แจกสูตรอาหาร และเครื่องดื่ม
หนึ่งในเมนูกับแกล้มหรือของทานเล่นที่มีรสชาติอร่อย เค็ม หวาน เผ็ดนิดๆ ในตัว หอมใบมะกรูด คงหนีไม่พ้น หมูคลุกฝุ่น คิดว่าที่เรียกว่าหมูคลุกฝุ่น คงเพราะสีสันของพริกป่นและผงของข้าวคั่วที่มีสีนวลๆ และมีลักษณะคล้ายฝุ่นที่เคลือบกับชิ้นหมูทั่วทั้งชิ้น ถึงแม้ว่าจะดูคล้ายเคลือบด้วยฝุ่น แต่รสชาติจัดจ้านอร่อยไม่ใช่ฝุ่นธรรมดาเลยค่ะ ยิ่งใช้หมูสันในยิ่งนุ่มรับประทานเพลินเลยค่ะ ลองมาดูส่วนผสมและวิธีทำกันนะคะ ส่วนผสม หมูสันใน ½ กิโลกรัม พริกป่น 3 ช้อนโต๊ะ ข้าวคั่ว 3 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย ½ ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ ซอสหอยนางรม 3 ช้อนโต๊ะ น้ำมันพืชสำหรับทอด ใบมะกรูดฉีก วิธีทำข้าวคั่ว นำข้าวเหนียวดิบคั่วในกระทะโดยไม่ต้องใส่น้ำมันพืช เขย่ากระทะเป็นระยะ คั่วจนเหลืองให้ทั่วกัน อย่าให้ไหม้ นำข้าวคั่วโขลกในครก ระหว่างโขลกข้าวจะกระเด็นมาก นำผ้าสะอาดๆ มาหุ้มรอบสาก คลุมให้ปิดปากครกแล้วโขลก ข้าวจะไม่กระเด็นออกมา ตำข้าวแหลกพอประมาณ คละกันทั้งหยาบและละเอียด นำขึ้นพักไว้ ส่วนตัวไม่อยากให้ละเอียดหมดเพราะคลุกแล้วจะเป็นฝุ่น ไม่กรุบๆ เวลาเค
‘หมูหวาน’ ที่แสนจะหวานหมู โดย กฤช เหลือลมัย มีคนเล่าให้ฟังอย่างชวนน้ำลายสอ ว่าได้ไปกิน หมูหวาน ที่ปักษ์ใต้ เป็นหมูหวานที่ “หวาน” มาก แต่กินโดยราดน้ำมะนาวบีบสด ซึ่งแช่หอมแดงซอย พริกขี้หนูซอย จนเปรี้ยวเผ็ดจี๊ดๆ ลงไปจนชุ่มโชก เลยทำให้รสเปรี้ยวเผ็ดนี้ไปตัดรสหวานจัดและความมันของหมูหวานได้พอดิบพอดี ชนิดที่ว่ากลับมาแล้วก็ยังลืมรสนั้นไม่ลงเอาเลย ได้ยินแบบนี้เข้า ก็เลยจะต้องลองทำหมูหวานกินสักหน่อยล่ะครับผม คนชอบกินอาหารไทยภาคกลางคงนึกออกว่า เราจะพบหมูหวานได้ไม่ยาก เวลาสั่งข้าวคลุกกะปิมากิน หรือใครไปงานเลี้ยงตามโรงแรม ที่เขาชอบเลี้ยงน้ำพริกลงเรือเพื่อให้ดูเป็นสำรับไทยๆ นั้น ก็จะต้องมีหมูหวานไว้ราดหน้าทุกครั้งไป ตามร้านข้าวแกงยิ่งต้องมีแทบทุกร้าน เพราะมันเอาไว้กินตัดเผ็ดตัดเค็ม ตลอดจนคอยเติมรสหวานให้กับข้าวอื่นๆ ในลักษณะของวัฒนธรรมการกินแนมแบบครัวไทยได้ดี การที่เป็นของยอดนิยมแบบนี้ มันจึงมีหลายสูตรด้วยกัน ลองสืบค้นตำรากับข้าวดูเถิดครับ จะมีทั้งแบบที่หั่นยาว หั่นแบน หั่นชิ้นลูกเต๋า ใส่ได้ตั้งแต่น้ำปลา ซีอิ๊วดำหวานดำเค็ม เต้าเจี้ยวบด บ้างใส่หอมแดงซอย แต่บ้างก็ชอบกลิ่นกระเทียมพริกไทยรากผักชี ฯลฯ เรี
