How to
สวัสดีค่ะ เพื่อนๆ เฮลท์คิทเช่นทุกคน เมนูวันนี้ วินมีบาร์สุขภาพแบบวีแกน มาให้เพื่อนๆ ลองทำทานกันค่ะ ง่ายสะดวก ทำจากงาดำเป็นหลัก อุดมไปด้วยประโยชน์ของงาดำ ที่มีทั้งแร่ธาตุอย่างวิตามินบี1 บี2 บี3 บี5 แคลเซียม โพแทสเซียม สังกะสี และธาตุเหล็ก เป็นต้น งาดำมีส่วนช่วยบำรุงร่างกาย มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความแก่ ซ่อมแซมสร้างภูมิคุ้มกัน ป้องกันโรคกระดูกพรุน บำรุงรากผม ป้องกันผมหงอก ช่วยเผาผลาญและลดคอเลสเตอรอลในหลอดเลือด สามารถช่วยลดความดันโลหิต และป้องกันโรคเหน็บชาได้ค่ะ นอกจากนี้ ในส่วนของเลเยอร์อีกอันที่ทานคู่กับงาดำใช้ส่วนผสมของถั่วอัลมอนด์ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ วินได้ใช้อินทผลัมเพื่อให้เนื้อถั่วมีความหนืดติดกันเป็นบาร์ได้ ไอ้เจ้าอินทผลัมนี้แหละค่ะ พระเอกของเราคู่กับงาดำ ที่ช่วยให้พลังงานกับร่างกายบำรุงสายตา ลดระดับน้ำตาลในเลือดและลดความดันในเลือดได้ค่ะ นอกจากนี้ยังช่วยแก้กระหาย แก้อาการเจ็บคอ อินทผลัมอุดมไปด้วยเส้นใยอาหาร จึงป้องกันอาการท้องผูกได้เช่นกัน ส่วนประกอบอย่างอื่นก็มีตามด้านล่างนี้ค่ะ ส่วนผสมฐาน อินทผลัม ¾ ถ้วย ข้าวโอ๊ต ½ ถ้วย อัลมอนด์
ไข่นกกระทาทอด ขนมแป้งทอดลูกกลมๆ เป็นที่นิยมของลูกค้าทุกเพศทุกวัย วันก่อนมีโอกาสไปเห็นร้านขายไข่นกกระทาทอด แปลกไม่ซ้ำใคร เพราะมีถึง 7 สี 7 รสชาติ ทอดกันสดๆ ให้เห็นหน้าร้าน มันเยอะแป้งน้อย เสียบไม้ขายสลับสีสันน่ารับประทาน ร้านนี้มีชื่อว่า นัซนีน ไข่นกกระทา วินเทจ นัซนีน ไข่นกกระทา วินเทจ ธุรกิจเล็กๆ ของคุณสรรชัย และคุณนุสรา เลาะลาเมาะ คู่สามีภรรยาชาวมุสลิม ที่ช่วยกันยืนขายเรียกลูกค้ากันอย่างขะมักเขม้น คุณนุสรา เล่าถึงจุดเริ่มต้นว่า เป็นครูอนุบาลมา 10 ปี ส่วนสามีเรียนจบปริญญาโทจากประเทศอินเดีย แต่ด้วยสุขภาพที่ไม่แข็งแรงของสามีเพราะมีโรคประจำตัว ทำให้ทั้งคู่คิดว่าควรหาอาชีพที่ทำแล้วไม่เครียด ยึดเป็นหลักให้กับครอบครัวดีกว่า อาชีพที่ทั้งคู่เริ่มทำคือการขายอาหารหรือไม่ก็พวกของกิน เพราะคุณสรรชัยเป็นคนชอบทำอาหาร โดยเริ่มแรกทั้งคู่ขาย นกกระทาทอดกระเทียมพริกไทย ปรากฏว่าขายดี แต่ด้วยความขยันจึงสรรหาของอย่างอื่นขายเสริมด้วย ไม่ว่าจะเป็น ปลาหมึกย่าง สปาเกตตี้ หรือแม้แต่แฮมเบอร์เกอร์ก็ทำขายมาแล้ว แต่ด้วยปัจจัยหลายๆ อย่าง ทั้งกลุ่มเป้าหมาย สถานที่ และราคาวัตถุดิบที่ไม่เอื้อต่อการขายจึงทำให้ไม่ประสบควา
