How to
การดูแลสุขภาพเป็นเรื่องที่ทุกคนให้ความสนใจเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัยทำงานที่ไม่ค่อยมีเวลาดูแลตัวเองทำให้เกิดอาชีพใหม่ขึ้นคือการเป็นผู้ฝึกสอนเรื่องการดูแลสุขภาพผ่านสื่อออนไลน์ต่างๆ ที่บางครั้งเทรนเนอร์เหล่านี้มีรายได้เสริมแซงหน้ารายได้ประจำไปเสียอีก จิราพร ประทุมชัย หรือหญิง พนักงานมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เล่าให้ฟังว่า ไม่ได้ตั้งใจมาเป็นเทรนเนอร์หรือผู้ฝึกสอนผ่านสื่อออนไลน์ แต่จากการเป็นคนเคยอ้วนมาก่อนทำให้เธอพยายามศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจัง “จากการเป็นคนอ้วนมากและลองมาแล้วหลายวิธีไม่ว่าจะใช้ยาลดความอ้วน อดอาหารเย็น ไม่กินแป้ง แต่ก็ไม่เคยประสบความสำเร็จเลย จึงเริ่มตั้งสติตัวเอง เราจะลดความอ้วนได้ด้วยวิธีไหน โดยเริ่มจากสนใจเรื่องอาหาร พอเราศึกษาลงลึกถึงรู้ว่าอาหารเป็นส่วนสำคัญมากถึง 70% และออกกำลังกาย 30 % ควบคู่ไปด้วย” ความสำเร็จในการลดความอ้วนจากที่เคยมีน้ำหนักสูงสุด 65 กิโลกรัม แล้วลดลงมาได้ 13 กิโลกรัม ทำให้เธอเรียนรู้ว่ามีเคล็ดลับหนึ่งที่ง่ายมากแต่ต้องใช้เวลา วินัยและความกล้าที่เริ่มจากใจสูงมาก โดยเริ่มศึกษาและปฏิบัติค้นคว้าจากการอ่านทั้งตำราในประเทศและต่างประเทศ และลงมือทำจนประ
เจ้าของสุนัขหลายท่านคงมีข้อสงสัยมากมายว่า ก่อนให้สุนัขตั้งท้อง จะต้องเตรียมตัวสุนัขอย่างไร พอตั้งท้องแล้ว ต้องทำอย่างไรบ้าง และช่วงที่เขาจะคลอดจะทำยังไงดี เป็นข้อสงสัยที่ต้องการคำตอบ และหาแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องใช่มั้ยคะ งั้นฉบับนี้หมอขอกล่าวถึงการเตรียมตัวแม่สุนัขก่อนตั้งท้องให้ทราบกันนะคะ การที่จะให้สุนัขที่เราเลี้ยงไว้ตั้งท้องนั้น นอกจากเราจะต้องคำนึงถึงเรื่องของการเลือกพ่อพันธุ์แล้ว เราซึ่งเป็นผู้เลี้ยงยังควรจะต้องหาข้อมูลและทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องสรีระของสุนัข วงรอบการเป็นสัด รวมถึงสิ่งที่เราต้องระวังในขณะที่สุนัขตั้งท้อง รวมไปถึงช่วงใกล้คลอดด้วย เพื่อเราจะได้วางแผนการตั้งท้องของสุนัขได้ถูกต้องนะคะ การที่สุนัขเป็นสัด โดยธรรมชาติแล้วสุนัขมักจะแสดงอาการเป็นสัดทุกๆ 6-8 เดือน โดยช่วงเวลาเป็นสัดจะมีระยะเวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์ ซึ่งในช่วงที่น้องหมาของเราเป็นสัดนั้น เราจะสังเกตได้ว่าน้องหมาจะมีอาการผิดปกติต่างๆ เช่น มีอาการบวมแดงของอวัยวะเพศภายนอก และมีเลือดออกจากอวัยวะเพศนานประมาณ 10-14 วัน ในช่วงนี้น้องหมาตัวผู้จะแสดงพฤติกรรมสนใจตัวเมียมากกว่าปกติ เมื่อไหร่ถึงจะให้น้องหมาผสมพันธุ์กัน