‘หวานพอดี’ สูตรลับขนมไทย เสิร์ฟความอร่อย ‘คนกรุง’ จากเชียงใหม่ เมื่อพูดถึงขนมหวาน คุณคิดถึงอะไร หวาน น้ำตาล เลี่ยน และ ความอ้วน อาจเป็นคำแรกๆ ที่ผุดขึ้นมาอย่างทันทีทันควัน จนทำให้เซย์กู๊ดบายกับขนมหวานไปง่ายๆ แต่ถ้าขนมหวาน ที่กินแล้วไม่เลี่ยน และไม่อ้วนล่ะ หลายคนก็คงอยากสัมผัสอยู่บ้างใช่หรือไม่ “หวานพอดี” ร้านขนมไทยชื่อดังจากเชียงใหม่ เกิดขึ้นด้วยความเห็นพ้องต้องกันของเหล่าเพื่อนทั้ง 3 คน ที่อยากจะเสิร์ฟขนมไทย ที่หวานพอดี ดีต่อสุขภาพ และบ่งบอกถึงความพิถีพิถัน ให้กับคนทั่วไปได้รู้จัก ผ่านสูตรลับที่ตกทอดกันมาในครอบครัว ด้วยอยากล้างภาพความหวานจนเลี่ยน และทำให้อ้วน นั้นเสีย ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา จน 3 สาว ขอนำเมนูเด็ด ยกมาให้คนกรุงได้ลิ้มลองครั้งแรก ณ ชั้น 4 ไอคอนสยาม ที่ ตุ๊กตา-นัททินี วงศ์เฉลิมทานต์ 1 ในผู้ก่อตั้งร้าน ได้เปิดพื้นที่ให้เราพูดคุยถึงเรื่องราวของขนมหวานอย่างลงลึก ตุ๊กตา-นัททินี วงศ์เฉลิมทานต์ จุดเริ่มต้นของการเปิดร้านขนมไทยนี้ นัททินีเผยว่า เกิดขึ้นด้วย 1 ในหุ้นส่วน รู้สึกอิ่มตัวกับร้านอาหารที่ทำอยู่ และเขาก็มีความเชี่ยวชาญเรื่องขนม บวกกับ เราทุกคนมีความหล
เปิดสูตร “หมูทอด” สูตรหมูหมักข้าวเหนียว แดดเดียว หนึ่งเดียว ที่สมุทรสงคราม ใครจะนึก ใครจะรู้ว่า “ข้าวนี้นะมีรส ให้ชนชิมทุกชั้นชน” แล้วจะยังมีคุณสมบัติให้สีสัน ที่น่ารับประทาน หากนำมาเป็นส่วนผสมหนึ่งของอาหาร “ท่านผู้อ่านหลายท่านคงแปลกใจว่า ข้าวนี้จะเพิ่มสีสันอะไรและได้อย่างไรให้กับอาหาร เพราะข้าวก็คืออาหารหลักแล้วมิใช่หรือ คุณแก้วตา กลิ่นทิพย์ เจ้าของสูตร หมูหมักข้าวเหนียว ต้องขออนุญาตท่านผู้อ่านว่า ในบทความนี้ ผู้เขียนรู้สึกถึงคุณประโยชน์ของ “ข้าว” โดยเฉพาะ “ข้าวเหนียว” เพราะสิ่งที่จะบอกเล่าต่อจากนี้นั้น เป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่พบว่า ข้าวเหนียวหุงสุก หากนำมาคลุกเคล้าให้เข้ากับเนื้อหมูสด แล้วนำไปหมักเกลือ จากนั้น นำไปตากแดดหนึ่งแดด แล้วค่อยนำลงทอดในน้ำมันที่ตั้งกระทะไว้ร้อนๆ ด้วยปริมาณไฟพอประมาณ คุณจะได้ “หมูทอด” ที่มีสีสันน่ารับประทาน และมีความกรอบจากข้าวเหนียว ที่เกาะอยู่รอบๆ ตัวเนื้อหมู อย่างวิเศษไม่แพ้กับการคลุกเคล้าหมูกับกระเทียมหรือพริกไทยเลยทีเดียว (ย้ำนะคะว่าไม่มีการใส่กระเทียมหรือพริกไทย จึงไม่มีรสชาติที่เผ็ดร้อน) กลับมีแต่รสชาติของความเค็มที่กลมกล่อมกำลังดีจากรสของเกลื
