หลักสูตรเรียนฟรี
วันนี้มาสัมภาษณ์ คุณลันนภัสถ์ ปนันณีรัตน์ หรือ คุณแอน เจ้าของแผงส้มโอรายใหญ่ในตลาดไท ขายมานานกว่า 9 ปี คุณแอน เล่าว่า ก่อนที่จะมาขายส้มโอ เคยเป็นพนักงานประจำมาก่อน ทำได้สักประมาณ 4-5 ปี แล้วเปลี่ยนมาขายส้มโอ เพราะที่บ้านมีกิจการค้าขายและทำสวน ที่เลือกมาขายส้มโอก็เพราะว่าเป็นอาชีพที่อิสระ และส้มโอเป็นผลไม้ทน ปลูกง่าย ถึงแม้จะให้กำไรไม่มากนักแต่ก็มีขายเรื่อยๆ ยิ่งเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม จะให้ผลดก คุณลันนภัสถ์ ปนันณีรัตน์ หรือ คุณแอน ตอนนี้มีขายหลักๆ เป็น พันธุ์ขาวน้ำผึ้ง ขาวแตงกวา ทองดี และพันธุ์พื้นเมืองที่มีตลอดทั้งปีคือ ทองดีท่าข่อย เป็นของดีจังหวัดพิจิตร ทองดีท่าข่อยเป็นพันธุ์ที่หาง่าย ต้นทุนไม่สูง มีผลผลิตตลอดทั้งปี ส่วนใหญ่ที่ร้านจะขายของจังหวัดพิจิตรเป็นหลัก วิธีการเลือกส้มโอให้อร่อยนั้น คุณแอนบอกว่า ที่ร้านขายเป็นของจังหวัดพิจิตรที่ขึ้นชื่อเรื่องรสชาติอยู่แล้ว แต่สำหรับลูกค้ามาเลือก ส่วนใหญ่ถ้าซื้อเป็นลูกก็จะสังเกตที่ผิว ไม่เป็นแผล ลูกสวย แต่ถ้าเป็นแม่ค้าซื้อไปปอกขายก็จะเลือกที่น้ำหนักถ่วงมือ เปลือกบาง แต่ถ้ามีลูกที่ขายไม่ได้ที่ร้านก็จะนำออกมาปอกขายเองหน้าร้าน ก็จะขายราคาถูก อย่างแพ
หลังหย่าขาดจากสามีเพราะฝ่ายชายปันใจไปมีครอบครัวใหม่ แถมยังต้องชดใช้หนี้สินทางธุรกิจที่เกิดขึ้นในอดีต แต่สุดท้ายด้วยสัญชาตญาณความเป็นแม่ต้องสู้เพื่อลูก 3 คนเเละครอบครัว ขอเดินหน้าสานต่อธุรกิจขนมเค้ก ปั้นแบรนด์ใหม่ “หอมมนต์” บริหารกิจการสไตล์แม่เลี้ยงเดี่ยว ลุยขายแฟรนไชส์ลงทุนน้อย อาศัยไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่เปลี่ยนไป ชอบทานเบเกอรี่ ส่งผลดีต่อธุรกิจ รายได้ทะยาน 200 ล้าน คุณประภาภรณ์ ไชยมาตร หรือคุณผึ้ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท หอมมนต์เบเกอรี่ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเบเกอรี่แบรนด์ “หอมมนต์” เท้าความว่า ในอดีตเคยเป็นแม่ค้าขายส่งเสื้อผ้าแฟชั่น จบการศึกษาเพียงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เคยโดนโกงหมดตัว ชีวิตลำบากในช่วงมีลูกคนแรก อาศัยชอบกินขนมเค้ก หาสูตรทางอินเตอร์เน็ต และลงทุนทำเค้กขาย ใช้ชื่อยี่ห้อว่า Sweet’n Soft ตระเวนขายตามตลาดนัด ในราคา 3 ชิ้น 100 บาท กระแสการตอบรับดีเกินคาด ส่งยี่ปั๊วทั่วประเทศ กิจการดำเนินไปได้ด้วยดี จนกระทั่งเดือนมีนาคม 2560 ครอบครัวนี้เกิดปัญหา ฝ่ายสามีไปมีครอบครัวกับผู้หญิงคนใหม่ นอกจากยังมีหนี้สินทางธุรกิจที่ต้องชดใช้อีกหลายล้านบาท “ครอบครัวระหองระแหงมาตั้งแต่ปี 2556 กระท
