แจกสูตรอาหาร และเครื่องดื่ม
แม่ค้าออนไลน์ เป็นหนี้กว่า 14 ล้าน ผุด ขนมครกแฟนซีไส้ทะลัก ต่อยอดแฟนไชส์ คืนทุนใน 1 เดือน! ใครจะคิดว่ารายได้จากการขายขนม จะมากพอสำหรับการใช้หนี้ ทว่า ขนมครกแฟนซีไส้ทะลัก เป็นหนึ่งในธุรกิจที่สร้างรายได้ถึงหลักแสนและสามารถนำเงินส่วนหนึ่งไปผ่อนหนี้ได้ ด้วยความชอบกินขนมครก คุณเจี๊ยบ-วีรภา อิฐถารัตน์ จึงศึกษาวิธีทำด้วยตนเองอยู่ 5 วัน จากนั้นก็เปิดหน้าร้าน จนต่อยอดมาเป็นธุรกิจแฟรนไชส์ที่คืนทุนใน 1 เดือน เจ้าของร้านในวัย 33 ปี บอกกับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ว่า อันที่จริงอาชีพหลักของเธอคือแม่ค้าออนไลน์ เพราะทำมา 10 ปีแล้ว “พี่เป็นคนทำนั่นทำนี่ตลอด ไม่ได้มีแค่อาชีพเดียว พี่ขายหมดทุกอย่าง ทั้งเสื้อผ้าหรือครีม อะไรที่เป็นเงินเราขายหมด” เธอว่าเช่นนั้น ก่อนจะมาขาย ขนมครกแฟนซีไส้ทะลัก คุณเจี๊ยบมีหนี้กว่า 14 ล้านบาท และต้องใช้หนี้เดือนละประมาณ 70,000 บาท แม้จะมีเหนื่อยและท้อบ้าง แต่เธอมีความเชื่อว่า “ความสำเร็จชอบความสุข” เพราะถ้ามีความสุขกับการมีหนี้หรือการทำสิ่งต่างๆ ความเหน็ดเหนื่อยจะหายไป เจ้าของร้านเล่าที่มาที่ไปของ ขนมครกแฟนซีไส้ทะลัก ให้ฟังว่า “พี่ชอบกินขนมครก แต่ไปกินร้านไหนก็ไม่ค่อยถูกใจ ทั้งก
อดีตโภชนากร ใช้ความรู้ที่มี ต่อยอดร้านอาหาร ผุด ยำ 20 บาท อร่อยเด็ด เปิดขาย จ๊อดแฟร์ ด้วย! JODD FAIRS (จ๊อดแฟร์) ตลาดนัดกลางแจ้งที่ตั้งอยู่ข้างห้างเซ็นทรัล พระราม 9 ถือเป็นสถานที่ขายของที่ฮอตที่ถูกพูดถึงมาก ณ เวลานี้ เพราะได้รวบรวมเอาร้านของกินเด็ดๆ ทั้งคาว-หวาน ไว้มากมาย รวมถึงร้านเสื้อผ้าแนวๆ ก็มี จ๊อดแฟร์ (JODD FAIRS) ตลาดนัดกลางแจ้งสุดฮอต พ่อค้าแม่ค้า อยากไปขายบ้าง ต้องทำยังไง? เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้ไปเดินที่ตลาดแห่งนี้และพบเข้ากับร้านยำร้านหนึ่งที่ขายเพียง 20 บาท จึงไม่รอช้าที่จะเข้าไปลิ้มลอง และได้พูดคุยหลังไมค์กับ คุณนัดดา-อรนัดดา สุขมา เจ้าของ ร้าน ยำ ทะเลดอง 20 by nudda วัย 41 ปี ซึ่งเล่าว่า เดิมเธอยึดอาชีพเป็นนักโภชนากรในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งย่านลาดพร้าว แต่ตัวเธอนั้นอาศัยอยู่ในย่านงามวงศ์วาน เมื่อเลิกงานกลับบ้าน จึงชอบหาอาหารแถวๆ นั้นทาน โดยร้านโปรดของเธอคือ ร้านก๋วยเตี๋ยว ที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน “พี่ไปฝากท้องที่ร้านบ่อย จนเรียกว่าสนิทกับเจ้าของร้านคนก่อน ทีนี้วันหนึ่ง เขาก็มาบอกว่าจะกลับไปอยู่บ้านที่ต่างจังหวัดแล้ว จะหาคนเซ้งร้าน พี่เสียดายร้า