‘ฮั่ว เซ่ง ฮง’ ภัตตาคารอาหารจีนชื่อดัง เตรียมเสิร์ฟอาหารฟิวชั่น เจาะกลุ่มลูกค้าวัยรุ่น พูดถึงอาหารจีนกลมกล่อม รสชาติอร่อย คงต้องยกให้ ‘ฮั่ว เซ่ง ฮง’ ภัตตาคารอาหารจีนที่อยู่ในใจคนไทยมานับครึ่งศตวรรษ มีมากกว่า 200 เมนู ทั้งเป็นเซตครอบครัว หรืออาหารจานเดี่ยวก็มีให้ทาน ปัจจุบัน ฮั่ว เซ่ง ฮง มีพื้นที่เสิร์ฟความอร่อยให้แก่ลูกค้าราว 19 สาขา ทั้งในห้างสรรพสินค้า และสแตนด์อะโลน อาทิ เยาวราช เจริญกรุง สุขุมวิท 101 ศาลายา เดอะมอลล์ บางแค ราชพฤกษ์ เป็นต้น ช่วงบ่ายวันทำงาน นัดแนะพูดคุยกับคุณสรนาท เนาว์ประดิษฐ์ ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการภัตตาคาร ฮั่ว เซ่ง ฮง ในบรรยากาศร้านอย่างเป็นกันเอง อัพเดตถึงสถานการณ์ร้านในปัจจุบันให้ฟังว่า ปัจจุบันธุรกิจร้านอาหารจีน เริ่มมีคู่แข่งเข้ามาทำตลาดร้านมากขึ้น ในส่วนของ ฮั่ว เซ่ง ฮง เองได้มีการปรับเอกลักษณ์ของร้าน รวมทั้งคุณภาพของอาหารให้มีมาตรฐานครอบคลุมเรื่อง หน้าตาอาหาร รสชาติ เปลี่ยนรูปแบบแพ็กเกจจิ้ง รวมทั้งครีเอตเมนูใหม่ๆ เพิ่มเติม นำอาหารฟิวชั่นเข้ามาผสมด้วย ให้ลูกค้ามีตัวเลือก ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มวัยรุ่นมากขึ้น “คู่แข่งเกิดใหม่ส่วนใหญ่เปิดแบบฉาบฉวยมาไวไปไว เปิดเพื
สวัสดีค่ะทุกคน เห็นชื่อเมนูในวันนี้อาจถูกใจสาวก บราวนี่หลายๆ คน แห่งสมาชิกเฮลท์คิทเช่นของเรา เพื่อนๆ ที่ติดตามกันมาตลอด ครั้งนี้ วินมีหนึ่งสูตรบราวนี่ที่อยากแนะนำ นั้นก็คือ บราวนี่กลูเต็นฟรี ใช้ส่วนผสมหลักจากอัลมอนด์มีลนั่นเองค่ะ เพราะอัลมอนด์เม็ดเล็กที่เราเห็นกัน แค่เราทานเพียงแค่หยิบมือในแต่ละวัน เพื่อนๆ ทราบไหมคะว่าร่างกายเราได้รับประโยชน์มากมายจริงๆ ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ เสริมสร้างภูมิคุ้มกันและชะลอริ้วรอย บำรุงประสาท ช่วยในการทำงานของสมอง ป้องกันโรคอัลไซเมอร์ และถ้าทานเป็นประจำ ยังสามารถมีส่วนช่วยในการลดความเสี่ยงของโรคหัวใจวาย ได้เช่นกันค่ะ โดยครั้งนี้ วินได้นำอัลมอนด์มาปั่นทำน้ำนมอัลมอนด์ก่อนแล้วจึงนำกากอัลมอนด์มีล หรือ Almond flour ที่เหลือ มาใช้ในการทำบราวนี่นะคะ ตั้งใจว่าอบบราวนี่เสร็จก็ทานคู่กับน้ำนมอัลมอนด์ไปเลย มีความสุข enjoy healthy eating สุดๆ ไปเลยค่ะ หรือเพื่อนๆ ก็สามารถใช้ แป้งอัลมอนด์ หรือ อัลมอนด์มีล ที่ซื้อได้ตามร้านค้าสะดวกซื้อหรือ ซุปเปอร์มาร์เก็ตได้เช่นกันค่ะ ไปดูส่วนผสมต่างๆ ด้านล่างนี้กันเลย น้ำผึ้ง 2/3 ถ้วย น้ำมันมะพร้าว
