หลักสูตรเรียนฟรี
ช่วงฤดูฝนแม่ค้าจะนำมันปูนาอาหารหากินยากมาวางขาย แม่ค้าต้องนำปูตัวเมียมาเคี่ยวจนได้มันจากตัวปู ส่งผลราคาขายดีกิโลกรัมละ 400 บาท มีเท่าไหร่ไม่พอขาย นิยมทานกับข้าวสวยร้อนๆ และนำไปประกอบอาหารได้หลายอย่างอีกด้วย เมื่อวันที่ 8 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ตลาดใต้ ตลาดเทศบาล 1 อ.เมือง จ.พิษณุโลก ซึ่งเป็นตลาดเช้ามีผู้คนนิยมไปจับจ่ายอาหารกัน เพราะมีทั้งอาหารสด คาว หวาน สำเร็จรูปจำนวนมากให้ทุกคนได้เลือกหาตามต้องการ โดยเฉพาะในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ การจับจ่ายซื้ออาหารเช้าจะพบกับอาหารที่นำมาขายในช่วงหน้าจำนวนหลายชนิด อาทิ จำพวกหน่อไม้ ปลาแม่น้ำหลากชนิด ปลาจ่อม กุ้งฝอย และปูนา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในจำนวนหนึ่งมีแม่ค้าที่นำอาหารประเภทปูมาวางขายให้ลูกค้าเลือกซื้อกัน เป็นร้านที่ขายปูนาแบบครบวงจร เพราะมีปูนาต้ม ก้ามปู ปูดอง ตลอดทั้งปูนาตัวเป็นๆ ใส่ถุงวางขายให้เลือกซื้อกันตามความต้องการ ซึ่งเป็นร้านของนางยุพิน แก้วชาวนา เพราะทุกหน้าฝนจะมีมันปูนา บรรจุใส่ถุงขาย น้ำหนักประมาณขีดกว่า ราคาถุงละ 50 บาท ราคาขายกิโลกรัมละ 400 บาท ทำมาเท่าไหร่ก็ขายหมด โดยเช้าวันนี้ทำมันปูนามาจำนวน 6 กิโลกรัม นางยุพิน กล่าวว่า ตลอ
ในอดีตลำไยอาจจะนำมาแปรรูปได้ไม่กี่อย่าง เช่นนำมาอบแห้งทำน้ำลำไย หรือเป็นส่วนผสมในขนมหวาน แต่ปัจจุบันได้มีการนำลำไยทั้งสดและแห้งมาใช้เป็นวัตถุดิบในการทำอาหารคาวหวานสารพัด เช่น เค้กลำไย กาแฟลำไย ลำไยเนื้อสีทองเคลือบช็อกโกแลต วัตถุประสงค์อย่างหนึ่งคือ เพื่อดึงดูดให้ชาวต่างชาติและเด็กรุ่นใหม่ได้หันมาบริโภคกัน ซึ่งปรากฎว่าได้รับความนิยมอย่างดี โดยในส่วนของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านริมร่อง ต.มะเขือแจ้ อ.เมือง จ.ลำพูน เป็นกลุ่มที่ผลิตลำไยเนื้อสีทองเคลือบช็อกโกแลต ขายอย่างเป็นล่ำเป็นสัน ภายใต้แบรนด์สวัสดี( Sawasdee) มีวางขายที่คิงส์ พาวเวอร์ ในท็อป ซุปเปอร์มาร์เก็ต และห้างอีกหลายแห่งที่เชียงใหม่ ขายในคิงพาวเวอร์ คุณเกษร ชัยพนัส ที่ปรึกษาของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านริมร่อง ย้อนความเป็นมาของกลุ่มให้ฟังว่า ตั้งมาเมื่อปี 2549 โดยการรวมตัวกันของสมาชิกกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรที่ทำลำไยอบแห้งเนื้อสีทองในตำบล จำนวน 10 คน และเมื่อลูกสาวคือ“ปิยะภรณ์ สมพงษ์” ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่เรียนจบด้านบริหารธุรกิจ ระดับปริญญาตรี ก็มาช่วยงาน โดยรับหน้าที่ประธานกลุ่ม พร้อมได้พัฒนากระบวนการผลิต ตั้งแต่การคัดเลือกลำไย การกว๊
