แจกสูตรอาหาร และเครื่องดื่ม
คุณกัมพล สิริประภาพรรณ กรรมการผู้จัดการบริษัท สิริไฟน์ฟู้ดส์เฮลตี้ จำกัด ผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูปประเภทข้าวพร้อมทานมีคุณภาพ สะอาด รสชาติถูกปาก มีคุณประโยชน์ อาทิ ข้าวผัดพร้อมทานแบบถ้วย ข้าวสำเร็จรูปแบบกระป๋อง เผยว่า บริษัทได้เข้าร่วมหลายโครงการของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) อาทิ โครงการการพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป ได้รับการชี้แนะว่าการทำข้าวพร้อมทานอย่างเดียวคงไม่ตอบโจทย์ผู้บริโภคนัก ต้องมีการร่วมกับอาหารสำเร็จรูป อื่นๆ เช่น แกงต่างๆ ทำให้ได้แนวคิดที่จะทำแกงสำเร็จรูปเพิ่มเติม โครงการพัฒนาสถานประกอบการเป้าหมายเพื่อเข้าสู่ AEC จากเดิมมีแค่เครื่องหมาย อย. และมาตรฐาน GMP แต่สำหรับในตลาดที่กว้างขึ้น ผู้บริโภคต้องการมาตรฐานสูงขึ้น ทางกรมก็มีโครงการพัฒนาสถานประกอบการ จึงเข้าร่วมเพื่อทำมาตรฐาน HACCP เพิ่มทำให้สามารถขยายตลาดมากขึ้น โครงการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป โครงการนี้ทำให้ได้ไอเดียการสร้างความหลากหลายให้สินค้า รวมทั้งการเพิ่มคุณประโยชน์ให้กับสินค้าเดิมที่มีอยู่แล้ว โดยที่ปรึกษาโครงการให้คำแนะนำในหลายๆ เรื่อง อาทิ เดิมหุงข้าวแบบทิ้งน้ำ ที่ปรึกษาแนะนำว่าน้ำข้าวที่ทิ้งไปมีประโย
“บ้านสิริ” คือ ร้านอาหารที่เหมาะกับทุกเพศ ทุกวัย โดยเฉพาะผู้ที่หลงรักในเสียงเพลงและการขยับเขยินร่างกายด้วยการ “ลีลาศ” เพราะ ณ ห้องอาหารแห่งนี้เมื่อก้าวเท้าเข้ามาแล้วจะเพลิดเพลินไปกับดนตรีร่วมสมัยเหมือนได้มาพบปะเพื่อนที่รู้ใจไปพร้อมๆ กับลิ้มรสชาติอาหารเมนูหลากหลายกว่า 150 ชนิด อิ่มอร่อยได้ทุกวัน มีบริการเช่าพื้นที่เพื่อจัดงานเลี้ยง งานแต่งงาน วันเกิด ปาร์ตี้ สังสรรค์ในครอบครัว ฯลฯในราคายุติธรรม จากบ้านพักผู้สูงวัย กลายเป็นสังคมของคนรักลีลาศ คุณจันทราวดี เคียงศิริ หรือคุณติ๋ม หญิงสาววัย 64 ปีเจ้าของร้านอาหาร “บ้านสิริ” นับเป็นผู้หลงใหลกีฬาลีลาศ เธอเท้าความว่า ก่อนจะเปิดร้านอาหารแห่งนี้ ในอดีตราวปี 2531บ้านสิริเคยเป็นโครงการบ้านพักให้เช่าแก่ผู้สูงอายุบนพื้นที่ 15 ไร่ จำนวน 117 ยูนิต มีทั้งรูปแบบบ้าน ขนาด 36 ตารางเมตร และห้องพักขนาด 24-55 ตารางเมตร จนกระทั่งปี2535 ปรับเปลี่ยนเป็นโรงแรมให้เช่ารายวันอย่างถูกต้องตามกฏหมาย กลุ่มคนที่มาพักล้วนเป็นต่างชาติ อาทิ อังกฤษ อเมริกา เยอรมันนี เกาหลี ญี่ปุ่น นอกจากแขกที่มาพักจะรับความสะดวกสบาย “บ้านสิริ” ยังมีจุดขายอีกอย่าง คือ ร้านอาหารเพื่อสุขภาพปราศจ