10 เม.ย. เพจข่าว China Xinhua News ได้เผยแพร่เรื่องราวของนักธุรกิจสาวคนหนึ่งที่มีความอดทน กล้าที่จะลองผิดลองถูก จนธุรกิจขายเครื่องประดับของเธอ สามารถสร้างรายได้กว่า 100 ล้านบาทต่อปี โดยเรื่องราวของเธอนั้นมีความน่าสนใจมาก เพราะสามารถเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนอื่นๆที่คิดอยากทำธุรกิจได้เป็นอย่างดี ‘จูชิ่งหลิง’ เปิดร้านเครื่องประดับแฮนด์เมด บนเนื้อที่ขนาดประมาณ 300 ตร.ม. อยู่ในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ขนาดเล็กในเมืองอี้อู (Yiwu Small Commodities Market) ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆ ในมณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน Image/China Xinhua News ตลาดแห่งนี้เป็นตลาดขายส่งสินค้าอุปโภคบริโภคขนาดเล็กที่ใหญ่ที่สุดในโลก แม้ว่าร้านขายเครื่องประดับของเธอจะมีขนาดไม่ใหญ่มากนัก แต่ก็มีเครื่องประดับแฮนด์เมดที่หลากหลายมากกว่า 80,000 แบบ Image/China Xinhua News จนกระทั่งเมื่อปี 2005 จูชิ่งหลิงก็เริ่มผลิดเครื่องประดับแฮนด์เมดส่งออก เพื่อตีตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศในโซนยุโรปและสหรัฐอเมริกา Image/China Xinhua News หลังจากที่เธอลองผิดลองถูก หาวิธีในการทำการตลาดอยู่หลายปี เธอก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เมื่อโรงงานของเธอได้รับการจัดอันดับ
พื้นที่ค้าขายย่านสถานีรถไฟฟ้า จัดว่า เป็นย่านทำเลทอง คนสัญจรไปมาเยอะ มีผลให้ราคาที่ดินย่อมแพงเป็นธรรมดา โดยเฉพาะย่านสถานีรถไฟฟ้าสายดั้งเดิมที่เปิดให้บริการอยู่แล้วในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน (เอ็มอาร์ที) หรือ รถไฟฟ้าใต้ดิน รถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม-อ่อน (บีทีเอส) และรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ราคาที่ดินที่แพง และขยับขึ้นไม่หยุด เป็นเพราะรถไฟฟ้ากลายมาเป็นการคมนาคมที่สะดวกสบายที่สุด ส่งผลให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์เข้าไปจับจองพัฒนาพื้นที่เป็นโครงการประเภทต่างๆ มากมายทั้งศูนย์การค้า คอนโดมิเนียม อาคารสำนักงาน และโรงแรมต่างๆ ศูนย์วิจัยและประเมินค่าทรัพย์สินอสังหาริมทรัพย์ไทย บริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด หรือ แอร์เรีย ได้เปิดผลสำรวจวิจัยเรื่องทำเลทองสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน โดยเฉพาะหลังช่วงวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ประเทศไทยตั้งแต่ปี 2554 พบว่า ราคาที่ดินรอบสถานีขนส่งมวลชนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉลี่ยแล้วราคาที่ดินปรับเพิ่มขึ้นปีละ 4 เปอร์เซ็นต์ ข้อมูลระบุว่า ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมาสถานีรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ที ราคาที่ดินรอบสถานี ที่ปรับเพิ่มมากที่สุดมี 5 สถานีซึ่งอยู่บริเวณด้านตะ
อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าช่วงนี้ราคาข้าวของ เครื่องใช้ หรืออาหารการกินต่างๆ ก็ต้องปรับตัวเพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดไปได้ในภาวะเศรษฐกิจฝืดเคือง รวมไปถึงกำลังซื้อของคนก็มีขึ้นลงตามรายได้ที่ได้รับในแต่ละเดือน ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญมากสำหรับพ่อค้าแม่ขาย ร้านค้าบางราย ปรับตัวโดยการขยับราคาสินค้าเพิ่มขึ้นอีกนิด เพื่อให้ร้านอยู่รอดได้ ผิดกับมุมมองและแนวคิดเจ้าของร้าน “นก ข้าวมันไก่ เคาะโต๊ะ” ซึ่ง คุณชุตินิษฐ์ ชิตเจริญ หรือคุณนก เจ้าของร้านวัย 33 ปี กลับมองว่า “ไม่ได้ต้องการขายเอารวย แต่อยากขายเพื่อให้คนที่มีงบน้อย หรือนักเรียน นักศึกษา ให้เขาเหล่านี้มีข้าวกิน ท้องอิ่ม” ขายข้าวมันไก่10 บาท 10 ปี ราคาไม่เคยเปลี่ยน คุณนก ขยายความให้ฟังเพิ่มเติมว่า ก่อนจะมาทำข้าวมันไก่ขาย เคยเป็นพนักงานออฟฟิศคนหนึ่ง ทำงานประจำ มีเงินเดือนใช้ มีบัตรเครดิตใช้เหมือนสาวออฟฟิศทั่วๆ ไป เป็นสาวออฟฟิศอยู่เกือบ 4 ปีได้ ก่อนจะตัดสินใจลาออกมาค้าขาย ด้วยเหตุผลที่ว่า ทำงานไปเงินก็ไม่พอใช้ ทั้งยังติดหนี้บัตรเครดิตอีก จึงต้องหันกลับมาคิดใหม่ แต่ก่อนที่จะเกิดจุดเปลี่ยนและตัดสินใจลาออกจากงานประจำมาเป็นแม่ค้านั้น เธอบอกว่า แต่เดิมที
เมื่อเอ่ยถึง “ปลาส้ม” เรานึกถึงอะไรกันบ้างครับ? ถ้าเป็นคนชอบกินกับข้าวอีสาน ภาพจำที่วาบขึ้นมาคงเป็นปลาตะเพียนทั้งตัว บั้งข้าง ควักไส้ออก ยัดข้าวสวยหรือข้าวนึ่งเข้าไปแทน หมักกับกระเทียม เกลือ จน “ส้ม” คือมีรสเปรี้ยว กลิ่นหอม จากปฏิกิริยาการบ่มตัวของแป้งข้าวกับเนื้อปลาสด เวลากินก็ทอดน้ำมัน หรือห่อใบตองกล้วยย่างเตาถ่าน ไม่ก็นึ่งในลังถึง แนมด้วยกระเทียมสด หอมเจียว ตะไคร้ซอย พริกขี้หนูสดหรือพริกแห้งเจียว ใบมะกรูดทอด ขิงอ่อนหั่นชิ้นลูกเต๋า ใบผักชีต้นหอม ฯลฯ บางคนชอบเอาไปหลนกะทิสด จะใส่หมูสับหรือไม่ใส่ก็ได้ ก้างปลานั้นก็กรองทิ้งไป ได้อารมณ์ของสำรับหลน ซึ่งแต่เดิมคือเครื่องจิ้มที่มีข้าวหมากเป็นส่วนประกอบอย่างสำคัญ เดี๋ยวนี้ดูเหมือนจะลืมๆ กันไปแล้วกระมังครับ ว่าหลนนั้นส่วนใหญ่ต้องมีข้าวหมากเป็นเครื่องปรุงอยู่ด้วย นอกจากปลาส้มสายอีสาน ยังมีสำรับมุสลิมภาคใต้ ที่เรียกเนื้อปลาชิ้นใหญ่ทอดเคล้าน้ำปรุงพริกตำเคี่ยวในน้ำตาล เกลือ น้ำส้มสายชูว่า “ปลาส้ม” ด้วย คือเป็นปลาทอดที่ปรุงรสเปรี้ยวนำนั่นเอง ทีนี้มีอยู่วันหนึ่ง ผมไปได้ปลาอินทรีสดชิ้นย่อมๆ จากร้านปลาที่ตลาดเช้ามาสองสามชิ้น ปกติปลาอินทรีสดเขามักทอดจิ
