Leadership
การสื่อสาร มีพลังเสมอ ขึ้นอยู่กับจะสื่อสาร ด้านบวก หรือ ด้านลบ เมื่อเร็วๆ นี้ รุ่นน้องคนหนึ่งเปรยขึ้นมาว่า “การสื่อสารนี่สำคัญกับการบริหารมากเลยนะ”ผมแทบไม่เชื่อหูตัวเอง ที่รุ่นน้องคนนี้ ทำงานสายบริหารมาร่วม 10 ปีแล้ว แต่เพิ่งตาสว่าง ไม่แปลกหรอกครับ เพราะบางคนที่ผมเคยเจอมา ตาสว่างช้ากว่าน้องคนนี้เสียอีก บริหารไปตามใจคิด ไม่ได้สนใจหรือให้ความสำคัญกับการสื่อสารเท่าใดนัก หลายคนเก่งในเรื่องการบริหารจัดการ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่มักพบปัญหาเกี่ยวกับคน ทำงานไม่ได้อย่างใจอยู่เป็นนิจ ซึ่งรากเหง้าต้นเหตุ ไม่ได้ซับซ้อนครับ มาจาก…“การสื่อสาร” อย่าลืมว่ามนุษย์เป็นสัตว์สังคม ต้องอยู่รวมกัน แปลว่า ต้องการมีปฏิสัมพันธ์กัน สื่อสารกัน เวลาไม่ได้ทำงาน คุยกันน้ำไหลไฟดับ ไม่มีใครฟังใคร แต่พอทำงานด้วยกัน ต่างฝ่ายต่างคิดว่า “อีกฝ่ายคงรู้” คือ มีหลายความคิดครับ “คงรู้” “น่าจะรู้” “ควรรู้” “ต้องรู้” ส่วนจริงๆ รู้หรือไม่…ไม่รู้เหมือนกัน การคาดเดาเช่นนี้ พบเป็นปกติในการทำงานด้วยกันทุกระดับ ยิ่งองค์กรขนาดใหญ่ การขาดตอนของการสื่อสาร ยิ่งมีมากขึ้น พูดง่ายๆ คนในองค์กรใหญ่ชอบเดา มากกว่าองค์กรเล็ก ชอบเดาว่
การมีคนเยอะ ไม่ได้แปลว่าประสิทธิภาพในการทำงานจะเยอะตามปริมาณคน ช่วงหลังผมไม่ค่อยได้ไปทำธุรกรรมที่ธนาคารบ่อยนัก เพราะการทำธุรกรรมผ่านอินเตอร์เน็ต ง่าย และสะดวกกว่ากันเยอะ นี่อาจเป็นเครื่องบ่งชี้ว่า ธนาคาร เป็นหนึ่งในหลายธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากอินเตอร์เน็ต คนทำงานธนาคารจะตกงานมากขึ้นกว่าแต่ก่อน วันหนึ่งต้องไปทำธุรกรรมที่ธนาคาร แต่นอกเวลาทำการปกติ ต้องพึ่งพาอาศัยธนาคารบนห้าง ที่เปิดเกินเวลา ส่วนใหญ่สาขาตามห้าง มักเป็นสาขาย่อย ที่มีขนาดเล็กๆ กะทัดรัด น่ารัก จำนวนคนน้อยตามขนาดสาขา คนเยอะเกินไปก็ไร้ที่นั่งทำงาน แต่สังเกตว่าปริมาณการทำธุรกรรม ไม่ได้เล็กตามขนาดสาขา สาขาที่ผมไปเป็นของธนาคารหนึ่ง ที่เขาเคลมว่าบริการได้ประทับใจทุกระดับชนชั้น ซึ่งไม่ได้คาดหวังในสิ่งนั้นอยู่แล้ว แต่คาดหวังความรวดเร็วมากกว่า สิ่งที่ผมรู้สึกชื่นชม ไม่รู้ว่าเป็นแนวนโยบายของธนาคารเอง หรือเป็นวิธีแก้ปัญหาของผู้จัดการสาขาก็ไม่รู้ นั่นคือ “การใช้คนน้อยได้มีประสิทธิภาพ” ปกติสาขานี้ จะต้องมี รปภ. ที่พกปืนเอาไว้ต่อสู้กับนักปล้นแบงก์ แล้วหน้าที่ของ รปภ. ก็คงไม่พ้นการยืนเฝ้าประตูเฉยๆ ยืนอย่างไร้เป้าหมายในชีวิต เพราะมันน่าเบื
