แจกสูตรอาหาร และเครื่องดื่ม
แจกสูตร ‘สลัดแซลมอน’ ราดด้วยน้ำสลัดสูตรพิเศษ พร้อมทาน สวัสดีค่ะเพื่อนๆ เฮลท์คิทเช่น ที่รักทุกคน วินมีไอเท็มเด็ดมาไกลจากเมืองจีน เป็นน้ำมันที่ได้จากเมล็ดชา มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Camellia Pleifera seed oil คนจีนเนี่ยเขาบริโภคน้ำมันที่ได้จากเมล็ดชาตัวนี้มาช้านาน สรรพคุณก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าน้ำมันมะกอกเลยค่ะคุณขา เป็นไขมันดี ไม่มีกรดไขมันทรานส์ ช่วยให้ร่างกายดูดซึมวิตามินเอ ดี อี และ เค ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีกรดไขมันไม่อิ่มตัว จำพวก กรดโอเมก้าต่างๆ ซึ่งสามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในร่างกาย ป้องกันความเสี่ยงในการเกิดโรคความดัน โรคหลอดเลือดตีบตัน โรคเบาหวาน และดีต่อผู้ที่มีสภาวะน้ำหนักเกิน และผู้สูงอายุอีกด้วย ยังไม่หมดนะคะ น้ำมันชา ยังอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ อย่างวิตามินอีและสารคาเทซิน มีอายุการใช้งานของน้ำมันที่นานขึ้นและจุดเดือดสูงกว่าน้ำมันมะกอก ทำให้นำไปประกอบอาหารได้อย่างหลากหลาย นอกจากนำไปบริโภคแล้ว ยังมีการวิจัยพบว่าน้ำมันชาสามารถใช้บำรุงเส้นผม และผิวพรรณ เพิ่มความชุ่มชื่น ลดความหยาบกร้านและริ้วรอยได้อีกด้วย เพื่อนๆ คนไหนสนใจก็ไม่ต้องไปหาซื้อถึงเม
ผัดไทย… อาหารขึ้นชื่อ เรียกได้ว่าเป็นอาหารประจำชาติไทยไปแล้วก็ว่าได้ ต่างชาติไม่ว่าชาติไหนๆ หากได้มาเที่ยวเมืองไทย เป็นอันต้องลิ้มรสความอร่อยของเจ้าอาหารชนิดนี้ ด้วยราคาที่เป็นกันเอง รสชาติกลมกล่อม หาซื้อได้ง่าย โดยเฉพาะสตรีทฟู้ดตามย่านต่างๆ ตั้งกระทะผัดโชว์กันเลยทีเดียว ดูแล้ววิธีการทำเหมือนจะยุ่งยาก เพราะเครื่องปรุงรสนั้นมีหลายอย่าง เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป เพื่อความสะดวกสบาย ผู้ประการหัวใสก็ทำซอสผัดไทยสำเร็จรูปมาจำหน่าย ใช้งานสะดวก ย่นเวลาการทำผัดไทยไปได้เยอะ ผัดไทย 100 ปี บ้านทางเกวียน สุดยอดอาหารถิ่นรสไทยแท้ อ.แกลง จ.ระยอง ธุรกิจของ คุณไกรวิทย์ –คุณ สุนีย์ ไชยาพรพรรณ สองสามีภรรยาวัย 62 ที่ทำร่วมกันมานานกว่า 10 ปี เส้นทางเศรษฐีพบเจอทั้งสองท่านที่จังหวัดสระแก้ว ด้วยท่าทาทีเป็นกันเองจึงแวะพูดคุยสักเล็กน้อย ทราบว่า แต่ก่อนทำธุรกิจเกี่ยวกับชิ้นส่วนรถยนต์ แต่ต้องมาล้มเพราะเจอพิษฟองสบู่แตกเมื่อปี 40 ลุกขึ้นสู้อีกครั้ง หาธุรกิจตัวใหม่ทำ ที่ไม่ยาก ไม่ต้องลงทุนเยอะ โชคดีที่แฟนมีฝีมือทำครัว ปรุงซอสอร่อย เลยเกิดเป็นน้ำซอสบ้านทางเกวียน ผัดไทย 100 ปี สุดยอดอาหารถิ่นรสไทยแท้ ด้านคุณสุนีย์ ผู้เป็
