หลักสูตรเรียนฟรี
การกินอาหารของคนยุคนี้ โดยเฉพาะสาวกที่ชอบถ่ายรูปอาหารก่อนทาน ไม่เหมือนยุคพ่อแม่ที่จะใส่ภาชนะอะไรก็ได้ กลุ่มคนพวกนี้ต้องพิถีพิถันเลือกจาน ชาม ช้อนส้อม นอกจากจะไว้เพื่อถ่ายรูปให้ออกมาสวยงาม บางรายเกิดความรู้สึกว่าถ้วยชามสวยๆ สามารถเพิ่มอรรถรสการทานเมนูนั้นๆ ได้อีกด้วย คุณสุรางคณา ชาญนทีกุล หรือ “คุณจ๋า อดีตแอร์โฮสเตสสาว วัยเพียง 29 ปี เกิดไอเดียสร้างมูลค่าเพิ่มของใช้บนโต๊ะอาหาร ด้วยการสรรหาไม้คุณภาพดีมาสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัว เจาะตลาดคาเฟ่ร้านขนม ร้านกาแฟ คุณจ๋า เผยกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า ระหว่างที่ทำงานแอร์โฮสเตส ก็หารายได้พิเศษด้วยการขายเครื่องครัวทำจากเซรามิค แต่ทว่าอยากหาความแตกต่าง เลยหันมาขายเครื่องครัวทำจากไม้ อาทิ จาน ชาม ช้อน ส้อม เขียง ถาด สร้างแบรนด์ Café Stationn ระยะเวลากว่า 3 ปี ฟีคแบกเริ่มดี กระทั่งปัจจุบันกลายเป็นความนิยมในที่สุด สำหรับชุดเครื่องครัวไม้ Café Stationn มีให้เลือกมากถึง 40 แบบ แบ่งเป็น 6 ประเภท ประเภทจานหรือถาด ประเภทเขียง ประเภทชามและถ้วยน้ำจิ้ม ประเภทที่รองแก้ว ประเภทช้อน-ส้อม และประเภทช้อนเดี่ยว มีดเนย เอกลักษณ์คือการ “แกะสลัก” “หลังจากที่ข
วันที่ 16 กรกฎาคม 60 จากสถานการณ์ เขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท เร่งปล่อยระบายน้ำลงท้ายเขื่อนจำนวนมาก จนทำให้น้ำท่วมใต้ถุนบ้านของชุมชนริมตลิ่ง สองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย ในเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลายตำบล ในพื้นที่อำเภอผักไห่ เสนา บางบาล พระนครศรีอยุธยา บางปะอิน และบางไทร แต่พบว่ามี 1 กลุ่มอาชีพ กลับได้รับผลเชิงบวก จากการเร่งปล่อยระบายน้ำ คือ อาชีพประมงพื้นบ้าน ที่สามารถพลิกวิกฤตเป็นโอกาส สร้างเงินสร้างรายได้ จากการจับปลาที่ตื่นน้ำใหม่ในครั้งนี้ โดยนางทองใบ สินไวทย์ อายุ 65 ปี ชาว หมู่ 1 ตำบลท่าดินแดง อำเภอผักไห่ ได้มานั่งขายปลาเค็มแดดเดียว ที่ริมถนนสายเสนา-ผักไห่ โดยนำปลามาตากแดดริมถนน แบบโชว์ความเป็นปลาธรรมชาติ อร่อย และมีผู้คนแวะเวียนมาเลือกซื้อหาอย่างไม่ขาดสาย และนางทองใบ เปิดเผยว่า ปลาพื้นบ้านตื่นน้ำใหม่ ทั้งปลาในแม่น้ำ และปลาในทุ่ง ต่างว่ายมารวมกันที่ตรงประตูน้ำปากคลองต่างๆ ถึงแม้ว่าทางกรมชลประทาน จะปิดประตูน้ำทุกแห่ง แต่ก็มีน้ำรอด น้ำผุดบ้าง ทำให้ชาวบ้านจับปลามาขาย ตนเองก็รับซื้อ และมาทำขายเป็นปลาเค็มกิโลกรัมละ 100 บาท ช่วงนี้ได้ปลาสดมีจำนวนมาก ถือว่าดีกว่าช่วงไม่มีน้
