หลักสูตรเรียนฟรี
นายสุธน สังข์จันทร์ เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่พื้นเมือง-ไก่สวยงาม อยู่บ้านเลขที่ 62/2 หมู่ที่ 14 ตำบลไกรใน อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย เปิดเผยว่า ปัจจุบัน ตนเองสะสมไก่พื้นเมืองและไก่สวยงามหลายสายพันธุ์ เช่น ไก่ดำอินโดนีเซีย ไก่ดำญี่ปุ่น ไก่ต๊อก และที่น่าสนใจมากนั้นคือ ไก่ตีนโต ซึ่งมีถิ่นกำเนิดในประเทศเวียดนาม นายสุธน บอกว่า ไก่ตีนโตจากเวียดนาม มีลักษณะเด่นอยู่ที่ขาและตีนมีขนาดใหญ่ ในประเทศไทยมีการนำเข้ามาเลี้ยงได้ไม่นานนัก โดยทั่วไปไก่สายพันธุ์นี้ น้ำหนักอยู่ระหว่าง 3.5-5 กิโลกรัม แต่เคยพบใหญ่สุดมีน้ำหนักมากถึง 6 กิโลกรัม ลักษณะของพันธุ์แท้ แข้งขามีสีส้มถึงแดง “คนเห็นครั้งแรกนึกว่าเป็นไก่ที่ขาพิการ จริงๆ แล้วไม่ใช่ ขาและตีนที่ใหญ่เป็นลักษณะประจำพันธุ์ ขาใหญ่ที่สุดบางตัวเท่าข้อมือของคน นอกจากเลี้ยงเป็นสัตว์แปลกแล้ว ที่เวียดนามยังใช้ประกอบอาหาร แต่เป็นอาหารในภัตตาคารหรูๆ เท่านั้น คนมีฐานะเข้าขั้นเศรษฐีเท่านั้นที่มีโอกาสได้กิน ไก่ตีนโตอร่อย โดยเฉพาะส่วนของขาและตีนอร่อยมาก สามารถนำมาปรุงอาหารได้ทุกอย่าง โดยเฉพาะการทอด ส่วนเนื้อก็อร่อยเช่นกัน เพราะมีมันแทรกในเนื้อ” นายสุธน กล่าว นายสุธน กล่าวว่า
ปลาสวาย เป็นปลาน้ำจืด ขนาดใหญ่ ที่พบได้ทั่วไปในประเทศไทย ผิวหนังเรียบไม่มีเกล็ด ลำตัวเรียวยาว ลักษณะลำตัวด้านข้างค่อนข้างอวบกลม ปากกว้างทู่มีหนวดสั้นๆ ส่วนปลายหางยาวและเว้าลึกเป็นแฉก ส่วนหลังของตัวปลาสวายมีสีเข้มกว่าด้านท้อง ลักษณะเพศ ตัวผู้จะมีท้องเรียบไม่นูน พื้นท้องแข็งกว่าเพศเมีย ส่วนตัวเมีย มีลักษณะเพศที่สังเกตได้ชัดกว่าเพศผู้ คือมีส่วนท้องอูมเป่งกลมนูนออกมาเห็นได้ชัด จะวางไข่ตามแหล่งน้ำธรรมชาติ ในช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม นอกจากจะเป็นปลาที่อยู่ตามแหล่งน้ำธรรมชาติแล้ว ยังนิยมเลี้ยงในบ่อดินและในกระชังอีกด้วย เพราะเป็นปลาที่เลี้ยงง่าย กินง่าย เจริญเติบโตได้เร็ว เนื้อของปลาสวายมีรสชาติอร่อย ยังถือว่าเป็นที่ต้องการของตลาด จังหวัดที่นิยมเลี้ยงปลาสวาย ได้แก่ จังหวัดอุทัยธานี และจังหวัดนครสวรรค์ มีทั้งเลี้ยงในกระชังขนาดใหญ่เรียงอยู่ตามริมฝั่งแม่น้ำ และบ่อดินขนาดใหญ่ จึงถือว่าเป็นปลาที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่ง ในเขตพื้นที่ที่ไม่ห่างจากกรุงเทพมหานครมากนัก ยังมีพื้นที่เลี้ยงปลาสวายในบ่อดินสร้างรายได้อย่างเป็นล่ำเป็นสันให้กับเกษตรกรรายนี้ได้เป็นอย่างดี สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ หมู่
