หลักสูตรเรียนฟรี
เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ที่บ้านเลขที่ 54/5 ริมถนนเพชรเกษม ฝั่งขาขึ้นกรุงเทพ หมู่ 5 ต.ทับสะแก อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายโอภาส ซิมฟ้า อายุ 46 ปี เจ้าของโรงงานเทพทองหีบศพทับสะแก ผู้ผลิตโลงศพเพื่อขายส่งและขายปลีกรายใหญ่ เปิดเผยว่า หลังจากผลิตโลงบ้านติดแอร์ มีลายให้เลือกหลายแบบ โดยนำภาพบ้านหรูจากแบบในกงเต็ก หรือแบบบ้านที่ลูกค้าต้องการเพื่อประดับด้านหน้าโลงศพสร้างความแปลกใหม่ คลายบรรยากาศโศกเศร้าในงานศพ ทำให้มีลูกค้าทั่วประเทศให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ล่าสุดได้ผลิตสติกเกอร์ลายบ้านหรูจากการพิมพ์ด้วยเครื่องอิ้งค์เจ็ตความคมชัดสูง สีสันสดใส เพื่อให้เจ้าของร้านจำหน่ายโลงศพหรือผู้สนใจทั่วประเทศสั่งซื้อไปติดฝาโลงปกติ เนื่องจากในแต่ละภูมิภาคของประเทศมีความเชื่อในการใช้ขนาดของโลงศพและการใช้ฐานประดับที่แตกต่างต่างกัน ทำให้ประสบความยุ่งยากหากจะสั่งซื้อโลงบ้านสำเร็จรูปจากร้านที่มีการผลิตเฉพาะจำหน่ายลูกค้าในภาคกลางและภาคใต้ สำหรับสติกเกอร์ลายบ้านจัดจำหน่ายชุดละ 700 บาท พร้อมจัดส่งให้ทางไปรษณีย์ฟรีทั่วประเทศ แต่จะต้องสั่งครั้งละไม่น้อยกว่า 3 ชุดโดยสามารถแจ้งขนาดโลงศพ ลายบ้านที่ชื่นชอบ หรือลายอื่นที่ลูก
เทรนด์สุขภาพและความงามที่คนไทยกำลังให้ความสนใจอย่างถ้วนทั่ว คือ “เทรนด์ธรรมชาติบำบัด” จนทำให้สินค้าเพื่อสุขภาพต่างๆ ได้รับการยอมรับและนิยมอย่างกว้างขวางโดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวกับความสวยความงามบำรุงผิวพรรณทั้งของผู้หญิงและผู้ชาย เฉกเช่น ถ่านไม้ไผ่(Bamboo Charcoal) คือ ถ่านที่ได้จากการเผาไม้ไผ่ในอุณหภูมิสูงกว่า 1,000 องศาเซลเซียส มีความบริสุทธิ์ของธาตุคาร์บอนสูงคุณสมบัติเด่นช่วยดูดซับกลิ่น ดูดซึมความอับชื้น และช่วยขจัดพิษตกค้างในร่างกาย บางงานวิจัยยังบอกอีกว่า ช่วยขับสารเคมีตามผิวหนัง ผิวหนังจึงสะอาด ปัจจุบันจึงมีผลิตภัณฑ์ความงามที่ใช้ถ่านไม้ไผ่ออกมามากมาย อาทิ สบู่ ครีมบำรุงผิว แชมพู ครีมนวดผม “Manee” (มานี) คือ สบู่สำหรับผิวหน้าที่มีส่วนผสมของถ่านไม้ไผ่คุณภาพสูงนำเข้าจากเกาหลี มาผ่านกระบวนการผลิตที่ทันสมัย เจาะตลาดกลุ่มผู้มีปัญหาสิว ผู้ผลิตและจัดจำหน่าย คือ “วรากร สุทธิปริญญานนท์” หรือ ปิง เด็กหนุ่มวัยเพียง 26 ปี คุณปิง จบภาควิชาพืชไร่ คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ย้อนไปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว เขาเคยทำครีมลดริ้วรอยขายเฉพาะในเฟสบุ๊ก ใช้เงินลงทุน 5 แสนบาท แต่ครั้งนั้นไม่ประสบความสำเร็จ เลย
