How to
วันที่ 21 กุมภาพันธ์ ที่บ้านหนองจาน ตำบลแจระแม อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี มีชาวบ้านยึดอาชีพปลูกดอกเบญจมาศ เนื่องจากได้ผลผลิตดี มีกำไรงาม โดยนายบุญมี สนาม อายุ 58 ปี อยู่บ้านเลขที่ 184 หมู่ 4 บ้านหนองจาน ตำบลแจระแม อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี เกษตรกรผู้ปลูกดอกเบญจมาศขาย กล่าวว่า ตนและครอบครัวได้ปลูกดอกเบญจมาศปีนี้เป็นปีที่ 2 ซึ่งในปีแรกประสบปัญหาน้ำท่วม ทำให้ไม่ได้ผลผลิตและขาดทุน แต่ตนและครอบครัวยังไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค ปีนี้ตนจึงทดลองปลูกอีกครั้ง ซึ่งก็ประสบความสำเร็จ นายบุญมีกล่าวว่า การดูแลรักษาปลูกดอกเบญจมาศก็ง่าย เพียงแค่รดน้ำในตอนเช้าเท่านั้น และปุ๋ยอินทรีย์ทั่วไปที่หาได้ตามท้องตลาด เมื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยว ก็ตัดไปส่งให้กับพ่อค้า-แม่ค้า ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งรับไม่อั้น ในราคากิโลกรัมละ 70 บาท โดยในแต่ละวันของฤดูกาลเก็บเกี่ยว สามารถตัดส่งขายได้ไม่ต่ำกว่าวันละ 50 กิโลกรัม ที่สำคัญได้เลือกวิธีการปลูกแบบหมุนเวียน โดยเมื่อหมดแปลงแรก ก็สามารถตัดดอกเบญจมาศในแปลงต่อไปได้ ทำให้มีรายได้หมุนเวียน ผลผลิตดอกเบ็ญจมาศไม่ล้นตลาด สำหรับเบญจมาศ เป็นไม้ดอกที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากไม่ว
คุณเขมมิกา ณ สงขลา หรือที่รู้จักกันในนาม “ กุ้ง เขมมิกา” ผู้โด่งดัง ในโลกความสวยความงามแบบมหัศจรรย์ด้วยภูมิปัญญาไทย แบบไม่เหมือนใคร คือ ใช้สองมือ ตบ ทุกสัดส่วนในร่างกาย ตั้งแต่ใบหน้า ไหล่ นม เอว สะโพก ต้นขา น่อง หนึ่งเดียวในไทย หนึ่งเดียวในโลก ที่ใช้เวลาพิสูจน์ฝีมือ และความจริง จากสิ่งที่ใครก็คิดว่าเป็นไปไม่ได้ตลอดระยะเวลา 32 ปี จากการถ่ายทอดศาสตร์วิชาจากคุณยาย ที่ล่วงลับไปหลายปี ที่ผ่านมา คุณกุ้ง ได้ฝากชื่อไว้ในแผ่นดินไทย ด้วย ศาสตร์การตบนม เติมเต็มฝัน สำหรับสาวๆ ที่หวาดกลัวการศัลยกรรม ตบปรับนมเล็กให้ใหญ่ หรือ ปรับนมใหญ่ให้กระชับไม่หย่อนคล้อย เธอสามารถทำได้ หรือแม้แต่คนที่ศัลยกรรมมาแล้วนมแข็งเป็นพังผืด ก็สามารถนวดและตบปรับให้นิ่มและจัดรูปทรงเป็นธรรมชาติได้ ถ้าหัวใจของการทำงาน ไม่ว่าจะอยู่ในอาชีพใด คือ การพัฒนา คุณกุ้งเองก็เช่นกัน เธอได้พัฒนาและพลิกแพลง จนนำไปสู่ศาสตร์การตบปรับสรีระแทบทุกส่วนในร่างกาย สามารถทำเงินได้แบบมหาศาล ย้อนกลับไป คุณกุ้งนั้น ดังเปรี้ยงปร้างมาจากการเปิดตัว “ศาสตร์ตบหน้า” ที่เธอบอกว่า สามารถออกสื่อ ออกงานได้สบาย เพราะไม่ใช่เรื่องลับเหมือนตบนม และที่โด่งดังและเป็นท
