แจกสูตรอาหาร และเครื่องดื่ม
แนวตะเข็บชายแดนไทย-พม่าตั้งแต่ทางเหนือไล่ลงมาทางด้านตะวันตกตามแนวเทือกเขาตะนาวศรีและลุ่มน้ำสาละวิน มีกลุ่มชาติพันธุ์ที่เด่นชัดมากที่สุดคือ กะเหรี่ยงหรือยาง ซึ่งส่วนมากเป็นกลุ่มปกากะญอหรือ กะเหรี่ยงสะกอ นอกจากนี้ยังมีกลุ่ม กะเหรี่ยงโป กะเหรี่ยงบเว และปะโอ หรือตองสู ความเชื่อดั้งเดิมของพวกเขาคือนับถือผี ต่อมาก็นับถือศาสนาพุทธ และคริสต์ ซึ่งศาสนาคริสต์ได้แพร่หลายเป็นอย่างมากในหมู่ปกากะญอ ชาวกะเหรี่ยงเหล่านี้ส่วนหนึ่งอยู่ในดินแดนประเทศไทยมาก่อน อีกส่วนหนึ่งหนีสงครามจากพม่ามาตั้งถิ่นฐานในเขตแดนประเทศไทย อยู่อาศัยมานานนมดำรงชีพด้วยการทำไร่หมุนเวียน วิธีการดำรงชีพของชาวกะเหรี่ยงที่ต้องอาศัยป่าจึงรู้จักที่จะอยู่กับป่าและธรรมชาติของป่า ฉันเคยเข้าป่ากินนอนในหมู่บ้านกะเหรี่ยงอยู่หลายวัน พบว่าอาหารแบบกะเหรี่ยงคือ อาหารป่าที่หาได้ในท้องถิ่น ไม่ยุ่งยากซับซ้อน ในแต่ละมื้อจะหนีไม่พ้นน้ำพริก ผักจิ้ม และอื่นๆ ตามที่หามาได้ มีน้ำแกงไว้ซดน้ำสักถ้วย เมนูกะเหรี่ยงวันนี้ก็เป็นอาหารง่ายๆ ดังที่ว่าไปแล้วเป็นต้มส้มกุ้งแห้งใบส้มป่อยที่ภาษากะเหรี่ยงเรียกว่า “ตะด่อโพจือที” ฉันพบว่าอาหารของชาวพม่ามักนิยมผักรสเปร
หากผ่านไปที่ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี และอยากลิ้มลองอาหารไทย-อีสานรสชาติแซ่บ จัดจ้าน สะอาด ราคาย่อมเยา บรรยากาศสบายๆ อบอุ่นเหมือนนั่งกินข้าวอยู่ในบ้านตัวเอง ต้องมาที่ร้าน “ครัวต้มแซ่บ @สวนผึ้ง” ตั้งอยู่ริมถนนราชบุรี-ผาปก เลขที่ 237 ม.1 ต.สวนผึ้ง อ.สวนผึ้ง สังเกตง่ายๆ จากตัวเมืองราชบุรีเข้าเขต อ.สวนผึ้ง ข้ามสะพานแม่น้ำภาชี ก่อนถึงที่ว่าการอำเภอสวนผึ้งเพียง 500 เมตร ร้านอยู่ด้านขวามือ มีรูปปั้นพริกสีแดงเม็ดใหญ่อยู่หน้าร้าน นางณัทภร บุตรพริ้ง หรือ ตุ่ม เจ้าของร้าน วัย 46 ปี เล่าให้ฟังว่า บ้านเดิมอยู่ จ.นครสวรรค์ เมื่อ 6-7 ปีก่อนได้มาเที่ยวบ้านญาติที่ อ.สวนผึ้ง ก็ติดใจหลงใหลในบรรยากาศที่ได้รับการขนานนามว่า “ราชินีแห่งภาคตะวันตก” ประกอบกับตอนนั้นว่างงานอยู่ น้องสาวจึงชักชวนให้มาเปิดร้านอาหาร เพราะเห็นว่าตนพอมีฝีมือการทำอาหารแนวไทยอีสานอยู่ ตอนแรกชวน นายสุทธิพงษ์ บุตรพริ้ง อายุ 48 ปี สามีที่มีฝีมือทำอาหารมาเปิดร้านขายส้มตำเล็กๆ ก่อน พอเริ่มมีลูกค้าเยอะขึ้น เลยขยายร้านจาก 4 โต๊ะ เป็น 16 โต๊ะในปัจจุบัน ลูกค้ามีทุกระดับ ส่วนใหญ่ติดใจในรสชาติอาหาร ที่สำคัญปริมาณกับราคาทำเอาลูกค้าตกใจในความถูกไปแล้วไม
สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคนนะคะ เผลอนิดเดียว ถึงเดือนเมษายน หน้าร้อนกันอีกแล้วนะคะ เพื่อนๆ หลายคนมีใครตั้งเป้า ควบคุมน้ำหนัก รักษาหุ่นและสุขภาพ ตอนช่วงปีใหม่แบบวินบ้าง? ว่าปีนี้จะลดน้ำหนักให้ได้ตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้เท่าไร หรือจะลดไซซ์กางเกงลง 2 เบอร์ ก่อนสิ้นปีให้ได้ เอาเป็นว่าใครตั้งเป้าอะไรไว้ ปีนี้ขอได้หุ่นแซ่บ ขอให้สุขภาพดีกันทุกคนนะคะ เมนูที่นำมาเสนอคราวนี้ เป็นข้าวผัดกุ้งแบบไร้แป้ง คือไม่ใช้แป้งจากข้าวค่ะ เพราะเราจะเปลี่ยนข้าวเป็นดอกกะหล่ำขาวแทน!!! ใช่แล้วค่ะ ข้าวผัด แต่เป็นดอกกะหล่ำผัด หน้าตาเหมือนข้าวผัดเมนูโปรดเป๊ะ แต่ไม่กลัวอ้วนแน่นอน สืบเนื่องมาจากว่า ช่วงนี้เจอข้อมูลการบอกเล่า และแชร์เกี่ยวกับไอ้เจ้าสรรพคุณ และสารอาหารต่างๆจากดอกกะหล่ำแล้ว อยากจะนำมาบอกต่อให้เพื่อนๆได้ทราบเหลือเกินค่ะ ว่าผักชนิดนี้ ไม่ธรรมดาจริงๆ ดอกกะหล่ำ มีคุณค่าสารอาหารหลากหลายชนิด มีโพแทสเซียมสูง ช่วยเสริมสร้างการทำงานที่ดีของหัวใจและรักษาความดันเลือด เส้นใยอาหาร และวิตามินซีที่สูงมาก ช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟันได้อย่างดี มีเอนไซม์ที่มีชื่อว่า ซัลโฟราเฟน Sulforaphane ที่เป็นเอนไซม์หลักที่สามารถไปลดการผลิตเอนไซม
เรื่องโดย หิรัญยวัต อทิวัฒน์เดชากร / หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ใครผ่านไปทาง อ.วิเศษชัยชาญ จากอ่างทองวิ่งเข้าตัวเมืองวิเศษชัยชาญ เลยวัดม่วงถึงสี่แยกไฟแดงประปาวิเศษชัยชาญ เลยไปประมาณ 500 เมตร สังเกตทางซ้ายมือจะเห็นป้าย “ร้านค้าประชารัฐ” ตั้งอยู่ริมคลอง บ้านคลองขุน หมู่ 5 ต.ไผ่จำศีล อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง เปิดจำหน่ายข้าวราดแกงรสอร่อย แต่ราคาถูกเพียงจานละ 10 บาท นอกจากนี้ ยังมีสารพัดอาหาร อาทิ ผัดไทย ส้มตำ ลาบ น้ำตก ไก่ทอด ข้าวเหนียว รวมทั้งยังจำหน่ายผลิตภัณฑ์โอท็อป และสินค้าเกษตรราคาย่อมเยา และยังได้เรียนรู้แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ใน จ.อ่างทอง ที่ปิดป้ายไว้โดยรอบร้านค้า พล.ต.สุทัศน์ อยู่นาน อดีตนักบินทหารบกจังหวัดลพบุรี ในวัย 75 ปี เจ้าของร้านเล่าให้ฟังว่า หลังจากเกษียณราชการมากว่า 15 ปี ได้ช่วยงานของทางราชการอยู่เป็นประจำ โดยเป็นประธานอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดอ่างทอง และประธานกองทุนหมู่บ้านคลองขุน ล่าสุด หลังจากทางรัฐบาลได้จัดโครงการเพิ่มความเข้มแข็งของเศรษฐกิจรากหญ้าตามแนวทางประชารัฐ พร้อมให้เงินช่วยเหลือกองทุนหมู่บ้าน หมู่บ้านละ 5 แสนบาท จึงร่วมกับชาวบ้านที่เป็นสมาชิกรวม 198 คน เปิดร้
