หลักสูตรเรียนฟรี
แปรรูปใบตองสด โลละ 5 บาท ให้เป็น จานใบตอง เหนียว ทนร้อน-เย็น ราคาขายต่อชิ้นกำไรดี ใบตอง พืชธรรมชาติที่อยู่คู่กับคนไทยมาแต่โบร่ำโบราณ มีการใช้ประโยชน์ทั้งทางด้านพิธีกรรม ประเพณีต่างๆ อย่าง ลอยกระทง บายศรี การบวงสรวงต่างๆ รวมถึงนำมาทำเป็นวัสดุห่อขนม ห่ออาหาร ที่รองอาหาร หรือวางขนม ทำเป็นภาชนะใส่อาหาร ซึ่งการนำมาทำเป็นภาชนะก็ดูจะไม่ใช่เรื่องแปลก เพียงแต่ใช้ได้ไม่นานเท่านั้น เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้คุยกับ คุณอุ๊-นฤภร เข็มทอง วัย 53 ปี อดีตพนักงานโรงงานฝาจีบ ฝ่ายตรวจสอบคุณภาพ ที่ผันตัวมาตั้งวิสาหกิจชุมชน แปรรูปใบตองสด ที่ขายได้กิโลละ 5-10 บาท มาเป็น จานใบตอง ที่ราคาต่อชิ้น ขายได้ราคาดีกว่าเห็นๆ ! คุณอุ๊ เล่าให้ฟังว่า เธอลาออกจากงานกลับมาอยู่ที่บ้านเพื่อดูแลผู้หลักผู้ใหญ่ที่บ้าน ก็เห็นว่า ในตำบลคลองกระจง มีใบตองกล้วยตานีเยอะมาก ซึ่งคุณอุ๊ กล่าวว่า ใบตองของที่นี่ถือเป็นใบตองที่ดีที่สุดในประเทศ ชาวบ้านจะแล่ขายกันทุกวัน แต่เมื่อใบตองล้นตลาด ไหนจะปัญหาเรื่องของปลายไหม้ ใบเหลืองเกินกว่าจะนำไปใช้งาน อีกทั้งใบตองสดคนก็ไม่ค่อยรับซื้อ เกิดการกดราคา ทำให้ขายใบตองสดได้กิโลกรัมละ 5-10 บาท เพียงเท
ECU SHOP สุดยอด สมองรถยนต์อัจฉริยะ ฝีมือคนไทย เจ๋งจนต่างชาติ ซูฮก! ในวงการผู้ผลิต กล่อง ECU (Electronic Control Unit) หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ทำหน้าที่เสมือน “สมอง” ควบคุมระบบการทำงานต่างๆ ของรถยนต์ เบอร์หนึ่งของเมืองไทย ต้องชี้ไปที่ “ECU SHOP” โดยไร้ข้อกังขา ด้วยประสบการณ์ในวงการเกือบ 2 ทศวรรษ และครองสัดส่วนตลาดในประเทศกว่า 95% อีกทั้งได้รับความเชื่อถืออย่างสูงในระดับโลก และด้วยวิสัยทัศน์ที่ล้ำหน้า สุดยอดเอสเอ็มอีไทยรายนี้ กำลังเปลี่ยนผ่านธุรกิจ ภายใต้โครงการ “MOVE” ก้าวไปสู่การตอบโจทย์โลกแห่งอนาคต สร้างสรรค์อุปกรณ์ควบคุมการทำงานด้านต่างๆ ได้ด้วยเทคโนโลยีสั่งการผ่านอินเทอร์เน็ต โดยมี SME D Bank ธนาคารเพื่อเอสเอ็มอีไทย เป็นแรงหนุน ช่วยผลักดันให้สำเร็จตามเป้าหมาย คุณสุทธิพจน์ ตรีภูวพฤทธิ์ กรรมการบริหาร บริษัท อีซียู ช็อป1 จำกัด ต.ต้นเปา อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ หนึ่งในแกนนำผู้ก่อตั้ง ECU SHOP เล่าให้ฟังว่า เริ่มต้นธุรกิจ เมื่อกว่า 17-18 ปีที่แล้ว จากทีมผู้ก่อตั้งที่มีความเชี่ยวชาญด้านการซ่อมกล่อง ECU (Electronic Control Unit) เคยทำงานอยู่ในโรงงานต่างๆ และเป็นอาจารย์สาขาอิเล็กทรอนิกส์
หนุ่มไทย บุกออสเตรเลีย ขายผลไม้รถเข็น เจ้าแรก ต่างชาติติดใจ ต่อคิวซื้อทุกวัน เมืองไทยเราโชคดีมีผลไม้ให้กินทุกฤดูกาล หาซื้อง่าย จากผลไม้รถเข็น จอดขายทุกตรอกซอกซอย ที่พ่อค้าหรือแม่ค้าคัดสรรของดีมาให้แล้ว ตอนนี้ไม่ใช่แค่บ้านเราเท่านั้นที่มีผลไม้รถเข็น เพราะออสเตรเลียก็มีแล้วเหมือนกัน ซึ่งคนที่พารถเข็นผลไม้ไทยบุกตลาดออสเตรเลีย นั่นคือ หนุ่มไทย “คุณสมพร โพธิ์ศรี หรือ จอห์น” นั่นเอง ในกลุ่มทีมออสเตรเลีย โดยผู้ใช้เฟซบุ๊ก ตามน้ำ Follow Naam Australia ได้โพสต์แชร์เรื่องราว การเปิดร้านผลไม้รถเข็นไทยแห่งแรกในออสเตรเลียไว้ว่า มาออสเตรเลีย ไม่จำเป็นต้องเป็นลูกจ้างเสมอไป โอกาสและช่องว่างยังไม่อยู่มากมาย สำหรับคนที่มองเห็นและลงมือทำ วันนี้น้ำจะมาแนะนำให้รู้จักกับผู้ชายคนหนึ่ง ที่มองเห็นโอกาส มองเห็นธุรกิจที่คนอื่นเขามองไม่เห็นในออสเตรเลียค่ะ “พ่อค้าขายผลไม้รถเข็นคนแรกในประเทศออสเตรเลีย” พี่จอห์น-สมพร โพธิ์ศรี หลายๆ คนอาจจะเคยได้ยิน ในแวดวงธุรกิจคนไทยในออสเตรเลีย แต่วันนี้เราจะมารู้จักพี่จอห์นในฐานะ พ่อค้าขายผลไม้รถเข็น!!! ใช่แล้ว ฟังไม่ผิดค่ะ เขาคนนี้คือ “พ่อค้าขายผลไม้รถเข็นคนแรกในประเทศ
แฟรนไชส์ 5 หมื่น ต้มเลือดหมู ร้านดังเก่าแก่ อยากหาคนมีใจรัก ช่วยสืบทอด เจ็กจุ่น มีชื่อ-นามสกุล ว่า คุณอิทธิพัทธ์ เจนวิจักษ์ ปัจจุบันอายุ 74 ปี เป็นเจ้าของกิจการ เจ็กจุ่น ต้มเลือดหมู ขายมานานกว่า 40 ปี ปัจจุบันมีร้านสาขาหลัก อยู่ริมถนนเส้นพุทธมณฑลสาย 4 ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม เริ่มต้นให้สัมภาษณ์ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ด้วยอัธยาศัยยิ้มแย้ม ว่า สมัยหนุ่มๆ เคยขายหมูสด ในคลองบางกอกน้อย พอมีถนนหนทางตัดผ่าน เลยเปลี่ยนมาขายต้มเลือดหมู โดยมาเปิดเป็นร้านหลังคามุงจาก ริมถนนปิ่นเกล้า-นครชัยศรี ช่วงแรกขายไม่ดี เพราะคนยังไม่รู้จัก แต่ด้วยรสชาติดี ประกอบกับเป็นคนขายหมูมาก่อน เลยรู้ว่าชิ้นส่วนอันไหนดี ไม่ดี ลูกค้ากินแล้วติดใจ มาอุดหนุนกันเยอะ สมัยนั้นขายชามละ 8 บาท ใช้ลูกน้อง 40-50 คน “ลูกค้าของผม เป็นดารา-คนดัง อุดหนุน กันเยอะ นักการเมืองก็มี ระดับท่านนายกฯ สมัคร สุนทรเวช ก็เคยมาทำรายการ ชิมไป บ่นไป” เจ็กจุ่น เล่าความหลัง สีหน้าภูมิใจ ก่อนเล่าต่อ หลังจากกิจการต้มเลือดหมู ก้าวหน้า เจริญมั่นคงดีแล้ว เขาก็คิดการใหญ่ เพราะมีลูกค้าพวกทำเรียลเอสเตต มานั่งซื้อขายที่ดินกันในร้าน ขายดีกันมากเลย
ข้าราชการวัยเก๋า ผุดไอเดียกู้แล้วรวย! ทำเกษตรพอเพียง ต่อยอดเงินกู้สวัสดิการ หนี้สิน ปัญหาเรื้อรังของหลายครัวเรือนในประเทศไทย ไม่ว่าสาเหตุจะเกิดจาก รายได้ไม่แน่นอน ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย ค่าครองชีพที่สูง สวนทางกับเงินเดือนที่ได้ ผลผลิตที่เป็นแหล่งรายได้ มีจำนวนไม่แน่นอน ทำให้รายได้ไม่คงที่ การใช้จ่ายฟุ่มเฟือย หรือเหตุผลอื่นๆ ก็สุดแท้แต่ หลายๆ คน เลือกที่จะแก้ปัญหาโดยการ กู้เงิน ทั้งในระบบของธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร รวมไปถึงกู้เงินนอกระบบ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีโอกาสได้สัมภาษณ์ คุณภัทธศาสน์ มาสกุล ผู้อำนวยการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยม เขต 28 ประจำจังหวัดศรีสะเกษ วัย 58 ปี ที่มีแนวคิดน่าสนใจ ที่ยอมให้ตัวเองเป็นหนี้ เพื่อเอาเงินที่กู้มาต่อยอดสร้างรายได้ เขาให้สัมภาษณ์ว่า ตนทำอาชีพรับราชการมาได้ 36 ปี โดยส่วนตัวเขาชื่นชอบด้านการเกษตร ผนวกกับทางบ้านมีที่ดินสวนที่พ่อแม่ยกให้อยู่จำนวนหนึ่ง และตนก็มองเห็นว่าปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นปรัชญาที่หากเข้าใจอย่างถ่องแท้ ก็สามารถตอบโจทย์ชีวิตได้ดี อีกทั้งอาชีพรับราชการเอง ก็มีสวัสดิการช่วยเหลือ
ส่องคนไทยในต่างแดน งัดวิชาสู้ชีวิต เป็นยูทูบเบอร์คนติดตามหลักล้าน เรื่องย้ายประเทศ ถูกนำกลับมาพูดถึงอีกครั้ง เมื่อ “กวาง เดียร์ลอง” นักแคสต์เกมสาว ตกเป็นข่าวว่าจะย้ายไปอาศัยที่เนเธอร์แลนด์แบบถาวร แม้ภายหลังเจ้าตัวได้ออกมาชี้แจงเรื่องดังกล่าวว่า แค่เดินทางไปพักผ่อน แต่ก็ยังยืนยันคำเดิม จะทำเรื่องมาเรียนต่อเพื่อขอสัญชาติ ถึงไม่มีประเด็นของนักแคสต์เกมสาว โดยปกติก็มีคนไทยย้ายไปปักหลักใช้ชีวิตในต่างประเทศกันอยู่แล้ว เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้ลองรวบรวม ยูทูบเบอร์คนไทยที่ไปอาศัยอยู่ต่างประเทศ ว่าแต่ละคนอาศัยในประเทศไหน แล้วงัดวิชาสู้ชีวิตอะไรมาสร้างเป็นอาชีพบ้าง ไหมไทย ในฝรั่งเศส คุณพิสมัย อ็องเจอลินี หรือ ยายไหม เมื่อ 14 ปีก่อน ได้พบรักกับครูชาวฝรั่งเศส จนได้แต่งงานและย้ายไปใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านสามี มีลูกสาวด้วยกัน 1 คน ยายไหมเริ่มงานทำความสะอาด ก่อนผันตัวเป็นแม่ค้าขายของทอดในตลาดนัด เช่น เปาะเปี๊ยะทอด บวบฝรั่งหรือซุกินีชุบแป้งทอด กุ้งชุบแป้งทอด ไก่ชุบแป้งทอด สลัดโรล ข้าวผัด และผัดมาม่า ซึ่งขายดีมากๆ จุดเด่นของยายไหมคือตลกเฮฮา อารมณ์ดี จำหน้าลูกค้าได้ทุกคน โดยเฉพาะขาประจำที่อุดหนุน