ออกตัวว่าอร่อยไม่แพ้เจ้าไหนในประเทศ สำหรับ “กินยัง เบอร์เกอร์” เมนูจานด่วนทานง่าย ทานสะดวกรสชาติดี ได้คุณค่าสารอาหาร ในอดีตเมื่อ 4 ปีที่แล้วเคยครองตำแหน่งขวัญใจของเด็กน้อยวัยใส ขายดิบขายดีในโรงเรียน มาวันนี้ขอทวงบัลลังก์คืน ภายใต้การบริหารงานของทายาท Gen-Z คุณภูมิ รังสิยานนท์ นักศึกษาปี 1 เรียนหลักสูตรอินเดียศึกษา (นานาชาติ) รั้วมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และคุณณัฎฐกมล สุกิจจาคามิน นักศึกษาปีที่ 1 คณะศิลปกรรมศาสตร์ นิเทศศิลป์ มหาวิทยาลัยบูรพา อาสารับไม้ต่อ บริหารแบบคนรุ่นใหม่ ภูมิ เล่าว่า เมื่อ 4 ปีที่แล้ว คุณพ่อ – คุณปกรณ์กิตติ์ ท่านเคยเป็นที่ปรึกษางานด้านเบเกอรี่ให้กับสินค้าดังๆ อย่าง สเวนเซ่นส์, สาลี่สุพรรณ ฯลฯ แล้ววันหนึ่งท่านหันมาทำแฮมเบอร์เกอร์ขาย โดยเช่าตึกย่านถนนลาดปลาเค้า กทม. คิดสูตรเอง ทำขนมปังเอง ทำใส้เอง ทำซอสเอง เจาะตลาดโรงเรียน เน้นคุณภาพ รสชาติอร่อย ขายราคาไม่แพง ปรากฏว่าเด็กๆ ชอบมาก ขายดีเกินคาด แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้คุณพ่อเลิกกิจการทั้งๆ ที่ยังมีออเดอร์อยู่ “คุณพ่อมองว่าตลาดระดับกลาง -ล่าง ยังมีช่องว่าง และมีความน่าสนใจ เลยตั้งใจเจาะตลาดกลุ่มนี้ ทว่าพอขายแฮมเ
สุดครีเอตไม่ซ้ำใครในประเทศแน่ๆ สำหรับร้านก๋วยเตี๋ยวเรือนแพ อาหารเส้นที่สร้างสรรค์เมนูชื่อแปลก แถมแหวกแนวด้วยวัตถุดิบที่ไม่คาดคิดว่าจะสามารถทำก๋วยเตี๋ยวได้ ต้นตำหรับเมนูเด็ด คือคุณพิเชษฐ์ เปี่ยมคุ้ม หรือคุณตุ้ม เจ้าของร้านวัย 52 ปี คุณตุ้ม เผยกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า เป็นคนชอบกินก๋วยเตี๋ยวมาก ใครว่ามีก๋วยเตี๋ยวที่ไหนอร่อย จะตามไปกินกับภรรยาทุกที่ทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด จนเมื่อ พ.ศ. 2549 ตัดสินใจเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวเป็นของตัวเอง แต่ทว่าต้องสร้างจุดขาย เน้นความแปลก ที่สำคัญต้องอร่อยกว่าร้านทั่วๆ ไปด้วย “ผมเปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยวมา 9 ปีแล้ว เกิดไอเดียว่าต้องสร้างจุดขายให้ก๋วยเตี๋ยวมีความต่างจากร้านอื่น ด้วยการครีเอทตเมนูใหม่ๆ และตั้งชื่อแปลกๆ อาทิ ก๋วยเตี๋ยวส้มตำ ก๋วยเตี๋ยวมะม่วง เย็นตาโฟไม่ใช้เต้าหู้ยี้แต่ใช้ซอสมะเขือเทศที่ทางร้านทำขึ้นเอง ยังมีก๋วยเตี๋ยวพระถังซัมจั๋งดอกพิกุลตุ๋นเครื่องเทศ นวลนางในอ่างน้ำ พญาสุกรนอนสวนพลู ก๋วยเตี๋ยวสก๊อยสาว ก๋วยเตี๋ยวโคโยตี้ ก๋วยเตี๋ยวแกงเขียวหวาน เป็นต้น” สำหรับเมนูเก๋ๆ ยกตัวอย่าง ก๋วยเตี๋ยวมะม่วง วัตถุดิบมี มะม่วงเปรี้ยว ต้องสายพันธุ์น้ำดอกไม้เท่านั้น