สมัยนี้ใครๆ ก็มีสมาร์ทโฟนอยู่ในมือกันแทบทั้งนั้น และสิ่งที่ตีคู่กันมาก็คืออุปกรณ์ตกแต่งหรือ “เคส”ที่ช่วยเพิ่มความสวยงาม น่าใช้ บ่งบอกถึงสไตล์ของเจ้าของได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเดินไปตลาดย่านไหนก็เจอร้านขายเคสโทรศัพท์วางขายให้เกลื่อนกลาด มีทุกรุ่นทุกแบบ รุ่นไหนที่ว่าฮิต รุ่นไหนที่ว่าฮอตนั้นมีให้เลือกซื้อแถบทั้งนั้น เมื่อเคสโทรศัพท์ได้รับความนิยม จึงเป็นโอกาสทองในการเริ่มต้นธุรกิจ สร้างรายได้เข้ากระเป๋ามากมาย คุณต้นหลิว-กชกร ฝักเจริญผล วัย 19 ปี นิสิตชั้นปีที่ 2 วิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม มหาวิทยาลัยศรีนครินวิโรฒ ประสานมิตร เริ่มต้นขายเคสโทรศัพท์มือถือผ่านอินสตราแกรม โดยเธอเล่าว่า ขายเคสมาได้ 2 ปีแล้ว เพราะชื่นชอบการใส่เคสคิดว่าใส่แล้วจะทำให้โทรศัพท์ดูดีขึ้น ดูสวยขึ้นตามสไตล์เคสที่ใส่ อีกอย่างเป็นคนที่เปลี่ยนเคสบ่อยเวลาซื้อมามันก็มีดีบ้างไม่ดีบ้าง จนเกิดความคิดว่าอยากจะทำเคสขึ้นมาเองจะได้ถูกใจตัวเอง ด้วยการศึกษาวิธีทำจากอินเตอร์เน็ต แล้วฝึกมาเรื่อยๆ เรียนรู้เทคนิคต่างๆ วิธีการทำให้เคสที่ได้ออกมาใสและเนียน รวมถึงเทคนิคอื่นๆ ที่นำมาปรับใช้กับเคสของที่ร้าน “ตอนแรกแค่ซื้ออุปกรณ์มาทำใช้เอ
จังหวัดเชียงใหม่..ไม่เพียงเพราะเป็นเมืองใหญ่อันดับสองของประเทศ หากแต่..เสน่ห์ ของดินแดนล้านนาต่างหากที่ทำให้..เชียงใหม่ ไม่เคยหลับใหล ยิ่งแสงสียามค่ำ คงทำให้ความรู้สึกของวัยรุ่นหนุ่มสาว-กลุ่มคนเที่ยวกลางคืนคึกคักและสนุกสนานมากขึ้น เสียงเพลงดังลอดออกมาจากร้านค้าในย่านบันเทิงกลางเมืองเชียงใหม่ แม้ภายในจะมีอาหารหลากหลายเมนูให้เลือกเสพ แต่กลิ่นหอมเย้ายวนใจของ..ปลาหมึกย่างบนเตาถ่านที่ไฟกำลังคุ..จากพ่อค้าเร่ข้างนอก กลับดึงดูดความสนใจของลูกค้าหญิงชายได้มากกว่า สมศักดิ์ หรือ ศักดา แก้วเงิน หนุ่มวัยกลางคน เอื้อนเอ่ยว่า นี่คือเหตุผลที่ตัดสินใจเดินออกจากร้านเหล้า ซึ่งตนเองเล่นดนตรีอยู่กับเพื่อนๆ ออกมาทำ ‘กับแกล้มเทพเจ้า’ โคตรอร่อย ตระเวนไปตามแหล่งท่องเที่ยวทุกค่ำคืน โดยนำชื่อกลุ่มมอเตอร์ไซค์ชอปเปอร์ ‘ก๊อดออฟธันเดอร์ – God of thunder’ มาเป็นเอกลักษณ์ประจำตัว “เดิมผมจะเล่นดนตรีตอน 3 ทุ่ม แต่ก็จะไปร้านก่อนตั้งแต่ 1 ทุ่ม ไปช่วยเขาทำกับแกล้มให้ลูกค้าที่มานั่งดื่มในร้าน เพราะร้านก็เป็นพรรคพวกกัน ผมชอบคิดเมนูใหม่ขึ้นเอง ทำออกมาแล้วอร่อย แต่ที่น่าแปลกคือ เวลารถเร่ปลาห
