิดถูกมากค่ะ เข้ากันได้ดีทีเดียวค่ะ ส่วนผสม ปีกไก่ (ชอบท่อนกลาง) พริกไทยป่น เกลือ แป้งทอดกรอบ น้ำมันพืช ซอสบาร์บีคิวกลิ่นรมควัน ซอสพริก ข้าวคั่ว หอมแดงซอย ผักใบเลื่อย วิธีทำ ล้างไก่ให้สะอาด ปีกไก่คลุกเกลือ พริกไทยป่นเล็กน้อยให้เข้ากัน คลุกแป้งกรอบแบบแห้งๆ ให้ทั่ว ตั้งกระทะใส่น้ำมันเยอะเกือบท่วมไก่ ให้น้ำมันร้อน นำไก่ลงไปทอดให้สุก เหลือง พักไก่ให้สะเด็ดน้ำ
โลกนี้ไม่เคยมีความพอดี มีร้านอาหารมากมายหลายแห่งเปิดขายอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน บริการลูกค้าดีเยี่ยมจนแทบจะป้อนข้าวให้ แต่กลับไม่ค่อยมีคนมาอุดหนุน เทียบกับร้านอีกประเภท เปิดบ้าง ไม่เปิดบ้าง บางร้านไม่ง้อลูกค้า (อย่างเช่น เฉาก๊วยมุกดา ในวัดพระธาตุหริภุญชัย จังหวัดลำพูน) กลับมีผู้คนมายืนออรอคิวจนแทบจะขี่คอกันเลยทีเดียว เป็นเพราะอะไรนั้นหรือ คำตอบมีหนึ่งเดียว ก็เพราะอาหารของร้านนั้นอร่อยสุดยอดนะสิจ๊ะ คราวนี้สุดแสนดีใจ มีร้านข้าวหมกไก่อิสลาม อาศัยขายเป็นเพิงริมทาง มาแนะนำ ติดป้ายตรงรั้วสังกะสีข้างร้านว่า ร้านอาหารมุสลิม ใครได้ชิมร้านนี้ถือว่ามีบุญมาก อยากรู้ใช่ไหมว่าทำไม เชิญอ่านต่อได้เลยจ้ะ นับเป็นความโชคดียิ่งกว่าถูกหวยเสียอีก ที่ปิ่นโตเถาเล็กไปครั้งแรกก็ได้ชิมเลย เพราะวันนั้นร้านเปิดพอดี อ่านมาถึงตรงนี้แฟนๆ คงแปลกใจว่า ปิ่นโตเถาเล็กเขียนอะไรกันนี่ ร้านเปิดก็ต้องได้ชิมสิ ขอบอกว่าเอกลักษณ์ของร้านข้าวหมกไก่เจ้านี้คือ เปิดขายไม่แน่นอน บางครั้งขายติดต่อกันหลายวัน เสร็จแล้วก็หยุดขายไปเป็นอาทิตย์ บางครั้งก็หยุดนานเป็นเดือนก็มี ขาประจำที่มาที่ร้านต่างบอกกันเป็นเสียงเดียวเลย ร้านข้าวหมกไก่อิสลามนี้
ชาวอินโดนีเซียนั้นใช้ซีอิ๊วเป็นเครื่องปรุงรสหลักในอาหารเลยทีเดียว โดยมีทั้งซีอิ๊วขาว และซีอิ๊วดำรสหวานเรียกว่า “เกอจั๊บ มานิส” (Kecap Manis) ทั้งใช้จิ้ม ใช้ปรุงรส ใช้หมักกับอาหารต่างๆ เช่น หมักปลาแล้วนำไปย่างที่เรียกว่า “อิกัน บาการ์” (Ikan bakar) ซึ่งเคยเขียนถึงไปแล้ว เวลาใส่ซีอิ๊วหวานในอาหาร ใส่ทีก็ไม่ใช่ใส่น้อยๆ แต่จะใส่จนอาหารนั้นมีสีน้ำตาลเข้ม วันนี้ลองมาทำเมนูซีอิ๊วหวานแบบง่ายๆ และถูกปากชาวเรากันดีกว่าค่ะ นั่นคือ ไก่ผัดซีอิ๊วหวาน ที่มีชื่อเรียกว่า “อะยัม เกอจั๊บ” (Ayam Kecap) หรือ อะยัม มาสัก กิจั๊บ (Ayam masak kicap) ก่อนอื่นนำไก่ส่วนที่ชอบ จะเป็นปีก น่อง หรือส่วนอื่นๆ ก็ได้ ถ้าเป็นส่วนที่ชิ้นใหญ่ก็สับเสียหน่อย นำไปหมักกับขิงสับ กระเทียมสับ เกลือ และพริกไทย ทิ้งไว้ในตู้เย็น ระหว่างนี้จะไปทำอะไร เล่นเฟซ เล่นไลน์เพลินๆ ไปก่อนก็ตามสะดวก เมื่อกะว่าเครื่องหมักเข้าเนื้อดีแล้วก็ตั้งกระทะใส่น้ำมันมากหน่อย รอจนร้อนก็ใส่ไก่ลงไปทอดให้ผิวนอกสุกเหลืองสวยงามก็ตักขึ้นมาพักไว้ เทน้ำมันออกให้เหลือติดกระทะนิดหน่อย ใส่เนยลงไปผสม ตามด้วยกระเทียมสับ หอมแดงสับ และหอมใหญ่ซอย ผัดจนสุกใสจะได้กลิ่นหอมโชย
ใครไปเที่ยวหัวเมืองปักษ์ใต้สักสองสามวัน เป็นต้องได้กินใบเหมียงผัดไข่แน่ๆ ครับ ถ้าอยู่หลายวันขึ้นไปอีก ก็อาจได้กินต้มกะทิ หรือไม่ก็แกงเลียงใบเหมียง เพราะอันว่า ใบเหมียง (Gnetum gnemon) หรือใบเหลียงก็เรียกนี้ เป็นผักยอดนิยมของคนใต้อีกชนิดหนึ่ง คือที่จริงต้นเหมียงก็ขึ้นอยู่ทั่วไปทุกภาคที่มีเขตป่าชุ่มชื้นนะครับ แต่คนใต้ดูจะเอามากินมากที่สุด จนแทบนึกไปว่ามีแต่เฉพาะพื้นที่ภาคใต้เอาเลย ถ้าใครเกิดติดอกติดใจรสชาติฝาดมัน กรอบ เคี้ยวสนุกของใบเหมียง ทั้งที่กินสดเป็นผักน้ำพริก หรือใส่ผัดใส่ต้ม ก็ซื้อต้นอ่อนที่มีขายตามริมทางเป็นระยะๆ ตั้งแต่แถบชุมพรลงไปมาปลูกได้ ลงไว้ตรงมุมไหนของบ้านที่ชื้นๆ หน่อย ไม่นานนักก็เด็ดยอดมากินได้อย่างอร่อย ไม่ต้องกลัวว่าจะเสี่ยงกับสารพิษตกค้างในผัก แบบผักตลาดทั่วไป และผมควรต้องบอกด้วยครับว่า ผลการตรวจสารพิษตกค้างในผักผลไม้ ของ Thai-PAN (เครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช) ในปี พ.ศ.2560 พบว่าตัวอย่างใบเหมียงที่สุ่มตรวจไม่พบสารพิษตกค้างเลย ดังนั้น ถึงจะไม่ได้ปลูกกินเอง มันก็นับเป็นผักพื้นบ้านที่ซื้อกินได้สะดวกปาก สบายใจที่สุดอย่างหนึ่งในเวลานี้เลยแหละครับ ร้านรวงใ
ผมได้ “พริกมัน” มาจากงานเทศกาลข้าวใหม่ปลามัน ที่วัดลานตากฟ้า จังหวัดนครปฐม มาถุงหนึ่ง นับว่าเป็นของดีที่ไม่ค่อยได้พบเจอมานาน พริกชี้ฟ้าพันธุ์บางช้างของชาวสวนแถบ อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม หรือที่ภาษาตลาดเรียกพริกมันนี้ สมัยผมเด็กๆ เมื่อ 40-50 ปีก่อนก็มีให้ซื้อกินกันเป็นปกตินะครับ เม็ดไม่ใหญ่นัก สีเขียวขณะดิบนั้นเป็นเขียวแก่จัด ผิวมันปลาบ เมื่อสุกก็แดงเข้ม เนื้อแน่นกรอบ เรากินโดยย่างไฟเตาถ่านจนสุก ลอกเปลือกที่ไหม้ดำออก ราดน้ำปลาเล็กน้อย ก็กินได้อิ่มหนึ่งมื้อ ถ้าบอกว่ากินแบบนี้ง่ายไป ก็มีสูตรที่เอาไปหั่น ใส่ผัดพริก ผัดใบกะเพรา ใส่แกงป่า คือใช้เหมือนพริกชี้ฟ้าทั่วไปนั่นแหละครับ ความเด่นของมันคือ มีเนื้อพริกที่อร่อย หอม ไม่เผ็ดมากจนเกินไป ในหนังสือ แม่ครัวหัวป่าก์ (พ.