เรื่องโดย : ข่าวสดออนไลน์ ‘หนังสือ’ นอกจากบรรจุตัวอักษรที่เต็มไปด้วยเรื่องราวมากมายแล้ว สำหรับหลายคน ‘หนังสือ’ ยังเต็มไปด้วยความทรงจำที่ควรค่าแก่การเก็บรักษา แต่ด้วยข้อจำกัดเรื่องความคงทนของกระดาษ ทำให้หนังสือส่วนมากมักเสียหายและชำรุดไปตามกาลเวลา และเมื่อหนังสือเสียหาย การหาซื้อหนังสือเล่มใหม่ก็ไม่อาจทดแทนความทรงจำและเรื่องราวที่มีต่อหนังสือเล่มเก่าได้ จนเมื่อมีการเกิดขึ้นของร้านซ่อมหนังสือ ที่มีอยู่ไม่กี่แห่งในประเทศไทย ทำให้หนังสือที่เสียหาย สามารถกลับคืนมาสู่สภาพเดิมได้ ผู้คนที่รักหนังสืออาจรู้จักและเรียกเขาว่า “หมอรักษาหนังสือ” แต่จากการได้พูดคุยกับ พี่กุ๊ก ภัทรพล ฉัตรชลาวิไล เจ้าของร้านซ่อมหนังสือ Book Clinic การนิยามให้เขาเป็น “นักรักษาความทรงจำ” ก็คงไม่เกินเลยจากความจริงเท่าใดนัก หลังเสร็จสิ้น การปรับปรุงบ้านขนานใหญ่ พี่กุ๊ก ยินดีเปิดโฮมออฟฟิศ ให้ข่าวสดออนไลน์ ได้พูดคุยบางแง่มุมของคนซ่อมหนังสือ พี่กุ๊ก เริ่มเล่าว่า จุดเริ่มต้นของการทำร้านซ่อมหนังสือ มาจากได้ทำงานร้านถ่ายเอกสาร เข้าเล่มหนังสือ ตอนหลังมีลูกค้าเอาหนังสือมาให้ซ่อม เพราะชอบที่ตนเย็บหนังสือได้ดี เมื่อทำแล้วผลงานออกมาด
ย่านอารีย์ สนามเป้า สะพานควาย เป็นทำเลที่อยู่อาศัย ทำเลทองอีกจุดหนึ่งของกรุงเทพฯ ที่ไม่ควรมองข้าม เพราะเป็นที่อยู่อาศัยชั้นดีอีกแห่ง ซึ่งมีทั้งตระกูลเก่าแก่หรือผู้มีชื่อเสียงมีอันจะกินหลายๆ ตระกูลอาศัยอยู่ในย่านนี้ ไม่ว่าจะเป็น ชุณหะวัณ อดิเรกสาร ทัพพะรังสี เป็นต้น นอกจากนี้ ในบริเวณดังกล่าวยังแวดล้อมด้วยสถานที่ราชการ ไม่ว่าจะเป็น กระทรวงการคลัง กรมสรรพากร กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือแม้แต่ค่ายทหาร และอีกหลายหน่วยงานที่ตั้งอยู่ย่านนี้ รวมทั้งยังเป็นที่ตั้งของอาคารสำนักงานอีกหลายแห่ง และที่สำคัญ อยู่ใกล้กับสถานีกลางบางซื่อ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการขนส่งแห่งใหม่ของประเทศในอนาคต จึงส่งผลให้ที่ผ่านมามีผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์หลายรายเฮโลกันไปเปิดโครงการในย่านดังกล่าว โดยจากข้อมูลการสำรวจตลาดล่าสุดเมื่อเร็วๆ นี้ของ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ระบุว่า ทำเลสนามเป้า-อารีย์-สะพานควาย ยังเป็นที่นิยมของผู้บริโภค โดยพบว่า ในครึ่งปีแรกปี 2559 มีคอนโดมิเนียม จํานวน 2,184 ยูนิต สามารถระบายออกถึง 91 เปอร์เซ็นต์ โดยมีอัตราการขายเฉลี่ยสูงถึง 12 ยูนิต ต่อเดือน หากเป็นคอนโดฯ แนวสูง (High Ri