ติดกระแสของกินมาพักใหญ่ สำหรับขนมปังปิ้งไส้เยิ้ม ขนมหวานหอมละมุนปาก หากใครเป็นสาวกขนมชนิดนี้ จะรู้ดีว่าต้นตำรับเจ้าดังคิวยาวเหยียดนั้นอยู่ที่ไหน แต่ถ้าเบื่อต่อคิวลองหาร้านอื่นทานดูบ้าง มีหลายร้านให้เลือก รสชาติไม้แพ้กันแน่นอน คุณภาพเรียกว่าสูสีกันซะด้วยซ้ำ ปังอั้ยยะ ปังปิ้งไส้เยิ้ม ร้านขนมปังของ คุณต้น-รณชัช พลากรกิตติ วัย 30 ปี หนุ่มวิศวะ จากสถาบัน เทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง คุณต้นเลือกออกจากงานประจำที่มั่นคงและรายได้ดี มาสานต่อความฝันทำธุรกิจที่อยากทำด้วยความมุ่งมั่นและทุ่มเท แต่การลาออกจากงานเจ้าตัวไม่ได้ตัดสินใจแบบด่วนสรุป ทุกอย่างผ่านการคิดและดูความเป็นไปได้ของธุรกิจมาก่อน “ความฝันที่ว่าคือการมีธุรกิจเป็นของตัวเอง เลือกทำขนมปังปิ้ง เพราะชอบทานขนมชนิดนี้” ปังอั้ยยะ ปังปิ้งไส้เยิ้ม เริ่มเปิดตัวเมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา คุณต้น เล่าว่า มีพี่สาวที่สามารถทำไส้ขนมได้ จึงคอยเป็นหลังบ้านช่วยสนับสนุน ส่วนตนเป็นคนดูแลภาพรวม การสร้างแบรนด์ การตลาด รวมถึงภาพรวมอื่นๆ ของปังอั้ยยะ ปัจจุบันเปิดตัวมาได้ 4 เดือน คุณต้น บอกว่า การตอบรับดีมาก ตอนแรกตั้งใจมีหน้าร้าน พอคิดอีกที มองว่าแ
มีน้ำมันยี่ห้อหนึ่งมาให้ทำสูตรอาหารไว้ถ่ายคลิปวิดีโอ ข้อบังคับคือ ขอเป็นอาหารที่ดูแล้ว “โดน” ใจ อยากดูต่อแล้วต้องมีเคล็ดลับเทคนิควิธีการทำเกี่ยวกับน้ำมัน เช่น ทอดไก่ยังไงให้กรอบทน กรอบนาน ผัดผักยังไงให้ผักสีสวย ทำนองนี้ ทอดไก่ให้กรอบทนนี่ค่อนข้างยาก เนื่องจากไก่โดยเฉพาะไก่ชิ้นใหญ่ เช่น น่อง สะโพก จะมีความชื้นอยู่ในเนื้อไก่มาก ทอดตอนแรกๆ ก็จะกรอบอยู่ แต่พอทิ้งไว้นานหน่อยความชื้นในไก่จะออกมา ทำให้แป้งทอดกรอบนิ่มไปด้วย ครั้นทำให้ไก่แห้ง ทอด 2 ที กินไก่แล้วก็ติดคอ แข็ง เคี้ยวไม่ลง เพราะฉะนั้น กินไก่ทอด ซื้อกินใหม่ๆ ดีที่สุด แม้แต่ไก่ทอดหัวนอกที่ว่ากรอบนักกรอบหนา พอซื้อมาเก็บทิ้งไว้เป็นวันก็ต้องนิ่มอยู่ดี ผมเคยไปแอบถามตามตลาดสดว่ามีแป้งทอดไก่ให้กรอบทนมั้ย เขาบอกว่ามี ว่าแล้วก็หยิบแป้งทอดกรอบมาให้ถุงหนึ่ง ยี่ห้อไม่คุ้น เป็นสัตว์ 2 ตัวหันหน้าชนกัน ไม่มีเครื่องหมาย อย. ไม่มีผู้ผลิต มีแต่เบอร์โทร ผมลองเอามาชุบไก่ทอดดู เออ…จริงๆ ด้วยมันกรอบข้ามวัน แต่ผมไม่กล้ากิน ไม่รู้มันผสมอะไรบ้าง เขาบอกว่าแป้งอย่างนี้แม่ค้าบางคนเอาไปทอดกล้วยแขกให้กรอบทนด้วย ตัวใครตัวมันครับ ไม่รู้ตอนนี้ยังมีแป้งตัวนี้ขายอยู่