นับเป็นแหล่งปลูกกล้วยหอมขนาดใหญ่ของประเทศ สำหรับพื้นที่อำเภอ “หนองเสือ” จังหวัดปทุมธานี ซึ่งกล้วยหอมจากแหล่งที่ปลูกบริเวณนี้ มีทั้งส่งขายห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ร้านสะดวกซื้อ และเสิร์ฟบนสายการบิน คุณสมชาย วาเพ็ชร อดีตข้าราชการ กรมส่งเสริมการเกษตร จังหวัดกาญจบุรี วัย 46 ปี ปัจจุบันลาออกจากงานประจำ มาสวมบทบาทเจ้าของสวนกล้วยหอม 90 ไร่ และมอบหมายให้น้องชายคุณอิงครัต วาเพ็ชร เด็กหนุ่มไฟแรงวัย 22 ปี ดูแลเรื่องการขายหน่อกล้วย สองพี่น้องขยันขันแข็ง ขายทั้งกล้วย ขายทั้งหน่อกล้วย รายได้ยังไม่หักรายจ่ายทั้งปีราว 5 ล้านบาท คุณสมชาย เผยว่า เรียนจบปริญญาตรี สาขาเทคโนโลยีการเกษตร จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ก่อนหน้านี้ทำงานที่กรมส่งเสริมการเกษตร จังหวัดกาญจบุรี นาน 10 ปี หลังจากนั้นลาออกมาทำธุรกิจส่วนตัว คือ โรงเหล้ากลั่นสุราชุมชน ที่จังหวัดเชียงราย ผลิตเหล้าขาวซึ่งทำจากข้าวเหนียวหมัก ราวปี 2555 เริ่มสนใจอยากปลูกกล้วยหอม เลยยกกิจการทั้งหมดให้น้องสาวดูแล คุณสมชาย บอกต่อว่า บ้านที่อาศัยอยู่แถวปทุมธานี ซึ่งเป็นแหล่งปลูกกล้วยหอมขนาดใหญ่ มองเห็นศักยภาพผลไม้ชนิดนี้ว่าราคาดีไม่มีตก ตามร
Yimsoo Cafe (ยิ้มสู้คาเฟ่) ร้านน่านั่งบรรยากาศสุดชิลล์ ตั้งอยู่ที่ซอยอรุณอมรินทร์39 จังหวัด กทม.เปิดให้บริการ 7.00 – 18.00 น. เสิร์ฟออร์แกนิคและอาหารอร่อย มีมุมถ่ายรูปเก๋ๆ ไว้อวดลงโซเชียล พร้อมปลั๊กไฟและรหัสไวไฟให้ใช้งานไม่อั้น ก่อตั้งขึ้นโดยมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ สถานที่ดีๆ ช่วยสร้างรายได้ให้แก่ผู้ที่มีความบกพร่องทางด้านร่างกาย ศาสตราจารย์ วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ประธานมูลนิธิ สากลเพื่อคนพิการ และผู้ก่อตั้งร้านกาแฟ “ยิ้มสู้คาเฟ่” เท้าความว่า ในระหว่างปี พ.ศ. 2538 – 2541 ประเทศไทยประสบปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจตกต่ำ หลายธุรกิจล้มละลาย มีคนว่างงานเป็นจำนวนมาก จึงได้เขียนหนังสือ ”สู้ชีวิต เคราะห์สร้างโอกาส” ซึ่งเป็นการรวบรวมหลักธรรมคำสอนของมิสเจเนวีฟ คอลฟิลด์(ผู้ก่อตั้งโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพฯ) และ ซิสเตอร์โรสมัวร์(แม่อธิการโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพฯ) หลักธรรมคำสอนของทั้ง 2 ท่าน ช่วยให้มีกำลังใจต่อสู้ชีวิตจนประสบผลสำเร็จ รวมถึงได้เป็นอาจารย์สอนกฎหมายที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขณะที่ศาสตราจารย์วิริยะได้รับโอกาสทางสังคม ยังมีผู้พิการอีกจำนวนมากที่ประสบความทุกข์ยากลำบาก และปราศจากก