ศ.2452) ของท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงศ์ มีพูดไว้ว่า “..พริกที่ (พระพันพรรษา อัครมเหสีในรัชกาลที่ 2) จะตำน้ำพริกนั้นใช้พริกสวนนอก ทรงหักดมดูทุกเม็ด เมล็ดไหนต่อมกลิ่นหอมจึงจะทรงใช้” ผมคิดว่าท่านผู้หญิงเปลี่ยนน่าจะหมายถึงพริกมัน “บางช้างสวนนอก” ชนิดนี้แหละครับ เราๆ อาจไม่คุ้นเคยกับการใช้พริกชี้ฟ้าเป็นตัวนำรสเผ็ดในกับข้าวไทย ด้วยว่าเร
แม่บ้านชอบกินสเต๊ก ปิ๊งไอเดียคิดสูตรเองเปิดร้านขาย ลงทุนเกือบแสน วันแรกขายได้ 1,200 บาท อาศัยหัดสังเกตพฤติกรรมลูกค้าจากเศษอาหารที่เหลือในจาน จำได้หมดว่าลูกค้าคนไหนชอบทานอะไร หรือ ไม่ชอบทานอะไร เรียกว่าพัฒนาธุรกิจไม่หยุด กิจการดี ทะยานขึ้นเรื่อยๆ ยอดขายขยับเป็นวันละ 7,000 บาท ใช้เวลา 7 ปี ขายแฟรนไชส์ได้ 120 สาขา คุณชัญญปัญ ศรีโสภา หรือคุณอุ๊ เล่าว่า เป็นแม่บ้านที่ชอบทานสเต๊ก บ่อยครั้งมักจะโชว์ฝีมือทำเมนูนี้ทานกันบ่อยๆ ในครอบครัว แต่กว่าสูตรจะคงที่ใช้เวลาพัฒนาเกือบปี หลังจากทุกคนประจักษ์แล้วว่ารสชาติสเต๊กคุณอุ๊นั้น “อร่อย” หญิงสาว เผยว่า เกิดความคิดอยากลองเปิดร้านขาย ในปี 2554 เปิดร้านตั้งชื่อว่า “โชกุนสเต๊ก” โดยลงทุนเกือบ 1 แสนบาท ร้านแรกตั้งอยู่ใกล้บิ๊กซีคลองสาม เครื่องมืออุปกรณ์ครบครัน “อุ๊ลงทุนเกือบแสน เปิดร้านวันแรก ขายได้เพียง 1,200 บาท อาศัยไม่ย่อท้อ พัฒนาทักษะและฝีมือเรื่อยมา วันที่สองขายได้เพียง 700 บาท เลยมานั่งวิเคราะห์ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร ด้วยการเก็บจานอาหารของลูกค้าที่ทานเสร็จ หยิบดูทีละจานว่ามีอะไรเหลือบ้าง หากจานไหนผักเหลือเยอะ แสดงว่าให้ผักมากเกินไป หรือบางจานมีมันเหลื
ปลื้ม! สองผัวเมียขาย “ถังทอง-เบื้องกรอบ” เดือนละ 6-7 หมื่น ส่งลูกเรียน-ใช้หนี้ ธ.ก.ส. สามีเผยเบื่อชีวิตลูกจ้างเมืองนอกกว่า 10 ปี ขอกลับบ้านอยู่กับครอบครัวลูกสาวรู้งานปิดเทอมช่วยพ่อแม่ค้าขายส่งน้องเรียน เมื่อวันที่ 5 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้มีสองสามีภรรยาคนขยันสู้ชีวิตทำขนมถังทองและเบื้องกรอบขายหน้าตลาดสดสบบง อ.ภูซาง จ.