แจกสูตรอาหาร และเครื่องดื่ม
เจ้าของร้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่น HOTTO BUN ผุดไอเดียปลอบใจนักศึกษาที่มีผลการเรียนติด F ด้วยการให้กินฟรี! เมนู “เบนโตะ” ตั้งใจไม่อยากให้เศร้า เพราะชีวิตยังไงก็ต้องดำเนินต่อไป ภายหลังที่ออกเคมเปญนี้มา 1 เดือน มีนักศึกษาเข้ามาใช้บริการแต่ละวัน 10 รายต่อสาขาเท่านั้น คุณธนากร ปมุติโต หรือคุณเบียร์ เจ้าของร้านอัธยาศัยดีวัย 37 ปี เปิดร้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่น 2 ปีขยายได้ 8 สาขา คือ สาขาธรรมศาสตร์ รังสิต สาขาท่ามหาราช สาขาเชียงใหม่ /กาแฟโสด สาขาม.กรุงเทพ สาขามหิดล ศาลายา สาขา ม.ขอนแก่น สาขา ABAC บางนา สาขา ม.เกษตร บางเขน โทร (086) 327 – 0271 คุณเบียร์ เล่ากับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า ปัจจุบันเปิดร้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่น เมนูเด่น คือ เบอร์เกอร์บัน ขนมปังใช้วิธีการนึ่งแทนการอบ ให้ความรู้สึกเหมือนแป้งซาลาเปานุ่มๆ คล้ายๆ หมั่นโถ มีหลากหลายไส้ ไส้ยอดฮิต คือ หมูอบรสเข้มรสชาติจัดจ้าน ไม่ต้องขอซอสเพิ่มเลยทีเดียว ปัจจุบัน เบอร์เกอร์บัน มีเสิร์ฟที่ร้านนี้ร้านเดียวเท่านั้น และด้วย 8 สาขาที่เจาะตลาดนักศึกษา ทำให้เจ้าของร้าน เข้าอกเข้าใจ ลูกค้ากลุ่มนี้ดี เขาจึงออกเคมเปญ ติด F ให้กินฟรี! ขึ้นมา “ร้าน HOTTO
ทันทีที่คุณทรวง ซึ่งจ่าย ชาวจีนที่มาตั้งรกรากอยู่ที่อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ เปลี่ยนจากอาชีพปลูกผักแล้วหันมาเลี้ยงไก่ขาย กระทั่งนำมาสู่การต่อยอดย่างไก่ขายเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว อีกทั้งในขณะนั้นอำเภอวิเชียรบุรียังไม่มีผู้ใดย่างไก่เป็นอาชีพ จึงนับได้ว่า คุณทรวง เป็นบุคคลแรกในอำเภอวิเชียรบุรี ที่ริเริ่มการย่างไก่ขาย คุณทรวงเริ่มจากการหาบไก่ย่างขายตามป้ายรถประจำทาง ในราคาขายไม้ละ 5 บาท ถ้าขายเป็นตัวราคา 20 บาท และใช้เวลาขายเช่นนี้อยู่นาน 2 ปี จนกระทั่งต่อมาได้พัฒนาเป็นร้านขายไก่บริเวณหน้าบ้าน แล้วตั้งชื่อร้านว่า “ไก่ย่างตาแป๊ะ” อย่างเป็นทางการเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2505 โดยครั้งแรก ขายเป็นไก่ย่างน้ำปลา ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็นการย่างไก่ที่ใช้สมุนไพรในเวลาต่อมา จวบจนถึงปัจจุบัน ร้านไก่ย่างตาแป๊ะมีอายุยาวนานเป็นเวลากว่า 50 ปี สร้างชื่อเสียงเป็นที่รู้จักแพร่หลาย มีลูกค้าอุดหนุนเนืองแน่นไม่ขาดสาย จนต้องเปิดสาขา 2 ในละแวกใกล้เคียงเพื่อขายแบบคู่ขนาน หากย้อนกลับไปถึงจุดเปลี่ยนที่ทำให้ไก่ย่างตาแป๊ะได้รับความสนใจ ได้เกิดขึ้นภายหลังจากผู้ชำนาญการชิมอาหาร อย่าง แม่ช้อยนางรำ เข้ามาทานไก่ย่า