คนที่ทำธุรกิจขนาดย่อมมาระยะหนึ่งแล้ว ถ้าถูกถามว่าใครคือลูกค้าของคุณ คำตอบพรั่งพรูครับ “เยอะแยะ…ใครก็ได้ที่ซื้อ” บางทีก็ตามมาด้วยชื่อคนโน้นคนนี้ ถ้าถามคนที่กำลังจะเริ่มต้นทำธุรกิจว่า เล็งไว้หรือยังว่าใครคือลูกค้า “คนที่มีกำลังซื้อ…คนระดับกลางถึงบน…วัยรุ่น…” ถ้าคำตอบแบบนี้อาจจะกว้างเกินไป สำหรับคำถามว่าใครคือลูกค้า เวลาพูดถึงเรื่องของลูกค้า นักการตลาดมีการแบ่งยิบย่อย เกี่ยวกับนิยามของความเป็นลูกค้าไว้หลายอย่าง แต่ผมอยากกล่าวถึงสัก 4 อย่าง ให้เราเก็บเอาไว้พิจารณาเวลาทำธุรกิจ อย่างแรก “ลูกค้าเป้าหมาย” เวลาถูกถามตอนที่เริ่มทำธุรกิจ หรือกำลังจะทำธุรกิจ คนถามมักถามถึงสิ่งนี้ครับ “ลูกค้าเป้าหมาย” ชื่อชัดเจนในตัวเองอยู่แล้วว่า เป็นเพียงแค่ “เป้าหมาย” ยังไม่ใช่ของจริง ลูกค้าเป้าหมาย คือ คนที่เราคิดว่าอยากจะคบค้าด้วย อยากขายของให้เขา อยากให้เขามาซื้อของเรา อยากให้เขาเป็นลูกค้าประจำกันไปแสนนาน แต่ในชีวิตจริง…บางที เขาไม่เคยชายตาแลซะด้วยซ้ำ…ช้ำจริงๆ ลูกค้าเป้าหมาย มาจากการประมวลความคิด ความเหมาะสมทั้งหมดทั้งมวลว่า ทั้งสินค้า ทั้งราคา ทั้งวิธีหาช่องทางเข้าถึง ทั้ง
แม่บ้านโคราช รวมกลุ่มปลูกสตรอว์เบอรี่กระถาง ขายในเฟซบุ๊ก คนแห่ซื้อไปประดับสวนและบ้าน ออเดอร์เข้าเดือนละกว่า 1,000 กระถาง กลุ่มแม่บ้าน ใน ต.โพธิ์กลาง อ.เมือง จ.นครราชสีมา ได้รวมตัวกันทำอาชีพเสริมช่วงว่างงาน โดยการปลูกต้นสตรอว์เบอรี่กระถางขาย สร้างรายได้ให้กับกลุ่มเป็นอย่างมาก ซึ่งโครงการนี้เกิดขึ้นจากการสนับสนุนของกรมทหารราบที่ 23 ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ และเทศบาลตำบลโพธิ์กลาง ที่ต้องการส่งเสริมให้แม่บ้านในพื้นที่ ต.โพธิ์กลาง ได้รวมกลุ่มกันทำอาชีพเสริมต่างๆ โดยทางกรมการทหารราบที่ 23 ได้จัดสรรพื้นที่ว่างเปล่า ประมาณ 2 งาน ภายในค่ายสุรธรรมพิทักษ์ เพื่อใช้ในการทดลองปลูกพืชหลายชนิด เริ่มตั้งแต่ช่วงต้นปี 2559 โดยใช้งบประมาณที่ได้รับจากเทศบาลตำบลโพธิ์กลาง และเงินจากการรวบรวมของสมาชิกแม่บ้านในกลุ่ม จำนวน 15 คน ทดลองปลูกสตรอเบอรี่ในกระถาง แล้วนำไปประกาศขายในสื่อโซเชี่ยล เช่น เฟสบุ๊ค และไลน์ ในชื่อสวนเฟรนชิพสตรอเบอรี่โคราช ซึ่งปรากฏว่าได้ผลตอบรับดีมาก จนต้องมีการเตรียมขอขยายพื้นที่ปลูกเพิ่ม นางสุพิชฌาย์ ทิพย์อาภรณ์ อายุ 51 ปี หัวหน้ากลุ่มแม่บ้านตำบลโพธิ์กลาง เปิดเผยว่า ในอดีตนั้นกลุ่มแม่บ้านตำบลโพธิ์
