แจกสูตรอาหาร และเครื่องดื่ม
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงพัฒนางานด้านเกษตรกรรมให้เจริญก้าวหน้าอย่างมาก ทั้งยังทรงสนับสนุนให้ผลิตผลการเกษตรเป็นอาหารที่มีคุณภาพและหลากหลาย เพื่อให้เกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและประชาชนได้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และมีคุณค่า ในที่นี้จะกล่าวถึงโครงการหลวงและโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดาเล็กน้อยโดยจะนำผลิตผลของ 2 โครงการนี้และผลิตผลจากแปลงเกษตรทดลองส่วนพระองค์ พระตำหนักสวนปทุมของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดามาปรุงอาหาร เพื่อให้เหล่าพสกนิกรของพระองค์ได้มีแนวทางในการนำผลิตผลทางการเกษตรเหล่านี้มาปรุงอาหารให้หลากหลายยิ่งขึ้น โครงการหลวงเป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงก่อตั้งขึ้นในพ.ศ.2512 เพื่อให้ชาวเขาเลิกปลูกฝิ่นหันมาปลูกพืชเมืองหนาวแทนทำให้เกิดรายได้ ปัจจุบันโครงการหลวงจำหน่ายผัก ผลไม้ ดอกไม้เมืองหนาวในราคาย่อมเยา นอกจากนั้นยังมีการเพาะเลี้ยงสัตว์ต่างๆ และส่งเสริมอาชีพให้แก่คนไทยภูเขา นอกจากนั้นแล้วพระองค์ได้พระราชทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์จัดตั้งโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดาขึ้น สร้างโครงการอันหลากหลายในสวนจิตรลดา รวมทั้งยังผลิตนมส
ศาสตราจารย์(ศ.)ดร.ปรัชญา คงทวีเลิศ นักวิจัยคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่(มช.) เผยว่า งาดำนั้นมีสรรพคุณมากมาย ตั้งแต่อดีต 4,000ปี ก็มีการรับประทานงาดำกันมาตลอดไม่เคยมีใครทานงาดำแล้วเป็นโรค จึงได้นำมาวิจัยถึงคุณประโยชน์ว่ามีสรรพคุณอะไรบ้าง ผลการศึกษาวิจัยตั้งแต่ปี 2553 จนถึงปัจจุบัน และงานวิจัยจากทั่วโลกที่นักวิทยาศาสตร์จำนวนมากได้ศึกษาวิจัยค้นพบว่าในเมล็ดงาดำมีสารเซซามีน ซึ่งสารนี้จะช่วยยับยั้งการพัฒนาเซลล์ต้นกำเนิดที่จะเปลี่ยนไปเป็นเซลล์สลายกระดูกที่ทำให้เกิดโรคกระดูกพรุน นอกจากนี้ยังพบว่าช่วยยับยั้งการเสื่อมสลายของกระดูกอ่อน อันเป็นสาเหตุของโรคข้อเสื่อมได้อีกด้วย ศ.