How to
ถ้าเป็นขนมหวานไทยๆ ประเภทขนมหม้อ อย่าง บัวลอย ข้าวเหนียวมูน สาคูน้ำกะทิ รวมมิตร ซ่าหริ่ม ลอดช่อง ฯลฯ ไม่มีใครไม่รู้จัก “ขนมหวานป้าเยาว์” มีลูกศิษย์ลูกหามากมาย ล้วนแล้วแต่เป็นระดับเศรษฐีย่อมๆ เพราะได้วิชาบริหารเสน่ห์ปลายจวัก กวักเรียกลูกค้าเข้ามาใช้บริการขนมหวานไม่ขาดสาย ป้าเยาว์ หรือ พะเยาว์ กฤษแก้ว เป็นคนบ้านแพน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แต่พ่อแม่พาครอบครัวเข้ามาตั้งรกรากที่เมืองฟ้าอมร ป้าเยาว์จึงเข้ามาเป็นสาวโรงงานที่บริษัท โทเรไนล่อนไทย แถวลาดปลาเค้า นานถึง 16 ปี และแล้วโชคชะตาก็เล่นตลก ภาวะเศรษฐกิจที่ติดๆขัดๆ ทำให้โรงงานที่ทำอยู่แบกรับภาระต่อไปไม่ไหว ประกาศให้พนักงานเออรี่รีไทร์ ป้าเยาว์ คือ หนึ่งในนั้นที่ก้าวออกมาพร้อมเงินก้อนหนึ่งเป็นทุนครั้งใหม่ หลังออกจากงาน ป้าเยาว์เล่าว่าได้ไปดูดวงกับหลวงพ่อรูปหนี่ง ซึ่งท่านบอกว่า จะให้ดีน่าจะทำค้าขาย แล้วอาชีพแม่ค้าก็เริ่มต้นขี้นจากตรงนั้น ขนมชนิดแรกที่ป้าเยาว์ประเดิมขายคือ ขนม “บัวลอย” เพราะเป็นสิ่งที่คุ้นเคยมาแต่เด็ก ด้วยเคยช่วยแม่ทำขนมหวานและช่วยขายบ้างเป็นบางคราว แต่ไม่เคยคิดจะยึดเป็นอาชีพ เมื่อถึงคราวคับขันวิชาของแม่กลับกลายมาเป็นที่พึ่งพิ
อย่างที่เคยแนะนำไปว่า การกินข้าวเช้าดีต่อสุขภาพ เพราะจะช่วยกระตุ้นระบบการเผาผลาญอาหารของร่างกาย มื้อเช้าจึงมีความสำคัญที่สุด และไม่มีอะไรดีไปกว่าการกินข้าวแกง เพราะสามารถเลือกเมนูได้หลากหลาย ครบถ้วนทุกหมวดหมู่ แถมยังมีของเผ็ดๆ ใส่พริกขี้หนูซึ่งมีสารแคปไซซิน ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญอีกทางหนึ่งด้วย เมื่อสองสัปดาห์ก่อน ปิ่นโตเถาเล็กมีธุระต้องไปทำแถวย่านเกษตร-นวมินทร์ จึงโพสต์ถามเพื่อนๆ ในเฟซบุ๊กว่า แถวนั้นมีอะไรน่าลิ้มลองบ้าง บรรดาเหล่าชมรมคนชอบชิมต่างกระหน่ำตอบกันมามากมาย ในที่สุดก็เลยเลือกร้านที่น้องแทน บล็อกเกอร์ itan ไร้เทียมทาน ให้ไปลองชิมข้าวแกงปักษ์ใต้ที่ ร้านครัวสะตอ ริมถนนรัชดา-รามอินทรา ตอนนั้นเวลาได้เลยล่วงไปถึงยามบ่าย ข้าพเจ้าจึงรีบบึ่งไปก่อนที่ร้านจะปิดประมาณบ่าย 3 โมง ถนนรัชดา-รามอินทรานี้ คือถนนตัดใหม่ที่เริ่มจากสามแยก ถนนประเสริฐมนูกิจ (เกษตร-นวมินทร์) มุ่งหน้าไปสู่ถนนรามอินทรา แต่ไม่ต้องไปไกลขนาดนั้น วิ่งจากสามแยกไปเพียง 1.5 กิโลเมตร แล้วกลับรถใต้ สะพานลอย ที่จะข้ามถนนนวมินทร์ วิ่งย้อนกลับมานิดเดียวก็ถึงร้านครัวสะตอทางซ้ายมือ เลยช่วงเวลาเร่งด่วนสามารถจอดรถริมถนนได้เลย แค่เห็