พะเยา ทุกวัน เพื่อหารายได้ส่งลูกสาวกำลังเรียนมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ชั้นปีที่ 1 ลูกชายวัย 12 ปี เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และเลี้ยงดูแลแม่วัย 62 ปี รวมทั้งนำรายได้จากการขายขนมถังทองและเบื้องกรอบส่วนหนึ่งออมเพื่อชำระหนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) โดยเฉลี่ยมีรายได้จากการขายขนมทั้งสองชนิดวันละ 2,000-2,500 บาท นายศรชาย กองมงคล อายุ 40 ปี จ.พะเยา กล่าวว่า ตนเองเป็นลูกชาวนาพ่อเสียชีวิตตั้งแต่เด็กอยู่กับแม่และน้องชาย จนกระทั่งแต่งงานมีครอบครัว พบว่าภาระที่ต้องรับผิดชอบมีมากขึ้น 10 ปี ที่ผ่านมาจึงได้ดิ้นรนไปทำงานรับจ้างที่เมืองนอก โดยไปเป็นลูกจ้างในโรงงานที่ไต้หวัน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น สุดท้ายเมื่อกลางปีที่ผ่านมาตนเบื่อชีวิตการเป็นลูกจ้างที่เมืองนอกและ
โวยวายผัดสับปะรด เขาหลัก จังหวัดพังงา คือแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมฝั่งอันดามัน ที่ชาวต่างชาติหนีแสงสีความเจริญมาพักผ่อนอย่างสงบสุขกันยาวนานเป็นสัปดาห์ บ้างก็อยู่เป็นเดือนเลย พักหลังนี้ไม่เพียงแต่ฝรั่งมังค่าที่ชื่นชอบในเขาหลัก บรรดาพวกเราพี่ไทยก็ตามกระแสมาเที่ยวกันเพียบเช่นกัน ช่วงนี้มีรีสอร์ตใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย แถมราคาก็มีให้เลือกหลากหลายอีกด้วย เดือนก่อน ปิ่นโตเถาเล็กมีภารกิจไปชิมของอร่อยที่พังงานับ 10 ร้าน เลยเลือกมาพักผ่อนในรีสอร์ตเปิดใหม่ มีสระน้ำยาวเหยียดนับ 100 เมตร ชื่อว่า “ลา เวล่า เขาหลัก (La Vela)” ขอบอกว่าถ้าใครมาพักที่นี่ต้องตื่นมากินอาหารเช้าให้จงได้ เพราะที่ลา เวล่า มีขนมปังอบใหม่ร้อนๆ ทั้งก้อนเล็กก้อนใหญ่ให้เลือกชิมมากมาย ล้วนแล้วแต่อร่อยทั้งสิ้น (อย่าลืมชิมขนมปังบริยอชก้อนโต อีกทั้งขนมปังบาแก็ตต์) ทั้งผมทั้งชาวต่างชาติต่างเวียนมาหั่นมาบิขนมปังเพิ่มอีกถึง 4-5 ครั้งทีเดียว และถ้าแฟนๆ มาเที่ยวเขาหลัก ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีอาหารปักษ์ใต้พื้นบ้านรสจัดจ้านให้กิน เพราะมีร้านดีซึ่งผมตกหลุมรักเพียงคำแรกที่ได้ลิ้มลอง ขอเชียร์เต็มที่ให้มาลองชิม ร้านนี้มีชื่อว่า “หลวง