“กาแฟ” เป็นพืชชนิดหนึ่งที่ทางราชการเข้าไปส่งเสริมให้ชาวบ้านดอยมูเซอปลูกทดแทนฝิ่น ตั้งแต่ ปี 2514 แต่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จในช่วงแรก เนื่องจากขาดความรู้ ความเข้าใจในเรื่องกระบวนการปลูก การเก็บผลผลิต จนทำให้เกิดปัญหาด้านการตลาด และราคาตกต่ำ การปลูกกาแฟบนดอยมูเซอไม่เพียงส่งเสริมให้ชาวบ้านมีรายได้จากพืชอื่นแทนการปลูกฝิ่น แต่ต้องการให้พวกเขาช่วยกันปลูกพืชเพื่อรักษาและอนุรักษ์ผืนป่าต้นน้ำด้วย ดังนั้น หากชาวบ้านหมดหวังในเรื่องรายได้แล้วเลิกปลูกกาแฟหันไปปลูกพืชอายุสั้นแทน อาจส่งผลกระทบต่อผืนป่าต้นน้ำในระยะยาวด้วย คุณจักรพงษ์ มงคลคีรี หรือ คุณพงษ์ เป็นหนึ่งในชาวบ้านที่ตระหนักในเรื่องดังกล่าวอย่างดี จนทำให้เขาพยายามผลักดันให้ชาวบ้านจำนวนมากยังคงปลูกกาแฟต่อไป ด้วยการรับซื้อกาแฟสด พร้อมทั้งเร่งฟื้นฟูความรู้เกี่ยวกับการปลูกกาแฟให้มีคุณภาพ รวมถึงต่อยอดไปถึงการแปรรูปจนนำมาสู่การพัฒนาเป็นกาแฟออร์แกนิก ในชื่อ “กาแฟสดมูเซอ” เดิมคุณพงษ์มีโรงคั่วกาแฟอยู่ในพื้นที่ ซึ่งตั้งมานานกว่า 10 ปี ตลอดเวลาเขาพบว่าชาวบ้านปลูกกาแฟแบบขาดรูปแบบที่แน่นอน และขาดคุณภาพ จนมีอยู่ช่วงหนึ่งที่ไม่มีคนมารับซื้อกาแฟ เพราะในช่วงน
เมื่อเร็วๆ นี้ผมมีโอกาสได้ไปดูงานโรงไฟฟ้าถ่านหินและนิวเคลียร์ที่ประเทศเยอรมนีและฝรั่งเศส แน่นอนการเดินทางไปดูงานจะเป็นของราชการก็จริง แต่เพื่อความสะดวกจำเป็นต้องจ้างให้บริษัททัวร์พาไป เมื่อมีบริษัททัวร์ก็ต้องมีไกด์ สำหรับนำคณะไปดูงาน ผมต้องยอมรับว่า เท่าที่ผมได้ท่องเที่ยวกับทัวร์มาแล้วหลายประเทศ ไม่มีไกด์คนใดเก่งและมีความสามารถสูงเท่ากับ ไกด์ธนากร ชยางศุ ที่พาคณะของเราดูงานครั้งนี้ ผมมารู้ตอนหลังว่าเป็นไกด์คนเดียวของประเทศไทยที่แทบไม่มีวันว่างเลย เพราะจะถูกบริษัททัวร์จองตัวไว้ตั้งแต่ต้นปีถึงปลายปี กลับจากเป็นไกด์ให้ผมและคณะก็จะเดินทางเป็นไกด์พาลูกทัวร์ไปอังกฤษ คุณธนากร เป็นไกด์อิสระ ไม่สังกัดกับบริษัททัวร์แห่งใด เขายินดีเป็นไกด์ให้กับทุกบริษัท โดยคิดค่าตัววันละ 5,000 บาทขาดตัว “ทำวันละเพียง 2 ชั่วโมง ก็ 5,000 บาท หรือทำตลอดวันก็ 5,000 บาท” เขาบอกกับผม เนื่องจากเขาต้องทำงานเกือบทุกวันจึงแทบไม่มีเวลาได้ใช้เงิน เพราะเวลางานไม่ว่าจะค่ากิน ค่าที่พัก บริษัททัวร์เป็นคนจ่ายให้ไกด์ทั้งหมด เหตุที่ทำให้คุณธนากรเป็นไกด์ขายดีก็เพราะพูดได้ถึง 6 ภาษา คือ จีน อังกฤษ อินเดีย อิตาลี เยอรมนี และฝรั่งเศ