เห็ดนางฟ้าดำ หรือเห็ดนางฟ้าภูฐานดำ เห็ดเศรษฐกิจขายดี คนทั่วๆ ไปรู้จักกันดี ปรุงอาหารได้หลายเมนู มีคุณค่าทางโภชนาการสูง การเพาะเห็ดชนิดนี้ก็ไม่ยุ่งยาก สามารถซื้อก้อนเชื้อเห็ดมาเพาะเองได้ หรือถ้าเก่งแล้วก็สามารถทำก้อนเชื้อเห็ดขายได้ด้วย คุณจิระศักดิ์ นนตะพันธ์ เจ้าของโรงเพาะเห็ด เลขที่ 424 หมู่ 1 ตำบลพนานิคม อำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง เขาเพาะเห็ดมานานกว่า 13 ปี ปัจจุบันเพาะเห็ดนางฟ้าดำ 1 ไร่ ขนาดโรงเรือน 4X6 เมตร คุณจิระศักดิ์ บอกว่า คนที่สนใจเพาะเห็ด สามารถซื้อก้อนเชื้อเห็ดที่ขายกันทั่วไป (ราคากลาง ณ เดือนมกราคม 2560) ราคาก้อนละ 10 บาท นำมาเลี้ยงต่อ โดยรดน้ำทุกวัน น้ำต้องเป็นน้ำสะอาด หากเป็นน้ำประปาต้องพักไว้จนไม่มีกลิ่นคลอรีน น้ำคลองรดไม่ได้เพราะมีจุลินทรีย์ น้ำบาดาลใช้รดเห็ดได้ การรดน้ำเห็ด ให้รดวันละ 3 เวลา เช้า กลางวัน เย็น หากอากาศร้อนให้รดน้ำบ่อยขึ้น ควรเก็บก้อนเชื้อเห็ดไว้ที่เย็นและชื้น อุณหภูมิ 24-28 องศาเซลเซียส สำหรับระยะเวลาการออกดอก คุณจิระศักดิ์ บอกว่า 3-7 วัน เห็ดจะเริ่มออกดอก ก้อนเชื้อเห็ด 1 ก้อนจะให้ผลผลิต 3-4 รุ่น ก้อนเชื้อเห็ดนางฟ้า 1,000 ก้อน จะให้ผลผลิต 40 กิโลกรัม
“สหกรณ์โคเนื้อกำแพงแสน” รุกขยายตลาดแบรนด์ “KU Beef” ตอกย้ำการเป็นเจ้าตลาดโคขุนเกรดพรีเมี่ยม มุ่งเจาะหัวเมืองท่องเที่ยว-สายคลีน-ห้างโมเดิร์นเทรด พร้อมชูจุดขาย “เนื้อนุ่ม จากโคหนุ่ม ไขมันน้อย” วางเป้า 120 ล้านบาท ต่อปี คุณมนัส เรียบร้อย รองประธานสหกรณ์โคเนื้อกำแพงแสน จำกัด กล่าวว่า จากกระแสของผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น ประกอบการขยายตัวของธุรกิจท่องเที่ยวและร้านอาหารอย่างต่อเนื่อง ทำให้เนื้อโคขุน “เกรดพรีเมี่ยม” เป็นที่ต้องการของตลาดมากยิ่งขึ้น สังเกตได้จากกลุ่มธุรกิจโรงแรม และร้านอาหารทั้งไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งร้านอาหารญี่ปุ่นและเกาหลี มาเป็นลูกค้าของ “KU Beef” มากขึ้น ทั้งนี้ จากการขยายตัวของตลาดเนื้อโคขุน “เกรดพรีเมี่ยม” สหกรณ์โคเนื้อกำแพงแสนฯ จึงมีนโยบายมุ่งผลิตเนื้อโคขุนคุณภาพสูง ที่มีความปลอดภัยต่อสุขภาพอนามัยของผู้บริโภค และใส่ใจในกระบวนการผลิตตลอดห่วงโซ่แห่งคุณค่า ภายใต้แบรนด์ “KU Beef” โดยมุ่งเน้นที่จะขยายตลาดสู่หัวเมืองท่องเที่ยวขนาดใหญ่ เพื่อให้ตอบสนองกลุ่มธุรกิจโรงแรมและผู้ประกอบการร้านอาหาร รวมถึงผู้บริโภคระดับครัวเรือนที่เน้นความปลอดภัยทางอาหาร ห
