แจกสูตรอาหาร และเครื่องดื่ม
จิบค็อกเทล โซ้ยส้มตำสุวรรณเขต! ที่ “ลาวต้มลาว” ร้านอาหารสุดหรู ต้นตำรับลาวแท้ หากพูดถึง ‘อาหารลาว’ เชื่อว่าใครหลายคนคงนึกถึงเมนูแซ่บ ๆ ทางภาคอีสานอย่าง ส้มตำ ลาบ ทำนองนี้อย่างแน่นอน แม้ไทยอีสานกับลาวจะมีความคล้ายคลึงกันด้านวัฒนธรรมอาหาร แต่ทว่ามีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงทางวัตถุดิบและกรรมวิธีการปรุง เส้นทางเศรษฐีพามารู้จักกับร้านอาหารน้องใหม่ “ลาวต้มลาว – Lao Dtom Lao” ที่เปิดตัวได้เพียง 4 เดือน ใจกลางย่านโอลด์ทาวน์ อาหารลาวต้นตำรับแท้ ๆ ปรุงรสด้วยฝีมือเชฟชาวลาวตัวจริง ยกระดับอาหารพื้นถิ่นลาวสู่ความเรียบหรูเฉพาะตัว ผสมผสานเข้ากับสไตล์การตกแต่งร้านแบบโพสต์อินดัสเทรียล โดยมี คุณเติ้ล – จิตธนา สันทวี เป็นผู้จัดการร้านในขณะนี้ คุณเติ้ล เล่าจุดเริ่มต้นของการทำร้านอาหารลาวสุดคลาสสิกแห่งนี้ให้ฟังว่า เกิดจากคุณโจ๊ก – สมเกียรติ ไพโรจน์มหกิจ เชฟชื่อดัง เจ้าพ่อแห่งวงการอาหาร และเชฟชาวลาว เชฟแดง – เดวิด ที่ช่วยกันนำไอเดียมาช่วยกันทำร้าน และออกแบบเมนู ร้านลาวต้มลาวแห่งนี้โดดเด่นด้วยสไตล์การตกแต่ง ด้วยเคาน์เตอร์บาร์ค็อกเทลสุดหรูที่อาจดูขัดกับอาหารลาว ตั้งตระหง่านอยู่ภายในร้าน รอลูกค้าเข้ามาสั่งเครื
ขายได้วันละหมื่น “ขนมจีนยายแก้ว” เจ้าเด็ดเพชรบูรณ์ อร่อย หน้าตาดี ราคา 30 บาท หากพูดถึงจังหวัดเพชรบูรณ์ หลายคนคงกำลังนึกถึงมะขามหวาน หรือแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติ แต่แท้จริงแล้วยังมี “ขนมจีน” ที่สร้างชื่อให้กับจังหวัดนี้ ดังเช่น ขนมจีนยายแก้ว อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ – ร้านขนมจีนสูตรเฉพาะ ที่ดำรงกิจการต่อเนื่องมายาวนานกว่า 2 ทศวรรษ ของคุณยายแก้ว แก้ววนะ วัย 83 ปี เดินเข้าไปจะพบคุณยายแก้วยิ้มต้อนรับอย่างเป็นมิตรอยู่ภายในร้าน เธอย้อนความถึงที่มาที่ไปให้ฟังว่า เมื่อประมาณ 20 ปีก่อน แถวบ้านยังไม่มีร้านใดเปิดขายขนมจีน จึงคิดค้นสูตรด้วยตนเอง และเปิดร้านขายบริเวณใต้ถุนบ้าน ตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา จุดเด่นของขนมจีนยายแก้ว คือ เส้นขนมจีนมีความเหนียวนุ่มกำลังดี ไร้สารกันบูด ที่สำคัญบีบเส้นสดใหม่ทุกวัน ส่วนน้ำยาให้รสชาติเข้มข้น เรียกได้ว่าถึงพริกถึงขิง มี 4 ชนิด เริ่มต้นที่ น้ำยาป่า รสเผ็ดจัดจ้าน กลมกล่อม พร้อมเนื้อปลาดุกเน้นๆ ต่อด้วย น้ำยากะทิ ทานเข้าไปแล้วได้รสหวานนำ เผ็ดตาม กะทิเข้มสะใจ ตามมากับ น้ำยาหวาน รสหวานกำลังดี มีสัมผัสละมุนลิ้น และปิดท้ายด้วย น้ำปลาร้าสมุนไพร ที่จัดว่าเป็นซิกเนเจอร์ มีร