หมูหมักเสียบไม้ ปิ้งเตาถ่าน กลิ่นหอมตลบอบอวลชวนหิว ใครเดินผ่านเป็นอันต้องซื้อกินคนละไม้สองไม้ มีหลายคนที่หันมายึดอาชีพนี้กันเยอะแยะไปหมด แต่ไม่มีร้านไหนขายในราคาไม้ละ 3 บาทเหมือนกับร้านของคุณเด่น ส่วนใหญ่แล้ว ราคาจะอยู่ที่หลักสิบบาท ถึงอย่างนั้น คุณเด่นไม่เคยคิดขึ้นราคาเพราะราคานี้ถือเป็น “จุดเด่น” ของร้านไปแล้ว คุณเด่น เสนาบุญ วัย 44 ปี ชาวกำแพงเพชร และ คุณสุนันทา ผลกอง วัย 42 ปี ชาวยโสธร สองสามีภรรยาที่ยึดอาชีพขายหมูปิ้งไม้ละ 3 บาท ขายมากว่าสิบปีแล้ว ในอดีตหลังเรียนจบมัธยมฯ 6 คุณเด่นเข้ามาเป็นเด็กเสิร์ฟในกรุงเทพฯ แถวสนามมวยลุมพินี จากนั้นจึงได้พบรักกับคุณสุนันทา กระทั่งร่วมกันสร้างครอบครัว มีลูกสองคน ทั้งคู่ยึดอาชีพเสิร์ฟอาหารอยู่หลายปี ด้วยค่าครองชีพที่ต้องกินต้องใช้ในกรุงเทพฯ นั้นสูงพอตัว ทำให้เงินเดือนที่ได้จากการเป็นเด็กเสิร์ฟไม่พอใช้ ประจวบเหมาะกับมีญาติขายหมูปิ้งอยู่แล้วมาแนะนำให้ขายหมูปิ้งด้วยกัน คุณเด่นจึงอาศัยดูวิธีทำแล้วมาเปิดร้านขายเอง เริ่มต้นขายแรกๆ คุณเด่น บอกว่า มีเพียงรถเข็น 1 คัน เดินขายไปเรื่อยยังไม่มีจุดจอดขาย จนวันหนึ่งเข็นมาตรงหลัง มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต
เมื่อวันที่ 4 เม.ย. 61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านในพื้นที่ชนบทที่ว่างเว้นจากการทำไร่ทำนา ต่างมองหาอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นหาของป่าขาย ปลูกพืชผักสวนครัวขาย สร้างงานอาชีพแฮนด์เมดต่างๆ หรือไปรับจ้างเป็นกรรมกรอยู่ที่ต่างจังหวัด แต่กลับพบว่ามีอีกหลายครอบครัวในพื้นที่หมู่บ้านโชกใต้ ต.อู่โลก อ.ลำดวน จ.สุรินทร์ ที่ได้พบกับอาชีพเสริมแบบใหม่ จากการเลียนแบบต่อๆ กันและดูข่าวในโลกโซเชียลต่างๆ ว่า มีวิธีการที่สามารถล่อ “แมลงกระชอน” หรือภาษาอีสานเรียกอีกอย่างว่า “แมลงอีซอน” ให้ออกมา และสามารถจับได้จำนวนมากๆ คือการใช้เสียงแมลงกระชอนที่โหลดจากยูทูบและในอินเตอร์เน็ต มาเปิดต่อใส่เครื่องเสียง ลำโพงหรือฮอน หลอกล่อให้บินมาตกลงในกะละมังที่ใส่น้ำไว้ พร้อมเปิดไฟสีล่อจับ โดยเฉพาะครอบครัวของนางไล สมนึก อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 116 ม.4 บ.โชกใต้ ต.อู่โลก อ.ลำดวน จ.สุรินทร์ ที่ได้ลงทุนซื้ออุปกรณ์ล่อจับแมลงกระชอนถึง 5 ชุด ในราคากว่า 3 หมื่นบาท โดยแต่ละชุด ประกอบด้วย เครื่องขยายเสียง,ลำโพงฮอน 2-3 ตัว, เครื่องเล่นเสียงหรือโทรศัพท์มือถือ โหลดเสียงแมลงกระชอนจากยูทูบ,หลอดไฟสี,สายไฟ,กะละมัง, และ