เดินเมียงมองด้วยความสงสัยอยู่หลายครั้ง ว่าร้านอะไรมาเปิดใหม่แทนร้านเหล้าเจ้าดังย่านประชาชื่น ทำเลติดคอนโดฯประชานิเวศน์ 1 มองจากด้านนอกเห็นแต่ตู้ปลาขนาดใหญ่มีปลามังกรเวียนว่ายอยู่ 4-5 ตัว เลิกงานวันก่อนเลยชวนเพื่อนลองเข้าไปดูถึงได้รู้ว่าเป็นร้านอาหารญี่ปุ่น ชื่อ Tank restaurant and cafeด้านในมีสไตล์การตกแต่งสุดแหวกแนว จนดูแทบไม่รู้ว่าร้านนี้ขายอาหารญี่ปุ่น! ทั้งการจัดไฟให้บรรยากาศเหมือนอยู่ในบาร์ สีสันโทนน้ำเงิน ความมินิมอลของเฟอร์นิเจอร์ รวมถึงไฮไลต์ตู้ปลาไซซ์ใหญ่จัดวางไว้ตามมุมต่างๆ รวมๆ แล้ว มันช่างขัดกับภาพความคุ้นเคยเดิมไปมาก เอาเป็นว่าเข้ามาแล้วยังไงก็ต้องสั่งอาหาร ฟากเมนูก็ช่างมีสไตล์ของตัวเอง แบ่งอาหารตามโหมดของอารมณ์ความรู้สึก ตั้งแต่ กินเล่น รีบกินรีบไป คุมน้ำหนักแต่ว่าหิว หิวมากๆ ไปจนถึงแบ่งกันกิน ส่วนราคาไม่หนีร้านอาหารเชนในห้างใหญ่เท่าไหร่ ไม่ต้องคิดนาน ข้าพเจ้าพลิกไปโหมดหิวมากๆ สั่งเซตแทงค์เทมปุระ (315 บาท) และโหมดหิวแต่ไม่อยากกินเยอะ คือ เซตหมูสันนอกทอดชุบเกล็ดขนมปัง (215 บาท) ให้เพื่อนแบบไม่ต้องคิดมาก เพราะอาหารทอดนี่ชมฯและเพื่อนชอบนัก แม้ว่าพนักงานจะแนะนำว่าปลาดิบที่นี่
คุณอุบลรัตน์ หลักหาญ หรือ คุณหนิง อายุ 47 ปี หนึ่งในพนักงานที่เจอพิษฟองสบู่แตก โดนเลิกจ้างงานแบบกะทันหันเมื่อปี 2543 จนทำให้เธอต้องหาธุรกิจทำ โดยการเปิดร้านขายขนมครกเศรษฐี 9 หน้า “หลังโดนเลิกจ้างงาน ช่วงแรกยังไม่รู้จะทำอะไร พอดีคุณยายที่สุราษฎร์ฯ ท่านมีสูตรทำขนมครก เป็นสูตรโรยน้ำตาลแบบคนใต้ทาน พี่ก็เลยไปเรียนกับแก” เรียนจนความรู้แน่น คุณหนิงเปิดร้านขายทันที โดยเริ่มจากเข็นรถเข็นขาย แต่ยังไม่ถูกปากลูกค้าเท่าไหร่ เพราะส่วนใหญ่แล้วคนไม่เคยกินขนมครกแบบโรยน้ำตาล จึงกลับมาปรับสูตรใหม่ ใส่กะทิแบบขนมครกทั่วไป เพิ่มหน้าขนมครก แรกเริ่มแค่ 2-3 อย่าง เช่น ข้าวโพด ฟักทอง แต่ถึงอย่างนั้น ผลตอบรับก็ยังไม่ดี คุณหนิง เล่าต่อ กลับมาปรับสูตรกันอีกรอบ คราวนี้เพิ่มหน้าขนมครกมากถึง 9 หน้า เช่น ฟักทอง ข้าวโพด มันม่วง แปะก๊วย งา ต้นหอม ฝอยทอง เผือก ข้าวบาร์เลย์ และมีหน้าอื่นๆ อีกสลับกันไปวันละ 9 หน้า รวมทั้งหมด 9 หน้า (ที่มาของชื่อขนมครกเศรษฐี 9 หน้า) ใช้ข้าวไรซ์เบอร์รี่แทนแป้ง นอกจากกรอบอร่อยแล้ว คนกินยังได้รับประโยชน์อีกด้วย หลังปรับสูตรจนเป็นขนมครกเศรษฐี 9 หน้าฉบับสมบูรณ์ ยอดขายดีขึ้นทันตาเห็น จากเข็นรถขาย