กว่าสิบหกปีแล้วที่ “8903 สเต็ก” เปิดเมนูอาหารจานสเต๊กให้บริการ ซึ่งในวันนั้นนับจำนวนคู่แข่งขันแทบไม่เห็นมี จึงถือเป็นโอกาสของผู้เริ่มลงมือก่อน เมื่อเวลาล่วงผ่านถึงวันนี้ จำนวนร้านสเต๊กผุดขึ้นหนาตา หลายคนพ่ายแพ้ แต่ก็มีอีกจำนวนมากยังยืนหยัดอยู่ได้ และหนึ่งในนั้นก็คือร้าน 8903 สเต็ก หกปีอยู่ในเรือสินค้า บอกลาอาชีพลูกจ้าง กับความสำเร็จที่เกิดขึ้นมายาวนานกว่า 16 ปี เขาทำได้อย่างไร คงต้องไปคุยกับ คุณบัณฑิต เทพณรงค์ ผู้ก่อตั้งร้าน 8903 สเต็ก ที่พร้อมเล่าเรื่องราวตั้งแต่เริ่มต้นก่อนจะก้าวมาสู่ผู้ประกอบธุรกิจอิสระ หกปีกับการใช้ชีวิตอยู่ในเรือขนส่งสินค้า บางครั้งต้องใช้เวลาเดินทาง 3-4 เดือน กระทั่งมีครอบครัวและมีลูก เวลาจึงเป็นเรื่องสำคัญ และนี่คือเหตุผลกับการตัดสินใจยื่นใบลาออก เพื่อมองหาอาชีพใหม่ เจ้าของกิจการเล็กๆ คือความฝันขั้นต่อมา และด้วยเพราะเป็นคนชื่นชอบอาหารจานเนื้ออย่างสเต๊ก จึงตัดสินใจขอซื้อแฟรนไชส์สเต๊กทูเดย์ ซึ่งเจ้าของธุรกิจเป็นเพื่อนรักกันฉันพี่น้องที่เคารพนับถือ ทำเลร้านเล็กๆ เปิดอยู่ย่านหนองแขม คือทำเลทองที่ไร้คู่แข่งขัน กิจการจึงดำเนินไปพร้อมกำไรมากพอหล่อเลี้ยงครอบครัว แต่ทว่า
ข้าวห่อใบบัว เมนูที่หากินได้ไม่ง่ายนัก หรือแม้ที่ขายกันอยู่ ผู้บริโภคก็กังขาเรื่องความปลอดภัย เนื่องจากใบบัว ที่เกิดจากการทำนาบัวมีสารฆ่าแมลงตกค้างค่อนข้างมาก คุณจงดี เศรษฐอำนวย หรือป้าแจ๋ว ผู้นำกลุ่ม แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร “ไร่นาสวนผสม” ที่ 97/1 หมู่ 1 ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ได้พลิกฟื้นเมนูนี้ ขึ้นมาอีกครั้งโดยมีจุดขายนอกจากรสชาติที่อร่อยลงตัวแล้ว ใบบัวที่นำมาใช้ ยังปลูกกันเอง ปล่อยโตตามธรรมชาติ และไม่ใช้สารเคมี เพื่อควมปลอดภัยในการนำมาห่อ “ข้าวห่อใบบัว” สำหรับ ส่วนผสมหลักๆ ของข้าวห่อใบบัว มีดังนี้ 1.ข้าวผัด 2.ไข่เค็มแดง 3.กุนเชียง 4.กุ้งแห้งทอด 5.แปะก๊วย 6หมูหมักเคี่ยว 7.เห็ดหอม ทั้งนี้ ข้าวผัด ที่นำมาใช้ห่อนั้น เป็นข้าวหอมมะลิ หุงสุกผัดกับวัตถุดิบได้แก่ รากผักชีกระเทียมพริกไทย น้ำตาลทราย น้ำมันงา หอมใหญ่สับ ผักสามสี(แครอท ถั่วลันเตา ข้าวโพด) และน้ำปรุงรส (ที่ประกอบด้วย ซอสปรุงรส น้ำมันงา และน้ำตาลทราย) ใบบัวก่อนน้ำมาใช้ ต้องนำไปนึ่งให้ใบเหี่ยวลง และนิ่ม เหมาะแก่การห่อ และเมื่อห่อแล้ว ก็ต้องนำไปนึ่งอีก ราว 15 นาที ก็จะได้กลิ่นหอมของใบบัวเวลารับประทาน ที่กลุ่มของ ป้าแจ๋ว รั