มะปี๊ด หรือ ส้มจี๊ด เป็นพืชรองที่ออกผลผลิตได้ทั้งปี แต่เกษตรกรส่วนใหญ่ปลูกแค่เป็นพืชเสริมกินใช้ในบ้าน คนจันทบุรี นิยมใช้เป็นเครื่องปรุงรสแทนมะนาวในอาหารหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นต้มส้ม ต้มยำ ทำแกง น้ำพริก น้ำจิ้ม แต่กลับไม่นิยมปลูกกันเพื่อเป็นพืชทางการค้าเท่าใดนัก คุณนุ่ม-วรพชร วงษ์เจริญ อายุ 38 ปี จบการศึกษาปริญญาโท ด้านวิศวกรรมซอฟต์แวร์ เจ้าของแบรนด์ แรบบิทจันท์ ที่เคยเป็นมนุษย์ไอที ทำงานหน้าคอมพิวเตอร์มา 14 ปี มีความสุขกับการทำงาน แต่สุดท้ายต้องลาออกจากงานเพราะอาการออฟฟิศซินโดรม เหตุนี้เอง จึงทำให้เธอได้คิดว่า “สุขภาพ” สำคัญที่สุด จึงหันมาเริ่มต้นการเป็นเจ้านายตัวเอง ผุดไอเดีย นำมะปี๊ดมาแปรรูปเป็นทั้งเครื่องดื่มและผลิตภัณฑ์อุปโภค มะปี๊ดที่เอามาทำ เป็นมะปี๊ดปลูกเอง เนื่องจากครอบครัวทำสวนเกษตรอินทรีย์ เป็นศูนย์กสิกรรมธรรมชาติโป่งแรด อ.เมือง จ.จันทบุรี มะปี๊ดของเธอจึงเป็นผลิตผลธรรมชาติ 100% ผลิตภัณฑ์แรกที่เธอเลือกนำมะปี๊ดมาแปรรูป คือ “น้ำมะปี๊ด” โดยวางขายเป็นเมนูเด่นประจำร้านกาแฟ ที่เป็นธุรกิจของครอบครัวอีกอย่างหนึ่ง น้ำมะปี๊ดของเธอ เป็นที่ถูกอกถูกใจของลูกค้าเป็นอย่า
‘ปลาเก๋าต้มเผือก’ ความซับซ้อนอันอ่อนโยน คอลัมน์ กฤช เหลือลมัย สมัยเด็กๆ ที่บ้านผมจะมีต้มจืดหม้อหนึ่งที่แม่มักทำกินบ่อยๆ คือ “ต้มเผือก” เท่าที่ผมจำได้ มันเป็นเผือกแก่หั่นชิ้นสี่เหลี่ยม ต้มจืดกับปลาช่อนทอดบ้าง กระดูกซี่โครงหมูทอดบ้าง ใส่ต้นหอมผักชีหั่น น้ำซุปหม้อนี้จะขุ่นขาว เพราะว่าเมื่ออุ่นไปสักครั้งหรือสองครั้ง เนื้อเผือกจะละลายปนออกมาบ้าง ซึ่งสำหรับผม มันทำให้รู้สึกว่ากลิ่นหอมเผือกยิ่งปนออกมาในน้ำซุปมากขึ้น อร่อยดีกว่าเพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ เสียอีก แน่นอนว่า เราต่างจดจำและประทับใจสำรับกับข้าวสมัยเด็กๆ เสมอ ดูเหมือนกินอะไรที่บ้านก็อร่อยไปหมด แต่บ้านนั้นย่อมไม่ได้มีแค่บ้านเดียวนะครับ กับข้าวใดๆ ในความเห็นผมจึงไม่อาจจะมีสูตรสำเร็จเด็ดขาดไปได้ มันแล้วแต่ว่าบ้านเราชอบกินแบบไหนเท่านั้นแหละ ต้มเผือกนี้ก็เช่นกัน เมื่อมาลองค้นหาดูเล่นๆ ทั้งจากหนังสือตำรากับข้าว และสูตรในอินเตอร์เน็ต ก็พบว่าส่วนใหญ่คนจะกิน “ปลาต้มเผือก” หรือ “หัวปลาต้มเผือก” กันมากกว่า สูตรเหล่านี้เกือบทั้งหมดเป็นกับข้าวแบบจีนอย่างแน่ชัด มีทั้งที่ทอดปลาทอดเผือกก่อน ใส่ขิงซอย ปรุงน้ำมันหอย น้ำมันงา ที่เน้นเฉพาะหัวปลาแบบก