ฐิติกุล อยู่วิทยา หรือ พลอย หญิงสาววัย 27 ปี หลานสาวมหาเศรษฐีที่ติดอันดับโลก หนึ่งในทายาทธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลัง “กระทิงแดง” ผันตัวเป็นเจ้าของอาณาจักรสัตว์เลี้ยงครบวงจร “เพ็ทโปร กรุ๊ป” มีตั้งแต่ผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยง, ฟาร์มสัตว์เลี้ยง, บริการ อาบน้ำ ตัดขน, นิตยสารสัตว์เลี้ยง, โรงพยาบาล, รับจัดงานที่เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง, รายการทีวีสัตว์เลี้ยง, จัดพิธีฌาปนกิจสำหรับสัตว์เลี้ยง, คาเฟ่สัตว์เลี้ยง เรียกว่าภารกิจของเพ็ทโปร กรุ๊ป คือ การดูแลเพื่อน 4 ขาของคุณ ตั้งแต่แรกเกิด จนถึงวันสุดท้ายของชีวิตเพื่อน 4 ขา ด้วยการบริการที่ดี และความสะดวกสบาย เปิดครอบคลุม หวังเป็นกูรู คุณพลอย เจ้าของ “บริษัท เพ็ทโปร กรุ๊ป จำกัด” เผยว่า หลังจากที่เปิดบริการอาบน้ำตัดขนสัตว์เลี้ยงเคลื่อนที่ รู้จักกันในนาม “พอว์พาลส์” เมื่อปี 2011 ปรากฏกระแสการตอบรับดีมาก ต่อมาปี 2013 ได้จดทะเบียนบริษัทชื่อ “เพ็ทโปร กรุ๊ป” ทำธุรกิจครอบคลุมทุกธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยงทั้งหมดแบบเต็มรูปแบบ บริการครบวงจร “เพ็ทโปร กรุ๊ป” ที่คุณพลอย บอกว่า ครอบคลุมทุกธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยง มีตั้งแต่ ผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยง, ฟ
ขนมเปี๊ยะ ขนมมงคล มีมาแต่โบร่ำโบราณตามความเชื่อของชาวจีน สื่อถึงความปรารถนาดีระหว่างผู้รับกับผู้ให้ ที่ถ่ายทอดกันมารุ่นสู่รุ่น จนปัจจุบัน ขนมชนิดนี้ ยังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง หากรูปแบบการทำอาจมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไปบ้างตามยุคสมัย อย่าง ขนมเปี๊ยะสดอบควันเทียน ตรา “ประจักษ์ 9 รส” ที่ดัดแปลงสูตรทั้งแป้งทั้งไส้ ให้ถูกปาก “คนทำ” เป็นจุดเริ่ม ก่อนส่งต่อไปให้คนใกล้ชิด จนหลายคนติดอกติดใจนักหนา แม้ทุกวันนี้ ไม่มีหน้าร้านเป็นเรื่องเป็นราว แต่ขนมเปี๊ยะเจ้านี้ มีออร์เดอร์จากลูกค้าตลอดทั้งปี ช่วงพีกสุดๆ ทีมงานเกือบ 10 ชีวิต เคยปั้นกันมือเป็นระวิง ถึงวันละ 15,000 ลูก มาแล้วและหากลูกค้าท่านใด คิดจะเดินเข้าไปซื้อหามาลองชิมสักกล่องสองกล่อง ต้องขอบอกเสียใจด้วยเพราะขนมเปี๊ยะประจักษ์ 9 รส ต้องสั่งล่วงหน้าเท่านั้น…ถึงจะได้รับประทาน! คุณประจักษ์ เจียมจรรยงค์ เจ้าของผลงานวัย 48 ปี ละมือจากงานประจำวัน มาพูดคุยกันด้วยอัธยาศัยยิ้มแย้ม เริ่มต้นให้ฟัง จบปริญญาตรี คณะบัญชี มหาวิทยาลัยรามคำแหง และ ปริญญาโท ด้านธุรกิจระหว่างประเทศ จากมหาวิทยาลัยสยาม ก่อนหน้านี้เคยทำงานประจำอยู่สำนักงานตรวจสอบบัญชี ประจำบริษ