ชาวขอนแก่นแห่อุดหนุนทาร์ตไข่บัตรคิวจนแน่นร้าน เจ้าของร้านเผยต้องการทำทาร์ตไข่เหมือนอยู่บนห้างที่ทุกคนก็กินได้ ราคาไม่แพง เพียงชิ้นละ 10 บาท ไม่คิดว่าจะได้รับเสียงตอบรับขนาดนี้ บางวันขายได้ถึง 3,000 ชิ้น วันที่ 13 กรกฎาคม 2560 ที่ร้าน “หนองมนเบอเกอรี่” By Earn & Aoy (เอิร์นแอนด์อ๋อย) ตั้งอยู่เลขที่ 542/1 ซอยหลังห้างแฟรี่พลาซ่า ถนนหน้าเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ซึ่งบรรยากาศด้านหน้าร้านพบมีลูกค้ามารอรับบัตรคิวเพื่อรอซื้อทาร์ตไข่จนแน่นหน้าร้าน ซึ่งจะมีนางสาวสุขบุญญา รุกโฮล์ม เจ้าของร้าน คอยดูแลและคอยรับออเดอร์กับลูกค้าอย่างเป็นกันเอง ซึ่งทางร้านไม่รับออเดอร์ทางโทรศัพท์ ไลน์ เฟซบุ๊ก เนื่องจากผลิตไม่ทันตามความต้องการของลูกค้าที่มีจำนวนมาก จนต้องขอให้ลูกค้ามาที่หน้าร้านและจองคิวที่ร้าน เจ้าของร้านเผยต้องการทำทาร์ตไข่เหมือนอยู่บนห้าง ที่ทุกคนก็กินได้ ราคาไม่แพง ไม่คิดว่าจะได้รับเสียงตอบรับขนาดนี้ บางวันขายได้ถึง 3,000 ชิ้น เตรียมเปิดสาขา 2 ที่ซอยกังสดาล ข้างมหาวิทยาลัยขอนแก่นเพิ่มอีก นางสาวสุขบุญญา รุกโฮล์ม เจ้าของร้าน “หนองมนเบอเกอรี่” เล่าว่า จุดเริ่มต้นของการเปิดร้านเกิดจากมีญาติทำ
ครั้งหนึ่งที่โรงเรียนสายบุรี “แจ้งประชาคาร” อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี มีโอกาสนำบูดูอัดแท่งสำเร็จรูปและผง ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินลงพื้นที่ อำเภอสายบุรี และเสด็จเยี่ยมโรงเรียนสายบุรี “แจ้งประชาคาร” เมื่อปี 2553 ซึ่งได้พระราชทานคำแนะนำให้ปรับปรุงรสชาติ ด้านบรรจุภัณฑ์ การเก็บรักษา และกำหนดวันหมดอายุ อาจารย์เสรี ยีดอรอแม ผู้อำนวยการโรงเรียนสายบุรี “แจ้งประชาคาร” เล่าถึงเหตุการณ์สำคัญและที่มาว่า จากครั้งนั้นทางเราน้อมนำรับสั่งได้ปฏิบัติตามพระราชกระแสอย่างครบถ้วน โดยการรวบรวมปัญหาในขั้นตอนการผลิตและปรับปรุงพัฒนาอยู่หลายครั้ง ผลิตภัณฑ์นี้มาจากการแปรรูปการผลิตน้ำบูดู ไปอีกขั้นตอนหนึ่งเป็นการทำให้เป็นบูดูก้อน หรือ อัดแท่ง ซึ่งถือว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ และได้สร้างชื่อเสียงให้กับทางโรงเรียนมานานแล้ว อาจารย์อาอีซะห์ มะลี อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี เป็นแหล่งทรัพยากรทางทะเลที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของชายแดนภาคใต้ ด้วยความเป็นแหล่งอาหารวัตถุดิบอาหารทะเลที่มีต้นทุนทรัพยากรสูง เช่น แหล่งปลาทะเลต่างๆ เช่น ปลากะตัก ปลาทู ปลาหมึก กุ้ง หอย นานาชนิด