แม้จะเปิดตัวได้เพียง 8 เดือน แต่กระแสดีเกินคาด กับ “ชาไข่มุกลองดิ” ชาไข่มุกเจ้าดังในจังหวัดน่าน เพราะมีเงินเพียง 10 บาทก็ดื่มชาไข่มุกเย็นๆ รสชาติกลมกล่อมได้ เจ้าของกิจการ คือ คุณออย – ทิพวรรณ เสนา อายุ 34 ปี เจ้าของร้าน เล่าอย่างเป็นกันเองว่า เดิมทำแฟรนไชส์กาแฟถังและกาแฟสองใจ แต่เห็นว่าระยะหลัง คู่แข่งเริ่มเยอะขึ้น จึงคิดค้นสูตรชาไข่มุกพร้อมกับทำขาย ใช้ชื่อร้านว่า “ลองดิ” เปิดตัวไปเมื่อประมาณปลายปี 61 ราคาขายแก้วใหญ่ขนาด 16-18 ออนซ์ 25 บาท แต่จากการสังเกตเห็นลูกค้าเด็กมักทานน้ำไม่หมด จึงลดปริมาณลง ทำชาไข่มุกแก้วเล็ก ขนาด 12 ออนซ์ จำหน่ายในราคาย่อมเยา เพียงแก้วละ 10 บาทเท่านั้น “เมื่อ 3 เดือนที่แล้ว ลองขายชาไข่มุกแก้วละ 10 บาท ปรากฏผลตอบรับดีมากจนน่าตกใจ ดีขนาดที่ว่าขายได้วันละ 300 – 400 แก้วเลยทีเดียว ลูกค้าทั่วประเทศให้ความสนใจกันมาก ทั้งลูกค้าทั่วไปและกลุ่มใหม่ๆ ล่าสุด มีแฟรนไชส์ 100 กว่าสาขาแล้ว” คุณออยให้เหตุผลความนิยมของชาไข่มุกราคาประหยัดว่า “คงเพราะราคาถูก อร่อย คุ้มค่า มีเงิน 10 บาทก็สามารถดื่มชาไข่มุกได้ ยิ่งช่วงนี้สภาวะเศรษฐกิจตอนนี้ไม่ค่อยดี หลายคงคงไม่อยากซื้อชาหรือกาแฟแพงๆ
อาหาร คือ รากฐานแห่งอารยธรรมทั้งปวง เพราะตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน อาหารสามารถบ่งบอกเรื่องราวทางประวัติศาสตร์แต่ละยุคสมัยได้ เปรียบเสมือนการย้อนรำลึกความทรงจำของบรรพบุรุษ ที่รังสรรค์ คิดค้นเมนูต่างๆ ผ่านทางอาหารให้ลูกหลานได้สืบทอด “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีโอกาสไปเยือนร้านอาหารแห่งหนึ่งในชุมชนกุฏีจีนเก่า ริมแม่น้ำย่านฝั่งธนบุรี “บ้านสกุลทอง” คือชื่อของร้าน โดยเจ้าของร้านอาหารแห่งนี้ มีต้นตระกูลเป็นนางในที่ทำงานห้องเครื่องฝ่ายใน ในสมัยรัชกาลที่ 5 ทำให้ทุกเมนูภายในร้านนี้ เต็มไปด้วยกลิ่นอายของอาหารสมัยโบราณ ควรค่าแก่การเข้าไปลิ้มลอง แถมราคายังไม่แพงอีกด้วย คุณแตน-ขนิษฐา สกุลทอง ผู้เป็นเจ้าของ เล่าถึงที่มาว่า เดิมทีเธอทำอาชีพเป็นเลขา ด้านการส่งออกให้ไฮโซชื่อดังคนหนึ่ง แต่เกิดความรู้สึกเบื่อ เพราะชีวิตไร้ความก้าวหน้า จึงตัดสินใจลาออก หันมาเปิดธุรกิจร้านอาหารเล็กๆ กับสามี เนื่องจากต้นสกุลของเธอ เป็นนางในที่ทำงานห้องเครื่องฝ่ายใน กองสำรับเครื่องคาว ของรัชกาลที่ 5 ทำให้เธอมีความรู้เกี่ยวกับการทำ ทั้งอาหารคาวและหวานต่างๆ มากมาย “การทำธุรกิจ เราเน้นการทำแบบครอบครัว จึงทำให้เกิดปัญหาเล็กน้อย คือ เ