กล้วย…ผลไม้คู่ครัวไทย เป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญที่มีเกษตรกรปลูกในเชิงการค้ากันอย่างแพร่หลาย แต่ก็มักจะพบกับปัญหาเมื่อผลผลิตกล้วยออกสู่ตลาดพร้อมกันในปริมาณมาก ทำให้ต้องขายราคาถูกกว่าต้นทุนการผลิต เกษตรกรบางรายจึงแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วยการนำผลกล้วยมาแปรรูปเป็นกล้วยตากรสธรรมชาติที่หวานหอมอร่อย และต่อยอดด้วยการพัฒนาการผลิตเป็นกล้วยตากรสช็อกโกแลตและรสกาแฟ เป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพที่มีตลาดรองรับที่ส่งผลให้เกษตรกรในชุมชนมีรายได้ มีความมั่นคงในการยังชีพ คุณบุญเลี้ยง ข่ายม่าน เกษตรจังหวัดกาญจนบุรี เล่าให้ฟังว่า ประชากรในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีส่วนใหญ่ประกอบอาชีพด้านการเกษตร ทั้งการปลูกพืช ทำประมง และเลี้ยงสัตว์ สำหรับการปลูกพืชเกษตรกรยังคงใช้ต้นทุนผลิตที่สูงหรือไม่พัฒนาการผลิตด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสม ผลผลิตจึงด้อยคุณภาพไม่เป็นที่ต้องการของตลาด คุณบุญเลี้ยง ข่ายม่าน(ซ้าย) เกษตรจังหวัดกาญจนบุรี ส่งเสริมทำการเกษตรแบบแปลงใหญ่ เพื่อลดปัญหาและข้อจำกัดดังกล่าว สำนักงานเกษตรจังหวัดกาญจนบุรี จึงส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่มทำการเกษตรแบบแปลงใหญ่ เพื่อให้มีการจัดการใช้ที่ดิน ทุน แรงงาน ลดต้นทุนปัจจัยการผลิต ลดความเสี่ยง
เค้ก Black Forest เป็นเค้กชนิดหนึ่งที่ชอบมากมานานแล้ว เมื่อหลายสิบปีก่อน เวลาไปทานข้าวที่โรงแรมแห่งหนึ่ง จะแวะร้านเบเกอรี่ซื้อเค้กชนิดนี้เสมอ เพราะชอบที่ไส้ใส่เชอรี่กวน ทานแล้วจะเจอเชอรี่ แต่หลังๆ ที่โรงแรมเลิกทำเค้กชนิดนี้ไป เลยไม่ค่อยได้ทาน เพราะที่อื่นบางครั้งใช้แยมปาดเป็นไส้ ไม่ใช่แบบที่ชอบค่ะ จนวันเกิดปีนี้ น้องทำเค้ก Black Forest มาให้ทาน แบบนี้ใช่เลย เอาเชอรี่มากวนใส่เหล้ารัมนิดหนึ่ง หอมอร่อย ใช้วิปครีมตีปาดหน้าและข้างๆ ทำให้เบา บางคนชอบครีม จะทำบัตเตอร์ครีมก็ได้ค่ะ บางคนถามว่า หน้าตา Black Forest เป็นอย่างไร สูตรคนอื่นจะหน้าเป็นวิปหรือครีม แต่งด้วยเชอรี่เชื่อมลูกแดงๆ วางทั้งลูก รอบๆ หน้าเค้ก ข้างๆ จะโรยด้วยเกล็ดน้ำตาลช็อกโกแลต แต่สูตรนี้ หน้าแต่งด้วยเชอรี่สด จะได้ไม่หวาน และไม่ค่อยทานเกล็ดช็อกโกแลต เลยเปลี่ยนเป็นโรยผงช็อกโกแลตแทนค่ะ เค้กชนิดนี้ไม่ได้ยุ่งยากอะไร มี 3 ขั้นตอนหลักๆ คือ กวนซอสเชอรี่ซึ่งทำค้างคืนได้ ทำเนื้อเค้กช็อกโกแลต และหน้าวิปครีม ถ้าใครมีทักษะทำเค้กช็อกโกแลตก็ไม่ยากค่ะ จะเขียนสูตรและวิธีทำแบ่งเป็นช่วงๆ เพื่อให้ทำง่าย ไม่งงค่ะ เนื้อเค้ก แป้ง