ผักบุ้ง – ศุภลักษณ์ สุขมล สาวสถาปัตย์ วัย 28 ปี หลงรักการทำขนม บินลัดฟ้าหอบเมนูและวัตถุดิบการทำขนมปังฮังการีหรือขนมปังปล่องไฟ เข้ามาโชว์ฝีมือเปิดร้านขายที่เมืองไทย สร้างความแปลกใหม่ด้วยการอบไปขายไป ไอเดียดีเพิ่มท็อปปิ้งหลากหลาย อาศัยตระเวนขายตามตลาดวัยรุ่น ล่าสุดไม่หวงสูตรเปิดคอร์สสอนแก่ผู้ที่สนใจอยากมีอาชีพ ผักบุ้ง เล่าว่า หลังจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยศรีปทุม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สวมบทบาทเป็นฟรีแลนซ์ รับงานเขียนภาพ 3 มิติ ประกอบกับเปิดร้านขนมปังฮังการี I AM Chimney ตระเวนขายตามตลาดวัยรุ่น ART BOX และอีเว้นต์ตามต่างจังหวัด มัดใจลูกค้าด้วยสูตรดั้งเดิมและนำวัตถุดิบเข้ามาจากประเทศฮังการี ก่อนที่หญิงสาวจะเปิดร้านขายขนม เธอบอกว่า ไปเรียนการทำขนมและอาหารนานาชาติ 1 ปี จนกระทั่งแน่ใจแล้วว่า อยากเปิดร้านจริงๆ และมั่นใจในฝีมือ ประกอบกับเมนู “ขนมปังฮังการี” ในตลาดยังไม่ค่อยมีใครทำจำหน่าย เลยเลือกที่จะนำเสนอเมนูนี้ “ดิฉันใฝ่ฝันอยากทำธุรกิจอาหาร เพราะอาหารคือปัจจัย 4 ในการดำรงชีวิต แต่ต้องเป็นเมนูที่สร้างสรรค์และแปลกใหม่ สาเหตุที่เลือกขนมปังฮังการี เพราะในไทยยังไม่ค่อยมีใครทำ และคนไทยยัง
นักธุรกิจชาวฝรั่งเศสมองเห็นโอกาสทำธุรกิจเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ในไทย ปิ๊งไอเดียเปิดร้านอาหาร “ลูน่า เลาจน์” ค็อกเทล บาร์ เสิร์ฟความสนุกความเป็นกันเอง ตั้งอยู่ใจกลางเมืองกรุงเทพฯ สถานที่พักผ่อนยามค่ำคืน ในบรรยากาศแสงจันทร์อันสว่างไสว ดื่มด่ำไปกับคอกเทล และเครื่องดื่มสูตรพิเศษจาก Mixologist ระดับโลก พร้อมอาหารนานาชนิด มร.เคลมอง จาควัล (Clement Jacquel) ผู้บริหารหนุ่มชาวฝรั่งเศส ที่มีประสบการณ์ในการบริหารและจัดการร้านอาหาร ในวงการร้านอาหารทั่วโลกมานานกว่า 17 ปี หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง “ลูน่า เลาจน์” กล่าวว่า ธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศไทยยังคงเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น และธุรกิจร้านอาหารก็โตขึ้นทุกๆ ปี มีผู้เล่นหน้าใหม่กระโดดเข้ามาในตลาดนี้ ไม่น้อยลงเลย ฉะนั้นนับเป็นโอกาสที่ดี ที่จะเปิดร้านอาหารในลักษณะค็อกเทล บาร์ตั้งใจให้เป็นสถานที่พักผ่อนในยามค่ำคืน ภายใต้งบลงทุนเกือบ 10 ล้านบาท สำหรับคอนเซปท์ของร้าน มร.เคลมอง จาควัล เผยว่า ลูน่า เลาจน์ ออกแบบด้วยโทนสีเหลืองทองของพระจันทร์ เพดานเน้นสีขาว เพิ่มความสวยงาม ด้วยมิติที่ต่างกันของศิลปะผ้าสีขาว ผสานกับเหล็กที