“หมอนยางพารา” สหกรณ์ฯหนองครก เมืองตรังยอดขายพุ่งเดือนละล้าน “จีน-ลาว” ออร์เดอร์ไม่อั้น เตรียมเพิ่มไลน์ผลิตที่นอน-ของใช้เด็กอ่อน ด้านสหกรณ์จังหวัดตรังอัดงบฯอีก 4.2 ล้าน สร้างอาคารเก็บผลิตภัณฑ์รองรับกำลังการผลิตเพิ่ม นายมนัส หมวดเมือง ผู้จัดการสหกรณ์กองทุนสวนยางบ้านหนองครก จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ที่หมู่ 8 ต.หนองปรือ อ.รัษฎา จ.ตรัง เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า หลังจากที่สหกรณ์ฯบ้านหนองครก ซึ่งมีสมาชิกกว่า 100 ราย ได้ดำเนินการแปรรูปยางพาราเป็นหมอนยางพารา โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากจังหวัดตรังกว่า 12.85 ล้านบาท ในการซื้อเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิต พร้อมโรงงาน และเริ่มดำเนินการผลิตเมื่อเดือนสิงหาคม 2559 ที่ผ่านมา ปรากฏว่าจนถึงขณะนี้ผลิตภัณฑ์หมอนจากยางพารา ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วจากลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ สหกรณ์ฯบ้านหนองครก สามารถทำยอดขายหมอนยางพาราได้เฉลี่ยเดือนละกว่า 1 ล้านบาท มีกำลังการผลิตประมาณ 400 ใบต่อวัน หรือเดือนละกว่า 12,000 ใบ ใช้น้ำยางสดที่รับซื้อจากเกษตรกรเป็นวัตถุดิบในการผลิตมากกว่าวันละ 9-10 ตัน จำหน่ายแบบขายส่งใ
หลังเรียนจบปริญญาตรี คุณคมปกรณ์ ฉายคุณรัฐ ทางเลือกเดียวที่เขาทำในเวลานั้นคือ การเป็น “มนุษย์เงินเดือน” รับค่าแรงเดือนละ 15,000 บาท เพียงวันแรกเริ่มต้นทำงานประจำ ก็รู้เลยว่าไม่ใช่สิ่งที่ตัวเขาต้องการ ประกอบกับเงินเดือนแค่หลักหมื่นต้นๆ กับการใช้ชีวิตถือว่ายากมาก เขาจึงเริ่มมองหาอาชีพเสริม โดยมีข้อจำกัดว่า ต้องเป็นอาชีพลงทุนน้อยถึงน้อยมาก “ผมมีความรู้สึกเหมือนวัยรุ่นทั่วไปครับ อยากเท่ ซึ่งเงินเดือนแค่ 15,000 บาท พูดง่ายๆ เลยว่า ไม่พอจีบสาว ตอนนั้นก็คิดนะว่า เราไม่มีเงินทุน แล้วจะทำอะไรได้บ้าง สรุปคือ ต้องธุรกิจอีคอมเมิร์ซ จากนั้นมาเจาะที่ช่องทาง สร้างเว็บไซต์ ขายผ่านเฟซบุ๊ก หรืออย่างไร กลุ่มเป้าหมายจะคนไทย หรือต่างประเทศ ซึ่งก็มาเจอ ebay ซึ่งเป็นเว็บไซต์ Online Market Place ที่ใหญ่ระดับโลก แต่ว่าผมเรียนจบด้านบริหารการจัดการ ไม่มีความรู้ด้านอีคอมเมิร์ซเลย ตอนนั้นยืมบัตรเครดิตของพี่รูด 19,000 บาท แพงกว่าเงินเดือนผมซะอีก เพื่อลงคอร์สเรียน” คุณฟาให้เหตุผลลงทุนกับการเรียนในครั้งนี้ว่า เป็นการตัดสินใจที่รวดเร็ว อาจส่วนหนึ่งเพราะความเป็นวัยรุ่นใจร้อน แต่ถ้าช้าก็อาจไปไม่ถึงฝั่งฝัน การลงทุนครั้งนี