น่าลุ้น! ร้านส้มตำทำยาก แต่กำไรเท่าตัว “ถ้ารสชาติดี…ไม่ต้องกลัวว่าจะขายไม่ได้” “ตำหลาย” เป็นชื่อของร้านอาหารอีสาน อายุกิจการกว่าสิบ ปี ทุกวันนี้มีสาขาหลักบริการลูกค้าอยู่ที่โครงการปิ่นทองพลาซ่า ติดกับศูนย์การค้าเมเจอร์ ปิ่นเกล้า และยังมีแฟรนไชส์ขยายไปแล้วหลายสาขา ทั้งแบบสแตนด์อะโลนและรถโมบาย มี คุณเอ๋-ณัฐรดา บุญชุ่ม สาวหน้าใส บุคลิกดี วัยสี่สิบเศษ เป็นเจ้าของ เริ่มต้นให้ฟัง พื้นเพเป็นคนกรุงเทพฯ จบปริญญาตรี นิเทศศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยสยาม เคยทำงานมาหลายอย่าง ทั้งเป็นเซลส์ขายยา ขายรถนำเข้า เปิดผับ ฯลฯ กระทั่งเมื่อสิบปีก่อน หวังทำธุรกิจซื้อขายโทรศัพท์มือถือ จึงไปเรียนรู้กับเพื่อนสนิทคนหนึ่งจนทราบว่าทำเลใกล้กับเมเจอร์ ปิ่นเกล้า นี้จะมีตลาดมาเปิดใหม่ ซึ่งก็คือโครงการปิ่นทองพลาซ่าในปัจจุบัน จึงเข้ามาจับจอง แต่โซนยังว่างอยู่อนุญาตให้ขายสินค้าประเภทอาหารเท่านั้น ด้วยความอยากได้ทำเลค้าขาย เลยระบุไปก่อนว่าจะขายอาหารอีสาน ประเภท ส้มตำ ลาบ น้ำตก ทั้งที่ตัวเธอเองไม่มีความชำนาญด้านอาหารประเภทนี้เลย แถมตับเธอยังมีเชื้อสายจีนไหหลำ จึงเป็นคนไม่ทานส้มตำมาแต่ไหนแต่ไร การเริ่มต้นอาชีพใหม่ครั้งนี้ จึ
ก๋วยเตี๋ยวหลอด เป็นอาหารจานเดียวที่ได้รับความนิยมอีกเมนูหนึ่ง ที่ใช้เส้นก๋วยเตี๋ยวนำเข้าเครื่องเคียงหลากหลายชนิด ร้าน “ก๋วยเตี๋ยวหลอด สูตรโบราณ” หลัง สน.พลับพลาไชย เปิดขาย มากว่า 60 ปี การันตีความอร่อยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่เส้นใหญ่นุ่ม หอมซีอิ๊วดำ เครื่องเคียงเยอะ อร่อยแบบโบราณ คุณธญาน์นริน นวินณธญานันทน์ หรือ เชอรี่ เจ้าของร้าน เปิดเผยว่า ปัจจุบันเปิดขายเป็นรุ่นที่ 3 ต่อจากคุณแม่ ที่ได้รับสืบทอดสูตรการทำก๋วยเตี๋ยวหลอดมาจากรุ่นคุณยาย เป็นสูตรดั้งเดิม เริ่มตั้งแต่สมัยที่คุณยาย หาบขายอยู่บริเวณหน้าโรงพักกลาง หรือตอนนี้เปลี่ยนเป็น สน.พลับพลาไชย กระทั่งปัจจุบันได้มาตั้งขายอยู่ภายในซอยข้าง สน.พลับพลาไชย มีทั้งลูกค้าประจำ และลูกค้าใหม่ๆ เพิ่มขึ้นทุกวัน ก๋วยเตี๋ยวหลอดโบราณ เส้นใหญ่ และ เส้นหมี่ ใช้ผักเครื่องเคียงเป็นถั่วงอกเด็ดหัวที่เป็นดำๆ ออกแล้วนำมาล้างให้สะอาดก่อนนำไปลวกในน้ำเดือด โรยด้วยเครื่องเคียง ประกอบด้วย ไชโป๊หวานซอย ต้นหอมผักชี กุ้งแห้งตัวใหญ่ น้ำมันกระเทียมที่เจียวเองวันต่อวัน ราดด้วยซอสซีอิ๊วดำ สูตรเฉพาะของทางร้าน คลุกเคล้าให้ทั่วก่อนกิน ทางร้านเตรียมเครื่องปรุงรสไว้ให้บนโต๊ะ
