หลักสูตรเรียนฟรี
สร้างอาชีพง่ายๆ ด้วยสูตร กล้วย-มัน-เผือก-ฟักทอง ทอด ฉบับหลวงพี่ไอซ์ มีคนไทยจำนวนไม่น้อย ที่นิยมทานอาหารประเภททอด ไม่ว่าจะคาวหรือหวาน เราจึงได้เห็นพ่อค้าแม่ค้ามักจะทอดของขายกัน โดยที่เห็นกันบ่อยๆ ก็จะเป็น กล้วยแขก หรือ กล้วยทอด กันเสียเยอะ บางเจ้าทอดอร่อย ขายดิบขายดีจนสร้างตัวได้ หลวงพี่ไอซ์ เจ้าของโครงการ หลวงพี่ไอซ์สร้างอาชีพ ได้เปิดสูตร กล้วยทอด ที่สามารถนำไปทำขายเป็นอาชีพได้ โดยนอกจากกล้วยแล้ว ทั้งเผือก มัน ฟักทอง ก็สามารถทอดด้วยสูตรเดียวกันได้อีกด้วย โดยสูตรมีดังนี้ วัตถุดิบ 1. กล้วยน้ำว้าสุกห่าม เหลืองสีกระดังงา 2. มะพร้าวขูดขาว 3. แป้งข้าวเจ้า 4. แป้งทอดกรอบ (แป้งสาลี) 5. น้ำตาลทราย 6. ปูนแดง (ไม่ใช่น้ำปูน) 7. เกลือป่น 8. งาคั่ว ขาว-ดำ ตามชอบ 9. น้ำสะอาด 10. น้ำมันบัว สำหรับทอด วิธีทำ 1. ผสมแป้งข้าวเจ้ากับแป้งสาลี ในอัตราส่วนแป้งข้าวเจ้า 1 กิโล ต่อ แป้งสาลี 3 ขีด ต่อ ปูนแดง 1 ช้อนโต๊ะพูนๆ และ มะพร้าวขูดขาว 2. จากนั้นนำปูนแดงลงไปบี้ผสมในแป้งให้เข้ากัน เติมน้ำเล็กน้อย ใส่มะพร้าวขูดค่อยๆ ขยำให้กะทิออกมาพอได้ที่ 3. ใส่น้ำตาล 5-6 ขีด เกลือนิดหน่อย ชิมรสให้ออกมันเค็มหวานไม่ต้องมาก ชิม
โควิดมิจฉาชีพเยอะ! ผุด บริการตรวจสอบกระเป๋า ช่วยคนซื้อแบรนด์เนมไม่โดนหลอก เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้พูดคุยกับ คุณเจี๊ยบ-สุนิสา เอกวิทยาเวชนุกูล หนึ่งในผู้ก่อตั้ง สถาบัน The Catch Fake Brandname สอนดูกระเป๋าแบรนด์เนม แท้-ปลอม อีกครั้ง โดยตลอดการแพร่ระบาดของโควิดในช่วงที่ผ่านมา ทำให้สถาบันของเธอเปิดทำการสอนไม่ได้ เธอจึงผุดวิธีการปรับตัวต่างๆ ทำให้เพื่อพยุงตัวเองให้อยู่รอด เจ้าแรกในไทย! “สอนดูกระเป๋าแท้-ปลอม” ธุรกิจใหม่เพื่อสาวกแบรนด์เนม ปรับตัวแบบยุคโควิด! ครูสาวสายแฟชั่น ยอมหั่นกระเป๋าแบรนด์ ทำ “หน้ากากผ้า” ไปต่อยาวๆ คอร์สสอนดูกระเป๋าแบรนด์เนมแท้-ปลอม ธุรกิจสวนกระแส ยุคโควิด ล่าสุด เธอได้ผุดบริการ รับตรวจสอบกระเป๋าแบรนด์เนม ขึ้นมาอีกธุรกิจ โดยเธอเล่าว่า ตั้งแต่โควิดแพร่ระบาด ทำให้เธอเปิดคอร์สเรียนสอนดูกระเป๋าแบรนด์เนมแท้-ปลอมไม่ได้ จึงหันมาทำการสอนผ่านออนไลน์ ก็ยังพอแก้ไขสถานการณ์ได้ นอกจากนั้นก็ทำอย่างอื่นควบคู่ไป ตามความถนัดของเธอและหุ้นส่วน แต่เมื่อสถานการณ์การระบาดยิ่งนานวันเข้า คนเริ่มใช้เงินน้อยลง ก็ส่งผลกระทบกับธุรกิจของเธอเช่นเดิม ประกอบกับการระบาดที่กินเวลายาวนาน ทำให้คนที่เล่นหร