กระแสสบู่แฮนด์เมดมาแรงมากก็จริง ในท้องตลาดมีให้เลือกช็อปหลายยี่ห้อ แต่เชื่อว่าไม่มีที่ไหนเหมือน “SOAP KITCHEN” สบู่ก้อนที่นำส่วนผสมของอาหารนานาชนิดมาเป็นวัตถุดิบในการผลิต แฮนด์เมดทุกขั้นตอน ทำให้สบู่มีรูปร่างที่พิเศษ มีเสน่ห์แปลกตา แตกต่างอย่างสร้างสรรค์ เจ้าของไอเดียนี้ชื่อ คุณอลิสา พิบูลสิริ คัดสรรจากธรรมชาติเพื่อผิวโดยเฉพาะ คุณอลิสา เป็นลูกครึ่งไทย-ไต้หวัน ปัจจุบันอายุ 23 ปี หลงใหลและชอบสะสมสบู่เป็นชีวิตจิตใจ ถึงขนาดศึกษากรรมวิธีการทำสบู่ไว้ใช้เอง จนกระทั่งได้สูตรที่ลงตัว ทั้งรูป กลิ่น สี และเนื้อสัมผัส เลยตัดสินใจสร้างแบรนด์ SOAP KITCHEN ขึ้นมา มีสบู่ทำมือกลิ่นต่างๆ มากมาย อาทิ เบียร์ลาว คาราเมล กุหลาบ โกโก้ ตะไคร้ ลาเวนเดอร์ โรสแมรี่ มะลิ เลมอนเมอแรงก์ จินโทนิก ข้าวเหนียวมะม่วง เป็นต้น คุณอลิสา เผยว่า เริ่มสนใจการทำสบู่ไว้ใช้เองตอนเรียนมหาวิทยาลัยปี 2 ศึกษาค้นคว้าจากหลายช่องทาง ทั้งซื้อหนังสือมาอ่าน ดูจากอินเตอร์เน็ต ลองผิดลองถูก กว่าสูตรจะคงที่และได้สบู่ที่คุณภาพดี ใช้เวลาทดสอบความเป็นกรด-ด่าง อยู่นาน 6 เดือน ช่วงระยะเวลาที่หญิงสาวทดลองทำสบู่ เธอให้ข้อมูลคร่าวๆ ว่า สบ
สร้างปรากฏการณ์ให้วงการก่อสร้างไทย ด้วยสิ่งปลูกสร้างที่ง่าย สะดวก รวดเร็ว ใช้เวลาเพียง 1 วัน ก็เข้าอยู่อาศัยได้เลย เพราะทำจากพลาสติกเสริมเหล็ก มีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ทั้งบ้านพัก สำนักงานเคลื่อนที่ ร้านค้า ป้อมยาม ห้องน้ำ ฯลฯ ไอเดียล้ำๆ เป็นฝีมือของคนไทยจดอนุสิทธิบัตรแล้ว นับเป็นเจ้าเดียวในโลกโดยวิศวกรไทย เจ้าของธุรกิจคือ “นุชนี อารมณ์สวะ” กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีทีบี อินดัสตรี จำกัด ต่อยอดกิจการพลาสติก บ้านพลาสติกเสริมเหล็ก คุณนุชนี กล่าวว่า บริษัท บีทีบี อินดัสตรี จำกัด ก่อตั้งปี 2538 ดำเนินธุรกิจประเภทพลาสติก สินค้าหลักคือ พาเลทพลาสติก และพาเลทพลาสติกเสริมโลหะ หรือแผ่นรองสินค้า ป้อนให้บริษัทชั้นนำทั่วไป เช่น บริษัทคลังน้ำมันขนาดใหญ่ บริษัท พี แอนด์ จี เอสบี เฟอร์นิเจอร์ บริษัท ดัชมิลล์ บริษัทเครือเอสซีจี โฮมโปร ช่วงปี 2542 แตกไลน์สินค้าผลิตเป็น เฟอร์นิเจอร์พลาสติก เช่น โต๊ะ เก้าอี้ ชุดสนามเด็กเล่น ถังขยะ กระถางต้นไม้ ตู้เก็บขยะ ตู้รองเท้า ศาลา ป้อมยาม ห้องสุขา สำนักงานเคลื่อนที่ ล่าสุดปี 2559 เพิ่มไอเดียล้ำๆ ทำบ้านพลาสติกเสริมเหล็กเข้าอยู่ได้จริง ต่อเติมเพิ่มได้ด้วย ห