ปิ่นโตเถาเล็กเพิ่งกลับจากเมืองสองแคว หรือพิษณุโลก ตระเวนชิมจนได้ร้านอร่อยเด็ดมาฝากแฟนๆ เพียบ ถึงแม้ว่าข้าพเจ้าจะมาเยือนพิษณุโลกมากมายหลายครั้ง แต่ก็อยู่เพียงประเดี๋ยวประด๋าว ส่วนใหญ่เพื่อแวะมากราบสักการะพระพุทธชินราชอันงดงาม ซึ่งปวงชนชาวไทยรวมถึงปิ่นโตเถาเล็กนับถือศรัทธาเป็นอย่างยิ่ง แต่คราวนี้ได้มีโอกาสปักหลักอยู่ในตัวเมืองพิษณุโลกนานหลายวัน ผลปรากฏว่าอยากเขกกบาลตัวเองเสียจริงว่าทำไมเพิ่งมาตอนนี้ เพราะเมืองนี้มีของกินที่อร่อยจนตะลึงอยู่หลายร้านเลยทีเดียว สัปดาห์นี้จึงขอภูมิใจนำเสนอ “ร้านอาหารจานปลาแม่น้ำที่อร่อยที่สุดเท่าที่เคยกินมา” ไม่ได้เป็นคำกล่าวอ้างเกินจริงเลย ร้านนี้มีชื่อว่า “ครัวสองพี่น้อง” (ถ้าค้นหาทางไปในกูเกิ้ล ให้พิมพ์คำว่า “ครัวสองพี่น้อง มะขามสูง” นะจ๊ะ โดยชื่อร้านในกูเกิ้ลเขียนว่า ร้านอาหารสองพี่น้อง) ครัวสองพี่น้องอยู่ที่ “ตำบลมะขามสูง” ในอำเภอเมือง แต่อยู่ห่างไปทางทิศเหนือประมาณ 16 กม. ใช้เวลาเดินทางจากตัวเมืองเกือบครึ่งชั่วโมง โดยถ้านับจาก “แยกแสงดาว ที่ตัดกับถนนเลี่ยงเมืองพิษณุโลก”ไปตาม “ทางหลวงสาย 1086 พิษณุโลก-วัดโบสถ์” ประมาณ 10 กม. ก็จะเห็นร้านครัวสองพี่น้องทาง
นอกจาก “ปลาสลิดบางบ่อ” จะสร้างชื่อเสียงให้จังหวัดสมุทรปราการ ยังมีของดีขึ้นชื่ออีกอย่างหนึ่ง นั่นคือ “กุ้งเหยียด” เมนูจากภูมิปัญญาของชาวบ้านที่นำกุ้งมาเหยียดตัวให้ตรง ปรุงรสชาติเค็มนำ หวานตาม เวลาจะรับประทานบีบมะนาวเพิ่มเล็กน้อย ขายกิโลกรัมละ 400 บาท นับเป็นการเพิ่มมูลค่ากุ้งแชบ๊วย 2 -3เท่าตัวเลยทีเดียว กุ้งเหยียดป้าสุนทร ร้านขายกุ้งเหยียดชื่อดังที่บ้านสาขลา ตำบลนาเกลือ อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ ขายมานานกว่า 1 ทศวรรษ มีคุณสุนทร สุวรรณนาวิน ในวัย 74 ปี เป็นเจ้าของร้าน ป้าสุนทร เล่าว่า ก่อนจะมาขายเมนูกุ้งเหยียดและอาหารทะเลแปรรูป เคยทำนาเกลือ เคยเลี้ยงกุ้ง แต่ทว่าประสบปัญหาเรื่อง “น้ำ” มาตลอด อาทิ น้ำกร่อย น้ำไม่พอ เลยยุติและหันมาแปรรูปกุ้งและอาหารทะเลหลายอย่าง สำหรับจุดเด่นของกุ้งเหยียด ป้าสุนทร บอกว่า อยู่ที่ความสวยงาม กุ้งเหยียดตัวตรง น่ารับประทานกว่ากุ้งตัวงอ รสชาติหวาน เค็ม ต่างจากกุ้งเค็มทั่วไปที่มีรสเค็มเพียงอย่างเดียว เวลาทานเพิ่มความอร่อยด้วยการบีบมะนาวลงไป จะได้กุ้งเหยียดสามรส เปรี้ยว เค็ม หวาน จากความเเตกต่างนี้เอง จึงทำให้กุ้ง