ไอเท็มชิ้นหนึ่งในบรรดาเสื้อผ้าที่หนุ่มสาวทุกคนต้องมีปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันคือ “ยีนส์” เหตุผลเดียว คือ ยีนส์ไม่เคยตกยุค และก่อนหน้านี้เมื่อพูดถึงยีนส์ แบรนด์ที่ได้รับการกล่าวถึงมีชื่อเสียงก้องโลก ล้วนมาจากฝั่งยุโรปและญี่ปุ่น ทว่า พ.ศ. นี้ ต้องยกให้ยีนส์สัญชาติไทย เพราะความสวย ลูกเล่น รวมถึงคุณภาพหากเทียบกันแล้ว ยีนส์ไทยไม่แพ้บรรดายีนส์อินเตอร์แบรนด์เลยทีเดียว ลุ่มหลงดั่งยาพิษ สาวกยีนส์ต้องมี Doku Jeans (โดคุ ยีนส์) ยีนส์เกรดพรีเมี่ยมสัญชาติไทยชนิดว่าความสวย ความเนี๊ยบ และมาตรฐานการผลิตชั้นสูง มั่นใจว่าไม่แพ้ยีนส์ชั้นนำระดับโลกชาติไหนๆ ซึ่งยีนส์ดังกล่าวจุดเริ่มต้นมาจากความรักและคลั่งยีนส์ของคนกลุ่มหนึ่ง หนึ่งในนั้น คือ คุณนิติพงศ์ นพพิศาลวงศ์ หรือคุณคิม คุณคิม เท้าความให้เส้นทางเศรษฐีฟังว่า หลังจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ หรือเอแบคสาขาวิชาการตลาด ไปเปิดร้านอาหารอยู่ที่ประเทศนิวซีแลนด์ได้ปีกว่า ด้วยความที่คิดถึงบ้าน เลือกกลับมาทำงานแผนกเสื้อผ้า ณ บริษัทยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง แต่แล้วความชอบ ความหลงใหลยีนส์ จึงเกิดความคิดที่อยากจะมีธุรกิจเป็นของตัวเอง สุดท้ายเลือกที่จะสานความฝันนั้นด้วยการ
คุณอสมา เอื้อเมธีกุล นิสิต MBA สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปัจจุบันทำงานในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการขายและการตลาด ห้างหุ้นส่วนจำกัด เรเน่ เทรดดิ้ง ( ไทยแลนด์) ซึ่งดูแลทางด้านการตลาดของผลิตภัณฑ์ Rene’ Skincare Sleeping Mask ถือเป็นธุรกิจ Start up เริ่มจากพี่ชายเป็นเภสัชกร จึงร่วมกันทำธุรกิจดังกล่าว ส่วนตัวมีความสนใจทางด้าน Skin Care อยู่แล้ว และเป็นคนที่ผิวแพ้ง่าย จึงมีความคิดอยากทำแบรนด์ของเราเอง โดยมองว่าผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าในตลาดการแข่งขันค่อนข้างมีอยู่จำนวนมาก ดังนั้น เราจึงอยากหา Skin Care ที่ตอบโจทย์หนุ่มสาวยุคใหม่ เหมาะสำหรับคนที่มีผิวแพ้ง่าย และสามารถใช้งานง่ายและเหมาะกับผิวของคนเอเชีย ผลิตภัณฑ์ตัวแรกจึงเกิดขึ้น คือ ผลิตภัณฑ์มากส์หน้า เพราะด้วยโอกาสทางตลาดและ แนวโน้มของการบำรุงผิวหน้าที่สะดวกและใช้ง่ายมากขึ้น ผลิตภัณฑ์มาส์กหน้า Rene Skincare Sleeping Mask มีคุณสมบัติที่แตกต่างจากมากส์ทั่วไปเป็นมากส์ที่ไม่ต้องล้างออก สามารถทาทิ้งไว้ได้ทั้งคืน เนื้อครีมจะซึมผิวเร็ว ใช้ได้เหมือนครีมบำรุง โดยมีส่วนผสมจากธรรมชาติล้วนๆ ถึง 6 ชนิด นับเป็นทางเลือกให
