How to
ลุงสิงทอง นาชัย เกิดวันที่ 10 มิถุนายน 2489 ปัจจุบัน อายุ 71 ปี สัญชาติไทย เชื้อชาติไทย ศาสนาพุทธ จบการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 สมรสกับ ป้าเพ็ญ นาชัย มีบุตรด้วยกันจำนวน 2 คน ปัจจุบัน อยู่บ้านเลขที่ 49 หมู่ที่ 13 บ้านทรัพย์ภูเก้า ตำบลหนองเรือ อำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู เป็นเกษตรกรที่ไฟแรง เพราะทำการเกษตรมาหลายปี ทำให้ชีวิตดีขึ้น ฐานะครอบครัวเข้มแข็ง ฐานะการเงินมั่นคง และเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรของอำเภอโนนสัง ข้อมูลเกี่ยวกับประเภททางการเกษตรที่ดำเนินการ ตำแหน่งทางสังคม 1. หมอดินอาสา 2. ประมงอาสา 3. คณะกรรมการบริหารศูนย์บริการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบลหนองเรือ 4. อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน จากซ้ายไปขวา ป้าเพ็ญ-ลุงสิงทอง นาชัย และ คุณวีรสุทธิ์ โฮสูงเนิน เกษตรอำเภอโนนสัง ออกเยี่ยมเยือนแลกเปลี่ยนข้อมูล ประเภททางการเกษตรที่ดำเนินการ มีประสบการณ์ในการทำงานภาคเกษตรมาแล้ว 25 ปี ดำเนินงานทางด้านการเกษตร ได้แก่ การทำไร่นาสวนผสม และการเกษตรทฤษฎีใหม่ กิจกรรมการทำไร่นาสวนผสม โดยแบ่งพื้นที่สำหรับการทำกิจกรรมทางการเกษตร มีพื้นที่ทั้งหมด 32 ไร่ พื้นที่อยู่อาศัย จำนวน 1 ไร่ พื้นที่สระน้ำ จำ
ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย เดินหน้าพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการเอสเอ็มอี จัดงาน “SMEs Coaching” ปั้นยอดขายให้สุดปังจากยุค 1.0-4.0 by เจ้เล้ง นำประสบการณ์กว่า 5 ทศวรรษ ที่ใช้ในการทำธุรกิจจนประสบความสำเร็จ กลั่นหลักการตลาดกลยุทธ์การขาย แนะ “เอสเอ็มอี” ประยุกต์ใช้ 5 กลยุทธ์นำธุรกิจสู่ความมั่งคั่ง ยั่งยืน นายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME Development Bank) กล่าวเปิดเสวนา “SMEs Coaching” ปั้นยอดขายให้สุดปังจากยุค 1.0-4.0 by เจ้เล้ง ซึ่งจัดขึ้นภายในงาน “ สุดยอด SMEs ส่งสุข ส่งท้าย ส่งความประทับใจ ตลาดคลองผดุง 2560 ”ที่ ตลาดคลองผดุงกรุงเกษม ว่าภายใต้นโยบาย ภารกิจ และความมุ่งมั่นของธนาคารในการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย ให้ก้าวไกล ทุกส่วนงานของธนาคาร ได้มีการทำงานเชิงรุกโดยได้ร่วมกับผู้ประกอบการธุรกิจที่ประสบความสำเร็จจากการลงมือทำจริงได้รับการยอมรับในระดับชาติ และระดับนานาชาติ ทำโครงการ “SMEs Coaching” เพื่อให้ผู้ประกอบการมาถ่ายทอดประสบการณ์ และเป็นโค้ช (Coach) ให้หลัก