ลูกชาวนา พลิกชีวิต สู่เจ้าของร้านสักคิ้วในอเมริกา ทำงาน 5 ชม. ได้แล้ว 2 หมื่น พูดถึงเรื่องย้ายประเทศ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ เคยนำเสนอเรื่องราวของคนไทยที่ย้ายไปตั้งหลักชีวิตอยู่ต่างประเทศมาแล้วหลายคน เช่น สาวไทยยึดอาชีพนักดับเพลิง รับฝากเลี้ยงน้องหมา หรือขับรถสิบล้อ ครั้งนี้ลองมาดูอาชีพเจ้าของร้านสักคิ้วในอเมริกากันบ้าง โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กUbol DePerno ได้เข้ามาแชร์เรื่องราวของตัวเองผ่าน “กลุ่มโยกย้าย มาส่ายสะโพกโยกย้าย” ถึงเรื่องราวชีวิต จากลูกชาวนา จบชั้นมัธยม 6 พูดภาษาอังกฤษได้แบบงูๆ ปลาๆ และเป็นแม่หม้ายลูกติด แต่ชีวิตพลิกเพราะได้พบรักแท้กับชาวอเมริกัน ทำให้มีโอกาสย้ายไปอาศัยอยู่ต่างแดน จนมีอาชีพเป็นนายตัวเอง จากไทยสู่อเมริกา เรื่องมีอยู่ว่า เธอเป็นลูกชาวนา จบแค่ชั้น ม.6 ได้แอบหนีเข้ากรุงเทพฯ พร้อมเพื่อนสนิท 3 คนที่พ่อส่งมาเรียนต่อ จากนั้นเริ่มชีวิตการทำงานด้วยอาชีพพนักงานขายเสื้อในห้างแห่งหนึ่ง ได้รับเงินเดือน 3,500 บาท สักพักได้เปลี่ยนสายงานเป็นกระเป๋ารถเมล์ ปอ.1 เลือกทำอาชีพนี้เพราะรู้ว่า เมื่อเขารับเข้าทำงาน จะได้ค่าแรงทุกวันเป็นเงินสดวันละ 135 บาท ไว้ทอนลูกค้า แต่มันคือค่
สาวไทย แชร์ประสบการณ์ เป็นนักดับเพลิงในอเมริกา ทำงาน 10 วัน ได้เงินหลักแสน หากเอ่ยถึง นักดับเพลิง อาชีพนี้คืองานที่เสียสละมากๆ เพราะต้องช่วยเหลือผู้คนให้ปลอดภัยจากอันตรายซึ่งเกิดขึ้นจากเพลิงไหม้ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วคนที่ทำงานนี้ มักจะเป็นผู้ชายร่างกายกำยำ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีนักดับเพลิงหญิงเลยซะทีเดียว นี่คือเรื่องราวของสาวไทยคนหนึ่ง ชื่อว่า คุณจอยซ์ เธอได้โพสต์เล่าประสบการณ์ การเป็นนักดับเพลิงหญิงไทยในอเมริกาไว้อย่างน่าสนใจ โดยระบุว่า ก่อนหน้านี้เธอคือโค้ชสอนสเกตน้ำแข็ง และได้มีโอกาสเป็นโค้ชสอนนักกีฬาทีมชาติไทย จากนั้นได้ย้ายมาอยู่อเมริกาได้ประมาณ 5 ปี และเริ่มยึดอาชีพพนักงานดับเพลิงของรัฐแคลิฟอร์เนีย และ พนักงานกู้ชีพฉุกเฉินมาได้ 1 ปีกว่าแล้ว คุณจอยซ์ เล่าว่า การทำงานนี้ไม่ได้กำหนดว่าต้องสูงเท่าไหร่ น้ำหนักเท่าไหร่ เเต่การทดสอบร่างกาย โหดมากๆ ต้องใส่เสื้อเกราะน้ำหนัก 25 โลที่บ่า มีน้ำหนักแปะอีกข้างละ 12.5 กิโล รวมแล้วใส่ชุด 50 กิโล ซึ่งหนักกว่าตัวเองที่มีน้ำหนักแค่ 40 กิโลกรัม (ปัจจุบันน้ำหนัก 60 กิโลกรัม) ในการสอบต้องลากดัมมี่ไปมาน้ำหนัก 185 พาว (90 กิโล) โดยสอบทั้งหมด 4 รอบ และหลังจาก