ปรัชญากล่าวว่า คุณค่าของสารเซซามีนที่สกัดจากงาดำ ยังมีสรรพคุณในการยับยั้งการอักเสบของเซลล์และเนื้อเยื่อต่างๆ อีกทั้งยังช่วยฟื้นฟูสภาพเซลล์ที่เสื่อมได้ นอกจากนี้จากการศึกษาวิจัยในห้องปฎิบัติการพบว่าช่วยฟื้นฟูให้เซลล์ประสาทรวมทั้งเครือข่ายของระบบประสาท ซึ่งเป็นทั้งการปกป้องและฟื้นฟู ที่น่าจะสามารถนำไปประยุกต์ใช้ช่วยในโรคสมอง ไม่ว่าจะเป็นเส้นเลือดอุดตันในสมอง เส้นเลือดแตกที่ทำให้เป็นโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต โดยสารเซซามีนจ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทุกๆ วันเสาร์ ตลาดนัดสีเขียวจะคึกคักไปด้วยผู้ผลิต ผู้บริโภค และคนต่างถิ่น เนื่องจาก ตลาดนัดสีเขียวแห่งนี้เป็นตลาดนัดชาวบ้าน ตั้งอยู่ในพื้นที่บริเวณองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ เปิดขายเฉพาะวันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 06.00-13.00 น. ชาวบ้าน เกษตรกร กลุ่มแม่บ้าน จะนำผลิตผลทางการเกษตรอินทรีย์ ปลอดสารเคมีและสารพิษของตัวเองจริงๆ มาวางขายกันเป็นจำนวนมาก ชาว จ.สุรินทร์ และนักท่องเที่ยวนิยมจับจ่ายซื้อหาสินค้าทั้งอุปโภคและบริโภคในตลาดสีเขียวเป็นประจำอย่างคึกคักเรื่อยมา โดยมีการจำหน่ายสินค้า OTOP ระดับ 3 ถึง 5 ดาว อีกมากมาย อาทิ ผ้าไหม เครื่องเงิน ผ้าสไบไหมที่สวยงาม และสินค้าอื่นๆ อีกมายมาย สามารถสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับชุมชนเกษตรอินทรีย์ได้เป็นอย่างดี มีสินค้าวางขายหลากหลายน่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะล้วนเป็นอาหารท้องถิ่น โดยเฉพาะขนมเขมรพื้นเมืองสุรินทร์ เช่น ขนมโชค (ขนมดอกบัว), กันเตรียม (โดนัทเขมร), นมเนียล (ขนมเนียล), นมผการันเจก (ขนมดอกลำเจียก), บายกรีม (ข้าวตู), อันซอมกะบ๊อง หรือข้าวต้มด่าง, นซอมสเลิ๊กโดง หรือข้าวต้มใบมะพร้าว หรือข้าว
ออกตัวว่าอร่อยไม่แพ้เจ้าไหนในประเทศ สำหรับ “กินยัง เบอร์เกอร์” เมนูจานด่วน ทานง่าย ทานสะดวก รสชาติดี ได้คุณค่าสารอาหาร ในอดีตเมื่อ 4 ปีที่แล้วเคยครองตำแหน่งขวัญใจของเด็กน้อยวัยใส ขายดิบขายดีในโรงเรียน มาวันนี้ ขอทวงบัลลังก์คืน ภายใต้การบริหารงานของทายาท Gen Z คุณภูมิ รังสิยานนท์ นักศึกษาปีที่ 1 เรียนหลักสูตรอินเดียศึกษา (นานาชาติ) รั้วมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ คุณณัฎฐกมล สุกิจจาคามิน นักศึกษาปีที่ 1 คณะศิลปกรรมศาสตร์ นิเทศศิลป์ มหาวิทยาลัยบูรพา อาสารับไม้ต่อ บริหารแบบคนรุ่นใหม่ คุณภูมิ เล่าว่า เมื่อ 4 ปีที่แล้ว คุณพ่อ-คุณปกรณ์กิตติ์ ท่านเคยเป็นที่ปรึกษางานด้านเบเกอรี่ให้กับสินค้าดังๆ อย่าง สเวนเซ่นส์, สาลี่สุพรรณ ฯลฯ แล้ววันหนึ่ง ท่านหันมาทำแฮมเบอร์เกอร์ขาย โดยเช่าตึกย่านถนนลาดปลาเค้า กทม. คิดสูตรเอง ทำขนมปังเอง ทำไส้เอง ทำซอสเอง เจาะตลาดโรงเรียน เน้นคุณภาพ รสชาติอร่อย ขายราคาไม่แพง ปรากฏว่าเด็กๆ ชอบมาก ขายดีเกินคาด แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้คุณพ่อเลิกกิจการทั้งๆ ที่ยังมีออร์เดอร์อยู่ “คุณพ่อมองว่า ตลาดระดับกลาง-ล่าง ยังมีช่องว่าง และมีความน่าสนใจ เลยตั้งใจเจาะตลาดกลุ่มนี้ ทว่าพอข
เอาใจคนรักไอศกรีมและชอบกินผลไม้มาฝาก ชมคลิปสอนทำไอศกรีมกล้วยหอม แบบกล้วย กล้วย ที่ทำเองได้ แถมยังอร่อยถูกปากตัวเองอีก เผลอๆ ถ้าทำอร่อย มีลูกเล่นหรือกิมมิกที่ไม่เหมือนใคร ก็สามารถทำขายสร้างรายได้ได้ด้วยนะเออ ได้ทั้งเงิน ได้ทั้งของอร่อย ชีวิตนี้ฟินไปอีก ชมคลิปจาก ThaiTrick ที่มา ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
ส้มตำมาละเด้อ ทุนไม่ถึง 2 หมื่น เปิดร้านได้เลย “ส้มตำ” และเมนูอีสานอันหลากหลาย กำลังอยู่ในกระแสคนทาน อาจเพราะมีรสชาติจัดจ้านถูกปากคนไทยส่วนใหญ่ เมื่อยามนี้ตลาดมี “ดีมานด์”สูง ผู้ประกอบการหลายราย จึงอาจอยากฉวยโอกาสดีๆ ไว้ ซึ่งอาจมีทั้งประเภทต้องการเปิดร้านใหม่ไปเลย หรืออาจมีร้านอาหารอยู่แล้วแต่คิดเสริมเมนูอีสานเข้าไป เพื่อเป็นตัวเลือกให้ลูกค้ามากขึ้น แต่ถ้าใครกำลังคิดว่าถ้าจะเปิดจริงๆคงไม่ใช่เรื่องง่าย ลองศึกษาข้อมูลนับจากนี้ ที่มีผู้เชี่ยวชาญทั้งด้านการปรุงและการวางระบบธุรกิจร้านอาหารอีสาน ภายใต้แบรนด์ “ส้มตำมาละเด้อ” ดูก่อน เชื่อว่าน่าจะได้ประโยชน์ไม่น้อย คุณเอ – โรสสุคนธ์ ภัทรภาดา ตัวแทนบริษัท พร้อมปรุง จำกัด เจ้าของกิจการแฟรนไชส์ “ส้มตำมาละเด้อ” แนะนำตัวให้รู้จัก พื้นเพเธออยู่ที่จังหวัดตาก ก่อนจะมาทำธุรกิจนี้เคยเปิดกิจการค้าขายวัสดุก่อสร้างและพลาสติกรีไซเคิล แต่หันเหมาทำร้านอาหารอีสาน เนื่องจากคุณแม่มีฝีมือ โดยเฉพาะเครื่องแกง นั้น รสชาติดี มีลูกค้ารับซื้อมายาวนานเป็นต้นทุนสำคัญ ส่วนตัวเธอเองนั้นมีความใฝ่รู้ด้านอาหาร ก่อนหน้านี้เคยเดินทางจากจังหวัดตาก มาอบรมหลักสูตร “ส้