โกเผือกโกดำ (GopuekGodum) ร้านอาหารกระแสดังจากโลกออนไลน์ในจังหวัดเชียงใหม่ ด้วยสไตล์การตกแต่งร้านแบบธรรมชาติ เสิร์ฟพร้อมเมนูอาหารเช้าและขนมหวานหน้าตาน่ารัก อย่างสังขยา 4 สี ร้านนี้เกิดจากการรวมตัวกันของวัยรุ่น 4 คนแต่ต่างอายุกัน สองหนุ่มสถาปนิก อย่าง คุณอะตอม-ชนะ ฉายานนท์อายุ 28 ปี และ คุณบูม-วาสุทิน คำพรหม อายุ 28 ปี และสองสาวที่จบด้านการสื่อสารมวลชนอย่าง คุณขวัญใจ-พชรพรรณ ปิ่นคำพิชัย อายุ 24 ปี และ คุณน้ำ-อภิชญา วงศ์ปัน อายุ 24 ปี คุณขวัญใจ หนึ่งในหุ้นส่วนร้านรับอาสาเล่าที่มาที่ไปของร้านโกเผือกโกดำ ให้ฟังว่า เริ่มแรกมีหุ้นส่วนอยู่ 3 คน (ภายหลังเพิ่มเป็น 4 คน) เดิมทีที่ตั้งร้านเป็นร้านอาหารเก่าของคนรู้จัก เห็นว่าปิดกิจการจึงขอเซ้งร้านทำกิจการต่อ เหตุจากสองหนุ่มสถาปนิกอยากหาอะไรทำช่วงเช้าก่อนไปทำงาน และสองสาวอยากหากิจกรรมทำระหว่างรอรับปริญญา เกี่ยวกับชื่อร้าน คุณขวัญใจ เล่าว่า คำว่า โก ให้อารมณ์เหมือนร้านอาหารเช้านั่งจิบกาแฟ ส่วนคำว่าเผือกกับดำ มาจากฉายาของหุ้นส่วนหนุ่มสถาปนิกทั้ง 2 คนที่มีสีผิวขาวกับเข้ม เสริมสไตล์การตกแต่งร้านแบบธรรมชาติ ใช้ของเท่าที่พอหาได้หรือมีอยู่แล้วที่บ้านเพราะ
อดีตหนุ่มออฟฟิศสู้งานในวัย 40 ปี แม้จะเรียนจบไม่สูง แต่ก็เคยทำงานประจำที่บริษัทใหญ่รายได้หลักหมื่น แต่เนื่องจากเงินเดือนไม่กระเตื้องขึ้นหลายปี ประกอบกับเบื่อรูปแบบงานออฟฟิศ ผันตัวมายึดอาชีพขับวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง แถวท่าเรืออโศก กทม. ยึดหลักลูกค้า คือ “พระเจ้า” ไม่เกี่ยงงาน ไม่ปฏิเสธลูกค้า วิ่งวิน 7 โมงจันทร์ถึงศุกร์ เลิกงานตอนบ่าย รายได้ต่อเดือนไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นบาท เลือกแล้วอาชีพขับวิน อาชีพสุจริต รายได้ไม่น้อยหน้า คุณยงยุทธ ศรีวารี หรือ คุณยุทธ ในวัย 40 ปี เผยเรื่องราวชีวิตกับเส้นทางเศรษฐีว่า จบการศึกษาเพียงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ก่อนหน้านี้เคยทำงานประจำหลายแห่ง ยาวนานกว่า 20 ปี อาทิ แผนกผลิตชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์ที่บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จํากัด เคยเป็นแมสเซ็นเจอร์ เคยอยู่ร้านพิซซ่า เงินเดือนสุดท้ายที่ได้รับหมื่นกว่าบาท งานประจำในบริษัทใหญ่ที่คนภายนอกดูว่าดี แต่สุดท้ายชายหนุ่มก็ปฏิเสธความมั่นคงในชีวิตนั้นด้วยการลาออก “ผมทำงานประจำมานาน 20 ปี แต่ละบริษัทเงินเดือนกว่าจะขึ้นนั้นยากมาก บางแห่งเงินเดือนไม่เคยขึ้นเลย แถมต้องตื่นแต่เช้า พักผ่อนก็น้อย รู้สึกว่าค่าจ้างไม่คุ้มค่าเห