คุณวรรณภา เหลืองธุวปราณีต บ้านอยู่ที่อ.บางเลน จ.นครปฐม มีอาชีพทางด้านเกษตรกรรมเป็นหลัก แต่สนใจใคร่รู้ต้องการหาอาชีพเสริมกระทั่งไปได้ความรู้การปลูกหม่อนและแหล่งพันธุ์ ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน จังหวัดนครปฐม คุณวรรณภา บอกว่า ต้องการปลูกพืชที่ไม่ต้องดูแลมาก และใช้ประโยชน์ได้เยอะ ก็เลยมาลงตัวที่ หม่อน หรือบางครั้ง จะเรียกกันเป็นภาษาอังกฤษว่ามัลเบอร์รี่ ซึ่งก็คือกลุ่มผลไม้ในตระกูลเบอร์รี่ ที่มีประโยชน์มาก นั่นเอง เริ่มต้น คุณวรรณภา ปลูกหม่อน ในพื้นี่ 1 ไร่ 2 งาน จำนวน 400 ต้น ระยะปลูกระหว่างต้น 4 เมตร และระหว่างแถว 2 เมตร หม่อนเป็นพืชชอบแล้ง แต่ต้องให้น้ำบ้าง หลังจากปลูก 6 เดือนก็เก็บผลได้ เมื่อเก็บผลแล้ว ก็ต้องตัดแต่งกิ่ง บำรุงต้น (ด้วยปุ๋ยคอกมูลสัตว์อัดเม็ด) เพื่อให้แตกใบ แตกยอด และออกผลอีกครั้ง ซึ่งระยะเวลานับแต่ตัดแต่งกิ่ง 40-45 วัน ก็เก็บได้อีกรอบ 1 ต้นจะเก็บได้ตั้งแต่ 2-5 กิโลกรัม ขึ้นกับอายุต้น และขายส่งได้ในราคา 150 บาทโดยมีแม่ค้ามารับซื้อถึงที่สวน ส่วนต้นพันธุ์ซื้อมาต้นละ 25 บาท ซึ่งเวลานี้ก็มีขายทั่วไป นอกจากขายผลสดแล้ว ยังนำไปแปรรูปได้อย่างหลากหลาย ตั้งแต่
นอกจากสีสันสวยงาม รูปร่างเล็ก เสียงร้องใสๆ อุปนิสัยของนกชนิดนี้ “เลิฟเบิร์ด” (Lovebird) ยังน่ายกย่อง ว่ากันว่าเมื่อเติบโตเต็มที่ เลิฟเบิร์ดจะหาคู่ของตัวเอง และเมื่อพบคู่แล้ว จะครองรักไปจนกว่าคู่ของตนจะตายจากไป บ้างว่าบางตัวถึงขั้นตรอมใจตายตาม จริงเท็จเช่นไรไม่อาจรู้ได้ จนกระทั่งได้มาพบกับเลิฟเบิร์ดตัวจริง และได้เห็นภาพของการดูแลถ้อยทีถ้อยอาศัย เปิดธุรกิจเลิฟเบิร์ด เปิดตลาดคนรักนก “Mally Lovebird” (มอลลี่ เลิฟเบิร์ด) คือฟาร์มนกเลิฟเบิร์ดขนาดกลาง ที่ “เส้นทางเศรษฐี” มีโอกาสเข้าไปเยือน และได้สัมผัสการใช้ชีวิตของนกชนิดนี้มา แม้จะไม่นานแต่ทว่าก็ได้เห็นมุมน่ารักๆ สอบถาม คุณเกรียงไกร แม้นเหมือน เจ้าของฟาร์มผู้มีประสบการณ์เลี้ยงนกมากว่า 3 ปี บอกเล่าให้ฟังว่า สิ่งที่ทำให้นกชนิดนี้เป็นที่สนใจของผู้เลี้ยงคือ สี ซึ่งปัจจุบันได้พัฒนาสายพันธุ์ใหม่ๆ สร้างสีสันขึ้นมาอวดโฉม จนกลายเป็นเทรนด์สีที่ตลาดต้องการ ซึ่งอาจปรับเปลี่ยนไปในแต่ละปี จุดเริ่มต้นของการเลี้ยงนกชนิดนี้ คุณเกรียงไกร ว่า มาจากความรักสัตว์ และเมื่อคิดสร้างอาชีพเสริม จึงมองไปยังสัตว์เลี้ยงก่อน แม้เริ่มต้นวางแผนกับการเลี้ยงปลาสวยงาม สร้างบ่อ