“อะคิโยชิ” ชาบู สุกี้ยากี้ สไตล์ญี่ปุ่น เจ้าแรกในไทย ชูคุณภาพยาวนาน 2 ทศวรรษ วัฒนธรรมการกินอาหารประเภทชาบู และ สุกี้สไตล์ญี่ปุ่น เข้ามาประเทศไทยนานกว่า 2 ทศวรรษ ซึ่งผู้ที่ทำให้ธุรกิจอาหารประเภทนี้เฟื่องฟู คือ “อะคิโยชิ” ร้านแรกที่นำชาบู ชาบู สุกี้ยากี้สไตล์ญี่ปุ่น และรูปแบบการกินแบบบุฟเฟต์มาเปิดเป็นเจ้าแรกในประเทศไทย ทานให้ถูกแบบญี่ปุ่น หมูสไลด์ชิ้นบาง จุ่มไข่ดิบ คุณเปิ้ล – ศรีหทัย ไพรสานฑ์กุล รองประธานกรรมการ บริษัท อะคิโยชิ จำกัด เท้าความว่า ร้าน “อะคิโยชิ” เปิดเมื่อปี 2538 โดยคุณอุดมศรี ไพรสานฑ์กุล หรืออาม่า เป็นผู้ก่อตั้ง ท่านชอบทานอาหารญี่ปุ่น มีลูกสะใภ้เป็นคนญี่ปุ่น สำหรับสูตรชาบู และสุกี้ คงเอกลักษณ์ตามต้นตำรับจากเมืองชิบาซากิ ประเทศญี่ปุ่นทุกขั้นตอนตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบ เครื่องปรุงนำเข้า ได้รับการควบคุมตรวจสอบคุณภาพจากเซฟชาวญี่ปุ่น ร้าน “อะคิโยชิ” สาขาแรกตั้งอยู่ที่ อาคารไทยซินสแควร์ บิวดิ้ง ชั้น 2 ซอยสุขุมวิท 71 เขตพระโขนง กรุงเทพฯ นอกจากจะเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นประเภทหม้อไฟเจ้าแรก รูปแบบการทานยังเป็นบุฟเฟต์เจ้าแรก ในสมัยนั้นเสิร์ฟจนอิ่ม ในราคา 290 บาท ระย
‘น้ำพริกโจรมะสัง’ หอม แปลกลิ้น คนกินเปรี้ยว โดย กฤช เหลือลมัย คงไม่นานเท่าไหร่นะครับ ที่รสเปรี้ยวจี๊ดๆ จากผลไม้ซึ่งใช้กันในครัวไทย (โดยเฉพาะภาคกลาง) จะถูกเผด็จการเบ็ดเสร็จโดย มะนาว (lime) เพราะเมื่อดูตำรากับข้าวเก่าๆ หน่อย เราจะเห็นแม่ครัวมีสูตรกับข้าวเปรี้ยวๆ ที่ใช้วัตถุดิบหลากหลาย อย่างเช่น มะดัน มะกอก ระกำ ตะลิงปลิง น้ำส้มโตนด ส้มแขกแห้ง ลูกเถาคัน ซึ่งแน่นอนว่าย่อมทำให้กับข้าวมีรสเปรี้ยวแสนเสน่ห์แตกต่างกัน ดังที่บางคนยังแยกได้ถึงความเปรี้ยวละมุนของเนื้อมะดันดิบในแกงส้ม ซึ่งแผกไปจากมะนาวที่เปรี้ยวดุดันเกินไป ฯลฯ นี่ยังไม่ต้องลงลึกไปถึง “ระดับ” ความเปรี้ยวนะครับ ว่าเปรี้ยวแหลมของมะนาวที่เราเคยคุ้นนั้น ในอีกแง่หนึ่ง ได้ทำลายผัสสะการรับรสเปรี้ยวอ่อนๆ ของชาวสยามลงไปเพียงใด..ทุกครั้งที่ผมได้กิน “แตงเปรี้ยว” ของคนกะเหรี่ยง เป็นต้องถามตัวเองแบบนี้ทุกครั้ง ค่าที่ว่ารสเปรี้ยวของแตงพันธุ์นั้นช่างอ่อนบาง มีกลิ่นเฉพาะตัวบางอย่าง (ขอให้หลับตานึกถึงแตงกวาแก่ๆ) ซึ่งจับรสได้ยากจริงๆ สำหรับลิ้นปกติของคนปัจจุบัน ถ้าไม่สนใจก็แล้วไปเถิดครับ แต่หากอยาก “ลองของ” ผมคิดว่ามันมี “ของ” ให้ลองอยู่ทั่วไปเลยแหละ