เพราะยุคนี้พึ่งคนอื่นมันยาก คนคิดนอกกรอบจะอยู่รอด ไรเดอร์สาวจึงควบสองเปิดร้านอาหารออนไลน์ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้พูดคุยกับ คุณทราย-ดาริสา ธรรมสถิร วัย 38 ปี สาวเปรี้ยวที่ตัดสินใจลาออกจากงานประจำ ผันตัวมาจับจักรยานรับงานอิสระ หรือ การเป็นไรเดอร์ส่งอาหาร อีกครั้ง เธอเล่าว่า ในช่วงนี้อาชีพส่งอาหารกำลังได้รับความนิยม แม้จะอยู่ในช่วงการระบาดของโควิดระลอกใหม่ ก็ยังถือเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ได้ดี ดีจนเธอเองต้องพักการรับออร์เดอร์ไปถึง 2 เดือน เพราะปั่นจักรยานรับออร์เดอร์จนกล้ามเนื้อขาอักเสบ! สาวดีลิเวอรี่ เปิดใจ ทำงาน “ช่วงโควิด” ต้องลงทุน เพื่อความปลอดภัยของตัวเองและลูกค้า และด้วยความที่เป็นคนอยู่เฉยๆ ไม่ได้ จึงตัดสินใจเปิดร้านอาหารสไตล์โฮมเมดขึ้น เพื่อหารายได้ระหว่างหยุดพักฟื้น ทำให้ปัจจุบันนี้ เธอมีรายรับทั้ง 2 ทาง คือการทำอาหารขาย และเป็นไรเดอร์ส่งอาหาร แต่การมีรายได้ทั้ง 2 ทางนี้ ใช่ว่าจะรุ่งทั้งคู่ เพราะการระบาดของโควิดระลอกใหม่ ก็ทำให้คนหันมาขายอาหารออนไลน์กันเพิ่มขึ้น แต่คนซื้อกลับมีจำนวนเท่าเดิม “ไรเดอร์ส่งอาหารก็ยังทำอยู่ค่ะ ส่วนร้านอาหารออนไลน์ก็ใช้เวลาช่วงเย็นมาทำ เ
ร้านอาหารผุดขึ้นมามากมาย ทำอย่างไรให้เป็นที่จดจำของลูกค้า? อาหาร ถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญต่อการดำรงชีวิต จึงทำให้มีธุรกิจเกี่ยวกับอาหารออกมามากมาย โดยเฉพาะธุรกิจร้านอาหาร ที่ปัจจุบันมีหลากหลายให้เลือกลองใช้บริการ กลายเป็นตัวเลือกใหม่ๆ ให้ลูกค้า แล้วจะทำอย่างไร ให้ร้านของเราโดดเด่น เป็นที่จดจำของลูกค้า เว็บไซต์ ธนาคารกรุงเทพ ได้แชร์ทริกสำคัญ 5 ข้อ ที่จะทำให้แบรนด์ร้านอาหารของคุณเป็นที่จดจำของลูกค้า ดังนี้ ชูจุดเด่น สร้างเรื่องราว ให้แบรนด์ดูน่าสนใจ การทำแบรนด์ให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการได้นั้น ต้องสร้างจุดเด่นที่ดูแตกต่างเพื่อลูกค้าจดจำธุรกิจของคุณได้ง่ายขึ้น เช่น หยิบความเป็นมาของธุรกิจที่น่าสนใจมาสื่อสารกับลูกค้า เป็นต้น อย่าเดินตามคู่แข่ง ความเหมือน ย่อมทำให้ไม่เกิดการจดจำ วิธีง่ายๆ ต้องศึกษาคู่แข่ง แล้วพยายามสร้างความแตกต่างให้ได้ จึงจะเป็นการดี การกำหนดลูกค้าเป้าหมาย ในการสร้างแบรนด์ การกำหนดลูกค้าเป้าหมาย เป็นปัจจัยสำคัญอันดับต้นๆ ที่ทำให้เราสามารถสื่อสารแบรนด์ไปยังลูกค้าได้ตรงเป้าหมาย เช่น หากเป็นร้านอาหารที่เหมาะสำหรับครอบครัว ควรสื่อสารควรจะเน้นไปที่ความสุขเมื่อได้รั