“เนื้อนุ่ม นมดี กะหรี่ดัง” แทบจะเรียกได้ว่าเป็นสโลแกนของจังหวัดสระบุรี ที่ทำให้ผู้คนรู้จักจังหวัดสระบุรี ผ่านวลีเด็ดดังกล่าว ซึ่งที่กล่าวขานกันมานั้นก็เห็นว่าจะไม่ผิดแผกไปมากเท่าใดนัก เพราะที่จังหวัดสระบุรี “กะหรี่ปั๊บ” ก็ยังขึ้นแท่นของเด่น ขายดี ประจำจังหวัดไม่มีตกกระแสนิยม คุณสิริพร ดิบแดง ในฐานะหัวหน้ากลุ่มวิสาหกิจชุมชนแม่บ้านเกษตรมวกเหล็ก และเจ้าของสูตรกะหรี่ปั๊บดั้งเดิมที่สืบทอดกันมากว่า 50 ปีจากรุ่นคุณยาย เล่าว่า “กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแม่บ้านเกษตรมวกเหล็ก เป็นชื่อกลุ่มใหม่ที่ปรับปรุงฟื้นฟูกันมาเมื่อปี 2552 จากกลุ่มเดิมที่มีตั้งกลุ่มฝึกอาชีพแปรรูปเนื้อสัตว์ ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อรองรับงบประมาณโครงการฝึกอาชีพกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ที่มีการปรับปรุงฟื้นฟู ก็เพราะว่า ทางกลุ่มประสบกับปัญหาวัตถุดิบมีราคาสูงขึ้น ทำให้ต้องหยุดการผลิตไป เพราะสมาชิกหมดกำลังใจและเงินทุนในการผลิตต่อ ตนจึงได้เสนอทางเลือกว่า ให้ผลิตกะหรี่ปั๊บจำหน่าย เพื่อเป็นการเพิ่มรายได้ เนื่องจากกะหรี่ปั๊บเป็นของขึ้นชื่อของจังหวัดสระบุรี และมีพื้นฐาน รู้สูตรที่ได้รับการสืบทอดมา จึงผลิตและพัฒนากะหรี่ปั๊บจนเป็นที่ยอมรับของ
มีน้ำมันยี่ห้อหนึ่งมาให้ทำสูตรอาหารไว้ถ่ายคลิปวิดีโอ ข้อบังคับคือ ขอเป็นอาหารที่ดูแล้ว “โดน” ใจ อยากดูต่อแล้วต้องมีเคล็ดลับเทคนิควิธีการทำเกี่ยวกับน้ำมัน เช่น ทอดไก่ยังไงให้กรอบทน กรอบนาน ผัดผักยังไงให้ผักสีสวย ทำนองนี้ ทอดไก่ให้กรอบทนนี่ค่อนข้างยาก เนื่องจากไก่โดยเฉพาะไก่ชิ้นใหญ่ เช่น น่อง สะโพก จะมีความชื้นอยู่ในเนื้อไก่มาก ทอดตอนแรกๆ ก็จะกรอบอยู่ แต่พอทิ้งไว้นานหน่อยความชื้นในไก่จะออกมา ทำให้แป้งทอดกรอบนิ่มไปด้วย ครั้นทำให้ไก่แห้ง ทอด 2 ที กินไก่แล้วก็ติดคอ แข็ง เคี้ยวไม่ลง เพราะฉะนั้น กินไก่ทอด ซื้อกินใหม่ๆ ดีที่สุด แม้แต่ไก่ทอดหัวนอกที่ว่ากรอบนักกรอบหนา พอซื้อมาเก็บทิ้งไว้เป็นวันก็ต้องนิ่มอยู่ดี ผมเคยไปแอบถามตามตลาดสดว่ามีแป้งทอดไก่ให้กรอบทนมั้ย เขาบอกว่ามี ว่าแล้วก็หยิบแป้งทอดกรอบมาให้ถุงหนึ่ง ยี่ห้อไม่คุ้น เป็นสัตว์ 2 ตัวหันหน้าชนกัน ไม่มีเครื่องหมาย อย. ไม่มีผู้ผลิต มีแต่เบอร์โทร ผมลองเอามาชุบไก่ทอดดู เออ…จริงๆ ด้วยมันกรอบข้ามวัน แต่ผมไม่กล้ากิน ไม่รู้มันผสมอะไรบ้าง เขาบอกว่าแป้งอย่างนี้แม่ค้าบางคนเอาไปทอดกล้วยแขกให้กรอบทนด้วย ตัวใครตัวมันครับ ไม่รู้ตอนนี้ยังมีแป้งตัวนี้ข