เป็นที่รู้จักกันทั้งจังหวัดพิษณุโลกสำหรับ “เจ้เล็กล็อตเตอรี่ติดล้อ”หรือ คุณนภัสวรรณ ปรีดากุล หญิงวัย 63 ปี เจ้าของร้านอุดมโชคสยามขายสลากกินแบ่งรัฐบาลรายใหญ่ที่สุดในจังหวัดนี้อีกหนึ่งไอเดียที่นำรถมาดัดแปลงให้เป็น “หน้าร้าน”นักธุรกิจอิสระที่มีเงินหมุนเวียนต่อเดือนหลายสิบล้านบาท มารับช่วงต่อธุรกิจ ขึ้นแท่นยี่ปั๊วรายใหญ่ คุณนภัสวรรณ ปรีดากุล หรือ เจ้เล็ก เธอเล่าว่า พื้นเพเป็นคนจังหวัดพิษณุโลก เกิดและเติบโตขึ้นท่ามกลางครอบครัวคนจีนที่มีอาชีพค้าขายล็อตเตอรี่ แต่ด้วยความที่อยากรวยด้วยลำแข้งตัวเองหันไปขายปุ๋ยและเปิดวินรถตู้ ปรากฏว่าโดนโกงหนที่สุดกลับมาสานต่อธุรกิจครอบครัวพร้อมทั้งต่อยอดกิจการด้วยการสร้างหน้าร้านที่มีจุดเด่นไม่เหมือนใคร เจ้เล็กทำธุรกิจส่วนตัวอยู่นานนับ 10 ปี เมื่อไม่ประสบความสำเร็จ ประกอบกับทางบ้านจูงใจอยากให้กลับมาช่วยขายล็อตเตอรี่เพราะเป็นงานสบาย หวยชุดได้เปอร์เซ็นต์ใบละ 1 บาท หวยเล่มใบละ 25 บาท แต่ละเดือนขายล็อตเตอรี่ 3,000 ใบ ก็ได้ราวๆ 3,000 – 4,000 บาท ในที่สุดเจ้เล็กก็เลือกกลับมาทำงานที่บ้าน “ดิฉันเข้ามารับช่วงขายสลากกินแบ่งรัฐบาลต่อจากรุ่นพ่อแม่ที่ขายมานานกว่า 50 ปี
ไม่ต้องง้อ “ครก” กับ “สาก” อีกต่อไป สำหรับเมนูส้มตำเช้ค เพราะวิธีการทำง่ายมาก แค่เทส่วนผสมทั้งหมดลงในแก้วเชก จากนั้นเขย่าให้น้ำปรุงรสกับเส้นมะละกอกระทบกัน เพียงไม่กี่วินาที ก็กลายเป็นส้มตำรสนัวแซ่บซี๊ด ทานได้เลย แถมเส้นมะละกอยังคงความสด กรอบ ไม่เละ เจ้าของไอเดียแหวกแนว แบรนด์ “Shake Zabb” คือ คุณอริสา โพธิ์ใย ข้าราชการแผนกสำนักงานเครือข่ายบริการห้องสมุด มหาวิทยาลัยมหิดล คุณอริสา เผยกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า โดยส่วนตัวชอบทานส้มตำ และมักที่จะตำทานเอง รวมถึงตำให้เพื่อนทานอยู่บ่อยๆ ทุกครั้งที่ตำก็ได้รับคำชมว่ารสชาติดี ถึงขนาดเคยไปประกวดตำส้มตำในงานวันพ่อเมื่อปี 58 จัดโดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี คว้ารางวัลรองชนะเลิศมา ในเมื่อมีพรสววรค์การทำส้มตำ คุณอริสาเลยทดลองตั้งบูธขายในมหาวิทยาลัย ซึ่งกระแสการตอบรับดีเกินคาด เมนูยอดนิยม ได้แก่ ส้มตำไทย ส้มตำปู ตำปูปลาร้า สำหรับความอร่อยที่ลูกค้าต้องบอกต่อ หัวใจสำคัญอยู่ที่ “วัตถุดิบ” หญิงสาว เผยกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า วัตถุดิบทุกอย่างที่เลือกใช้สดใหม่ทุกวัน เส้นมะละกอและแครอทมีความหนาสม่ำเสมอ ใช้น้ำมะนาวแป้นแท้ไม่ใช่มะนาวขวด มะเขือเทศเลือกส