พูดถึง “กุ้งจ่อม” แล้ว คนมักนึกถึงจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งทำกุ้งจ่อม ขายกุ้งจ่อม โฆษณาเรื่องกุ้งจ่อมมากและบ่อยครั้ง จนเราแทบนึกว่ากุ้งจ่อมกำเนิดที่อำเภอประโคนชัยหรือนางรองเสียแล้ว แต่ที่จริง การเอากุ้งฝอยหรือปลาเล็กปลาน้อยมาหมักกับเกลือและข้าวคั่วจนเกิดรสเค็มหวานเจือเปรี้ยวอร่อยลิ้นนี้มีทำกันทั่วไป ตั้งแต่ภาคใต้ ที่มี “กุ้งส้ม” ตัวโตหน่อย สีส้มแจ๊ดๆ ส่วนใครที่เคยเดินตลาดมหาชัยและแม่กลอง ก็คงเห็นจนชิน แถมวัตถุดิบคือกุ้งฝอยนั้นก็เป็นของที่ส่งข้ามพรมแดนกันไปมาได้ตามแต่ความสะดวกของการคมนาคมสมัยใหม่ ผมยังจำได้ว่า พี่ชายที่นับถือคนหนึ่งเป็นคนบุรีรัมย์บอกผมว่า รู้ไหมว่ากุ้งจ่อมบุรีรัมย์นี้เขาไปเอากุ้งจากแถวสมุทรสาคร สมุทรสงครามมาทำด้วยนะ เพราะกุ้งอีสานมีไม่มากพอ ผมฟังแล้วก็ได้แต่ขอบคุณความเจริญก้าวหน้าของระบบขนส่งทุกวันนี้จริงๆ กุ้งจ่อมแต่ละแห่ง ถ้าเอาตามลิ้นผม ก็รสชาติค่อนข้างต่างกันนะครับ อย่างของสกุลบุรีรัมย์ รวมทั้งเขตอีสานใต้ แถบทุ่งกุลาร้องไห้ ที่ผมเคยได้ไปกินตามบ้านคนเขมรหลายบ้าน จะติดเค็มกว่ากุ้งจ่อมแม่กลองที่รสเปรี้ยวกว่า ตอนที่ผมไปกินกุ้งจ่อมปลาจ่อมบ้านตาหยวก อำ
“น้อยหน่า” เป็นไม้ผลที่มีรสชาติอร่อย ปลูกดูแลง่าย ให้ผลผลิตไว ที่สำคัญไม่กลัวแล้ง เกษตรกรไทยจึงนิยมปลูกไม้ผลชนิดนี้แพร่หลายทั่วทุกภาคของประเทศ ปัจจุบัน “ฝ้ายเขียวเกษตร 2” เป็นน้อยหน่าลูกผสมพันธุ์ใหม่ที่กำลังได้รับความสนใจจากเกษตรกรจำนวนมาก เพราะให้ผลดก อร่อยถูกปากคนซื้อ ผลสุกเก็บได้นาน ถูกใจแม่ค้า “ฝ้ายเขียวเกษตร 2” “ฝ้ายเขียวเกษตร 2” เป็นน้อยหน่าพันธุ์ลูกผสม ที่เกิดจากพ่อแม่คือ น้อยหน่าพันธุ์เพชรปากช่องกับฝ้ายเขียวเกษตร 1 ประชาชนทั่วไปเริ่มรู้จัก น้อยหน่า “ฝ้ายเขียวเกษตร 2” เป็นครั้งแรก ในงานเกษตรแฟร์ 2558 “ฝ้ายเขียวเกษตร 2” เป็นผลงานของ อาจารย์เรืองศักดิ์ กมขุนทด รศ. ฉลองชัย แบบประเสริฐและ คุณกวิศร์ วานิชกุล นักวิจัยของสถานีวิจัยปากช่อง สถาบันอินทรีจันทรสถิตย์เพื่อการค้นคว้าและพัฒนาพืชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คุณสมเกียรติ บุตรบำรุง กับฝ้ายเขียวเกษตร 2 ที่เขาภาคภูมิใจ ฝ้ายเขียวเกษตร 2 เป็นไม้ผลที่มีศักยภาพทางการค้า เพราะเป็นพันธุ์น้อยหน่าที่ปลูกง่าย ทนแล้ง ให้ผลผลิตเร็ว บังคับให้ออกดอกติดผลได้ง่าย และต้นทุนการผลิตต่ำ กล่าวได้ว่า ฝ้ายเขียวเกษตร 2 มีอัตราการเจริญเติบโตของลำต้นดี ใ