เรียบร้อยไปแล้วสำหรับการประกาศผลและพิธีมอบรางวัลนวัตกรรม เนื่องใน “วันนวัตกรรมแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๕๙” เพื่อเชิดชูเกียรติแก่นวัตกรไทยที่สามารถพัฒนานวัตกรรมจนประสบความสำเร็จ ที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม โดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ร่วมกับมูลนิธิข้าวไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ในปีนี้แบ่งรางวัลออกเป็น 7 ประเภท ได้แก่ รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ รางวัลการออกแบบเชิงนวัตกรรม รางวัล Inspirational Innovator รางวัล Startup of the year รางวัล Total Innovation Management รางวัลนวัตกรรมข้าวไทย และรางวัลนวัตกรรมแห่งประเทศไทย โดยผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในแต่ละประเภท ดังนี้ รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ด้านเศรษฐกิจ ได้แก่ ผลงานนวัตกรรม ไข่ออกแบบได้ บริษัท คลีน กรีนเทค จำกัด ด้านสังคม ได้แก่ ผลงานนวัตกรรม การพัฒนาโพรไบโอติกแลกโตแบซิลลัสพาราเคซิอิเอสดีหนึ่งเพื่อใช้ป้องกันฟันผุ คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รางวัลการออกแบบเชิงนวัตกรรม สาขา Food Design ได้แก่ แป้งเบเกอรี่สำเร็จรูปปราศจากกลูเต็น บริษั
เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ทพ.ไพศาล กังวลกิจ นายกทันตแพทยสภา กล่าวว่า ตามที่ พ.ร.บ.พลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ.2559 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ปรับปรุงใหม่ และจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 เป็นต้นไป ได้กำหนดให้เครื่องกำเนิดรังสีหรือเครื่องเอ็กซเรย์ทางทันตกรรม จะต้องมีใบอนุญาตครอบครองเครื่องกำเนิดรังสีและผู้ใช้งานจะต้องเป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยด้านรังสี ซึ่งต้องสอบเพื่อรับใบอนุญาต และคลินิกทันตกรรมทุกแห่งต้องมีเครื่องเอ็กซเรย์ที่มีมาตรฐาน ซึ่งเป็นไปตามที่ พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 ได้บังคับไว้ ดังนั้น จะมีคลินิกทันตกรรมกว่า 6,000 แห่งที่ได้รับผลกระทบจากกฎหมายพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติฉบับใหม่นี้ ทางทันตแพทยสภาจึงได้ทำหนังสือถึงนายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(วท.)เกี่ยวกับการออกกฎกระทรวงตาม พ.ร.บ.นี้ และเตรียมเข้าพบเพื่อหารือประเด็นดังกล่าว นายกทันตแพทยสภา กล่าวต่อว่า ทันตแพทยสภาสนับสนุนเจตนารมณ์กฎหมายฉบับนี้ ที่เน้นเรื่องความปลอดภัยของประชาชนและบุคลากรสาธารณสุข ต่อผลกระทบที่อาจจะได้รับจากปริมาณรังสี แต่เครื่องเอ็กซเรย์ที่ใช้ทางทันตกรรมนั้น ปริมา