แม้จะเปิดได้ไม่นาน แต่ร้านข้าวมันไก่ร้านนี้ เรียกเสียงฮือฮาในหมู่นักชิมได้ไม่น้อย คงเป็นเพราะความต่างจากร้านทั่วไป ไม่มีไก่เป็นตัวๆ ห้อยอยู่ในตู้กระจกอย่างที่เคยเห็น ในทางกลับกัน ร้านนี้ตกแต่งเรียบง่ายสไตล์ญี่ปุ่น สว่างๆ ดูอบอุ่น มองเผินๆ คล้ายคาเฟ่ขนมหวานหรือร้านกาแฟนั่งชิลด้วยซ้ำ แต่เมื่อเปิดประตูเข้าไปในร้านจะพบว่า นี่คือร้านข้าวมันไก่!! ช่วงบ่ายของวันทำงาน แวะไปพูดคุยกับ คุณสตางค์-ฐิติวุฒิ ศิริเบญจวรรณ หนุ่มนักดนตรีวัย 27 เจ้าของร้าน ‘ไข่มันก้าว’ หรือข้าวมันไก่สไตล์ญี่ปุ่น ทราบว่า ข้าวมันไก่ร้านนี้เพิ่งเปิดได้ไม่นาน จะมีอายุครบหนึ่งปีในเร็ววันนี้ เหตุผลที่เปิดร้านข้าวมันไก่ เพราะเคยเป็นกิจการเก่าของครอบครัว แต่หยุดทำไปหลายปีแล้ว ช่วงแรกหลังเรียนจบไม่ได้คิดสานต่อ เลือกทำงานออฟฟิศเหมือนคนทั่วไป เป็น Sound Engineer รายได้มั่นคง แต่พูดถึงเรื่องขยับตำแหน่งคงเป็นไปได้ยาก ด้วยระยะเวลาจำกัดที่ต้องสร้างตัว ดูแลลูกแฝดและภรรยา จึงตัดสินใจลาออก แล้วมุ่งทำธุรกิจแบบเต็มตัว “มีเสียงคัดค้านเหมือนกัน บอกว่างานหายาก ทำผมลังเลไม่น้อย แต่สุดท้ายก็ลาออก มาเปิดร้านข้าวมันไก่ เพราะมีสูตรอยู่กับตัวแล้ว
ทำง่าย ไม่ยุ่งยาก! ‘เห็ดหอมสอดไส้’ ด้วยหมูบด กุ้งสับปรุงรส สุดอร่อย หลายเล่มก่อนเคยเขียนวิธีทำเห็ดสอดไส้ของฝรั่ง โดยใช้เห็ดแชมปิญอง สอดไส้ด้วยก้านเห็ดสับ เบคอนทอดกรอบ เกล็ดขนมปังและสมุนไพรฝรั่ง โรยชีสแล้วนำไปอบ วันนี้จะแนะนำเห็ดหอมสดมาสอดไส้แบบไทยๆ โดยใช้เห็ดหอมสดสอดไส้ด้วยหมูบด กุ้งสับปรุงรส นำไปนึ่ง รับประทานกับซอส ทำง่ายไม่ยุ่งยากค่ะ ส่วนผสม เห็ดหอมสด 1 1/2ขีด (ประมาณ 15 ดอก) หมูบด 1 ขีด กุ้งสับ 1 ขีด รากผักชี 1/2 ช้อนชา พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา ไข่ไก่ 1 ฟอง ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา ตกแต่ง ไข่เค็มแดง 1 ฟอง ใบผักชี พริกชี้ฟ้าแดงหั่นฝอย ซอส ซอสพริก ซอสบ๊วย ซอสทะเล วิธีทำ ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดทำความสะอาดเห็ดหอมสด ตัดหรือบิดก้านเห็ดหอมออก ผสมหมูบด กุ้งสับ รากผักชีโขลก พริกไทย ซอสปรุงรส ไข่ไก่ให้เข้ากัน (ไข่ไก่ตีให้ไข่แดงกับไข่ขาวพอเข้ากัน แต่ไม่ถึงขั้นเป็นไข่เจียวเพื่อให้มีความเหนียว ผสมแล้วหมูกับกุ้งจับตัวกัน เทใส่หมูบดกับกุ้งสับประมาณครึ่งฟอง ส่วนที่