เลม่อนกับมะนาวเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในส่วนผสมที่สุดแสนจะสำคัญในการทำอาหารเลยก็ว่าได้ ด้วยรสชาติเปรี้ยวที่กินแล้วรู้สึกสดชื่น จนเป็นส่วนผสมหนึ่งที่มักจะใส่เมนูอาหารหลายชนิด หลายคนอาจจะเป็นเหมือนกันคือ มะนาวที่ซื้อมาบางครั้งก็น้ำน้อย บางครั้งก็เป็นมะนาวแข็งๆ บีบยาก ทำให้ต้องใช้มะนาวหลายลูก ถ้าเป็นช่วงที่มะนาวถูกก็คงจะไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นช่วงมะนาวแพงก็คงจะไม่ไหว อยากจะกินน้ำมะนาวให้ชื่นใจหรือบีบมะนาวใส่ต้มยำให้แซ่บๆ ก็คงต้องคิดแล้วคิดอีก การจะบีบมะนาวให้ได้น้ำ วิธีแบบไทยๆ ของเราก็คงนวดๆ คลึงๆ ลูกมะนาวก่อนแล้วค่อยหั่นแล้วบีบ แต่ต่างประเทศเขาก็มีอีกวิธีหนึ่งที่จะทำให้ได้มะนาวมากขึ้นด้วยเช่นกัน นิตยสาร Good Housekeeping สหราชอาณาจักร เผยทริคเล็กๆ น้อยๆ ไว้ว่า วิธีการที่จะได้น้ำมะนาวมากขึ้นก็คือ “การนำเข้าไมโครเวฟ” โดยโมนาซ ดูมาเซีย ผู้เชี่ยวชาญด้านการปรุงอาหาร กล่าวกับนิตยสารดังกล่าวว่า การนำมะนาวหรือเลม่อนเข้าไมโครเวฟ 20 วินาที ก่อนจะนำมาหั่นและบีบ ซึ่งการนำเข้าไมโครเวฟก่อนจะทำให้มะนาวคลายตัวและทำให้มีน้ำออกมามากขึ้น นอกจากนี้ยังทำให้มะนาวนุ่มขึ้น ทำให้ง่ายต่อการบีบ ดังนั้น นี่จะเป็นวิธีที่
ที่บริเวณแยกรามา ถนนราชดำเนิน เขตเทศบาลนครนครราชสีมา ซึ่งเป็นบริเวณที่มีการจัดงานฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารี หรืองานย่าโม ประจำปี 2561 โดยภายในงานมีการออกร้านขายสินค้า และอาหารต่างๆ มากมาย และมีร้านชื่อว่า เจ๊แดง ตำมะม่วงซาดิสม์ อยู่ตรงบริเวณแยกดังกล่าว โดยลีลาการทำยำของเจ๊แดง ได้ดึงดูดลูกค้าให้แห่ไปอุดหนุนกันมาก โดยลีลาการปรุงยำมะม่วงของเจ๊แดง ต้องออกท่าทางลีลาแอ็คชั่น ด้วยการเคาะชามที่ใช้ปรุงยำอย่างแรง และเสียงดัง จนกะละมังที่ใช้ปรุงยำบุบเป็นรอยทัพพีจำนวนมาก ลูกค้าที่ยืนรอซื้อยำถึงกับจะต้องสะดุ้งกันเลยทีเดียว แต่ก็เพราะท่าทางที่ดูดุดัน กลับทำให้ดึงดูดเรียกลูกค้าให้ไปยืนดูลีลา และอุดหนุนยำมะม่วงของเจ๊แดงกันเป็นจำนวนมาก โดยร้านเจ๊แดงจะขายยำมะม่วงใส่ปูม้า ปลากรอบ ปลาร้า และน้ำปลาหวาน ขายในราคาชุดละ 40-80 บาท ขายทุกคืนภายในงานย่าโม ตั้งแต่คืนนี้ไปจนถึงคืนวันที่ 3 เมษายนนี้ จากนั้นเจ๊แดงก็จะตระเวนไปเปิดร้านขายยำตามงานกาชาดจังหวัดต่างๆ ในพื้นที่ภาคอีสานต่อ.