คุณประเสริฐ อนุเวช เป็นเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดตราดอีกหนึ่งคนที่ให้ความสนใจ ปรับเปลี่ยนอาชีพจากเกษตรกรรม ทำไร่ ทำนา มาประกอบธุรกิจทำฟาร็มเพาะเลี้ยงกุ้งอยู่ที่บ้านเลขที่ 12 หมู่ 3 ตำบลเขาสมิง อำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด เป็นระยะเวลากว่า 20 ปี คุณประเสริฐ อนุเวช คุณประเสริฐ เล่าให้ฟังว่า ก่อนจะหันมาเลี้ยงกุ้งขาวแบบระบบปิด ตนเคยทำสวนผลไม้และทำสวนยาง แต่ด้วยราคาผลไม้ขึ้นๆลงๆไม่แน่นนอน บางปีก็ขาดทุน พอในปี 2533 ได้เข้ามาเป็นลูกค้าสินเชื่อของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)ได้รับการสนับสนุนด้านเงินทุนจากธนาคารจึงเปลี่ยนมาทำฟาร์มกุ้งกุลาดำ จากชาวสวน สู่อาชีพประมง “เลี้ยงมาได้ประมาณ 10 ปี ก็ต้องประสบปัญหา กุ้งโตช้า ตายง่าย เลี้ยงยาก อีกทั้งสถานที่เพาะเลี้ยงเปิดทำให้เกิดโรคง่าย จึงหยุดเลี้ยงและหันมาเลี้ยงกุ้งขาวระบบปิดในพื้นที่หมู่บ้านรำภูลาย ตำบลเขาสมิง อำเภอเขาสมิง แทน เนื่องวิธีการเลี้ยงและระยะเวลาเลี้ยงได้ผลผลิตที่ไว้กว่า อีกทั้งตลาดมีความต้องการเพิ่มมากขึ้น และที่สำคัญเราสามารถควบคุมโรคที่มากับน้ำภายนอกได้เป็นอย่างดี เพราะระบบปิดนี้จะไม่ทิ้งน้ำ แต่จะนำกลับมาบำบัดด้วยสารบีเคแอล เต
เจ้าของไร่กุหลาบ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ปลูกทุเรียนหมอนทองแซมในไร่ 600 ต้น ใช้วิธีซื้อพันธุ์จากชุมพรมาเสียบยอด ปลูก 4 ปี ได้ผลดีเกินคาด ขายตามออร์เดอร์และเฟซบุ๊ก กิโลกรัมละ 180 บาท รับประกันไม่อร่อยเปลี่ยนคืนได้ เผยเคล็ดลับอยู่ที่การใส่ปุ๋ย ไม่ใส่ขี้ไก่ ไม่ปลูกขวางทางน้ำ ใช้ระบบน้ำสปริงเกลอร์ ดินดี อากาศดี รายได้ก็ดีตามไปด้วย คุณทุเรียน กานดา เจ้าของไร่ปฐมเพชร หรือที่คนรู้จักกันดีในนาม “ไร่กุหลาบปฐมเพชร” พื้นที่ 40 ไร่ ตั้งอยู่ที่ หมู่ 6 ตำบลช่องแคบ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก เล่าว่า ก่อนจะมาทำไร่กุหลาบที่จังหวัดตาก เคยปลูกกุหลาบที่จังหวัดนครปฐม กระทั่งปี 2538 ตัดสินใจย้ายถิ่นฐานมาจังหวัดตาก สาเหตุเพราะอากาศดี ปลูกกุหลาบได้ก้านยาว ดอกใหญ่ ต่อมาปี 2545 ปลูกผลไม้หลายอย่าง อาทิ ส้มสายน้ำผึ้ง ชมพู่ มะม่วง ฝรั่ง กล้วยหอม กล้วยเล็บมือนาง ทับทิม ละมุด กาแฟ ปาล์มน้ำมัน ย้อนไปปี 2545 ไร่ปฐมเพชร นับว่าเป็นผู้บุกเบิกเรื่องของการท่องเที่ยวเชิงเกษตร เพราะสถานที่แห่งนี้เปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเยี่ยมชม และมอบความรู้เรื่องของการปลูกพืชโดยเฉพาะกุหลาบ และการทำกุหลาบอบแห้ง สำหรับผลผลิตทุเรียน เจ้าขอ