กระแสคลีนฟู้ดยังแรงต่อเนื่อง หลายคนที่เคยทานก็ยังทานต่อ บางคนไม่เคยทานก็เริ่มอยากหันมาลองทาน ปัจจุบันเมนูอาหารคลีนถูกประยุกต์ให้ทานง่าย แม้กระทั่งไข่ขาววัตถุดิบใกล้ตัวคนไทย ก็ยังมีผู้ประกอบการหัวใสนำมาทำให้ทานง่ายด้วยการต้มให้สุกรับประทานได้ทันที ไอเดียสร้างสรรค์ของอดีตสัตวแพทย์สาวที่ผันตัวมาเป็นนักธุรกิจ คุณสุนทรี ศรีวานิชภูมิ หรือคุณกุง คุณกุง เล่าที่มาก่อนจะเป็นไข่ไก่ต้มสุกพร้อมทานว่า บ้านพี่สะใภ้เป็นโรงงานผลิตฝอยทอง แต่ละวันใช้ไข่แดงจำนวนมากมาทำขนม ซึ่งไข่ขาวจะเหลือทิ้ง เลยลองนำมาบรรจุใส่ถุง ถุงละ 2 กิโลกรัม ขายในราคา 150 บาทให้กลุ่มเพื่อนที่ออกกำลังกาย ควบคุมอาหาร ซึ่งคนกลุ่มนี้จะหลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ หลังจากนั้น 3 เดือนเริ่มมีลูกค้าติว่าไม่สะดวกในการพกพาไข่ดิบ เก็บรักษายาก บางคนไม่ทำอาหาร ฉะนั้นเลยคิดจะเปลี่ยนรูปแบบจากไข่ขาวดิบให้เป็นไข่ขาวสุกพร้อมกิน สะดวกและยังได้โปรตีนด้วย หลังจากเกิดแนวคิดอยากเปลี่ยนไข่ขาวดิบให้เป็นไข่ขาวสุกพร้อมกิน คุณกุง เล่าว่า ได้ไอเดียจากเต้าหู้หลอด เลยไปศึกษากระบวนผลิตอยู่ราว 6 เดือน จนกระทั่งกลายเป็นไข่ขาวต้มสุกบรรจุในรูปแบบหลอดพร้อมทาน “ดิฉันได้ไอเดียท
ช่วงปิดภาคเรียน เด็กๆหลายคน คงอยากหารายได้พิเศษไว้เป็นทุนขวัญถุงตอนเปิดเรียน บ้างไปทำงานล้างจาน แจกใบปลิว เป็นเด็กเสิร์ฟตามร้านอาหาร ตามแต่ถนัด แต่สำหรับ อุ่น – ณัชพร กลิ่นรอด ปัจจุบันเรียนอยู่ชั้น ม.4 โรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี จังหวัดพิษณุโลก อาจแตกต่างไปมาก หากเทียบกับเด็กวัยเดียวกัน เพราะเธอมี “จ๊อบ” สำคัญ ซึ่งทำกำไรได้เกือบ 200 บาททุกวัน ควบคู่ไปกับการเรียนตั้งแต่อยู่ชั้น ม.3 ………. “จบ ม. 3 แล้วค่าาาาา หายหน้าหายตาไปนาน เพราะแม่ค้าสอบค่ะ อยากจะตั้งใจสอบให้เต็มที่ แม่ค้าได้รับเหรียญคนดีศรีเฉลิมขวัญ ด้วยนะคะ เป็นนักเรียนที่อยู่ในกฎ ระเบียบของโรงเรียน ตลอด 3 ปี แต่ก็ยังจะขายข้าวเหนียวหมูนะคะ” คือ ข้อความที่ อุ่น เคยสื่อสารผ่านแฟนเพจ “แม่ค้า ม.3 ขาย “เหนียวหมูน้องอุ่น” หาทุนเรียน”ซึ่งมียอดไลค์เกือบ 5 พัน ก่อนย้อนความเป็นมาให้ฟังเกี่ยวกับกิจการ “เหนียวหมูอุ่น” ซึ่งเริ่มทำเมื่อราวเดือนพฤศจิกายน 2557 ตั้งต้นจากการที่เธอมักห่อข้าวไปทานโรงเรียนทุกเช้า เพื่อนๆเห็นเข้าบอกให้ทำมาขาย เพราะอยากทานบ้าง เพราะหลายคนไม่มีเวลาทำหรือกระทั่งแวะซื้อ อุ่นจึง “แปะมือ