ไข่เยี่ยวม้าสีทอง เป็นนวัตกรรมใหม่ทางด้านอาหารหมักของไทยที่มีการพัฒนากระบวนการผลิตเชิงบูรณาการร่วมกันระหว่างอาหารหมักดองพื้นบ้านและแนวคิดในการพัฒนาทางด้านอาหารที่มีความปลอดภัย เพื่อการ บริโภค ปัจจุบันได้พบปัญหาไข่เยี่ยวม้ามีการปนเปื้อนของสารตะกั่วมากขึ้น โดยผู้ผลิตมีการเติมสารตะกั่วเพื่อเร่งให้ไข่มีการเปลี่ยนแปลงทางเคมีเร็วขึ้น สีที่ใช้พ่นหรือเคลือบผิวเปลือกไข่มักจะเป็นสีที่ไม่ปลอดภัยในการใช้สำหรับอาหาร จึงส่งผลให้เกิดอันตรายกับผู้บริโภค ผศ.ดร.ชุตินุช สุจริต กับรางวัลที่ได้รับ ด้วยเหตุผลดังกล่าว ผศ.ดร.ชุตินุช สุจริต อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการประมง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง จึงมีแนวคิดในการผลิตไข่เยี่ยวม้าที่มีการเลือกใช้วัสดุส่วนผสมที่เป็นธรรมชาติ เพื่อลดคอเลสเตอรอลในไข่แดง ไม่พบสารตะกั่วในผลิตภัณฑ์และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อความปลอดภัยในการบริโภค สามารถเก็บรักษาได้ยาวนานมากกว่า 6 เดือน จึงเป็นการยืดอายุในการตลาดเพื่อการค้า การพัฒนาผลิตภัณฑ์พร้อมบริโภคเน้นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพตามแนวคิดในเรื่อง 3 รักษ์ กล่าวคือ รักษ์สุขภาพ ใช้สารเคมีที่ปลอดภัย รั
‘หมูทอดกระเทียมพริกไทย’ เด็กกินได้ ผู้ใหญ่กินดี โดย กฤช เหลือลมัย ระยะหลังนี้ ผมเห็นมีความนิยมทำร้านขายข้าวหมูทอดแบบหนึ่งผุดขึ้นเป็นดอก เห็ด คือเขาเอาหมูสามชั้นชิ้นบางๆ เรียวๆ มาหมัก (อาจชุบแป้งด้วย) แล้วทอด หั่นชิ้นเล็กๆ โปะหน้ามาให้กินกับข้าวสวยร้อนๆ ไข่ต้ม ยางมะตูม น้ำปลาพริกขี้หนูหอมแดงซอย ในราคาจานละไม่เกิน 40-50 บาท แถมมีข้าวสวย น้ำพริก ผักสดให้ตักกินได้ไม่อั้นเป็นบุฟเฟต์ ร้านไหนร้านนั้นคนแน่นราวกับแจกฟรีเลยทีเดียว ข้าวหมูทอดคงมีวิวัฒนาการมาเนิ่นนาน จนคนแต่ละรุ่นมีสำรับที่สร้างสรรค์พลิกแพลงมากมาย เพียงแค่อาศัยปฏิสัมพันธ์ระหว่างเนื้อหมู น้ำมันร้อนๆ ในกระทะ แล้วก็เครื่องปรุงอีกนิดหน่อย อย่างที่ผมจะต้องนึกถึง “หมูทอดกระเทียมพริกไทย” แบบที่เคยกินมาตั้งแต่เด็กๆ ทุกครั้งที่เห็นคนลงมือทอดหมูในกระทะน้ำมัน หมูทอดสูตรบ้านผมนี้ง่ายดายมากครับ คือจะใช้เนื้อหมูส่วนไหนก็ได้ที่อยากกิน ถ้าเป็นแต่ก่อน เรามักใช้สันใน แต่ถ้าใครไม่ชอบ ว่าเนื้อมันแห้งไป จะเลือกเนื้อสันคอ สะโพก หรือ “น่องหมู” ก็ดีครับ อันว่าน่องหมูนี้ เขียงหมูที่คุ้นเคยกันในหมู่บ้านที่ผมอยู่เธอแนะนำให้ลองกิน เธอว่าหมูแต่ละตัวจะมีเนื้อส