กินเจไม่จำเจ ต้องไม่พลาด 5 เมนูที่ต้องลอง อร่อยมีประโยชน์ อีกหนึ่งเทศกาลบุญครั้งใหญ่ประจำปี คงหนีไม่พ้นกับ เทศกาลกินเจ ที่จัดขึ้นปีละครั้ง ตรงกับวันขึ้น 1 ค่ำ ถึง 9 ค่ำ เดือน 9 ตามปฏิทินจีน เป็นช่วงเวลาของคนจีนและคนไทยเชื้อสายจีนละเว้นเนื้อสัตว์เป็นเวลา 9 วัน 9 คืน ซึ่งการกินเจนอกจากจะได้บุญแล้ว ยังถือเป็นการรีเฟรชร่างกายไปในตัว ทั้งช่วยให้การย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น แต่สำหรับบางคนที่ถูกใจรสชาติของผัก ไม่ถูกปากรสชาติอาหารเจ หรือบางคนก็กลัวว่าทานอาหารเจแล้วทำให้อ้วน เพราะจะทานแป้งเยอะและหิวเร็วกว่าปกติ วันนี้มีเมนูเจยอดฮิตรับประกันอร่อยถูกปาก ได้ประโยชน์ครบถ้วน รสชาติไม่จำเจมาแนะนำ เมนูแรกที่พลาดไม่ได้และนับเป็นเมนูขายดิบขายดียกให้ “ผัดหมี่ซั่ว” หรือ บะหมี่อายุยืน เป็นเมนูมงคล นิยมรับประทานในวันมงคล อย่าง ตรุษจีน วันเกิด เพราะตามความเชื่อของชาวจีนเชื่อว่า ความยาวของบะหมี่นั้นหมายถึงการมีอายุยืนยาว ดังนั้น เวลาผัดเส้นหมี่ซั่วต้องผัดให้เส้นไม่ขาดจากกัน ผัดหมี่ซั่วยังอุดมไปด้วยผักนานาชนิด อาทิ “เห็ดหอม” มีแคลอรีต่ำและอุดมไปด้วยคุณค่าทางสารอาหารอย่างวิตามินและแร่ธาตุ “กะหล่ำปลี” มีวิตามินซีส
แจกสูตร ผัดถั่วแขกเต้าซี่ เค็มๆ เผ็ดนิดๆ อร่อยมาก ช่วงนี้ข้าวของแพง ทำอาหารรับประทานง่ายๆ วัตถุดิบมีในบ้าน หมูสับ พริก กระเทียม ซื้อถั่วแขกเพิ่ม ถ้ามีเต้าซี่ติดครัวอยู่ก็ทำได้เลยค่ะ มาดูส่วนผสมกันค่ะ ส่วนผสม ถั่วแขก 200 กรัม กระเทียม 1 ช้อนโต๊ะ หมูสับ 100 กรัม พริกขี้หนู 1 ช้อนโต๊ะ เต้าซี่ 1 ช้อนโต๊ะ พริกจินดา 2 เม็ด ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ พริกไทยป่น น้ำมันพืช วิธีทำ 1. ล้างถั่วแขก ตัดหัว ตัดท้าย ตัดกลางเป็นท่อน แช่น้ำไว้สักครู่ สะเด็ดน้ำ พักไว้ 2. นำเต้าซี่ล้างน้ำเล็กน้อย ล้างความเค็มออก สะเด็ดน้ำ พักไว้ 3. โขลกกระเทียม พริกขี้หนู เต้าซี่นิดหน่อยให้เข้ากัน พักไว้ 4. ตั้งกระทะให้ร้อน ใส่น้ำมัน นำกระเทียมที่โขลกแล้วลงผัดเร็วๆ ระวังไหม้ ใส่หมูสับลงไปผัดให้เข้ากัน พักไว้ 5. ในกระทะอีกใบ ใส่น้ำมันให้เยอะ น้ำมันร้อนเอาถั่วแขกลงไปผัดให้สุก นำขึ้น หรือถ้าจะนำไปลวกแทนผัดได้ค่ะ 6. นำถั่วแขกที่สุกแล้ว ลงไปผัดกับหมู เต้าซี่ ใส่พริกจินดาลงไป ปรุงรสด้วยซอสน้ำมันหอย ชิมรส โรยพริกไทย 7. ตักใส่จานเสิร์ฟ ถ้าไม่อยากทานมัน นำถั