เปิดมุ้งแค่ 2 ครั้ง คือตอนปลูกกลับช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิต ลดปัญหาการจัดการ เพิ่มประสิทธิภาพและรักษาคุณภาพการผลิตได้ดี ลดการเข้าทำลายของแมลงศัตรูพืช แมลงศัตรูพืชไม่สามารถเข้าไปได้ มีบางส่วนตัวที่เล็ดลอดเข้าไปได้ แต่จะไม่ใช่แมลงศัตรูพืช ที่สำคัญของผักกินใบ ไม่มีปัญหาเรื่องโรคพืช ไม่มีอาการของโรคพืชที่เกิดขึ้นบนใบทั้งในระยะกล้า และระยะเก็บเกี่ยว ลดการขึ้นของวัชพืช เมื่อปลูกซ้ำพื้นที่เดิมไปเรื่อยๆ ปริมาณวัชพืชจะลดลงไปเอง การให้ปุ๋ยและจุลินทรีย์ไปกับน้ำ ทำให้สะดวกไม่จำเป็นต่อการเปิดมุ้งเพื่อลดน้ำ หรือให้ปุ๋ยและจุลินทรีย์ แมลงภายในจะตายหมด พลางแสงด้วยซาแลนสีเขียว ช่วยให้พืชเจริญเติบโตได้ดีขึ้น เพิ่มธาตุอาหารในดิน เมื่อปลูกทุกครั้งต้องใส่ปุ๋ยอินทรีย์ลงไปในดินก่อนการปลูกใหม่เสมอ
ในยุค Thailand 4.0 ที่ความพยายามผลักดันให้ประเทศไทยเป็นผู้นำด้าน Street Food ตามกระแสของผู้บริโภค ทำให้เห็นร้านอาหารขนาดเล็กและ Street Food ในรูปแบบต่างๆ เกิดขึ้นทุกหัวมุมถนน แต่จะมีสักกี่ร้านที่สามารถยืนหยัดดำเนินการให้เติบโตก้าวหน้าอย่างมั่นคงได้ เชฟเคน–ชวลิต ยิ้มประเสริฐ Executive Sous Chef, Thai Cuisine, ยูนิลีเวอร์ ฟู้ดโซลูชั่นส์ (Unilever Food Solutions – UFS) ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการร้านอาหาร ได้แนะนำวิธีการลัดสู่ความสำเร็จแก่ร้านอาหารขนาดเล็ก และ Street Food ให้สามารถเติบโตและประสบความสำเร็จอย่างมั่นคงได้ ด้วย 4 ม. ดังต่อไปนี้ มาตรฐานด้านรสชาติ เราไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่าถ้าจะปั้นให้ร้านอาหารให้เด่นดังได้ รสชาติอร่อยเป็นเรื่องสำคัญ แต่ที่สำคัญไปกว่ารสชาติอร่อย คือการควบคุมมาตรฐานของรสชาติให้เหมือนกันทุกจาน และทุกวัน นอกจากผู้ประกอบการต้องสามารถจัดหาวัตถุดิบที่เหมือนเดิมแล้ว การปรุงอาหารในแต่ละครั้งจะต้องให้ได้รสชาติไม่ผิดเพี้ยนไป ซึ่งการสร้างมาตรฐานนั้นผู้ประกอบการสามารถสร้างขึ้นมาได้ด้วยการทำ “แม่ซอส” หรือ Premixed Sauce เชฟเคนกล่าวว่า แม่ซอสนั้นมีประโยชน์สำหรับผ