ด้วยชื่อเสียงที่สั่งสมมานานกว่า 40 ปี ของก๋วยเตี๋ยวอรุณี ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในกลุ่มของผู้ที่รักเมนูเส้น มาวันนี้คนหนุ่มไฟแรงทายาทธุรกิจ ขอสยายปีกกิจการผุดไอเดีย คิดค้น “ซอสเย็นตาโฟ เป็นมิตรกับสุขภาพ” นวัตกรรมหนึ่งเดียวในไทย และเป็นเจ้าแรกในประเทศไทย บุกตลาดก๋วยเตี๋ยวให้คนหันมาใส่ใจรักสุขภาพ นอกจากนั้นยังให้คนไทยทุกภาค ได้ลิ้มรสชาติว่าก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นอรุณี อร่อยแค่ไหน ด้วยระบบแฟรนไชส์ ราคาประหยัดเพียง 39,000 บาท เปิดร้านได้เลย มีอาชีพสร้างรายได้กันถ้วนหน้า คุณกิตติพงษ์ ดวงศรีมณีรัตน์ หรือคุณเลียง ปัจจุบันชายหนุ่มอายุ 41 ปี เจเนอเรชั่น 2 เท้าความว่า เกิดและเติบโตมาในครอบครัวที่มีอาชีพขายก๋วยเตี๋ยวเนื้อ โดยทำลูกชิ้นเอง สูตรจีนแต้จิ๋ว ปัจจุบันเพิ่มเมนูลูกชิ้นมีลูกชิ้นหมู ลูกชิ้นปลา ลูกชิ้นกุ้ง และซอสเย็นตาโฟที่มีกลิ่นหอมและรสชาติกลมกล่อม ทั้งนี้เพื่อรองรับความต้องการของตลาด และขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น รวมถึงขายแฟรนไชส์รถเข็นไปแล้วมากกว่า 1,000 ราย คุณเลียง เล่าว่า หลังจบปริญญาโทหลักสูตรบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ก็เข้ามาช่วยกิจการครอบครัว ตั้งแต่ปี 2547 รับหน้าที่ห
ถ้ามีใครถามว่า จะเอาปลาทูนึ่งมาทำอะไรกินอร่อยๆ ได้อีกบ้าง นอกเหนือจากทอดแกล้มผักน้ำพริกกะปิ, ย่างทำป่นปลาแซ่บๆ, ต้มกับมะดันสดไว้ซดน้ำเปรี้ยวจี๊ด, โขลกทำน้ำยาขนมจีน ฯลฯ ผมคงบอกสูตรที่ได้กินที่บ้านมาตั้งแต่จำความได้ สมัยเมื่อสี่สิบกว่าปีก่อน นั่นก็คือ แกงผัดน้ำมันปลาทู ครับ บ้านผมที่อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี นับเนื่องอยู่ในเขตอิทธิพลของปลาทูแม่กลองหน้างอ คอหัก เราพบมันนอนเรียงกันอยู่ในเข่งไม้ไผ่สาน สองตัวบ้าง สามตัวบ้าง พวกแม่ค้าเรียกขานกันว่า ปลาสอง ปลาสาม ที่ผมรู้สึกว่าอร่อยและมีมันมาก เป็นปลาตัวขนาดย่อมๆ เนื้อนิ่ม รสเค็มพอประมาณ กลิ่นหอมอ่อนๆ จนบางทีเราก็อดใจไม่ไหว บรรจงแกะเนื้อมาเคล้าข้าวสวย ราดน้ำปลาพริกขี้หนูซอย หอมแดง มะนาว คลุกพอให้เข้ากัน เผลอกินจนเกือบอิ่มก่อนถึงมื้อหลักเสียด้วยซ้ำไป วันไหนเราได้ปลาแบบนี้มา แล้วอยากกินแกงเผ็ดๆ ที่รสชาติไม่หนักแบบแกงเนื้อวัวหรือหมู เราก็จะเตรียมเครื่องเคราแกงผัดน้ำมัน โดยไปหาพริกแกงเผ็ด (แกงแดง) แบบที่ไม่ใส่เครื่องเทศมา แกะเนื้อปลาทูนึ่งออกเป็นซีกๆ ส่วนหัวปลา ก้างกลาง เอาต้มเคี่ยวไฟอ่อนไปสักครึ่งชั่วโมง กรองเอาแต่น้ำหวานๆ ไว้นะครับ หั่นพริกชี้ฟ