การสร้างความแปลกใหม่ให้กับธุรกิจอาหารยังคงได้ผลดีเสมอ นอกจากกระแสตอบรับจะดีด้วยแล้ว ยอดขายยังเพิ่มขึ้นตามระเบียบ คุณเควิน ชอง หนุ่มสิงคโปร์ เจ้าของเมนูเด็ด ปีกไก่ยัดไส้ ไม่มีกระดูก เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ถือโอกาสดึงตัวมาพูดคุย ได้ความว่า ปีกไก่ยัดไส้ เป็นสูตรที่ตนนำมาจากประเทศสิงคโปร์ “ตอนเด็กคุณยายทำให้ผมกิน ไปๆ มาๆ เมืองไทยอยู่หลายปี จนมามีครอบครัวแต่งงานอยู่ที่ไทย เห็นเมืองไทยยังไม่มีอาหารชนิดนี้ จึงลองทำขายดู เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อสิงหาคมที่ผ่านมา” ในช่วงแรกที่คิดทำ คุณเควินบอกว่าได้รับเสียงคัดค้านจากครอบครัว แต่ตนไม่ยอมแพ้ คิดแล้วลงมือทำทันทีโดยมี คุณเกมส์ ธนานันท์ บุญสิน ที่มีศีกดิ์เป็นพี่เขยมาช่วยอีกแรง https://www.facebook.com/khaosod/videos/3079890322027906/UzpfSTE4NzMwNDE1NTI5ODE1ODE6MjA3NjMwNjU1NTk4ODQxMg/ หลังคิดสูตรสำเร็จ จนปิ้งขายได้ ปรากฏได้รับกระแสดีเกินขาด ลูกค้าให้ความสนใจ เพราะไม่เคยทานที่ไหนมาก่อน และด้วยจุดเด่นของเมนูนี้ คือไม่มีกระดูก ใช้ปีกไก่ไซซ์ใหญ่คุณภาพที่คัดสรรมาเอง ข้างในยัดไส้ต่างๆ ดังนี้ ไส้ข้าวอบ ข้าวอบสูตรคุณป้าปรุงพิเศษ ผสมกุนเชียงหมู, ข้าวโพด, เห็ดหอม และ
ในอดีต ชาวปากพนังส่วนใหญ่นิยมทำนากุ้ง เพราะให้ผลตอบแทนสูง มองไปทางไหนก็จะสว่างไสวไปด้วยแสงไฟจากบ่อกุ้ง แต่ไม่นานกิจการนากุ้งก็มีอันล่มสลายจากผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่เสื่อมโทรมลง ทำให้นากุ้งนับแสนไร่กลายเป็นนากุ้งร้าง กศน. อำเภอปากพนัง เข้ามาช่วยเหลือชาวบ้านพลิกฟื้นนากุ้งร้างให้หันมาทำเกษตรตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ในวันนี้ นากุ้งร้างเหล่านี้ ถูกนำกลับมาใช้ประโยชน์อีกครั้ง ในรูปแบบ “บ่อเลี้ยงปลาน้ำจืด” ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานประมงจังหวัดนครศรีธรรมราช สำนักงานประมงอำเภอปากพนัง กศน. อำเภอปากพนัง ศูนย์อำนวยการและประสานการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้คำปรึกษาเรื่องพันธุ์ปลา และความรู้เรื่องการเลี้ยงปลาเป็นอย่างดี” ปลานิล เป็นปลาที่มีเนื้อมากและมีรสชาติดี สามารถนำมาปรุงเป็นอาหารได้หลายเมนู เช่น ทำเป็นปลาเค็มตากแห้งแบบปลาสลิด ปลากรอบ ปลาร้า ปลาเจ่า ปลาจ่อมหรือปลาส้ม และทำน้ำยาขนมจีน ซึ่งเป็นอาหารที่นิยมของคนปักษ์ใต้ได้ดีเท่ากับเนื้อปลาช่อน นอกจากนี้ ปลานิล ยังเลี้ยงง่าย หาพันธุ์ได้ง่าย เจริญเ