หลายคนเข้าใจว่า “ความรวย” นำมาซึ่งความสุขสบาย จึงวิ่งวุ่นหาสิ่งนี้ เช่นเดียวกับ คุณยวง เขียวนิล ที่หลังศึกษาจบช่างกล เขามุ่งหน้าทำงานรับราชการอยู่ 10 ปี แต่เพราะความอยากรวย จึงก้าวสู่ภาคธุรกิจ สุดท้าย พ่ายแพ้ มีหนี้สิน ต้องขายที่ขายทางนำมาชดใช้ และกลายเป็นคนติดเหล้า เส้นทางชีวิตคงดับวูบ ถ้าไม่ได้พบกับคำว่า “เกษตรทฤษฎีใหม่” และคำว่า “พอเพียง” อยากรวย มีหนี้ ขายพื้นที่ ติดสุรา หลังศึกษาจบด้านช่างกล คุณยวง เขียวนิล ในวัยหนุ่มสอบเข้ารับราชการ แต่เมื่อมองเพื่อนซึ่งเดินอยู่บนสายธุรกิจส่วนตัวแล้วมีรายได้ดี จึงต้องการเป็นเช่นนั้นบ้าง ตัดสินใจลาออกแล้วก้าวสู่เส้นทางสายธุรกิจ กับการเปิดร้านเหล็กดัด มุ้งลวด และกระจก “ทำงานรับราชการมา 10 ปี ได้เงินเดือนเริ่มต้น 810 – 3,000 กว่าบาท แต่พอมาทำธุรกิจส่วนตัวได้ 30,000-50,000 บาท ทำไปได้สักพักเกิดปัญหาเก็บเงินลูกค้าไม่ได้ เป็นหนี้เยอะมาก จนต้องขายที่ดินในจังหวัดนนทบุรี นำมาใช้หนี้ และด้วยต้องการฟื้นฟูตัวเอง จึงคิดการใหญ่ เปิดธุรกิจรับเหมาทำโครงหลังคา มีลูกน้องมากขึ้น แต่เพราะจัดระบบไม่ดี ก็เจอปัญหาอีกมากมาย ในที่สุดต้องหยุด” คุณยวง ตัดสินใจมาขออย
การใช้ประโยชน์จากที่พักอาศัยอยู่ริมแม่น้ำด้วยการปลูกผัก เลี้ยงปลา ถือเป็นวิถีชีวิตดั้งเดิมของคนไทยมาช้านาน ด้วยเจตนาเพื่อใช้เป็นอาหารในครัวเรือน หรือบางรายทำหลายชนิดเพื่อยึดเป็นอาชีพสร้างรายได้เลี้ยงปากท้องในครอบครัว คุณดวงเดือน ทองญวน อยู่บ้านเลขที่ 74/2 ตำบลบ้านใหม่ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม และบ้านหลังนี้ตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน ดังนั้น เธอจึงใช้ประโยชน์ด้วยการปลูกผักบุ้งและผักกระเฉดแบบชีวภาพ ตลอดริมฝั่งแม่น้ำซึ่งติดกับเนื้อที่บ้านไปเป็นแนวยาวกว่า 300 เมตร ยึดเป็นอาชีพสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวมานานกว่า 20 ปี ด้วยความที่ต้องเป็นแม่บ้านเลี้ยงลูก จึงทำให้คุณดวงเดือนมองว่าในยามว่างควรหาอะไรทำที่ได้เงิน เพื่อนำมาเป็นส่วนหนึ่งในการเลี้ยงครอบครัว ขณะเดียวกัน การมีบ้านตั้งอยู่ริมแม่น้ำจึงสบโอกาสให้เธอใช้ประโยชน์ด้วยการปลูกผักบุ้งแล้วเก็บขาย เพราะมองว่าไม่ได้ลงทุน หรือลงแรงอะไรมากนัก “สมัยก่อนที่เริ่มทำในละแวกนี้ยังไม่มีใครทำกัน พอได้รู้ว่าเพื่อนบ้านที่อยู่ถัดออกไปไกลจากบ้านตัวเองทำอาชีพนี้อยู่จึงพายเรือไปขอต้นพันธุ์ผักบุ้งมา แต่ตอนนั้นยังไม่มีความรู้เรื่องการปลูกเลี้ยงดีนัก จึงไม่ได้ผูกยอดต