“พิมพ์เค้ก” ร้านเบเกอรี่ของสาวใต้ที่มีใจรักการทำขนม ธุรกิจที่เกิดขึ้นจากความไม่เห็นด้วยของครอบครัว แต่ปัจจุบันสร้างรายได้หลักแสนต่อเดือน ชูจุดขายไม่หวานเลี่ยน จับกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่ เบเกอรี่ ขนมที่อบด้วยเตาที่ชาวตะวันตกนิยมรับประทานมานานแล้ว และได้เผยแพร่จนได้รับความนิยมกลายเป็นอาหารหลักประจำวัน มีการพัฒนารูปแบบของขนมออกเป็นอาหาร เค้ก และของหวานต่างๆ และสามารถรับประทานร่วมกับชากาแฟได้ด้วย ปัจจุบันเบเกอรี่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก มีการพัฒนารูปแบบของขนมอย่างต่อเนื่อง ให้สามารถรับประทานได้ในทุกโอกาส ทุกเวลา และทุกสถานที่ ด้วยรสชาติความอร่อยและการชอบรับประทานเบเกอรี่ ทำให้หลายคนอาจอยากจะมีร้านเบเกอรี่เล็กๆ เป็นของตัวเอง และอาจเป็นความฝันของใครหลายคนด้วย หนึ่งในนั้นคือ น้องต๊ะ-วัฒนี คงช่วย สาวเจ้าของร้านเบ เกอรี่ที่มีรสชาติกลมกล่อม ไม่หวานเลี่ยน จนเป็นที่มัดใจของคนรุ่นใหม่ตลอดระยะเวลาที่เปิดร้านมาย่างเข้าปีที่ 8 แล้วทำให้มีลูกค้าเจ้าประจำและปากต่อปากเข้ามาชิมกันไม่เคยขาดสาย น้องต๊ะ เล่าว่า ตนเองเรียนจบด้านคอมพิวเตอร์ธุรกิจ ระดับปริญญาตรี ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต (ปัจจุบันค
หม้อไฟสไตล์อีสาน “แจ่วฮ้อนริมมอ” ขวัญใจนศ. – คนทำงาน เปิด 5 ปี ขายดีกำไรหลักแสน เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ พามาไกลถึงจังหวัดมหาสารคาม พูดคุยกับบุฟเฟ่ต์หม้อไฟสไตล์อีสาน “แจ่วฮ้อนริมมอ” โดยมี คุณโจ๊ก – ธนพล จำนงพิศ อายุ 32 ปี บริหารจัดการร้านอยู่ขณะนี้ คุณโจ๊กจบการศึกษาจากคณะการบัญชีและการจัดการ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม หลังเรียนจบได้เข้ามาเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของมหาวิทยาลัย ทำได้ระยะหนึ่ง จึงเกิดไอเดียอยากมีธุรกิจเป็นของตนเอง ชายหนุ่มเริ่มต้นเปิดร้านอาหารตามสั่งเล็กๆ และลองทำแจ่วฮ้อนมาขายเสริม ปรากฏว่ากระแสตอบรับดีมาก สามารถขายได้เรื่อยๆ มีลูกค้าหลายคนชื่นชอบรสชาติของแจ่วฮ้อน จึงตัดสินใจครั้งใหญ่ลงทุนทำธุรกิจร้านอาหาร “แจ่วฮ้อนริมมอ” เพราะร้านตั้งอยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยมหาสารคาม “ผมมองว่าตลาดของธุรกิจอาหารมีมูลค่าสูง อีกทั้งร้านอาหารประเภทแจ่วฮ้อนยังมีไม่มากนัก เลยตัดสินใจลงทุนเปิดร้าน” ก่อนเล่าต่อว่า ในตอนแรกรูปแบบการขายเป็นการสั่งอาหารตามออร์เดอร์เป็นชุด ภายหลังช่วงปี 2560 เป็นยุคที่เศรษฐกิจชะลอตัว พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป จึงต้องวางแผนค่าใช้จ่ายให้ดี