มอลลี่ อัลลี่ (Molly Ally) ธุรกิจไอศกรีมเจลาโต้ Plant-based รายแรกในไทย ไอเดียนักศึกษาปริญญาโท ปัจจุบัน คนรุ่นใหม่ผันตัวมาเป็นเจ้าของธุรกิจกันมากขึ้น ซึ่งที่มาที่ไปของ มอลลี่ อัลลี่ “Molly Ally” เองก็เช่นกัน โดยมอลลี่ อัลลี่ เป็นธุรกิจไอศกรีมเจลาโต้ ที่มาจากพืช Plant-based เป็นรายแรกในประเทศไทย ที่ก่อตั้งโดย คนรุ่นใหม่ที่มีฝัน และได้เริ่มสร้างแบรนด์ระหว่างเรียนปริญญาด้วยกัน และในปัจจุบันมีสาขาและจุดจำหน่ายรวม 7 แห่ง! เรื่องราวของไอศกรีม มอลลี่ อัลลี่ ได้สร้างสิ่งใหม่และแตกต่างในอุตสาหกรรมไอศกรีมของประเทศไทย ทั้งการผลิตจากพืช แต่ได้พัฒนาให้มีรสชาติอร่อย เข้มข้น ไม่แพ้ไอศกรีมที่มีส่วนผสมของนมวัวที่มีอยู่ในตลาด ทำให้ มอลลี่ อัลลี่ เป็นไอศกรีม ที่ดีต่อสุขภาพและยังร่วมรักโลก โดยความโดดเด่นของไอศกรีมเกิดจากแนวคิดของผู้ก่อตั้ง 3 ราย ได้แก่ นายกานต์ชนิต บุบผาชื่น, น.ส.รตี บวรมงคลศักดิ์ และ น.ส.โชติมา มีมุ่งธรรม ที่สนใจสร้างธุรกิจนี้ระหว่างเรียนปริญญาโท ที่อยากร่วมส่งของขวัญความสุขในการทานไอศกรีมให้แก่ลูกค้า ด้วยแนวคิดทำธุรกิจและสร้างแบรนด์ที่ไม่เหมือนใคร ทำให้ มอลลี่ อัลลี่ ได้รับรางวัลชนะเลิศ
ทหารอากาศ ขายไข่เต่า อาชีพเสริมวันเสาร์-อาทิตย์ รับเงินหลายพันคุ้มค่าเหนื่อย หากปล่อยเวลาว่างให้สูญเปล่าคงน่าเสียดาย แต่ถ้านำมาใช้ให้เป็นประโยชน์อาจเกิดรายได้เพิ่มเหมือน หนุ่มอ่างทองเขยสุพรรณฯ วัย 32 ปี คุณไนท์-นัฐพงษ์ คำหนัก ทหารอากาศสุดขยัน ทำอาชีพเสริม ขายขนมไข่เต่า แบรนด์หอมมันไข่เต่า ในวันเสาร์และวันอาทิตย์ที่ตลาดนัด “ผมทำอาชีพเสริมมาตลอด ทั้งขายหมูปิ้ง ขายขนมปัง ตามตลาดนัด มาช่วงโควิดงานเหล่านี้ก็หยุดไป เลยมานั่งคิดจะทำอะไรต่อดี ชอบกินขนมไข่เต่าอยู่แล้ว จึงลองหาสูตรมาปรับในสไตล์เราดู ทำกินเล่นๆ ก่อน ให้พี่น้องให้ญาติช่วยชิม ทุกคนบอกอร่อย เลยได้ตั้งร้านขายที่ตลาดนัดวันเสาร์-อาทิตย์” นับรวมระยะเวลาตอนนี้คุณไนท์ขายขนมไข่เต่ามา 1 ปีแล้ว “ขายแรกๆ ยังไม่มีแบรนด์ ตั้งโต๊ะขายธรรมดา จากวันแรกยังขายไม่เก่งได้แค่ 10 กิโล และขายดีขึ้นเรื่อยๆ 18 กิโล เป็น 20 กิโล จนเข้าเดือนมีนาคม ตัดสินใจปั้นแบรนด์หอมมันไข่เต่า จ้างบริษัทออกแบบสีร้าน โลโก้ ฟอนต์ ขนาดตัวอักษร และเปลี่ยนอุปกรณ์การขายทั้งโต๊ะ เตา กระทะ ทุกอย่างให้ได้มาตรฐาน จนยอดขาย 1-2 เดือนหลัง ทะลุวันละ 60 กิโลแล้ว” และว่า หลังปรับแบรนด์ ใ