ยำทูน่าสตรอว์เบอร์รี่เป็นสูตรที่คุณป๊อบปี้ เพื่อนสมัยนักเรียนทำให้ทานกันในงานปาร์ตี้ คุณป๊อบปี้เป็นคนที่มีฝีมือทางด้านการทำอาหาร การจัดจานที่สวยงามและชอบจัดดอกไม้เป็นชีวิตจิตใจ อาชีพหลักของเธอ คือ เป็นนักประชาสัมพันธ์แต่มีศิลปะในหัวใจ ทำสิ่งต่างๆ ออกมาได้สวยงามเสมอ จึงขอสูตรเธอมาทำให้ท่านผู้อ่านได้ลองทำทานกันเป็นของว่างเบาๆ เมื่อไปหาซื้อวัตถุดิบที่โครงการหลวง เจอใบเลม่อน ไทม์ น่าสนใจ แอบดมละ มีกลิ่นหอม หันมาเจอผักโขมสีแดงกับสีเขียว ปกติจะเจอแต่สีเขียว คิดว่าเอามาผสมด้วยน่าจะทำให้จานน่าสนใจขึ้นค่ะ อย่างที่พูดเสมอมาว่าผักโครงการหลวงจะสด มีผักใหม่และราคาไม่แพง ในส่วนของปลาทูน่านั้น ถ้ากลัวไขมันจะใช้แบบในน้ำเกลือก็ได้ ส่วนตัวรู้สึกว่าปลาทูน่าในน้ำเกลือเวลาจะปรุงอาหาร เทน้ำเกลือออก เนื้อปลาจะแห้งไปนิด จึงเลือกใช้ปลาทูน่าในน้ำมันทานตะวันซึ่งมีประโยชน์และเนื้อปลาไม่แห้ง ลงมือทำเลยดีกว่าค่ะ ส่วนผสม ทูน่าในน้ำมันพืช 1 กระป๋อง สตรอว์เบอร์รี่ตัด 4 เซเลอรี่หั่นชิ้นบางๆ บัตเตอร์เฮด สลัด ผักโขมคละสี เลม่อน ไทม์ อัลมอนด์แท่ง พริกขี้หนูสวน หอมแดงปอกเปลือก หั่นบางๆ น้ำยำ น้ำมะนาว เกลือ น้ำตา
น้ำสลัดข้น ปริมาณ 1 โถปั่น ส่วนประกอบ ไข่ไก่ทั้งฟอง (เบอร์ 1) 2 ฟอง น้ำมะนาวสด 4 ช้อนโต๊ะ น้ำส้มสายชู 3 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ นมข้นหวาน ½ ถ้วยตวง พริกไทยป่น 1½ ช้อนชา เกลือป่น 1½ ช้อนชา น้ำมันรำข้าว 2 ถ้วยตวง น้ำสลัดโหระพา – แก้หวัด ช่วยย่อย ใบโหระพาทอด 50 กรัม (1 กำ) น้ำสลัดขมิ้นชัน – ต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันมะเร็ง ขมิ้นชันสด (ปอกเปลือก) 5 กรัม น้ำสลัดกระเจี๊ยบ – บำรุงเลือด กระเจี๊ยบเคี่ยวจนนิ่ม 30 กรัม น้ำสลัดอัญชัน – บำรุงสายตา ดอกอัญชันสด ประมาณ 30 กรัม วิธีทำน้ำสลัดข้น ตอกไข่ไก่ใส่ชาม แล้วเทไข่ไก่ น้ำส้มสายชู น้ำมะนาว พริกไทย เกลือ และส่วนประกอบ สมุนไพรที่ต้องการ(ตามปริมาณที่กำหนดตามสูตรข้างต้น) ลงในเครื่องปั่น ปั่นส่วนผสมให้ขึ้นฟู แล้วค่อยๆ เทน้ำตาลลงไป ปั่นให้ส่วนผสมเข้ากัน ใส่นมข้นหวานลงไป ปั่นให้ส่วนผสมเข้ากัน ค่อยๆ เทน้ำมันลงไปช้าๆ ปั่นให้ส่วนผสมเข้ากันจนเป็นเนื้อครีมข้น