สมัยที่อาจารย์ถวัลย์ ดัชนี ยังมีชีวิตอยู่ ผมได้ไปพบกับอาจารย์ที่บ้านดำนางแล จังหวัดเชียงรายหลายครั้ง ที่บ้านดำนางแลเป็นทั้งที่อยู่อาศัย ห้องเขียนรูป หอแสดงงาน บ้านของอาจารย์ถวัลย์ซึ่งตกแต่งเหมือนเป็นพิพิธภัณฑ์มี 40 กว่าหลัง ทุกหลังจะมีของเก่า ของแปลก หนังสัตว์ และเขาสัตว์ ตั้งโชว์ไว้จำนวนหลายชิ้นมาก มีบ้านอยู่หลังหนึ่ง มีมีดหน้าตาแปลกและงานศิลปะที่เป็นโลหะแสดงไว้ ล้วนมีคุณค่าทั้งสิ้น ที่สะดุดตาคือ มีดขนาดต่างๆ สะดุดตาก็เพราะรูปทรงของมีดไม่เหมือนใคร โดยมีหน้าตาแปลกอย่างไรให้ดูจากภาพประกอบ เพราะอธิบายด้วยตัวหนังสือให้เห็นภาพยากมาก ตอนแรก ผมนึกว่ามีดเหล่านี้อาจารย์ถวัลย์ซื้อมาจากต่างประเทศ เพราะท่านเดินทางบ่อย แต่จริงๆ แล้ว มีมีดเพียงบางเล่มเท่านั้นที่ซื้อมาจากต่างแดน ส่วนใหญ่เป็นมีดที่อาจารย์ถวัลย์ออกแบบเอง แล้วจ้างให้ช่างทำมีดทำให้ ไม่ได้เป็นช่างเมืองนอก แต่เป็นช่างไทยนี้แหละ จะเป็นช่างที่ไหน ตอนนั้นผมก็ไม่ได้สนใจเพราะไม่เคยคิดที่จะสะสมมีด บังเอิญเมื่อเดือนที่แล้ว ผมไปเที่ยวที่จังหวัดอุทัยธานี หลังจากได้ท่องเที่ยวไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ แล้ว คนที่นั่นพาผมไปชมโรงงานทำมีดที่มีชื่อว่า มี
คุณบุรินทร์ เกล็ดมณี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เรดดี้แพลนเน็ต จำกัด กล่าวว่า ในขั้นตอน และกระบวนการของการทำการตลาดออนไลน์ ส่วนใหญ่ผู้ประกอบมักมุ่งเป้าไปที่การวัดผลความสำเร็จของธุรกิจผ่านยอดขายหรือผลกำไรเป็นหลัก ไม่ว่าจะวัดผลจากการที่ลูกค้าเข้ามาซื้อสินค้าที่หน้าร้าน คลิกซื้อสินค้าบนหน้าเว็บไซต์ หรือโทรเข้ามาสอบถาม และพนักงานปิดการขาย ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นการวัดผลความสำเร็จในมุมทางการเงินทั้งสิ้น ซึ่งแท้จริงแล้วยังมีการวัดผลธุรกิจออนไลน์อีก 3 แง่มุม ที่หลายธุรกิจอาจมองข้ามไป แต่ล้วนมีผลต่อการทำธุรกิจออนไลน์อย่างยั่งยืน เรดดี้แพลนเน็ตในฐานะผู้นำการตลาดดิจิทัลแบบเน้นผลลัพธ์ที่ทำธุรกิจในประเทศไทยมานานกว่า 16 ปี ขอแนะนำผู้ประกอบการเสริมการวัดผลธุรกิจออนไลน์ด้วย 1. แง่มุมด้านลูกค้า (The Customer Perspective)ผู้ประกอบการ สามารถวัดความสนใจของลูกค้าเป้าหมายต่อสินค้าหรือบริการ ได้จากจำนวนคลิกที่ลูกค้า คลิก เข้ามายังโฆษณาของธุรกิจ เช่น ผู้ประกอบการทำโฆษณาแบบดิสเพลย์แบนเนอร์ กลุ่มเป้าหมายที่เห็นแบนเนอร์มีจำนวนทั้งสิ้น 10,000 คน มีคนเห็นทั้งหมด 5,000 คน เท่ากับ 50% ของกลุ่มเป้าหมาย มีคน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จังหวัดสงขลาได้ขยายผลการปลูกยอดกล้วยหอมทอง ตามโครงการปลูกกล้วยหอมทองปลอดสารพิษเพื่อการส่งออกของจังหวัดสงขลา โดยนำร่องที่ อ.