พาเที่ยวทิพย์ ส่องหมู่บ้าน CIV ทั่วไทย เที่ยวสนุก ปลอดภัย ไกลโควิด ตั้งแต่ปีก่อนจนมาถึงการระบาดระลอกใหม่ในปีนี้ สถานการณ์การท่องเที่ยวก็ยิ่งทรุดตัวลง ผู้ประกอบการสายท่องเที่ยว ต่างพากันตั้งตารอคอยให้ประเทศกลับมาเที่ยวได้อีกครั้ง เพราะการท่องเที่ยว ยังเป็นสิ่งที่คนไทยและทั่วโลกรอคอยที่จะทำ เมื่อหมดวิกฤตไวรัสนี้ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม จึงชวนผ่อนคลายในยุคโควิดระบาด ขออาสาพาส่องสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับการส่งเสริมให้เป็นหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์สู่การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน (Creative Industry Village-CIV) หรือ หมู่บ้าน CIV 5 ดาว เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับการท่องเที่ยวในช่วงเวลากักตัวอยู่บ้านให้ท่องเที่ยว สนุกปลอดภัย ห่างไกลโควิด เริ่มที่แรก ที่ CIV บางคล้า แหล่งท่องเที่ยวใหม่ของเมืองแปดริ้ว ทางเลือกสำหรับคนกรุงที่ไม่อยากเดินทางไกล เพียง 1 ชั่วโมงจากกรุงเทพฯ ก็สามารถเดินทางมาท่องเที่ยวได้ แวะชมสวนมะม่วงน้ำดอกไม้ ผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อของจังหวัด พร้อมล่องแม่น้ำบางปะกงชมความอุดมสมบูรณ์ของสองฟากฝั่ง อีกทั้งยังใกล้กับสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ อาทิ วัดโสธรวราราม ที่ประดิษฐานหลวงพ่อโสธร วั
GTH ปักธงลุยธุรกิจกัญชง ลั่นทำแบบครบวงจร ตั้งแต่ปลูกไปจนถึงผลิตสินค้า ขายแฟรนไชส์ บริษัท GTH “Golden triangle health” จำกัด ภายใต้การนำทัพของ “จุลภาส (ทอม) เครือโสภณ” ผู้ก่อตั้งบริษัท (Founder) และคร่ำหวอดในวงการกัญชงมาอย่างยาวนาน ได้เปิดตัวแฟรนไชส์เฮมพ์ เฮ้าส์ (Hemp House) ร้านค้าที่เปิดขายผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากกัญชงโดยเฉพาะ คุณทอม เครือโสภณ เล่าว่า นอกจากปัจจัยด้านกฎหมายและความเข้าใจผิดของสังคมไทยที่มีต่อกัญชงแล้ว อยากให้คนไทยเข้าใจว่า กัญชาถูกกฎหมายเพื่อทางแพทย์อย่างเดียว ไม่มีสิทธิ์นำมาขาย เนื่องจากกัญชาแตกต่างจากกัญชง ตรงที่ต้นกัญชาไม่มีเส้นใยที่นำมาทำเสื้อผ้า ดังนั้นตลาดกัญชาจึงแคบมาก เพราะนำมาใช้เป็นยา ได้เพียงอย่างเดียว ส่วน Hemp House แฟรนไชส์ เป็นร้านที่จำหน่ายสินค้าซึ่งมีส่วนผสมกัญชง จะแบ่งสินค้าเป็น 3 กลุ่มคือ 1. อาหารและเครื่องดื่ม ประกอบด้วย ชา ไอศกรีม ขนมช็อกโกแลต 2. สินค้าไลฟ์สไตล์ และ 3. สินค้าจากแบรนด์ พาร์ทเนอร์ ดีวาน่า เจ้าของผลิตภัณฑ์สปา และบริษัท เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ NRF ผู้ผลิตอาหารจากพืช เป็นต้น สามารถตอบโจทย์และครอบคลุมไลฟ์สไตล์ของ