หลายคนที่เข้าไปในซอยราชครู และได้เห็นป้าย “Zik Zleep Zalon” มักมีคำถามร้านนี้ให้บริการอะไร? ดังนั้น วันหนึ่งได้เข้าไปใช้บริการและมีโอกาสได้พูดคุยกับ คุณสิก-ศิกวัสส์ ลือโสภณ ผู้ก่อตั้ง “สิก สลีป ซาลอน (Zik Zleep Zalon)” ซึ่งได้เปิดใจเล่าถึงที่มาของแนวคิดทำไมต้องสลีป ซาลอน “เคยเป็นไหมเมื่อเราทำงานนานๆ เครียดกับสังคมรอบด้าน หรือวุ่นวายกับการเดินทาง ก็อยากพักสายตา อยากหาที่พักผ่อนคลายสั้นๆ คนสังคมอย่างเราๆ บางคนเลือกเข้าร้านทำผมเพื่อนอนให้ช่างนวดศีรษะให้ เพื่อต้องการได้พักสายตาระหว่างวัน อาจเป็นช่วงกลางวัน หรือช่วงเย็น แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะได้ผ่อนคลายได้จริง ได้ฟินสุดๆ ยิ่งขณะที่เรากำลังเคลิบเคลิ้ม อ้าว สระเสร็จแล้วหรือ ขอต่ออีกหน่อยได้ไหม ประกอบกับสิก เป็นคนชอบพูดคุย และเติบโตในร้านทำผมมาตั้งแต่เด็ก ในร้านพิศมัย (พุทธมณฑล สาย 2) ของคุณแม่ คุยกับลูกค้ามาตลอดหลายปี จึงอยากทำร้านแบบนี้ บวกกับสิกมีโอกาสได้ทำงานในแวดวงสปาโรงแรมระดับ 6 ดาว เราก็เลือกสิ่งที่ดีมาปรับใช้ในการสร้างบรรยากาศซาลอน ให้เหมือนกับเป็นสปา 6 ดาว” “สิก สลีป ซาลอน” เกิดจากแนวคิดรวมศาสตร์การดูแลสุขภาพผมครบวงจร ทั้งรูป ร
คนรุ่นใหม่ วัยหนุ่มสาวเจนวายในปัจจุบัน เริ่มมีให้เห็นมากขึ้นกับการก้าวออกจาก “คอมฟอร์ทโซน” กับหน้าที่การงานที่มั่นคง ปลอดภัย ในฐานะมนุษย์เงินเดือน ออกมาโลดแล่นตามหาความฝัน ยอมเพิ่มความไม่แน่นอนให้กับชีวิต ด้วยการเริ่มต้นทำธุรกิจของตนเอง ควักเงินออมที่เก็บหอมรอมริบมาตลอดหลายปี เพื่อลงทุนกับธุรกิจที่เป็นเจ้านายตัวเอง เช่นเดียวกับ “ปอ-ปฤณศร ปัญจวัฒนกุล” อดีตสาวแบงก์วัย 35 ปี ที่ทำงานประจำเป็นพนักงานแบงก์มานานกว่า 12 ปี กลับตัดสินใจออกจากคอมฟอร์ทโซน ทั้งที่งานประจำเริ่มมีความมั่นคง ไปสู่การเป็นเจ้าของธุรกิจเครื่องสำอาง แบรนด์ “HONGTHAI” (หงส์ไทย) “ปอจบปริญญาตรีคณะรัฐศาสตร์ เอกความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เกียรตินิยมอันดับ 2 แล้วก็ไปต่อปริญญาโทด้านมาร์เก็ตติ้งอีคอมเมิร์ซ จากมหาวิทยาลัยพอร์ตสมัท ประเทศอังกฤษ จากนั้นก็กลับมาทำงานที่เมืองไทย ที่แบงก์ทีเอ็มบี อยู่นานถึง 12 ปี โดยตำแหน่งสุดท้าย คือ Vice President Team Lead of Marketing Affluent Segment จุดเปลี่ยนของชีวิตการทำงาน เริ่มจากแต่งงานมีลูก มีการย้ายครอบครัวมาอยู่จังหวัดชลบุรี แต่อยากมีเวลาให้ลูกเต็มที่ ก็เลยเลือกท