5 อาชีพ คนไทยในเนเธอร์แลนด์ ไม่ต้องกลัวตกงาน จากกรณี “กวาง เดียร์ลอง” ตัดสินใจย้ายประเทศ เริ่มชีวิตใหม่ที่เนเธอร์แลนด์ เปลี่ยนชื่อและเปลี่ยนสัญชาติใหม่ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้ทำการรวบรวมข้อมูล เกี่ยวกับประเทศเนเธอร์แลนด์ ในด้านเศรษฐกิจ ค่าแรงขั้นต่ำ รวมถึงอาชีพที่เป็นที่ต้องการมาให้ศึกษากัน เนเธอร์แลนด์ มีเศรษฐกิจที่มั่นคงมาก เป็นประเทศมีประชากรหลากหลาย และมีการศึกษาดี โดยชนกลุ่มน้อยต่างชาติหรือชาติพันธุ์คิดเป็นมากกว่า 24% ของประชากร ค่าแรงขั้นต่ำ ในเนเธอร์แลนด์ ค่าแรงขั้นต่ำสำหรับผู้มีอายุเกิน 21 ปี อยู่ที่ 9.72-10.80 ยูโรต่อชั่วโมง ทั้งนี้ แล้วแต่ประเภทสัญญาว่าจ้าง 36, 38 หรือ 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ อาชีพเป็นที่ต้องการ ในเนเธอร์แลนด์ 1. แรงงานทักษะขั้นสูง เป็นที่ต้องการอย่างมาก ซึ่งต้องผ่านกระบวนการตรวจคนเข้าเมืองแบบพิเศษ สำหรับพนักงานต่างชาติบางคนจะมีสิทธิประโยชน์ทางภาษีเพิ่มเติม (การพิจารณาภาษี 30%) 2. วิศวกร ผู้มีความสามารถทางเทคนิค ผู้เชี่ยวชาญด้านไอที ด้านการเงิน ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญมีประสบการณ์ด้านการขาย การตลาด 3. ผู้เชี่ยวชาญและผู้สำเร็จการศึกษาด้านการดูแลสุขภาพ 4. อาชีพผู้ช่วยพ
แฟรนไชส์ 2565 ตัวไหนมา ตัวไหนไป ตัวไหนแววสดใส ตัวไหนต้องระวัง คุณอมร อำไพรุ่งเรือง ผู้ชำนาญการด้านแฟรนไชส์ ให้สัมภาษณ์ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ เกี่ยวกับสถานการณ์ธุรกิจสินค้าและบริการในรูปแบบของแฟรนไชส์ ในปี 2565 ว่า ธุรกิจที่อยู่คงทนตลอดไป แน่นอนก็คือ ธุรกิจอาหาร ซึ่งก่อนโควิด นั้น แฟรนไชส์อาหาร ยังมาเป็นอันดับหนึ่ง และปี 2565 ก็ยังคงอยู่เป็นเบอร์หนึ่งต่อไป ซึ่งปัจจุบัน ในตลาดมีแฟรนไชส์อาหาร 20 กว่าเปอร์เซ็นต์อยู่แล้ว แต่ยุคหลังโควิด นั้น อาหารต้องมีแนวคิดชัดเจนขึ้นในหลายเรื่อง เช่น ทำเล จากเดิมห้างสรรพสินค้า คือทำเลทองของธุรกิจอาหาร แต่จากนี้ไป ไม่ใช่ห้าง อย่างเดียวแล้ว ต่อไปจะเป็น สแตนด์อะโลน ซึ่งใช้พื้นที่ใหญ่ๆ มากขึ้น เพราะผู้ประกอบการ ต่างมีประสบการณ์เรื่องห้างถูกสั่งปิดมาแล้ว อีกทั้งช่องทางการขายก็ต้องมีมากกว่าการเข้าไปนั่งทาน ต้องมีรูปแบบดีลิเวอรี่ ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ ควบคู่กันไปด้วย ส่วนแฟรนไชส์ซับเซตของกลุ่มอาหาร คือ แฟรนไชส์ประเภท เครื่องดื่มและขนม นั้น ปี 2565 ตัวที่กินตลาดมากที่สุดในหมวดเครื่องดื่ม คือ กาแฟ ซึ่งการดื่มต่อแก้ว/ต่อคน/ต่อปี ในเมืองไทยนั้น ถือว่ายังไม่มาก ถ้