ด้วยชื่อเสียงที่สั่งสมมานานกว่า 40 ปี ของก๋วยเตี๋ยวอรุณี ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในกลุ่มของผู้ที่รักเมนูเส้น มาวันนี้คนหนุ่มไฟแรงทายาทธุรกิจ ขอสยายปีกกิจการผุดไอเดีย คิดค้น “ซอสเย็นตาโฟ เป็นมิตรกับสุขภาพ” นวัตกรรมหนึ่งเดียวในไทย และเป็นเจ้าแรกในประเทศไทย บุกตลาดก๋วยเตี๋ยวให้คนหันมาใส่ใจรักสุขภาพ นอกจากนั้นยังให้คนไทยทุกภาค ได้ลิ้มรสชาติว่าก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นอรุณี อร่อยแค่ไหน ด้วยระบบแฟรนไชส์ ราคาประหยัดเพียง 39,000 บาท เปิดร้านได้เลย มีอาชีพสร้างรายได้กันถ้วนหน้า คุณกิตติพงษ์ ดวงศรีมณีรัตน์ หรือคุณเลียง ปัจจุบันชายหนุ่มอายุ 41 ปี เจเนอเรชั่น 2 เท้าความว่า เกิดและเติบโตมาในครอบครัวที่มีอาชีพขายก๋วยเตี๋ยวเนื้อ โดยทำลูกชิ้นเอง สูตรจีนแต้จิ๋ว ปัจจุบันเพิ่มเมนูลูกชิ้นมีลูกชิ้นหมู ลูกชิ้นปลา ลูกชิ้นกุ้ง และซอสเย็นตาโฟที่มีกลิ่นหอมและรสชาติกลมกล่อม ทั้งนี้เพื่อรองรับความต้องการของตลาด และขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น รวมถึงขายแฟรนไชส์รถเข็นไปแล้วมากกว่า 1,000 ราย คุณเลียง เล่าว่า หลังจบปริญญาโทหลักสูตรบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ก็เข้ามาช่วยกิจการครอบครัว ตั้งแต่ปี 2547 รับหน้าที่หัวเรือใหญ่ พ
ตลาดความงามในไทยไม่เคยซบเซา องค์กรอิสระที่มีชื่อเสียงด้านการวิจัยข้อมูลทางการตลาดของผู้บริโภค หรือ Euromonitor เผยภาพรวมตลาดความงามในไทยปี 2559 มีอัตราการเติบโตสูงขึ้นกว่าปีก่อน 6.5 เปอร์เซ็นต์ มีมูลค่ารวมกว่า 154,000 ล้านบาท แบ่งเป็นกลุ่มสินค้า ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว 46 เปอร์เซ็นต์ (ดูแลผิวหน้า ดูแลผิวกาย) ผลิตภัณฑ์ผม 19 เปอร์เซ็นต์ เครื่องสำอาง 14 เปอร์เซ็นต์ ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทำความสะอาดร่างกาย 17 เปอร์เซ็นต์ และน้ำหอม 5 เปอร์เซ็นต์ แม้ภาพรวมเศรษฐกิจในครึ่งปีหลังยังคงมีความผันผวน แต่อย่างไรก็ตาม “สกินแคร์” ก็ยังเป็นสินค้าที่ตลาดมีความต้องการอยู่ต่อเนื่อง นอกจากนั้นยังคงมีนักลงทุนหน้าใหม่หวังจะเข้ามาทำกำไรในตลาดนี้อยู่เสมอ เฉกเช่น คุณพรเทพ ทิพยพรกุล หรือคุณกอล์ฟ อดีตพนักงานประจำขายตรง ศิษย์เก่ารั้วมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ปัจจุบันคุณกอล์ฟเป็นผู้นำเข้าครีมบำรุงผิวหน้าจากประเทศเกาหลี แบรนด์ “AMATA BEST EXTRA” หนึ่งเดียวในไทยที่ใช้สารสกัดจากรังนกนางแอ่น และน้ำแร่จากแคลิฟอร์เนีย ซึ่งมีผลการวิจัยรองรับว่าช่วยเรื่องความชุ่มชื้น รักษารอยแผลเป็น เพิ่มความแข็งแรงให้กับเซลล์ผิว คุณก