แก่นตะวัน สุดยอดพืชมหัศจรรย์สารพัดประโยชน์ คุณบาล บุญก้ำ ผู้ใหญ่บ้านบ้านบัว หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านตุ่น อำเภอเมืองพะเยา ได้นำผู้เขียนไปเยี่ยมชมการทดลองปลูกพืชชนิดนี้ ที่ครอบครัวของ คุณปรีชา ใจบาล เกษตรกรรุ่นใหม่ ที่ได้ทดลองปลูกพืชชนิดใหม่ “แก่นตะวัน” และวันนี้ก็รู้สึกประทับใจ ที่พืชผลชนิดนี้ให้ผลผลิตที่น่าทึ่งมาก จึงน่าจะเป็นพืชทางเลือกของเกษตรกรของชุมชนแห่งนี้อีกทางหนึ่งในอนาคตที่ดีและแจ่มใสแน่นอน คงไม่ใช่แค่คนที่ชอบปลูกต้นไม้ หรือสนใจสมุนไพรเพียงเท่านั้นที่รู้จัก “ต้นแก่นตะวัน” เพราะปัจจุบันนี้ “แก่นตะวัน” กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดทั่วโลก เนื่องจากได้ชื่อว่าเป็นพืชสารพัดประโยชน์ เราไปดูกันซิว่า “แก่นตะวัน” เป็นพืชประเภทไหน และความมหัศจรรย์ของ “แก่นตะวัน” มีอะไรบ้าง “แก่นตะวัน” นั้น เรียกได้หลายชื่อ ทั้ง “ทานตะวันหัว” และ “แห้วบัวตอง” มีชื่อภาษาอังกฤษว่า เยรูซาเล็ม อาร์ติโชก บางทีก็เรียกว่า ซันโชก ส่วนชื่อวิทยาศาสตร์คือ Helianthus tuberosus L. เป็นพืชดอกในตระกูลทานตะวัน ซึ่งมีต้นกำเนิดในตอนใต้ของประเทศแคนาดา และตอนเหนือของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีอากาศค่อนข้างหนาวเย็น แต่มีความทนทานต่อสภา
แม้ตัวเลขอายุจะล่วงเลยวัยเกษียรมาหลายปี แต่ทว่าความคิดกลับเปิดรับสิ่งใหม่ๆ ใส่ไอเดียลงในผลิตภัณฑ์จักสานที่หลายคนมองว่า “เชย” ให้กลายเป็นสินค้า “น่าใช้” โดนใจไปจนถึงวัยรุ่น และชาวต่างชาติ ทุกวันนี้ แบรนด์ “ชวาวาด” ไม่เคยขาดช่วงการผลิต ด้วยเพราะออเดอร์สั่งซื้อเข้ามาไม่ขาดช่วงนั่นเอง ชวาวาด เป็นชื่อแบรนด์ที่ฟังทันสมัย แต่ทว่าที่มานั้นจากชื่อประธานกลุ่มวัย 69 ปี คุณวาด ยาเย็น หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ ป้าวาด บวกรวมกับวัสดุนำมาใช้ผลิต ได้แก่ ผักตบชวา ชื่อนี้จึงกลายเป็นแบรนด์ที่ฟังแล้วเข้าหู ดูเข้าตา รวมกลุ่มภูมิปัญญา สืบคุณค่าสินค้าไทย คุณวาดเล่าให้ฟังว่า งานจักสานคือภูมิปัญญาของคนรุ่นก่อนเก่าสืบทอดกันมา และตนก็เป็นผู้หนึ่งยึดสร้างอาชีพ แต่ทว่าในสมัยก่อนวัสดุนำมาใช้จะเป็นไม้ไผ่เพราะหาได้ง่าย อีกทั้งกับผักตบชวายังไม่มีใครคิดนำมาผลิต กระทั่งต่อมาในปี 2522 ผักตบชวาเริ่มได้รับความสนใจนำมาผลิตเป็นเครื่องจักรสานสารพัดชนิด แต่ทว่าในยุคนั้นเป็นการผลิตแบบต่างคนต่างทำ ในปี 2526 คุณวาด หญิงผู้สืบสานงานหัตถกรรมเกิดความคิดกับการจัดตั้งกลุ่ม โดยรวบรวมผู้มีทักษะในหมู่บ้านเข้ามาร่วมสืบสานภูมิปัญญา โดยมีผู้ส