ยามใดได้ไปเดินห้างสรรพสินค้าติดแอร์ ที่ทุกวันนี้มีให้เห็นแทบทุกหัวถนน หลายท่านอาจเคยนึกอยากทานอาหารเร็วๆ ง่ายๆ แต่ถูกปากคนไทย อย่าง ก๋วยเตี๋ยวรสชาติเข้มข้นแบบดั้งเดิม กันสักชามสองชาม แต่จะให้ตามหาร้านแบบดังว่า อาจเป็นงานยากสักหน่อย เพราะไม่ว่ากวาดสายตาไปทางไหน มักเจอแต่ร้านอาหารสัญชาตินอก อย่าง อเมริกัน เกาหลี ญี่ปุ่น ฯลฯ เปิดเรียงรายกันเป็นทิวแถว หลายวันก่อน ตอนไปช็อปปิ้งที่ห้างเปิดใหม่ อย่าง ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา เวสต์เกต ย่านบางใหญ่ มีโอกาสได้ไปสำรวจร้านรวงแบบตื่นตาตื่นใจ พอใกล้เที่ยง จึงเมียงมองหามื้อกลางวันใส่ท้อง ลองขึ้นไปเดินบนชั้น 3 พบร้านตรงตามสเปก จึงเข้าไปนั่งสั่งเมนูเด็ดมาทานแบบไม่ลังเล เสร็จสิ้นขั้นตอนของการทาน เจ้าของกิจการ MEAT & MORE KITCHEN (มีท แอนด์ มอร์ คิทเช่น) คุณเกด-ศศิวิมล เกิดผล เข้ามาสอบถามความพึงพอใจ ด้วยอัธยาศัยยิ้มแย้ม ก่อนสละเวลามาพูดคุยกัน เริ่มต้นให้ฟัง ปัจจุบันอายุ 41 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาโทจากอังกฤษ 2 สาขาวิชา ก่อนหน้านี้เคยทำงานธนาคารแห่งประเทศไทยอยู่ราว 10 ปี ทำงานบริษัทเอกชนอีกเกือบ 9 ปี ก่อนลาออกมาทำธุรกิจส่วนตัว และด้วยความที่เป็
พ.ศ. นี้ หลายคนบอก เป็นยุคเบเกอรี่ “เบ่งบาน” ผ่านไปทางไหน มักเห็นแต่ ร้านกาแฟ–เค้ก แทรกตัวอยู่ในแทบทุกทำเล ส่วนพฤติกรรมการรับประทาน “ขนมไทย” นั้น นับวันยิ่งห่างหายไปจากชีวิตตามปกติ ถ้าจะมีคงเป็นช่วงงานบุญ อย่าง ขึ้นบ้านใหม่ แต่งงาน ฯลฯ ซึ่งยังพอมี “พื้นที่” ให้กับของหวานคู่บ้านคู่เมืองได้อวดโฉมกันอยู่บ้าง “ดี’เสริฐ” กับ สโลแกนแปลเป็นไทย “ขนมไทยรูปทรงใหม่ – New Look of Thai Dessert” คุณคิ้ม–ทิพย์ดา จันทจรูญพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดี เคเทอริ่ง จำกัด ผู้ประกอบการด้านการจัดเลี้ยงในนาม “ดี เคเทอริ่ง” และเจ้าของกิจการขนมไทยสไตล์ใหม่ “ดี’เสริฐ” เริ่มต้นให้ข้อมูล ด้วยการแนะนำตัวให้รู้จักกันมากขึ้น จบปริญญาตรี ด้านเศรษฐศาสตร์ ปริญญาโท ด้านการบริหารกิจการ ที่ผ่านมาทำงานด้านการตลาดมาตลอด ก่อนออกมาช่วยกิจการของทางบ้านสามี–คุณวิทวัส จันทจรูญพงษ์ ซึ่งเป็นร้านอาหารเก่าแก่อายุไม่ต่ำกว่า 50 ปี ชื่อ “ดีพร้อม” ปัจจุบันยังเปิดให้บริการอยู่ที่บางแสน จังหวัดชลบุรี โดยตั้งใจเข้ามาขยายงาน จากร้านอาหารมาเป็นการบริการด้านจัดเลี้ยงนอกสถานที่ เพราะทั้งสามีและตัวเธอเอง เห็นตรงกันว่า แค