เจ้าของร้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่น HOTTO BUN ผุดไอเดียปลอบใจนักศึกษาที่มีผลการเรียนติด F ด้วยการให้กินฟรี! เมนู “เบนโตะ” ตั้งใจไม่อยากให้เศร้า เพราะชีวิตยังไงก็ต้องดำเนินต่อไป ภายหลังที่ออกเคมเปญนี้มา 1 เดือน มีนักศึกษาเข้ามาใช้บริการแต่ละวัน 10 รายต่อสาขาเท่านั้น คุณธนากร ปมุติโต หรือคุณเบียร์ เจ้าของร้านอัธยาศัยดีวัย 37 ปี เปิดร้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่น 2 ปีขยายได้ 8 สาขา คือ สาขาธรรมศาสตร์ รังสิต สาขาท่ามหาราช สาขาเชียงใหม่ /กาแฟโสด สาขาม.กรุงเทพ สาขามหิดล ศาลายา สาขา ม.ขอนแก่น สาขา ABAC บางนา สาขา ม.เกษตร บางเขน โทร (086) 327 – 0271 คุณเบียร์ เล่ากับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า ปัจจุบันเปิดร้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่น เมนูเด่น คือ เบอร์เกอร์บัน ขนมปังใช้วิธีการนึ่งแทนการอบ ให้ความรู้สึกเหมือนแป้งซาลาเปานุ่มๆ คล้ายๆ หมั่นโถ มีหลากหลายไส้ ไส้ยอดฮิต คือ หมูอบรสเข้มรสชาติจัดจ้าน ไม่ต้องขอซอสเพิ่มเลยทีเดียว ปัจจุบัน เบอร์เกอร์บัน มีเสิร์ฟที่ร้านนี้ร้านเดียวเท่านั้น และด้วย 8 สาขาที่เจาะตลาดนักศึกษา ทำให้เจ้าของร้าน เข้าอกเข้าใจ ลูกค้ากลุ่มนี้ดี เขาจึงออกเคมเปญ ติด F ให้กินฟรี! ขึ้นมา “ร้าน HOTTO
ทันทีที่คุณทรวง ซึ่งจ่าย ชาวจีนที่มาตั้งรกรากอยู่ที่อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ เปลี่ยนจากอาชีพปลูกผักแล้วหันมาเลี้ยงไก่ขาย กระทั่งนำมาสู่การต่อยอดย่างไก่ขายเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว อีกทั้งในขณะนั้นอำเภอวิเชียรบุรียังไม่มีผู้ใดย่างไก่เป็นอาชีพ จึงนับได้ว่า คุณทรวง เป็นบุคคลแรกในอำเภอวิเชียรบุรี ที่ริเริ่มการย่างไก่ขาย คุณทรวงเริ่มจากการหาบไก่ย่างขายตามป้ายรถประจำทาง ในราคาขายไม้ละ 5 บาท ถ้าขายเป็นตัวราคา 20 บาท และใช้เวลาขายเช่นนี้อยู่นาน 2 ปี จนกระทั่งต่อมาได้พัฒนาเป็นร้านขายไก่บริเวณหน้าบ้าน แล้วตั้งชื่อร้านว่า “ไก่ย่างตาแป๊ะ” อย่างเป็นทางการเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2505 โดยครั้งแรก ขายเป็นไก่ย่างน้ำปลา ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็นการย่างไก่ที่ใช้สมุนไพรในเวลาต่อมา จวบจนถึงปัจจุบัน ร้านไก่ย่างตาแป๊ะมีอายุยาวนานเป็นเวลากว่า 50 ปี สร้างชื่อเสียงเป็นที่รู้จักแพร่หลาย มีลูกค้าอุดหนุนเนืองแน่นไม่ขาดสาย จนต้องเปิดสาขา 2 ในละแวกใกล้เคียงเพื่อขายแบบคู่ขนาน หากย้อนกลับไปถึงจุดเปลี่ยนที่ทำให้ไก่ย่างตาแป๊ะได้รับความสนใจ ได้เกิดขึ้นภายหลังจากผู้ชำนาญการชิมอาหาร อย่าง แม่ช้อยนางรำ เข้ามาทานไก่ย่า