อดีตเจ้าของร้านเสริมสวย อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย หลังแพ้สารเคมีอย่างหนัก ได้ผันตัวไปเลี้ยงจิ้งโกร่ง ควบคู่กับเลี้ยงกุ้งก้ามแดงหรือกุ้งล็อบสเตอร์น้ำจืด แต่แล้วเธอก็พบว่า รายได้จากการเลี้ยงสัตว์น้ำชนิดนี้นั้นมากกว่าจิ้งโกร่ง 2 เท่าตัว เพราะนอกจากขายส่งร้านอาหาร และขายลูกกุ้ง ยังมีโรงงานมารับซื้อถึงฟาร์ม บางครั้งกุ้งไม่พอขาย ล่าสุดไม่สนใจว่าในตลาดจะฮิตหรือไม่ฮิต เพราะทำเงินให้ชิลชิล เดือนละกว่า 3 หมื่นบาท คุณภันฑิรา วิเศษลา หรือ คุณหนี ปัจจุบันอายุ 39 ปี เธอเป็นเจ้าของฟาร์มกุ้ง “ภันฑิราฟาร์ม” เลขที่ 71 หมู่ 8 บ้านหนองฟ้าแลบ ตำบลด่านซ้าย อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย คุณหนี เล่าว่า อาชีพแรก เป็นช่างเสริมสวย แต่ด้วยวิถีชีวิตประจำวัน ต้องอยู่กับสารเคมีตลอด กระทั่งร่างกายเริ่มทนไม่ไหว หนที่สุดปิดกิจการ แล้วลองไปเลี้ยงจิ้งโกร่ง เป็นแมลงชนิดหนึ่งสามารถรับประทานได้ มีลักษณะคล้ายกับจิ้งหรีด เนื้อเยอะกว่า ตัวใหญ่กว่า นิยมนำไปทอด หญิงสาวอดีตเจ้าของร้านเสริมสวย หันมาเลี้ยงจิ้งโกร่ง เมื่อราวปี 2556 สำหรับพื้นที่เลี้ยงจิ้งโกร่ง เธอบอกว่า 6 บ่อ ประมาณ 2 งาน ทุกๆ 2 เดือน จะเก็บจิ้งโกร่งขายได้ 1 ครั้ง เฉ
หากพูดถึงคนใต้แล้ว ทุกคนจะรู้จักกันดีว่า เป็นคนใจคอค่อนข้างจะหนักแน่น พูดเร็ว ทำเร็ว และอาหารใต้ก็เป็นสิ่งที่สะท้อนถึงลักษณะของคนใต้ได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องรสชาติอาหารที่ เผ็ดจัด เค็มจัด ตลอดจนเปรี้ยวจัด อาหารใต้ที่เลื่องชื่อลือนาม เช่น แกงไตปลา แกงเหลือง น้ำบูดู น้ำพริก และอื่นๆ ที่ต้องบอกว่า รสชาตินั้นต้องเผ็ดร้อน จึงทำให้อาหารใต้ทุกๆ มื้อต้องประกอบไปด้วยผักสดต่างๆ เช่น สะตอ ลูกเนียง ลูกเหรียง ที่จะต้องมีติดไว้ในแทบทุกมื้อของอาหาร และนอกจากนั้นยังมีผักชนิดต่างๆ ทั้งบนดินและใต้น้ำ จะกินแบบสดๆ หรือจะเอามาชุบแป้งแล้วทอดกรอบๆ เพื่อช่วยลดความเผ็ดร้อนของอาหารใต้ หรืออาจกินเป็นอาหารว่าง อาหารกินเล่นๆ เช่น ใบเหลียง ใบเล็บครุฑ ใบชะพลู ที่เอามาชุบแป้งทอดกรอบๆ และยังมีผักอีกชนิดหนึ่งที่หน้าตาอาจจะดูแปลกๆ ชื่อ หญ้าช้อง สำหรับผู้เขียน มีโอกาสได้รู้จักกับพืชชนิดนี้ครั้งแรกในจังหวัดระนอง และได้ลองลิ้มชิมรสชาติเมนู ทอดเบือหญ้าช้อง ที่อำเภอกะปง จังหวัดพังงา เป็นครั้งแรกเหมือนกัน รู้สึกว่ามันแปลกและอร่อยดี จึงต้องนำมาบอกต่อๆ ให้ทุกท่านได้รู้จักเมนูอร่อยๆ กันค่ะ หญ้าช้อง หรือ สันตะวาใบข้าว พลับพล