ขึ้นแท่นของฝากเลื่องชื่อสำหรับ “ขนมบ้านโกไข่” ประจำอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เมนูเด่นที่ทุกคนต่างโปรดปราน ได้แก่ เค้กสามเหลี่ยมไส้มะพร้าวอ่อน เปี๊ยะกุหลาบ ขนมปังสังขยา พายสับปะรด กิจการทั้งหมดอยู่ภายใต้การบริหารของ คุณพรศักดิ์ ตั้งคำ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ขนมบ้านโกไข่ จำกัด อดีตวิศวกรชายหนุ่มผู้หลงรักขนมหวาน สำหรับต้นกำเนิดร้านขนมบ้านโกไข่ มาจากจังหวัดตรัง ดินแดนเลื่องชื่อด้านขนมเค้ก ผลิตเค้กมาตั้งแต่รุ่นคุณปู่ คุณย่า พอมาถึงรุ่นหลานได้สร้างแบรนด์ “ขนมบ้านโกไข่” ให้เป็นที่รู้จัก และการยอมรับของผู้บริโภค ปัจจุบัน กลายเป็นร้านขนมชื่อดังมีมากถึง 9 สาขา ขึ้นแท่นของฝากดังของภาคใต้ไปแล้ว “โกไข่” ชื่อคุณอา สูตรขนมสืบทอดรุ่นสู่รุ่น คุณพรศักดิ์ เผยว่า ครอบครัวมีสูตรทำขนมที่ตกทอดรุ่นสู่รุ่นมายาวนาน ราว พ.ศ. 2538 คุณอามีนามว่า“โกไข่” อาศัยอยู่อำเภอทับเที่ยง จังหวัดตรัง ท่านทำพัฟสังขยา ขายเพียงเมนูเดียว ในขณะนั้นใช้วิธีเร่ขายบนรถมอเตอร์ไซค์ในบริเวณพื้นที่ใกล้เคียง ไปจนถึงจังหวัดสตูล พัฟสังขยาของคุณอาโกไข่ หลานชายเล่าว่า รสชาติดี กลมกล่อม ไม่มีแบรนด์ ตอนเป็นวัยรุ่นเคยอาสาไปช่วยขายด้
หากย้อนไปเมื่อหลายสิบปีก่อน หลายคนมองว่า ปลาทู เป็นอาหารสำหรับผู้มีรายได้น้อย แต่มาในวันนี้ ปลาทู กลายเป็นสินค้าราคาแพง และมีผู้บริโภคทุกกลุ่มเป้าหมาย ส่งผลก่อเกิดรายได้ต่อผู้อยู่บนเส้นทางสายนี้ ทำเงินดี กว่าเงินเดือน ก่อร่างสร้างแบรนด์ กว่า 40 ปีแล้วที่ครอบครัวของ คุณอริยาวรรณ์ พงษ์จารุคุปต์ หรือ คุณหน่อย ประกอบอาชีพค้าขายปลาทูนึ่งเลี้ยงชีพ แต่ด้วยภาวะการแข่งขัน กอปรกับคนรุ่นใหม่ไม่สนใจสานต่อธุรกิจ ทำให้ผู้ผลิตปลาทูล้มหายตายจากลงไปเป็นจำนวนมาก แต่ทว่าคุณหน่อยกลับเห็นถึงโอกาสว่าอาชีพนี้มีความยั่งยืนอย่างแน่นอน โดยสังเกตจากจำนวนผู้บริโภคปลาทูนับวันจะสูงขึ้น ครอบคลุมทุกช่วงวัย แต่หากจะให้ยอดขายดีได้นั้น หัวใจสำคัญคือต้องสร้าง “แบรนด์” “ปัจจุบัน หาคนเข้ามาสานต่ออาชีพค้าขายปลาทูค่อนข้างยาก ทั้งๆ ที่เป็นอาชีพทำเงินได้ดีกว่างานในออฟฟิศ ดิฉันเองจึงคิดว่า เราน่าจะเข้ามาสานต่อ ซึ่งที่ผ่านมาผู้ผลิตปลาทูส่วนใหญ่ คือคนรุ่นเก่า ทำตลาดไม่เป็น จึงติดอยู่กับการค้าขายรูปแบบเดิมๆ ยอดขายเริ่มตกลง เราจึงคิดว่าถ้าอย่างนั้น มาสร้างแบรนด์ดีกว่า” คุณหน่อย เล่าเท้าความถึงเหตุที่ใช้แบรนด์ “บ้านปลาทู” เพราะพ่อก