สาว ป.โท บริหารธุรกิจ ปิ๊งไอเดียทำน้ำดื่มกลิ่นดอกมะลิ พาสเจอไรซ์ หอม หวาน ชื่นใจ หวังเผยแพร่เรื่องราวทางวัฒนธรรมไทยผ่านเครื่องดื่มที่ทานง่าย ปลุกคนในยุคปัจจุบันให้หวนคิดถึงเรื่องราวในอดีต เมื่อครั้งอยู่กับ ปู่ย่า ตายาย ขณะเดียวกันเป็นเวลคัมดริ้งต้อนรับต่างชาติได้อีกด้วย คุณกมลทิพย์ สระทองล้อม หรือคุณปุ๊ก เจ้าของไอเดียน้ำดื่มกลิ่นดอกมะลิ วัยเพียง 25 ปี เธอจบการศึกษาปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยสวนดุสิต คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาขาวิชาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง ปริญญาโทจากคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยรามคำแหง อดีตเคยทำงานที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แต่ปัจจุบันผันตัวมาเป็นเจ้าของกิจการเครื่องสำอาง และน้ำดื่มกลิ่นดอกมะลิ สร้างยอดขายแล้วกว่า 20,000 ขวด “หลังจบการศึกษา ป.ตรี ทำงานที่ อย. 2 ปี ระหว่างที่ทำงานประจำประกอบอาชีพเสริมไปด้วย นั่นคือ สร้างแบรนด์เครื่องสำอาง โดยเลือกใช้สารสกัดจากดอกกล้วยไม้ไทย พันธุ์หวายม่วงแดง และน้ำลอยดอกมะลิ แต่แล้วเมื่อเดือนกันยายนปี 60 ตัดสินใจลาออกมาทำธุรกิจส่วนตัวอย่างจริงจัง” เครื่องสำอางที่คุณปุ๊กจะทำนั้น เธอบอกว่า ใช้สารสกัดจากดอกกล้วยไม้ไทย พันธุ์หวายม่ว
ข้าราชการบำนาญ จับมือนักวิชาการสาธารณสุข ร่วมแก้ปัญหาชุมชนไร้ความสุข ในพื้นที่ ต.น้ำเกี๋ยน อ.ภูเพียง จ.น่าน ด้วยการนำสมุนไพรท้องถิ่นมาเพิ่มมูลค่าผลิตเป็นสินค้าอุปโภคสร้างแบรนด์ “ชีวาร์ – ชีวาน่า” ส่งขายโมเดิร์นเทรดชื่อดัง สินค้าขายดี แชมพูและครีมนวดผม ใบหมี่-อัญชัน-ขิง สบู่เหลว – ครีมอาบน้ำน้ำนมข้าว นอกจากนั้นยังรับจ้างผลิต แต่ละปีสร้างรายได้ให้กลุ่มนับล้านบาท ปัจจุบันพื้นที่แห่งนี้ถูกยกย่องให้เป็นชุมชนดีเด่น มีรางวัลการันตีมากมาย ภูมิปัญญาสร้างอาชีพ เพิ่มมูลค่าสมุนไพรท้องถิ่นทำเงิน คุณชูศิลป์ สารรัตนะ ประธานวิสาหกิจชุมชน เล่าว่า ในอดีตบ้านน้ำเกี๋ยน ประสบปัญหาชาวบ้านลักลอบตัดไม้ทำลายป่า เล่นการพนัน ปัญหายาเสพติด อาชีพหลักทำนา ปลูกข้าวโพด ปลูกยางพารา ซึ่งผลผลิตทางการเกษตรขายขาดทุนมาตลอด ราวปี 2534 เลยรวมกลุ่มกัน 70 คน รวบรวมเงินทุนได้ 60,000 บาท นำสมุนไพรในท้องถิ่นมาผลิตเป็นแชมพู สบู่ น้ำยาล้างจาน ใช้กันในครัวเรือนเพื่อลดรายจ่าย ปรากฏผลตอบรับดีเกินคาด เริ่มมีลูกค้าขอซื้อ ปี 2549 จัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชน สร้างแบรนด์สินค้าชีวาร์ มาจากคำว่า “ชีววิถี” หรือ วิถีชีวิตแบบธรรมชาติ เริ่มจำหน่าย