ปิ่นโตเถาเล็กเพิ่งไปเจอะเจอร้านอาหารตามสั่งที่ดูธรรมดา แต่ใช้ของดีอร่อยผิดคาด ชนิดมาเหนือเมฆทีเดียว ร้านนี้ไม่มีป้ายชื่อแต่ขาประจำเรียกกันว่า “หน่องริมคลอง” หน่องริมคลองเป็นเพิงริมซอย อาศัยตั้งโต๊ะข้างทางเดินเท้าริมคลองแคบๆ ที่มีลักษณะเหมือนคลองระบายน้ำคอนกรีต เข้าจาก “ปากซอยแจ่มจันทร์หรือซอยเอกมัย 21” ไม่ถึง 100 เมตร ร้านจะอยู่ด้านซ้ายมือติดกับร้าน Y50 แถวนี้ไม่มีที่จอดรถใดๆ ทั้งสิ้น ผมต้องไปจอดแถวทองหล่อ แล้วใช้บริการรถสาธารณะมาอีกที ลักษณะของร้านดูธรรมดาน่าเดินผ่านเลยไป กล่าวคือมีโต๊ะแค่ 4 ตัว จุคนได้ประมาณ 30 กว่าคนเท่านั้น คุณหน่องแม่ครัวเอกของเราทำแบบวันวูแมนโชว์ ยืนผัดคนเดียวหนึ่งเดียวเท่านั้น ผัดทีไรไอจามกันทั้งร้าน ที่นั่งแบบโอเพ่นแอร์ รับลม (เกือบร้อน) สบายใจ มีเพียงกันสาดยื่นไปริมคลองน้ำสีเขียวอ่อน ถ้าฝนตกหนักคงสาดหมดทุกโต๊ะ ร้านนี้มีเบอร์มือถือให้โทรสั่งล่วงหน้าที่เบอร์ “08-6044-9478” แต่ถ้าตอนเช้าๆ โทรมาสั่งแล้วคิวเต็มก็จะไม่รับสายอีกเลย หรือถ้าโทรจองโต๊ะไว้ มาแล้วโต๊ะอาจจะยังไม่ว่างก็ต้องยืนรอคิวสถานเดียว และต้องใจเย็นๆ บางครั้งอาจจะต้องรออาหารนานนับชั่วโมง (วันนั้นผมรอปร
ทุกครั้งที่ได้กินอาหาร อยากให้รู้สึกว่าได้กินอาหารที่ดี และที่สำคัญคือถูกสุขลักษณะ” นี่คือเหตุผลหนึ่งซึ่งทำให้บัณฑิตจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ผันมาเป็นบล็อกเกอร์ด้านอาหารเต็มตัว จากความรักที่มีต่อ ”อาหาร” และ “การกิน” ทำให้ ไมเคิล หรือ เกษมศักดิ์ ศิริรักษ์ หนุ่มวัย 23 ปี ตระเวนกินหาของอร่อย แรกเริ่มเป็นร้านที่อยู่ในแนวรถไฟฟ้า แต่เมื่อสอบเข้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ ครอบครัวจึงอนุญาตให้ขับรถ… นั่นทำให้เขาเริ่มมองหาร้านเด็ด โดยมีคู่มือเป็นหนังสือหลากหลายเล่ม อาจเรียกว่าเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิต-หลายครั้งหลายครา ไมเคิลบอกว่าต้องพบกับความผิดหวัง เมื่ออาหารที่ได้ ไม่เหมือนกับภาพที่เห็นจากในหนังสือ “เวลาเห็นโฆษณาแทรกระหว่างรายการต่างๆ ในโทรทัศน์ เรารู้ว่านั่นคือโฆษณา ที่ไก่กรอบเกินจริง น้ำซุปเยอะเกินจริง กุ้งตัวใหญ่เกินจริง นั่นเป็นสิ่งที่เรารู้ ถ้าเราไปร้านอาหารเองก็รู้อยู่แล้วว่าอาหารที่เราได้จะไม่เท่ากับที่เห็นในโฆษณา ”แต่บางครั้งเราเสียเงินในการเสพบางสื่อเพื่ออยากได้คุณภาพของสื่อ แต่กลายเป็นว่าคุณภาพของสื่อแทบไม่ต่างกัน จึงอยากทำอะไรสักอย่าง เป็นที่บอกเล่าเหมือนไดอา