เกษตรกรหนุ่ม พ่วงตำแหน่งเลขานายกองค์การบริหารส่วนตำบลเขาดิน อำเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่ ปิ๊งไอเดียจากนายกลุงตู่ ปลูกกล้วยหอมทองพันธุ์ปทุม แซมในสวนยางพารา ครั้งแรก 1,250 ต้น พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสช่วงยางพาราราคาตก ผลตอบรับดีเกินคาด ส่งขายเซเว่นแทบไม่พอ สร้างรายได้ 2 แสน ติดใจเมื่อเดือนเมษายน ปลูกกล้วยอีกรอบ คราวนี้เพิ่มเป็น 1,600 ต้น คุณจรูญศักดิ์ กลับส่ง หรือคุณศักดิ์ ปัจจุบันอายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 169 ม.8 ต.เขาดิน อ.เขาพนม จ.กระบี่ เผยกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า นอกจากรับราชการแล้ว ยังเป็นเกษตรกร เดิมทีปลูกปาล์มน้ำมัน และยางพารา พื้นที่ 65 ไร่ แต่ละเดือนมีรายได้จากการปลูกพืช 2 ชนิดนี้ ราว 3 หมื่นบาท จนกระทั่งราคาพืชเศรษฐกิจดังกล่าวมีความผันผวนตามสภาพอากาศ ราคาขึ้นลงตามตลาด เลยมองหาพืชทำเงินชนิดอื่น ระหว่างที่มองหาพืชตัวอื่น คุณศักดิ์ บอกว่า ได้ไอเดียจากขณะที่ นายกรัฐมนตรี ประยุทธ์ จันทร์โอชา เดินทางมาดูสวนกล้วยหอมทองของเพื่อนที่จังหวัดสุราษฏร์ธานี เมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 59 ท่านแนะนำว่า หากยางพารา และปาล์มน้ำมัน ราคาตก ลองหันไปปลูกกล้วยดีไหม ราคาดี ตลาดมีความต้องการสูง จากคำแนะนำของท่านนา
เกษตรกรชาวสวนผลไม้ ที่ปลูกทุเรียน มังคุด มะม่วง น้อยหน่า มะเฟือง กล้วย มะพร้าว ข้าวโพด มะกรูด สับปะรด ส้มโอ ฯลฯ ในบางครั้งอาจเจอปัญหาภัยธรรมชาติ โรคแมลงรบกวนทำให้ผลไม้ร่วงหล่นจากต้นก่อนการเก็บเกี่ยว ทำให้สูญเสียรายได้ไปอย่างน่าเสียดาย ความจริงผลไม้เหล่านั้นสามารถนำมากลับมาสร้างรายได้ใหม่ในรูปของ “ ถ่านผลไม้ดูดกลิ่น ” ที่มีรูปทรงเด่นสะดุดตา น่าใช้งานมากกว่าถ่านไม้ทั่วไป และช่วยดูดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ได้อย่างดีเยี่ยม ไอเดียนี้สามารถทำได้ง่าย ขายคล่อง สร้างผลกำไรงามอีกต่างหาก เพราะถ่านผลไม้ดูดกลิ่น มีราคาขายส่งต่อชิ้นตั้งแต่ 10-40 บาท ตามขนาดรูปทรงและชนิดผลไม้ ดังนั้น เกษตรกรที่ประสบปัญหาผลผลิตร่วงหล่นก่อนการเก็บเกี่ยว หรือมีผลไม้เหลือจากการขาย หรือประสบปัญหาราคาผลไม้ตกต่ำ สามารถนำผลไม้เหล่านี้ กลับมาสร้างมูลค่าเพิ่มในรูปถ่านผลไม้ดูดกลิ่นได้อีกทางหนึ่ง นอกจากนี้ เกษตรกรยังสามารถนำเศษวัสดุเหลือใช้ในท้องถิ่นประเภท เปลือกทุเรียน ฝักบัว กาบมะพร้าว กาบตาล ฯลฯ มาเผาเป็นถ่านได้เช่นกัน ถ่านผลไม้เหล่านี้ ได้รับการยอมรับจากตลาดว่า สามารถดูดกลิ่นได้ดีกว่าถ่านที่ทำมาจากไม้ทั่วไป หลายชุมชนได้นำไอ