ไปหัวหิน ทำไมต้องรับประทานข้าวเหนียวมูนกับมะม่วง…? เพราะอำเภอหัวหินเป็นเมืองชายทะเล ที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางไปเยือนในช่วงฤดูร้อน ตรงกับที่มะม่วง กำลังให้ผลผลิต ข้าวเหนียวมูน คือเมนูอร่อยนิยมรับประทานควบคู่กับมะม่วงสุก จึงมีผู้ผลิตจำหน่ายหลายรายเลือกยึดอาชีพนี้ แต่ที่เห็นเก่าแก่ เรียกว่าเริ่มต้นทำกันมาตั้งแต่รุ่นคุณย่า จนบัดนี้เข้าสู่รุ่นหลาน รวมระยะเวลากว่า 75 ปี “ร้านมีชัย” หรือที่รู้จักในชื่อ “ข้าวเหนียวมูนเสวยแม่นงนุช” ยังคงตั้งตระหง่าน ต้อนรับผู้บริโภค ฤดูร้อนมูนข้าวเหนียวขาย รายได้ วันละ 20 กะละมัง คุณอัจนิริยา ศิลปสุนทร ทายาทรุ่นหลาน เปิดเรื่องเล่าเท้าความให้เส้นทางเศรษฐี ฟังว่า กิจการค้าขายข้าวเหนียวมูน เริ่มต้นจากคุณย่า ซึ่งขณะนั้นแบ่งพื้นที่บริเวณชั้นล่างของโรงแรม ซึ่งเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่คุณย่าดำเนินการมา เปิดขายข้าวเหนียวมูนกับมะม่วง เฉพาะช่วงฤดูร้อน “ตั้งแต่จำความได้ เห็นคุณย่าทำข้าวเหนียวมูนขายมาตลอด รวมระยะเวลาจนถึงบัดนี้กว่า 75 ปีแล้ว ซึ่งเมื่อก่อนเปิดธุรกิจโรงแรมด้วย บริเวณพื้นที่ว่างชั้นล่างจำหน่ายสินค้าของที่ระลึก และพอถึงฤดูร้อน คุณย่าทำข้าวเหนียวมูนขายคู่กั
“ไก่บ้านต้มผักติ้ว” ความโปร่งเบาที่น่าลองลิ้ม ถ้าใครถามผมว่า สมมุติมีเนื้อที่บ้านกว้างๆ จะอยากปลูกไม้ยืนต้นกินดอกกินใบอะไรบ้าง คำตอบคงมีหลากหลายนะครับ แต่หนึ่งในนั้นย่อมคือ “ติ้ว” หรือ “แต้ว” ครับ ค่าที่ว่ามันมีทรงต้นที่สวย ใบได้ขนาดพอเหมาะ เมื่อยืนต้นแล้วสูงชะลูด ใต้ต้นจึงโปร่งโล่ง ปลูกพืชล้มลุกอื่นๆ ได้อีก ที่สำคัญ ดอกติ้วเล็กๆ ออกเป็นช่อสีขาวแซมชมพูอ่อนๆ นั้นสวยมาก แถมเป็นความสวยที่กินได้เช่นเดียวกับใบอ่อนของมันครับ ติ้วถูกวางอยู่ในระดับแถวหน้าของพืชผักเปรี้ยวรสดีในวัฒนธรรมอาหารลาวอีสานนะครับ รสเปรี้ยวของติ้วมีความฝาดจากยางใบอ่อนตัดให้ออกขมนัวเล็กน้อย ซึ่งกลายเป็นเสน่ห์ไปในที่สุด ไม่ว่าจะกินใบอ่อนสดๆ กรอบๆ จิ้มป่นปลา แนมก้อยเนื้อดิบ หรือใส่ให้รสเปรี้ยวในต้มส้ม ซึ่งจะอร่อยกว่าถ้าได้ปนใบเพสลาดในอัตราส่วนอย่างน้อยครึ่งต่อครึ่งกับใบอ่อน เวลาเรานั่งรถไปตามทางหลวงชนบทในภาคอีสานหรือภาคเหนือ ถ้าสังเกตให้ดี ก็จะเห็นติ้วขึ้นอยู่ข้างทาง ยอดอ่อนสีออกแดงช้ำๆ ถ้ามองไม่ทัน หรือไม่ได้ลงเก็บ ก็หาซื้อได้ตามตลาดเล็กๆ ที่มีแผงผักแบบลาว จะมีติ้วมัดเป็นกำๆ ขายแทบทุกแผง หรือถ้าเมื่อไหร่มีเห็ดป่าอีสาน อย่า