บะหมี่หวานเย็น ขนมหวานแต่โบราณ ไม่เคยลองต้องไปโดนเด้อ #หมี่หวานเจ๊หมวย เชื่อว่าต้องมีหลายคนเหมือนผมแน่ๆ ที่เวลาอยากหาอะไรทาน แล้วไม่รู้จะไปไหน ก็มาลุยไชน่าทาวน์เมืองไทยอย่าง เยาวราช ครับ(ฮา) ยิ่งเป็นช่วงเทศกาลเจแบบนี้ ใครๆ ก็ยิ่งนึกถึงที่นี่ #ความรักก็เช่นกัน ..โทษครับ ผิดๆ (ฮา) ร้านที่ผมจะพามาดูกันวันนี้ เป็นร้านขนมหวาน ที่มีทั้งหวานเย็น และหวานร้อน(ฮา) แต่ไม่ใช่บิงซูหรืออะไรแบบนั้นนะครับ เป็นขนมหวานโบราณอย่างโบกเกี๊ยะ เต้าทึง แล้วก็ หมี่หวาน ครับ! ร้านนี้คือร้าน หมี่หวาน เจ๊หมวย ร้านเคาน์เตอร์เล็กๆ ตั้งอยู่ในซอยเยาวราช 11 หรือ ตลาดเก่านี่เองครับ เลี้ยวเข้าซอยมาให้สังเกตเซเว่นทางขวามือ ถ้าเจอแล้วเดินตรงมาอีกนิ๊ดด ร้านอยู่ตรงข้ามเยื้องๆเซเว่นครับ! เล็กมากทีเดียว มีโต๊ะแค่สองตัว สังเกตดีๆ เด้อ แน่นอนว่าเมนูที่ผมสั่งก็คือ หมี่หวาน(ราคา 30 บาท) ครับ สั่งแบบเย็นเน้ออ เพราะอากาศร้อนมั่กๆ(ฮา) เพิ่งเคยทานเป็นครั้งแรกตื่นเต้นอยู่เหมือนกันครับ อิ แอบมองพี่เค้าทำ หมี่หวานคือบะหมี่ไข่นี่เอง! แบบที่เราทานกันตามร้านก๋วยเตี๋ยวอ่ะครับ(ฮา) เอามาคลุกน้ำตาลให้ละลาย จากนั้นก็ใส่เครื่องอย่างโบกเกี๊ยะ เม็
พูดถึง “เอแคลร์” เชื่อว่าคงเป็นขนมโปรดของใครหลายคน แต่สำหรับคนที่ต้องการลดแป้งและน้ำตาลอาจจะไม่กล้ารับประทานหลายชิ้น ดังนั้นเพื่อเอาใจคนรักสุขภาพ บริษัท เคซีจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด จึงผลิตแป้งสำเร็จรูปสำหรับทำเอแคลร์จากข้าวไรซ์เบอร์รี่ ซึ่งมีรางวัลการันตี โดยได้รับรางวัลที่2 ในการประกวด“รางวัลนวัตกรรมข้าวไทย ประจำปี 2558 เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 60 พรรษา” ของมูลนิธิข้าวไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สนช. ลดการนำเข้าแป้งสาลี ดร.ลลานา ธีระนุสรณ์กิจ ผู้บริหารของบริษัท เคซีจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด แจกแจงว่า แป้งสำเร็จรูปสำหรับทำเอแคลร์จากข้าวไรซ์เบอร์รี่นี้ เป็นการนำแป้งข้าวไรซ์เบอรี่มาทดแทนการใช้แป้งสาลี 100% ทำให้มีคุณสมบัติทางโภชนการสูง และเมื่อใช้ผสมกับแป้งข้าวโพดก็จะไม่แข็งกระด้าง อีกทั้งแป้งดัดแปรช่วยให้ความคงตัวของเปลือกไรซ์เบอร์รี่เอแคร์ไม่ยุบตัวหลังจากที่ผ่านการอบที่อุณหภูมิสูง และยังช่วยเพิ่มคุณสมบัติในการอุ้มน้ำทำให้เนื้อสัมผัสมีความยืดหยุ่น แป้งดังกล่าวยังไม่มีเ