คุณบุญเสริม สุวรรณประภา อยู่บ้านเลขที่ 15 หมู่ที่ 8 ตำบลคุ้งกระถิน อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี เล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกเดิมทีมีอาชีพขายของทั่วไป โดยช่วงนั้นมองว่าในพื้นที่บริเวณนี้ค่อนข้างมีวัตถุดิบที่เป็นทางมะพร้าว เพราะชาวบ้านในแทบนี้มีการปลูกมะพร้าวกันมาก จึงทำให้ได้มองเห็นโอกาสในการทำธุรกิจเกี่ยวกับไม้กวาด คุณบุญเสริม สุวรรณประภา และภรรยา “เรามองว่าถ้าเราจับทำสินค้าชนิดนี้ ไม่น่าที่จะหาวัตถุลำบาก เพราะว่ามีมาก ซึ่งคนที่อื่นยังมาหาซื้อทางมะพร้าวจากที่นี่ และก็ส่งตัวสินค้ามาขายในแถบนี้ เราก็เลยมองว่าโอกาสในเรื่องนี้ไม่น่าจะยากก็เลยตัดสินใจทำเป็นอาชีพเสริมก่อนในช่วงนั้น ต่อมาเมื่อตลาดมีความต้องการมากขึ้นก็ค่อยๆ ขยายธุรกิจออกไป จนเวลานี้เรามีสินค้าทั้งไม้กวาดทางมะพร้าวและไม้กวาดดอกหญ้าด้วย เรียกว่าครบวงจร” คุณบุญเสริม เล่าถึงที่มา เนื่องจากการทำไม้กวาดมีขั้นตอนหลายอย่าง คุณบุญเสริม บอกว่า จะทำการกระจายงานออกไปไม่ได้ทำเพียงแหล่งเดยว โดยจะติดต่อกับกลุ่มแม่บ้านในพื้นที่ต่างๆ ไว้ จากนั้นก็จะนำงานที่มีไปส่งให้กับกลุ่ม จึงเป็นเหมือนการกระจายรายได้ให้กับชุมชนอย่างแท้จริง โดยที่ทุกคนมีส่วนร่วมในกา
โลดแล่นอยู่ในแวดวงครีเอทีฟผลิตโฆษณามายาวนาน 30 ปี ได้รับรางวัลมากมาย สำหรับ “เสกสรรค์ อุ่นจิตติ” หรือตุ้ย เด็กฝั่งธน ที่จบมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร แต่ชีวิตผกผันไปเป็นเกษตรกร หลังสวมตำแหน่งกรรมการผู้บริหารได้เพียง 4 ปี ปัจจุบันปลูกผักอยู่ที่เขาใหญ่ เจ้าของสโลแกน “ไม่แปลก ไม่ปลูก” ผักขายดี กะหล่ำปลี และมะเขือเทศเชอร์รี่ 8 สี คุณตุ้ย ในวัย 56 ปี เผยกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า หลังจบคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ทำงานออกแบบ อยู่ในแวดวงโฆษณามาตลอด 30 ปี ย้ายที่ทำงานบ่อย ทุกๆ 3 ปี ย้าย 1 ครั้ง ด้วยเหตุผลว่า ทำงานบริษัทก็เหมือนมาโรงเรียน เมื่อไม่มีอะไรให้เรียนแล้ว ก็ต้องเปลี่ยนที่เรียน ออกไปหาสิ่งใหม่ๆ กระทั่งตำแหน่งงานสุดท้าย คือ MD (กรรมการผู้บริหาร) เอเยนซี่รับผลิตสื่อโฆษณาแห่งหนึ่ง หลังจากรับตำแหน่ง MD ได้เงินเดือนหลายแสน คุณตุ้ย บอกกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า ทำ 4 ปี ตัดสินใจลาออก เพราะรู้สึกว่าตัวเองไม่ใช่นักบริหารที่ดี ประกอบกับงานไม่สนุก หนที่สุดก็ไม่ฝืน ตัดสินใจลาออกมาเปิดบริษัทโฆษณาเป็นของตัวเองไม่มีลูกจ้าง เพราะทั้งบริษัททำอยู่คนเดียว “ผมมีลูกค้าประจำอยู่บ้าง เลยตัดสินใจลาออก