ระโนด จ.สงขลา และขยายผลต่อยอดที่ ต.คลองกวาง ต.ท่าประดู่ อ.นาทวี จ.สงขลา กว่า 30 คน โดยรวมตัวกันจัดตั้งกลุ่มปลูกกล้วยหอมทองนาทวี อ.นาทวี จ.สงขลา ทั้งนี้มีการทำสัญญารองรับผลผลิตกับบริษัท แพน แปซิฟิค ฟู้ด คอร์ปอเรชั่น จำกัด ประเทศญี่ปุ่น ขณะนี้มีการขยายผลมาปลูกในพื้นที่เกือบ 100 ไร่ ใน อ.นาทวี ซึ่งถือเป็นพืชเศรษฐกิจใหม่ของจังหวัดสงขลา และในพื้นที่ อ.นาทวี ด้วย นางปวีรัตน์ พรหมเลิศ เลขานุการกลุ่มปลูกกล้วยหอมทองนาทวี อ.นาทวี จ.สงขลา เปิดเผยว่า ตามที่จังหวัดสงขลาได้สนับสนุนและขยายผลต่อยอดการปลูกกล้วยหอมทองมายังพื้นที่ อ.นาทวี สร้างความสนใจแก่เกษตรกร โดยสมาชิกในกลุ่มได้โค่นสวนยางพาราบางส่วนเพื่อทดลองปลูกกล้วยหอมทอง ผสมผสานกับผักสวนครัว ซึ่งสามารถสร้างรายได้ระหว่างรอการเจริญเติบโตของกล้วยหอมทอง เช่น ปลูกพริก มะเขือ สับปะรด และตะไคร้ ระหว่างต้นกล้วย เพื่อเป็นการไล่แมลงที่จะมาชอนไชอีกด้วย สำหรับกล้วยหอมทอง มีทั้งแปลงที่เพิ่งปลูกได้ 1-2 เดือน 3-5 เดือน แล
สำหรับมนุษย์เงินเดือนแล้ว การทำงานที่รับแต่เงินเดือนอย่างเดียว อาจจะเสี่ยงเกินไปในการสร้างความมั่นคงให้กับชีวิต ดังนั้น การหาอาชีพเสริมควบคู่ไปด้วยโดยไม่กระทบกับ หน้าที่การงานที่รับผิดชอบอยู่ จึงเป็นทางเลือกที่ดี เช่นเดียวกับ คุณซิน สุมนา แจวเจริญวงศ์ วัย 44 ปี ที่หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับบทบาทนักข่าวภาคสนาม ช่อง 3 ของเธอ ด้วยว่า เห็นจากหน้าจอทีวีบ่อยๆ นอกจากการทำงานในอาชีพนักข่าวแล้ว วันนี้ คุณซิน สวมบทบาท คุณแม่ ของน้องชะเอม วัย 2 ขวบ ซึ่ง ชื่อแบรนด์ปลาทูต้มหวานที่เธอทำอยู่ ก็มาจากชื่อลูกสาวตัวน้อยของเธอนั่นเอง คุณซิน เล่าว่า ปลาทูต้มหวาน เดิมทีเป็นธุรกิจของครอบครัว ตั้งแต่สมัยคุณย่า เมื่อสักราว 50 ปีมาแล้ว ด้วยพื้นเพเป็นชาว อ.หลังสวน จ.ชุมพร คุณย่าทำปลาทูต้มหวาน และนำไป หาบเร่ขายยังเมืองคอน (จ.นครศรีธรรมราช) สืบต่อจากคุณย่า ก็เป็นคุณป้า ที่ปัจจุบันยังยึดอาชีพนี้ โดย มีญาติที่เป็นคุณอา มีเรือประมง ออกหาปลาทู ได้ปลาทูคุณภาพ สามารถคัดตัวสวยๆ มาทำได้เอง สำหรับปลาทูต้มหวาน สูตรคุณย่านี้ ต้องเคี่ยวถึง 7 วัน 7 คืน จนก้างนิ่ม กินได้ทั้งตัว โดยก่อนนำไปเคี่ยว ก็ใช้ไม้ไผ่ หรือชานอ้อย วางปูพ