จากอาชีพแม่ค้าขายไก่ย่างส้มตำ ต้องมาประสบอุบัติเหตุจนหมอนรองกระดูกทับเส้น อาชีพค้าขายจึงหยุดพักเพื่อรักษาตัว รับการผ่าตัด กระทั่งอยู่ในช่วงหัดเดิน คุณอาภา ปรีชากูลย์ (ป้าปุ้ม) ตัดสินใจไปเรียนรู้ศาสตร์การนวดแผนไทย เพื่อไว้รักษาตนเอง แต่กลับกลายเป็น อาชีพใหม่ ที่ในวันนี้ ชื่อเสียงของ “ป้าปุ้ม” ทั้งในด้านฝีมือการนวด และผลิตภัณฑ์น้ำมันนวดสมุนไพร มียอดขายเดือนละกว่า 2,000 ขวด พลิกวิกฤตเป็นโอกาส ฝึกปรือฝีมือการนวด “เริ่มต้นไปเรียนนวดกับกระทรวงสาธารณสุข หลายหลักสูตร พอเรียนแล้วได้ใช้กับตัวเอง เราก็เห็นผล การเรียนจึงต่อยอดไปเรื่อยๆ เริ่มไปศึกษาการนวดแก้อาการ จัดกระดูก กับหมอนวดชาวจีน ซึ่งเรียนกับหมอจีนนี่เสียค่าเรียนวันละ 1,000 บาท สมัย 10 กว่าปีก่อนถือว่าสูงมาก แต่ป้ายอมจ่าย และเมื่อจ่ายแล้วก็เรียนให้เต็มกำลัง นอกจากนั้นก็ไปศึกษาหลักสูตรนวดผ่อนคลายกล้ามเนื้อ จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง” เมื่อนวดให้ตัวเองและคนรอบข้างเป็นผลดี ป้าปุ้มจึงตั้งต้นกับอาชีพใหม่ “หมอนวด” เริ่มต้นธุรกิจเมื่อราว 15 ปีก่อน ในวัยกว่า 50 ปีแล้ว ชื่อเสียง ป้าปุ้ม เริ่มเป็นที่รู้จักของคนอ่างทอง กระทั่งดังข้ามจังหวัด และด้วยแนวคิ
จากแม่บ้านชอบกินสเต๊ก ปิ๊งไอเดียคิดสูตรเองเปิดร้านขาย ลงทุนเกือบแสน วันแรกขายได้ 1,200 บาท อาศัยหัดสังเกตพฤติกรรมลูกค้าจากเศษอาหารที่เหลือในจาน จำได้หมดว่าลูกค้าคนไหนชอบทานอะไร หรือ ไม่ชอบทานอะไร เรียกว่าพัฒนาธุรกิจไม่หยุด กิจการดี ทะยานขึ้นเรื่อยๆ ยอดขายขยับเป็นวันละ 7,000 บาท ใช้เวลา 7 ปี ขายแฟรนไชส์ได้ 120 สาขา คุณชัญญปัญ ศรีโสภา หรือคุณอุ๊ เล่าว่า เป็นแม่บ้านที่ชอบทานสเต๊ก บ่อยครั้งมักจะโชว์ฝีมือทำเมนูนี้ทานกันบ่อยๆ ในครอบครัว แต่กว่าสูตรจะคงที่ใช้เวลาพัฒนาเกือบปี หลังจากทุกคนประจักษ์แล้วว่ารสชาติสเต๊กคุณอุ๊นั้น “อร่อย” หญิงสาว เผยว่า เกิดความคิดอยากลองเปิดร้านขาย ในปี 2554 เปิดร้านตั้งชื่อว่า “โชกุนสเต๊ก” โดยลงทุนเกือบ 1 แสนบาท ร้านแรกตั้งอยู่ใกล้บิ๊กซีคลองสาม เครื่องมืออุปกรณ์ครบครัน “อุ๊ลงทุนเกือบแสน เปิดร้านวันแรก ขายได้เพียง 1,200 บาท อาศัยไม่ย่อท้อ พัฒนาทักษะและฝีมือเรื่อยมา วันที่สองขายได้เพียง 700 บาท เลยมานั่งวิเคราะห์ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร ด้วยการเก็บจานอาหารของลูกค้าที่ทานเสร็จ หยิบดูทีละจานว่ามีอะไรเหลือบ้าง หากจานไหนผักเหลือเยอะ แสดงว่าให้ผักมากเกินไป หรือบางจานมีมันเหล