ผู้สื่อข่าวได้เดินทางยัง บ้านนายจำรัส ธนภพ อายุ 55 ปี เลขที่ 261 หมู่ 5 ต.บางกุ้ง อ.ห้วยยอด จ.ตรัง ซึ่งเป็นจุดเรียนรู้การปลูกมะนาวในท่อซีเมนต์ และการเลี้ยงจระเข้ โดยมี นายวงศ์ธวัช ธนภพ อายุ 27 ปีลูกชาย เป็นผู้จัดการและดูแลธุรกิจเลี้ยงจระเข้ ซึ่งเป็นธุรกิจครอบครัวที่ดำการอยู่ในขณะนี้ ที่ได้รับความสนใจจากชาวบ้าน และนักท่องเที่ยวเข้ามาชมกิจการการเลี้ยงจระเข้กันอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้การเลี้ยงจระเข้ของ นายวงศ์ธวัช มีการนำพันธุ์จระเข้ เลี้ยงในบ่อปูนซีเมนต์ ประมาณ 60 บ่อ จำนวนกว่า 100 ตัว นายวงศ์ธวัช เล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้ นายจำรัส พ่อได้ประกอบกิจการด้านการเกษตร มีการนำพื้นที่มาปลูกพืชผลทางการเกษตร เน้นการปลูกมะนาวในท่อซีเมนต์ จากนั้นมีการหันมายึดอาชีพเลี้ยงจระเข้ด้วย เนื่องจากเป็นอาชีพที่สามารถสร้างรายได้ใหกับครอบครัวได้ดีทางหนึ่ง ด้วยการซื้อพันธุ์จระเข้ามาจากฟาร์ม ใน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เมื่อเลี้ยงได้ขนาดแล้ว ทางฟาร์มจะมาซื้อกลับคืนไป ทำให้ลู่ทางการทำอาชีพนี้จึงสดใส มีอนาคต นายวงศ์ธวัช กล่าวอีกว่า ตนจบการศึกษาด้านดนตรีตะวันตกจากสถาบันราชภัฎบ้านสมเด็จ จากนั้นได้ยึดอาชีพเป็นนักดนตรีในกรุงเท
เปิด 3 เดือน คนทะลัก 200 คิว ต่อหน้าร้าน คุณเกษมสันต์ สัตยารักษ์ หรือ คุณเกษม ผู้จัดการคนเก่งของร้าน มีประสบการณ์ดูแลร้านอาหารฝรั่งชั้นแนวหน้าของประเทศไทยมาแล้วหลายแห่ง สร้างความสำเร็จทั้งชื่อเสียงและรายได้ทะลุเป้าให้กับเจ้าของร้านมาแล้วมากมาย อยู่ในวงการร้านอาหาร 30 ปี ทั้งที่จบการศึกษาเพียงวุฒิ ม.3 คุณเกษม เล่าที่มาของร้าน เดอะคอปเปอร์ บุฟเฟต์ ว่า ทางเจ้าของร้านเป็นนักธุรกิจที่ชอบทานอาหาร บุฟเฟต์ ตระเวนทานมาแล้วหลายที่ รวมถึงโรงแรม 5 ดาว ซึ่งมีความคิดว่าอยากทำร้านอาหารบุฟเฟต์คุณภาพ ดีให้คนไทยได้ทาน จ่ายในราคาที่สมเหตุสมผล ต่อให้ขาดทุนก็ห้ามลดคุณภาพ เมื่อโจทย์ชัดเจนขนาดนี้ ทำงานง่าย “ผมได้รับโจทย์การดูแลร้านอาหารแห่งนี้ 3 ข้อ ข้อแรก อาหารต้องมีคุณภาพ ข้อสอง อยากเห็นภาพลูกค้ามาต่อคิวเยอะๆ ข้อสุดท้าย บริหารงานอย่างโปร่งใส 3 เงื่อนไขดังกล่าวจึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของร้านเดอะคอปเปอร์ บุฟเฟต์ ซึ่งใช้งบลงทุน 32 ล้าน ภายในร้านตกแต่งทันสมัย เน้นโชว์ไม้สีอ่อนตัดกับโครงสร้างสีเข้มรวมทั้งสีทองแดง ปรุงอาหารผัดปิ้งย่างให้เห็นกันจะจะ เปิดให้บริการเดือนเมษายน 59” ก่อนทุ่มงบจำนวนไม่น้อย คุณเกษ