แน่นทะลุแป้ง “โตเกียวฟิวชั่น” คาวหวาน 13 ไส้ อร่อยโดนใจ ขายดิบขายดีวันละเป็นหมื่น โตเกียวฟิวชั่น – โตเกียว หนึ่งในขนมยอดนิยมตลอดกาลของคนไทย แม้เป็นธุรกิจเล็กๆ นอกสายตาใครหลายคนแต่หารู้ไม่ว่าอาชีพนี้ สามารถเปลี่ยนชีวิตของอดีตพนักงานออฟฟิศธรรมดาคนหนึ่ง ให้เป็นเจ้าของธุรกิจรายย่อย ที่สร้างรายได้หลักหมื่นต่อวัน เฉลี่ยเดือนหนึ่งไม่ต่ำกว่าแสน กว่าจะมีวันนี้ได้ คุณวิภา เขียวอรุณ วัย 40 ปี เจ้าของธุรกิจ “โตเกียวซูโม่” ร้านดังย่านสาทร เธอเล่าให้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ฟังว่า ก่อนหน้านี้ ตนทำอาชีพเป็นพนักงานประจำออฟฟิศแห่งหนึ่ง แต่ทำไปได้สักระยะก็เกิดความรู้สึกว่า ตนเองทำงานหนัก แต่รายได้กลับน้อยนิด แถมถูกเอารัดเอาเปรียบจากหัวหน้างานอีก จึงลาออกมาขายลูกชิ้นทอดหน้าโรงเรียน แต่ลงทุนเยอะ กำไรน้อย ก็ไม่ประสบความความสำเร็จตามที่หวัง จนสุดท้ายหันมาทำโตเกียวขาย เพราะแม่ขายมาก่อนอยู่หลายปีแล้ว คุณวิภา เล่าให้ฟังต่อว่า แม่มีอาชีพขายโตเกียว ข้างตึกเอ็มไพร์ สาทร มา 40 ปี ตนจึงขอรับช่วงต่อ ทำให้การลงทุนเรื่องของอุปกรณ์ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย จริงๆ เธอมีสูตรโตเกียวของแม่อยู่แล้ว จึงได้นำมาปรับใหม่ เป็
ยายวัย 86 ขายขนมเลี้ยงลูก 4 คน ตั้งแต่ยังสาว บอก “ฉันยังไหว ไม่อยากเป็นภาระลูกๆ” เมื่อสัปดาห์ก่อนเส้นทางเศรษฐีออนไลน์มีโอกาสผ่านไปแถวถนนสุขุมวิท ได้พบกับร้านขนมไทยในตำนานที่ทุกคนในละแวกนั้นรู้จักกันเป็นอย่างดี “ยายกิมฮวย – อนงค์ บุญยา” วัย 86 ปี พื้นเพชาวไทยเชื้อสายจีน เจ้าของรถเข็นขายขนมไทยโบราณเล็ก ๆ ที่สุขภาพยังแข็งแรงเกินอายุ สามารถหยิบจับอะไรได้อย่างคล่องแคล่วถนัดมือ ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มคอยต้อนรับลูกค้าที่เข้ามาซื้อขนมอย่างไม่ขาดสาย “รับอะไรคะ ?” คุณยายพูดทักทายอย่างเป็นกันเอง ก่อนพูดคุยถึงเรื่องราวชีวิตอันน่าทึ่งของยาย กิมฮวยวัยใกล้เข้าเลข 9 ท่านนี้ ย้อนความหลังไปเมื่อ 50 กว่าปีก่อนว่า เริ่มขายขนมมาตั้งแต่อายุ 28 เพราะสามีเสียชีวิต ครอบครัวไร้เสาหลักขาดรายได้ บวกกับมีภาระเลี้ยงดูลูกทั้งหมด 4 คน ไม่รู้จะไปทำอาชีพอะไรให้มีเงินพอใช้จ่าย แต่โชคยังเข้าข้างที่มีคนยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือให้รับเอาขนมไปขายพอมีรายได้อยู่บ้าง หลังจากรับขนมมาขายได้ไม่นาน เกิดความคิดที่อยากจะทำขนมเอง จึงได้ขอร้องให้ทางร้านช่วยสอนให้ แต่กลับไม่เป็นดั่งหวัง เพราะการสอนทำขนมครั้งนี้ต้องจ่ายสตางค์ให้กับทางผู้