เจ๋งไม่แพ้วัยรุ่น เปิด 2 นวัตกรวัยเก๋า จาก NIA กับเส้นทางธุรกิจนวัตกรรมเพื่อสังคม ในวัยเกษียณ การเริ่มต้นทำอะไรใหม่ๆ ไม่ใช่แค่เรื่องของวัยรุ่น โดยเฉพาะเรื่องของการทำธุรกิจนวัตกรรม หรือแม้แต่การเป็นสตาร์ตอัพ เพราะยุคนี้คนวัยเก๋าก็สามารถทำเรื่องเหล่านี้ได้ และทำได้ดีไม่แพ้กับคนรุ่นใหม่ไฟแรงเลยทีเดียว สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA พาไปทำความรู้จักกับ 2 ผู้ประกอบการที่เริ่มเดินทางในสายนวัตกรรมในช่วงวัยเกษียณ ที่นอกจากธุรกิจจะมีความน่าสนใจแล้ว ยังเป็นตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นว่า อายุไม่ใช่อุปสรรคของเส้นทางความสำเร็จ เริ่มต้นด้วย การพามาทำความรู้จักกับ คุณสกุณา ซาฮีร์ เจ้าของธุรกิจนวัตกรรมอาหารสำเร็จรูปพร้อมทำและพร้อมรับประทาน แบรนด์ nam-ya วัย 58 ปี เล่าว่า จุดเริ่มต้นในการทำธุรกิจนวัตกรรมอาหารสำเร็จรูปพร้อมทานนั้นมาจากประสบการณ์ที่ตนเคยเป็นเชฟในต่างประเทศมาก่อน แต่เมื่อถึงเวลาเกษียณอายุและกลับมาอยู่เมืองไทยเริ่มรู้สึกเสียดายความรู้ด้านอาหารที่สั่งสมมานานกว่า 20 ปี จึงเริ่มมองหาลู่ทางในการทำธุรกิจ และมาลงเอยที่ธุรกิจอาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทาน เนื่องจากอาศัยในต่างประเทศมาเป็
จากธุรกิจโรงงานผลิตรองเท้าเกรดพรีเมี่ยมที่สร้างมาด้วยสองมือของพ่อแม่กว่า 30 ปี จนกลายเป็นโรงงานใหญ่โต รับผลิต OEM ส่งออกต่างประเทศ มาวันนี้ต้องปรับตัวอย่างหนัก เพราะเจอวิกฤตโรคระบาดครั้งใหญ่ ด้วยการหันมาเจาะกลุ่มลูกค้าในประเทศ ปรับเงื่อนไขรับจ้างผลิตรองเท้า OEM หวังให้ผู้ประกอบการไทยหรือคนที่สนใจได้มีแบรนด์ของตัวเอง คุณดี-รินรดี เกริกศุภรักษ์ อายุ 24 ปี ทายาทสาวโรงงานผลิตรองเท้าเกรดพรีเมี่ยม เล่าว่า โรงงานผลิตรองเท้าแบบ OEM ภายใต้บริษัท Vinris trading Co.,Ltd. มีจุดเริ่มต้นมาจากคุณพ่อคุณแม่ “คุณแม่เป็นคนต่างจังหวัด เข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ เป็นช่างเย็บหนังหน้ารองเท้า จนได้มาพบรักกับคุณพ่อ ทั้งสองช่วยกันออกไอเดีย ชวนกันมาทำรองเท้าแล้วไปเสนอขายให้ลูกค้า ผลิตรองเท้าคัตชู รองเท้าแตะของผู้ชายจากหนังวัว ช่วยกันผลิตและเป็นเซลส์ ด้วยคุณภาพทำให้มีลูกค้าจำนวนมากทั้งในและต่างประเทศ เช่น เยอรมนี” ธุรกิจเติบโตตามกาลเวลา จากบ้านตึกแถวเล็กๆ สู่โรงงานผลิตรองเท้าครบวงจรแห่งแรกแถวแบริ่ง มีพนักงานประจำ จากนั้นขยายไปเช่าโรงงานแห่งที่สอง ย่านพระราม 4 ผลิตเฉพาะพื้นรองเท้า เพื่อลดค่าใช้จ่ายไม่ต้องสั่งวัสดุจากจี