Seafood toast เป็นของว่างยามบ่ายที่ทำง่ายๆ ทานได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ อาหารทะเลสามารถเลือกได้ตามใจชอบ จะเป็นกุ้ง ปลาหมึก เนื้อปู แม้กระทั่งหอยเชลล์ โดยหั่นเป็นชิ้นเล็ก จะได้เข้าเนื้อ ซอสที่เข้ากันกับอาหารจานนี้ คือซอสที่ใช้มายองเนสผสมกับซอสศรีราชา เผ็ดมากน้อย เติมตามชอบค่ะ เคยทำกุ้ง ปลาหมึก หอยเชลล์ไปผัดกับน้ำมันมะกอก กระเทียมสับละเอียด พริกไทยโขลกหยาบๆ ปรุงด้วยเกลือ นำมาวางบนขนมปัง โรยด้วยมอซซาเรลล่าชีส เด็กๆ ชอบแบบซอสพริกมากกว่าค่ะ ส่วนตัวคิดว่า ซอสแบบเผ็ดจะเข้ากับอาหารทะเลและช่วยให้ไม่เลี่ยนค่ะ มอซซาเรลล่าที่เหนียวนุ่มจะตัดกับขนมปังฝรั่งเศสที่กรอบและเป็นตัวยึดให้หน้าไม่หล่นเวลาทานค่ะ ส่วนผสม ขนมปังฝรั่งเศส (บาแกต) 1 อัน กุ้ง 8 ตัว ปลาหมึกกล้วย 4 ตัว แคร์รอตหั่นเต๋าลวก เนยเค็ม พริกไทยป่น เกลือเล็กน้อย มายองเนส 3 ช้อนโต๊ะ ซอสพริกศรีราชา 2 ช้อนโต๊ะ มอซซาเรลล่าชีส วิธีทำ หั่นขนมปังบาแกตเฉียงๆ หนาประมาณ 1 เซนติเมตร นำขนมปังไปกริลล์ (สามารถใช้โปรแกรม grill ในไมโครเวฟได้) ให้เหลืองกรอบ พลิกกลับอีกด้าน กริลล์ให้พอเหลืองกรอบ พักไว้บนตะแกรง การทำหน้า seafood หั่นแคร์รอตเป็นเต๋าเล็กๆ นำไปลวกให
เอ่ยชื่อ “สุพัฒน์ ธีรภาพสกุลวงศ์” พื้นเพเป็นชาวนครปฐม ทำอาชีพลูกชิ้นหมูขายมานานกว่าสี่สิบปี เชื่อว่าคนไทยกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ คงไม่รู้จักว่าเขาเป็นใครหรือมาจากไหน แต่หากบอก บุคคลดังว่า คือ “เต็กกอ” เจ้าของฉายา “ขุนแผนนครปฐม” หลายคนคงร้องอ๋อ! และอาจบอกต่อได้ด้วยซ้ำว่า “เต็กกอ” ชายผู้โด่งดังท่านนี้ ปัจจุบัน อายุอานามคงกว่า70 ปี มีภรรยาอาศัยร่วมชายคาเดียวกันถึง 7 คน มีผลงานเป็นลูกชาย-หญิง 22 คน และหลานๆอีก 23 คน นอกจากจะมีความสามารถพิเศษ ในการปกครองคนในครอบครัว ให้ช่วยกันทำมาหากิน อยู่ร่วมกันอย่างสงบเรียบร้อยแล้ว “ลูกชิ้นหมู” นับเป็นอีกหนึ่ง “ของดี” ซึ่งเกิดจากฝีมือการทำของ “เต็กกอ”จนกลายเป็นอาชีพหลัก สามารถเลี้ยงดูลูก-หลาน ให้ได้รับการศึกษาตามความถนัดชนิดไม่น้อยหน้าใคร แม้จะเริ่มต้นจากโรงงานขนาดเล็กอยู่ในห้องแถว แต่ด้วยความคิดสร้างสรรค์และความอุตสาหะ กิจการของชายผู้นี้ จึงเติบโตขึ้นตามลำดับ ปัจจุบันนอกจากโรงงานจะขยายกำลังการผลิตมากขึ้นกว่าแต่ก่อนมากแล้ว ยังมีร้านก๋วยเตี๋ยวที่บรรดาทายาท นำไปต่อยอด กระจายอยู่ตามทำเลต่างๆในจังหวัดนครปฐม กระทั่งราวปี 2541 คุณหน่อง – สมศักดิ์ ธีรภาพสกุลวง