ผลไม้นอกจากจะรสชาติอร่อย ยังมีประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่าง และหากอยู่เมืองไทยด้วยแล้วผลไม้หาทานได้ง่ายตลอดทั้งปี คนสมัยก่อนยังนำผลไม้มาถนอมอาหารด้วยกรรมวิธีหลายอย่าง อาทิ ตากแห้ง หมักดอง เชื่อม แช่อิ่ม ฉาบ ส่วนปัจจุบันมีคนรุ่นใหม่นำผลไม้มาดัดแปลงทำน้ำพริก แถมเป็นผงโรยข้าวทานแทนกับข้าวได้ด้วย พัฒนาน้ำพริกจากของเหลือ เจาะตลาดคนรุ่นใหม่ คุณทิวาพร ศิริ หรือ คุณแอม สาวเชียงใหม่วัย 25 ปี คือ เจ้าของไอเดียน้ำพริกผลไม้ AMZAP (แอมแซ่บ) เล่าที่มาว่า หลังจบการศึกษาปริญญาตรีจากคณะวิทยาศาสตร์ สาขาธรณีวิทยา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ไปทำงานสร้างเขื่อนที่ประเทศลาวอยู่ประมาณครึ่งปี หลังจากนั้นลาออกด้วยเหตุผลว่าไม่อยากเสียเวลาทำงานประจำ อยากสร้างกิจการของตัวเอง นั่นคือ กิจการน้ำพริกผลไม้ เดิมทีบ้านของหญิงสาวดำเนินธุรกิจขายปลีก ขายส่งน้ำพริกหนุ่ม ไส้อั่ว และแคบหมู มานานกว่า 15 ปี ซึ่งแต่ละวันจะผลิตแคบหมูราว 500 กิโลกรัม จุดเด่น คือ ไม่ใช้น้ำมันทอดซ้ำ ส่วนน้ำพริกหนุ่มก็ไม่ใส่สารกันบูด ไส้อั่วมันน้อย ใส่สมุนไพรเยอะ ภายหลังที่คุณแอมลาออกจากงานประจำ เธอตั้งหลักด้วยการช่วยงานที่บ้านก่อน เลยเกิดไอเดียอยากขายแคบห
ลูกค้าแบบแมส (Mass) หรือที่เรียกว่าเป็นลูกค้าแบบกลุ่มใหญ่ ไม่มีจริงอีกต่อไปแล้ว แต่ลูกค้าจะถูกแบ่งออกเป็นกลุ่มย่อยๆ (Segment) ที่ธุรกิจต้องตัดสินใจเลือกเอาว่า “จะคบกับใคร” บางธุรกิจที่เขาเลือกได้ชัดเจน ว่าต้องการคบกับลูกค้าในกลุ่มย่อยไหน เขาก็สามารถออกแบบการบริการให้สอดคล้องกับความต้องการอันเฉพาะของลูกค้าเหล่านั้นได้ ไม่เพียงแค่การบริการที่สามารถทำให้ตรงใจมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อไปถึงเรื่องการ “ตั้งราคา” ถ้าเลือกกลุ่มที่เฉพาะมากๆ แล้วไม่ค่อยมีใครให้บริการพวกเขา แน่นอนว่าพวกเขาจำเป็นต้องยอมจ่ายแพงขึ้น เพื่อแลกกับความสุขใจที่จะได้รับ พูดเรื่องนี้แล้วผมนึกถึงร้านอาหาร 2 ร้านขึ้นมาทันที ทั้ง 2 ร้านนี้อยู่ห่างกันคนละทิศ แต่มีวิธีคิดใกล้เคียงกัน คือ “เลือกคบลูกค้ากลุ่มที่ต้องการอย่างชัดเจน” ร้านแรก ตั้งอยู่ที่เชียงใหม่ บรรยากาศร้านริมแม่น้ำปิง โดยปกติ ก็ต้องมาแนวสะล้อซอซึง ตกแต่งเป็นบรรยากาศล้านนา ถึงจะได้ชื่อว่ามาแอ่วเมืองเหนือ แต่ร้านนี้ ไม่รู้ว่าเจ้าของโดนอะไรเข้าฝัน เลือกที่จะคบกับคนเจนเอ็กซ์ คนที่เกิดมายุคซิกตี้ ตอนเป็นวัยรุ่นโตมากับพี่แจ้แกรนด์เอ็กซ์ รอยัลสไปรท์ส คีรีบูน ฟรีเบิร์
อดีตแอร์โฮสเตสสาววัย 37 ปี ปิ๊งไอเดียทำธุรกิจชาสมุนไพร ปั้นแบรนด์ “ไอย์สบาย” คุณภาพคับแก้ว ควบคุมวัตถุดิบตั้งแต่ต้นน้ำ ได้รับโอกาสจากห้างใหญ่ขยายตลาด ถูกใจลูกค้าต่างชาติ ขึ้นแท่นเบอร์ 1 ชาตะไคร้ โกยรายได้หลักล้านต่อเดือน รับ OEM ผลิตตามออร์เดอร์ บุกตลาดของฝากในช่วงปลายปี มองเห็นโอกาสทำธุรกิจชา “ตะไคร้” ต่างชาติชื่นชอบ คุณพณิชา ถาวระ หรือ คุณผึ้ง สาวบุคลิกดี เจ้าของแบรนด์ไอย์สบาย เล่าว่า หลังจบการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา สาขาการจัดการอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการ สวมบทบาทแอร์โฮสเตสนาน 3 ปี ราวปี 49 ผันตัวไปทำงานอยู่ในแวดวงธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ เป็นที่ปรึกษาสปาในโรงแรม 5 ดาวและรีสอร์ต มีความรู้ความเชี่ยวชาญเรื่องสมุนไพรไทย เลยเป็นที่มาของธุรกิจชาสมุนไพรไอย์สบาย เนื่องจากหญิงสาวเคยทำงานอยู่ในแผนกต้อนรับโรงแรมระดับบน เธอเป็นผู้คิดเมนูเครื่องดื่มเสิร์ฟลูกค้าต่างชาติ ฉะนั้นย่อมรู้ดีว่า นักท่องเที่ยวชอบดื่มสมุนไพรชนิดไหน เลยมองเห็นโอกาสทำธุรกิจชา “ชาวต่างชาติส่วนใหญ่ ทั้งยุโรป และเอเชีย ชอบเครื่องดื่มสมุนไพรไทย ประกอบกับเห็นช่องว่างทางการตลาด เพราะย้อนไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ธุรก
หลังจากกลับมาโด่งดังอีกครั้งสำหรับวงดนตรีดังในอดีตอย่าง ‘ลาบานูน’ นำโดย ‘เมธี’ นักร้องดังประจำวง ด้วยบทเพลง ‘เชือกวิเศษ’ แต่แม้จะกลับมาฮอตฮิต แต่นักร้องหนุ่มก็ยังคงใช้ชีวิตติดดินเหมือนเดิม ทั้งเลี้ยงวัวและกรีดยางพาราในสวนบ้านเกิด จ.สตูล โดย ‘เมธี ลาบานูน’ โพสต์ภาพลงเฟซบุ๊กพร้อมแคปชั่นว่า “เติบโตมาท่ามกลางสิ่งเหล่านี้ ตั้งแต่ผมยังเด็กจนถึงตราบถึงวันนี้แม่และครอบครัวผมก็ยังตัดยาง และยังยึดอาชีพนี้อยู่เสมอ แม้ราคายางจะขึ้นจะลง แต่ส่วนใหญ่จะลงอย่างใจหายมากกว่า แต่ก็ภูมิใจในวิชาชีพนี้อยู่เสมอ……..ผมเมธี อรุณ ลูกชาวสวนยาง#อรุณสวัสดิ์ยามเช้าครับ” ขอบคุณที่มา Metee Labanoon