เพราะอยากช่วยที่บ้านหาเงิน แบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย คุณหน้าต่าง-ธีรดา เอี่ยมประเสริฐ วัย 37 ปี เริ่มทำงานตั้งแต่สมัยเรียน มหาวิทยาลัยรามคำแหง ในคณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน งานแรก คือพาร์ตไทม์ร้านไอศกรีมดัง ได้เงินชั่วโมงละ 28 บาท ต่อมาคืองาน PC หรืองานชงชิมตามห้างสรรพสินค้า หรือซูเปอร์มาร์เก็ต ไม่นานได้รับคำแนะนำจากเพื่อนให้ทำงานพิธีกร หรือ MC “งานชงชิมมีคนรู้จักชวนไป ทำได้ 2 งาน ได้รับการบอกต่อจากเพื่อนให้ลองไปทำงาน พิธีกร หรือ MC สมัยนั้นต้องถือโปรไฟล์ รูปถ่าย บอกคุณสมบัติตัวเองทิ้งไว้ที่บริษัทออร์แกไนซ์ เบอร์โทรยังขึ้นต้น 02 อยู่เลย มีงานเมื่อไหร่เขาจะโทรมาเรียก ช่วงหลังพัฒนาส่งอีเมล ส่งบีบี ปัจจุบันคือส่งไลน์ แคสติ้งจากรูปถ่ายไม่แคสจากตัวจริงแล้ว” คุณหน้าต่าง บอกว่า ตอนทำงาน MC ตรงกับช่วงเรียนปี 2 ซึ่งรามคำแหงไม่ต้องเข้าเรียนเป็นประจำ จึงสามารถรับงานได้ไม่ติดปัญหาอะไร หากช่วงสอบจะไม่รับงานเพื่อหยุดอ่านหนังสือ “ไม่อายที่ต้องทำเพราะได้เงิน จ่ายค่าหอ ซื้อของ สบายใจมากขึ้นด้วยซ้ำที่ขอเงินจากทางบ้านน้อยลง พอหลังๆ มาเริ่มจะไม่ขอเลย ดูแลตัวเองได้จนเรียนจบ” คุณหน้าต่าง บอกย้ำด้วยความภูมิใจ จา
ทำพาร์ตไทม์ไม่ไหว! หนุ่มป่วยไต เปิดช่องยูทูบ หาเงินรักษาตัว เพราะป่วยเป็นโรคไตมาตั้งแต่เด็ก ทำให้คุณหนึ่ง ซึ่งอาศัยอยู่กับยาย ต้องเข้มแข็ง ปัจจุบันเขาสามารถดูแลตัวเองได้ดี แต่ก็ยังมีค่าใช้จ่ายไม่ใช่น้อย การเปิดช่องยูทูบ อัพเดตเรื่องราวชีวิต และให้ประสบการณ์ในฐานะผู้ป่วย จึงเป็นช่องทางที่เขาหวังไว้หาเงินรักษาตัว คุณหนึ่ง-ดนัย นันตะกาฬ วัย 24 ปี นิสิตจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ป่วยเป็นโรคไตตั้งแต่อายุ 13 ปี เข้ารับการรักษาอาการที่โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ด้วยสิทธิบัตรทอง พักอาศัยอยู่บ้านเช่ากับยาย อายุ 73 ปี สองคน เพราะสูญเสียคุณแม่ไปตั้งแต่เรียนมัธยม ส่วนพ่อแยกย้ายไปมีครอบครัวใหม่ ในเรื่องการเรียน ได้ทุนเรียนมหาวิทยาลัย จึงพอแบ่งเบาภาระเรื่องเงินไปได้บ้าง “ผมโชคดีได้ทุนเรียนมหาวิทยาลัย ระหว่างเรียน ผมต้องย้ายเข้ามาอยู่หอใน ไม่ค่อยได้กลับบ้าน ส่วนยายเป็นคนหาเงิน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าบ้าน ตัวผมทำงานพาร์ตไทม์ และสอนพิเศษ ช่วยด้วยอีกแรง” หลังเรียนจบระหว่างรอรับปริญญา ราวๆ ปี 62 คุณหนึ่ง ย้ายมาอยู่หอนอก เข้าทำงานที่สมุทรปราการ และย้ายสิทธิรักษามาประกันสังคม จนมีอาการโรคไตกำเริบ ต้องเข้าห้องฉุกเฉิน “หายใจไ