ลำบากมาด้วยกัน! สาวโรงแรมตกงาน หันทำเบเกอรี่ หาเงินใช้จ่าย-รักษาแฟน เหนื่อย แต่ต้องสู้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้คุยกับ คุณแก้ว วัย 33 ปี ที่นอกจากเธอจะต้องตกงานเพราะเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 แล้ว เธอยังต้องหาเงินเพื่อไปช่วยรักษาสามีที่ต้องให้คีโมเป็นประจำ ทำให้เธอต้องสู้สุดใจ คุณแก้ว เล่าว่า เธอเคยทำงานในโรงแรมแห่งหนึ่ง ทุกอย่างดูไปได้สวย จนกระทั่งเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 เมื่อปลายปี 2019 ที่กินเวลาหลายเดือน จนในที่สุด ที่ที่เธอทำงานอยู่ก็ดำเนินกิจการต่อไปแทบไม่ไหว เธอจึงได้กลายเป็นคนตกงานไป แต่โชคยังดีที่ว่า ก่อนที่จะโดนเลย์ออฟ เธอค้นพบอาชีพเสริม ที่กลายมาเป็นช่องทางหารายได้ในยามยาก “แก้วทำงานโรงแรมค่ะ แต่ก็ตกงานเพราะโควิด ทางโรงแรมก็พยายามยื้อแล้วแหละ เพราะแก้วก็โดนลดเงินจนเหลือเพียง 1 ใน 3 ก่อนที่เขาจะเลย์ออฟแก้วเพราะยื้อไม่ไหวจริงๆ แต่โชคดีตรงที่ว่า 5 ปีก่อนหน้า แก้วมีขายของอย่างอื่นมาอยู่แล้ว เป็นเสื้อผ้าน้องหมา แต่บ้านเรามันเมืองร้อน ก็ไม่ได้ขายดีมากแต่ก็มีลูกค้าเข้ามาซื้อเรื่อยๆ” “ด้วยความที่แก้วเป็นคนชอบกินมาก แต่ทำเป็นแต่อาหารคาว แต่เราก็อยากทำขนมกินเองบ้
อดีตสาวโรงงาน สืบทอดสูตรอาหารแม่สามี ทำร้านเตี๋ยวหมูกรอบ 12 บาท กำไรไม่มาก แต่ลูกค้าต้องคุ้ม เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้คุยกับ คุณหมวย-วนิสา ชีวสุขสันต์ วัย 28 ปี เจ้าของ ร้านฟาโล ควันโก๋หม้อ ที่เหล่าเพจบล็อกเกอร์ทั้งหลายแหล่แห่ไปตามรอยรีวิวกันเพียบ ซึ่งล่าสุด หลังจากที่ได้คุยกันก็ได้ไปออกรายการทีวีช่องน้อยสีมาเสียด้วย โดยตัวสร้างชื่อให้กับร้านก็คือ ก๋วยเตี๋ยวหมูกรอบ 12 บาท นั่นเอง! คุณหมวย เล่าว่า ก่อนมาเปิดร้านก๋วยเตี๋ยว เธอเคยทำงานโรงงานมาตั้งแต่อายุ 18 ปี จนอายุ 20 ก็ลาออกจากโรงงาน ผันตัวไปหางานอย่างอื่นทำ รวมถึงการเป็นแม่ค้าขายข้าวแกง จนได้มาพบรักกับแฟนหนุ่ม (คุณณัฐพงษ์ ผิวอ่ำ) ซึ่งคุณแม่ของคุณณัฐพงษ์นั้น ทำอาชีพเป็นแม่ค้าขายของ-ขายก๋วยเตี๋ยวอยู่แล้ว คุณหมวยจึงมีโอกาสได้คลุกคลีมาบ้าง จนเมื่อคุณแม่ของแฟนหนุ่มได้เสียชีวิตลง คุณหมวยจึงเลิกกิจการขายข้าวแกงแล้วมารับช่วงต่อร้านก๋วยเตี๋ยว “ตอนออกจากโรงงาน จับพลัดจับผลูมาขายข้าวแกง ก็ไปไม่ค่อยรอด หันมาทำร้านอาหารตามสั่ง ก็ไม่รอดอีก เพราะขายได้วันละ 2 กล่องเอง ตอนนั้นมันก็ท้อ จนมานั่งคิดกับแฟนกันใหม่ ด้วยความที่พวกเราเคยไป