เพียงแค่รู้จักสร้างสรรค์ และประยุกต์ ก็สามารถเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าได้ เฉกเช่น “เค้กลายสังคโลก” เบเกอรี่ไทยประยุกต์ ของร้านสุขเสมอ Coffee and Bakery House ที่ดึงเอาลวดลายบนชามสังคโลก อันเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดสุโขทัย มาตกแต่งไว้บนหน้าเค้ก ขึ้นแท่นเป็นของฝากมาแรงประจำจังหวัดสุโขทัย เจ้าของกิจการ คือ คุณศุ ศุภลักษณ์ คงรุ่ง อายุ 34 ปี และคุณศิลป์ไทย สินอำพล หรือคุณแกม อายุ 32 ปี ร่วมกันดูแล คุณศุ เล่าที่มาที่ไปว่า “ในอดีตเคยทำงานที่คลินิกทำฟันแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ กระทั่งปี 56 ลาออกจากงาน เพื่อเปิดร้านกาแฟ ทำไปได้ปีกว่า คุณแกม ลาออกจากงาน และกลับมาสุโขทัย ฉะนั้นจึงยุติกิจการที่กรุงเทพฯ แล้วมาสร้างธุรกิจร่วมกัน ด้วยการเปิดร้านอาหารและเบเกอรี่ “สุขเสมอ” ธุรกิจร้านอาหารและเบเกอรี่ของสองหุ้นส่วนเปิดได้ไม่นาน เจ้าของกิจการ บอกว่า ยอดขายตกลงเรื่อยๆ เนื่องจากคู่แข่งเพิ่มขึ้น ประกอบกับสินค้าทางร้านไม่มีความน่าสนใจมากพอ จึงระดมสมอง สร้างจุดขายด้วยการนำลวดลายบนชามสังคโลกมาตกแต่งบนหน้าเค้ก และใช้ข้าวหอมนิลที่ปลูกกันมากในจังหวัดสุโขทัยมาผสมกับเนื้อเค้กเพื่อให้มีความเป็นสุโขทัยมากยิ่งขึ้น “ดิฉันแล
เปิด 4 เทคนิคค้าขายผ่านเฟซบุ๊ก ที่คุณเองก็มีสิทธิ์รวย “ค้าขายผ่านเฟซบุ๊กไม่ใช่เรื่องยาก ขอเพียงเลือกช่องทางให้เป็นคุณเองก็มีสิทธิ์รวย…” เลือกให้เป็น มีสิทธิ์แจ้งเกิด ทุกวันนี้หากเอ่ยชื่อ “เฟซบุ๊ก” เชื่อว่าไม่มีใครที่ไม่รู้จัก แต่พอหยิบจับนำมาใช้สร้างรายได้เป็นเรื่องเป็นราวกลับไม่สามารถนำมาใช้ได้อย่างที่คาดหวัง ถามว่าเกิดจากความผิดพลาดอะไร? ปัญหาทั้งหมดเกิดจากเลือกใช้ช่องทางเฟซบุ๊กผิดที่ผิดทาง และไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ของการใช้งานอย่างแท้จริง เฟซบุ๊กถูกแบ่งช่องทางที่ใช้สำหรับการขายของออนไลน์เป็น 4 ช่องทางหลักๆ ดังนี้ เฟซบุ๊กโปรไฟล์ (Facebook Profile) ใครก็ตามที่สมัครเฟซบุ๊กครั้งแรก เมื่อเราเข้ามาใช้เฟซบุ๊กหน้าแรกที่เห็นนั่นแหละคือ “เฟซบุ๊กโปรไฟล์” เป็นเฟซบุ๊กส่วนตัวที่หลายคนชอบโพสต์รูป โพสต์วิดีโอ หรือโพสต์เรื่องราวส่วนตัว แถมยังนำสินค้ามาขายในช่องทางนี้อีกด้วย ถามว่าทำได้ไหม ขอบอกว่าได้ แต่จะทำให้ผู้ที่เข้ามาติดตามไม่ว่าจะเป็นเพื่อน หรือใครก็ตามสับสนลายตา ค้นหาสินค้าที่ขายก็ยาก แถมขายมากจะทำเอาเพื่อนหนีหายไปอีกด้วย เฟซบุ๊กกลุ่ม (Facebook Group) การใช้ช่องทางนี้ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าชอบ