ไอเดียหารายได้เสริม! ใช้เพียง ขนมปัง น้ำสลัด ไส้กรอกสำเร็จรูป ลงทุนไม่เยอะ ทำขายง่ายๆ สมัยนี้ใครๆ ก็ทำนั่นทำนี่ขายหารายได้เสริมกันทั้งนั้น ครั้นอยากจะขายบ้าง แต่ก็ไม่รู้อีกว่าจะขายอะไรดี สิ่งที่ขายง่ายที่สุดก็คงหนีไม่พ้น อาหาร แต่จะเลือกขายอะไรล่ะ เพราะทำอาหารขายอย่างหนึ่ง ก็ใช้ทุนไม่น้อยเหมือนกัน ครอฟเฟิล เมนูฮิต ลงทุนไม่เยอะ ทำขายไม่ยาก แม่ค้ามือใหม่ทำได้แน่นอน คุณตุ๊กตา จากร้าน I & T Bakery ใจดีแนะนำการเลือกซื้อของมาทำอาหารหารายได้เสริมง่ายๆ โดยสามารถหาทุกอย่างได้จากแม็คโครใกล้บ้าน ดังนี้ 1. ขนมปัง 2. น้ำสลัดสูตรสำเร็จ ซึ่งที่มีขายทั่วไป ลองชิมเจ้าไหนอร่อย หยิบมาเลย 3. ไส้กรอก เลือกซื้อมาลองสักแพ็ก โดยให้ลวกหรือนึ่งก่อน เมื่อได้วัตถุดิบทุกอย่างแล้ว มาถึงขั้นตอนการทำ 1. ทาน้ำสลัดบนขนมปัง 2. จับผักสลัดและไส้กรอก วางบนขนมปัง ตามด้วยราดซอส และราดน้ำสลัด 3. ถ้ามีปลาเส้นยาวๆ ก็จับมาผูกให้ดูสวยงาม 4. บรรจุลงกล่อง P39 ปิดฝา ติดสติ๊กเกอร์ร้านนิดหนึ่ง เพื่อสร้างการจดจำ “อยากขายแต่ไม่รู้จะขายอะไร อยากทำแต่ไม่รู้จะทำอะไร จริงๆ อยากขายอะไร ให้ลองขาย อยากทำอะไรให้ลองทำ ลองแล้ว ลองอีก ลอ
กลยุทธ์สร้างความต่าง เปลี่ยน “ข้าวคลุกน้ำพริก” ธรรมดาเป็น ข้าวสไตล์เบนโตะ “เข่ง” ไม่ใช่ภาชนะใส่ปลาทูอีกต่อไปแล้ว เมื่อผู้ประกอบการไทย นำมาใส่เมนูสุดพิเศษ เช่น “ร้านข้าวเข่ง” ร้านอาหารไทย ที่ต่อยอดมาจากร้านน้ำพริก “ราชินีพริกสด” ให้กลายเป็นเมนูสไตล์เบนโตะ ออร์เดอร์เฉลี่ย 1,000 เข่งต่อเดือน สร้างรายได้เกือบหลักแสนบาท “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” เลยขอแนะนำกลยุทธ์สร้างความต่างนี้ ไว้เป็นไอเดียให้คนที่อยากมีอาชีพได้ทำขาย มาเริ่มกันเลย วัตถุดิบ/ภาชนะ น้ำพริกกะปิมะม่วง น้ำพริกลงเรือ ผักสด ผักทอด ผักลวก เช่น แตงกวา แคร์รอต ข้าวโพดอ่อน กะหล่ำปลี บร็อกโคลี ไข่ชะอม มะเขือเปราะ กระเจี๊ยบเขียว ผักตามฤดูกาล เช่น ขมิ้นขาว เข่ง ไซซ์ 6 นิ้ว รับจากตลาดไทย ต้นทุนเฉลี่ยใบละ 3 บาท วิธีจัดเข่ง ข้าวคลุกน้ำพริกกะปิมะม่วง 1. นำข้าวคลุกเคล้ากับน้ำพริกกะปิมะม่วงให้เข้ากัน ตักใส่เข่งที่รองด้วยกล่องพลาสติก 2. นำปลาทูแกะก้าง ไข่ชะอม ผักสด ผักลวก จัดวางสลับสีให้น่าทาน 3. ตักน้ำพริกกะปิมะม่วงใส่กระปุกเล็ก ไว้ทานเสริม 4. แต่งหน้าอาหารด้วย วอเตอร์เครส หรืออัญชัน เป็นอันเสร็จ ข้าวคลุกน้ำพร
